Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

‘อนุทิน’ เบรกอย่าโยงกัญชากับยาเสพติด ขออย่าไปผูกกัน เป็นคนละเรื่องกัน

'อนุทิน' บอกคนละเรื่อง ขออย่าผูกโยงการแก้ปัญหายาเสพติดกับกฎหมายกัญชา ยัน สธ.มีความพร้อมเรื่องบำบัดผู้ติดยาทั้งร่างกายและจิตใจ

(12 ต.ค. 65) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเสนอการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อนเข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาวุธปืนที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวง สธ.จะนำเสนอเรื่องการคัดกรองผู้ป่วย ส่วนรองอธิบดีกรมสุขภาพจิตจะรายงานเรื่องการเยียวยารักษาด้านสุขภาพจิต 

ส่วนที่จะนำผู้ติดยาเข้าบำบัดนั้น สธ.เป็นฝ่ายสนับสนุนโดยกรมการแพทย์ ก็มีสถาบันธัญญารักษ์ เป็นแม่ข่ายในการบำบัดและรักษาผู้ป่วยยาเสพติด รวมถึงโรงพยาบาลในทุกจังหวัด ก็พร้อมให้การรักษาหากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองส่งตัวผู้ป่วยมา ทั้งนี้หากผู้ติดยาเสพติดมีอาการมากก็จะมีการส่งไปตามสถานพยาบาลที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบำบัด

เมื่อถามว่าการรับมือผู้บำบัดจากนี้จะให้ผู้นำชุมชนเข้าไปค้นหาอย่างไร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า อาการผู้ติดยาหากเบาก็จะใช้การบำบัดรักษาและใช้วิธีการทำความเข้าใจให้ความรู้ แต่ถ้าอาการหนักก็จะให้การรักษาทางการแพทย์ตามขั้นตอน

สืบนครบาลบุกรวบแก๊งต้มตุ๋นขายยาเบาหวานทางโซเชียลตรวจค้นพบบัตรเอทีเอ็ม 12 ใบ 

ตามนโยบายของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบโดยเฉพาะอาชญากรรมในโลกออนไลน์ และปราบปรามยาเสพติดซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับสังคม และเป็นอันตรายแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล IDMB  สืบทราบว่า มีกลุ่มคนร้ายที่มีพฤติกรรมหลอกขายยารักษาโรคแอบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ต่างๆ แล้วทิ้ง QR Code ไว้ หากใครสนใจซื้อสินค้า ให้ติดต่อมาทาง QR Code ดังกล่าว ได้มีผู้เสียหายหลายรายตกเป็นเหยื่อโอนเงินค่าสินค้าร่วมแสนบา ไปยังบัญชีของคนร้า แต่กลับไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ กลุ่มผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด 

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง  ผบช.น. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล IDMB  ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ  พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.  พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา  ร.ต.อ.ธีระเดช พรมลาย ร.ต.อ.วีรพงษ์ คุณสมิตปัญญา ร.ต.อ.อภิชัย ชัชวาลปรีชา  ร.ต.อ.ธนพล มโนสร พร้อมกับพวก เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็ว 

หลังทราบเรื่อง สืบนครบาลสามารถพิสูจน์ทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีจำนวน 3 ราย พบประวัติเคยหลอกลวงในรูปแบบต่างๆนับไม่ถ้วน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. บุกจับกุมผู้ต้องหา 

1.น.ส.อรวรรณ ทิพย์มาก อายุ 40 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 130/248 ม.10 ต.วัดประดู่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาที่ 1
ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1045/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 
2.น.ส.รวิวรรณ สุวรรณสมุทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.1 ต.ไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาที่ 2
ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1046/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 
3.นายณภูพรรษ์ คล้ายแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.13 ต.ตรีณณรงค์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ผู้ต้องหาที่ 3
ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.337/2565 ลงวันที่ 14 ก.ย.65 

โดยกล่าวผู้ต้องหาทั้งหมดว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และผู้ต้องหาที่ 2 กับ 3 ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลาง 

1. บัตรเอทีเอ็ม จำนวน 12 ใบ
2. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
4. เงินสด จำนวน 45,000 บาท 
5. ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 0.98 กรัม (ของน.ส.รวิวรรณฯ)
6. ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 2.05 กรัม (ของนายณภูพรรษ์ฯ)

กล่าวคือ  เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565  เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบนครบาล บุกจับกุม น.ส.อรวรรณ ทิพย์มาก น.ส.รวิวรรณ สุวรรณสมุทร และ นายณภูพรรษ์ คล้ายแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ที่โรงแรมเดวิส เลขที่ 88 ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ ดังนี้

1. น.ส.อรวรรณ ทิพย์มาก อายุ 40 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 130/248 ม.10 ต.วัดประดู่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1045/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

2. น.ส.รวิวรรณ สุวรรณสมุทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.1 ต.ไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1046/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

3. นายณภูพรรษ์ คล้ายแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.13 ต.ตรีณณรงค์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.337/2565 ลงวันที่ 14 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ โดยวิธีการกระทำความผิดของมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะมีการแอบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ต่างๆ เช่น กลุ่มไลน์ซื้อขายยารักษา หรือกลุ่มไลน์ขายสินค้าทางการแพทย์ แล้วทิ้ง QR Code ไว้ หากใครสนใจซื้อสินค้า ให้แอดเฟรนผ่านทาง QR Code ที่คนร้ายทิ้งไว้ในกลุ่ม   

'จุรินทร์' เปิดฉาก ประชุม STEER ความร่วมมือเศรษฐกิจ ไทย-สิงคโปร์ ครั้งที่ 6 ดันยกระดับ ลงทุน-เกษตร-ท่องเที่ยว-ทรัพย์สินทางปัญญาไทย

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 9.30 น. นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore–Thailand Enhanced Economic Relationship หรือ STEER) ครั้งที่ 6 ระดับรัฐมนตรี ร่วมกับ ดร. ตัน ซี เหล็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่สองของสิงคโปร์ ที่โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้ครบรอบ 20 ปีพอดีที่การประชุม STEER ได้เป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ในหลากหลายสาขา อาทิ สินค้าเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการประชุมทั้ง 5 ครั้งที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ปัจจุบันสิงคโปร์มีนักลงทุนที่มาลงทุนในประเทศไทยถือเป็นอันดับที่ 1 ของไทยในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 5 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทยในอาเซียนรองจาก มาเลเซีย เวียดนามและอินโดนีเซีย และเป็นอันดับที่ 8 ของไทยในโลก

“ที่ผ่านมาเราล้วนเผชิญท้าทายปัญหาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า โควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และเงินเฟ้อ รวมทั้งข้อจำกัดทางด้านการค้าและการลงทุนที่มีกฎกติกาเพิ่มขึ้น แต่ทั้งไทยและสิงคโปร์สามารถฟันฝ่าผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ด้วยกันปัจจุบันถือว่าเป็นโอกาสดีที่ไทยกับสิงคโปร์จะมีการประชุมร่วมกันในเวที STEER ในวันนี้ เพื่อใช้เป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่างกันของทั้งสองประเทศซึ่งจะได้หารือในรายละเอียดกันต่อไป” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันพฤหัสบดี ที่ 13 ต.ค. 65 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำหรับในปี 2565 หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวไทย ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลพร้อมกันทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพวงมาลา เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันพุธ ที่ 12 ต.ค. 65 ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิสนุ  ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจเข้าร่วมพิธี 

โดยมีกำหนดการ ดังนี้

• เวลา 07.00 น. พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล 
ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
• เวลา 08.45 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล
ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
• เวลา 09.15 น. พิธีวางพวงมาลา ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

'เพื่อไทย' ลงพื้นที่ดูระดับน้ำหลัง กทม. ประกาศเตือนปชช.นอกคันกั้นน้ำยกของสูง พร้อมเปิดช่องทางให้ ปชช.ติดต่อ หากต้องการแรงคนช่วยขนย้ายข้าวของ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กทม. แถลงเตือนประชาชนนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบปลั๊กไฟ และติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ โดย นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตธนบุรี-คลองสาน ระบุว่า ขณะนี้ ในพื้นที่เขตคลองสาน พบปัญหารอยรั่วของเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนหลายจุด เมื่อฝนตกหนัก มักเกิดปัญหาน้ำท่วมซึ่งเป็นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลซึมเข้ามาท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน รวมถึงน้ำฝนยังระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ช้า ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายจุด ตนได้ลงพื้นที่พบปะ เเละเข้ามารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในหลายๆ จุดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม พบว่า เมื่อเกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณถนน และเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณบ้านเรือน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ได้รับความลำบาก ตลอดจนน้ำเข้าท่วมภายในบ้านทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านเกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยตนขอให้พี่น้องประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

ด้าน นายรัฐพงศ์ ระหงษ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางซื่อ-ดุสิต  พบปะพูดคุยกับพี่น้องในเขตดุสิต-บางซื่อที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้าให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อที่ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน

ขณะที่นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตพระนคร-ป่อมปราบ-สัมพันธวงศ์ ได้ลงแรงช่วยประชาชนบรรจุกระสอบทราย เพื่อเพิ่มระดับแนวกั้นน้ำ บริเวณสวนสันติไชยปราการ เขตพระนครเนื่องจากระดับน้ำขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตนได้ตรวจเยี่ยม แนวกั้นน้ำตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจัดกระสอบทรายเสริมระดับตลอดแนวประตูน้ำเทเวศร์ ซึ่งบริเวณนี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจเมื่อช่วงดึกของวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย และตนได้เข้าเยี่ยมประชาชนแนวริมแม่น้ำย่านทรงวาด ท่าน้ำราชวงศ์ ท่าน้ำจักวรรดิ์ มีน้ำท่วม ช่วงน้ำหนุน แต่ น้ำลดลงไว แต่บริเวณนี้มีผู้รุกแนวแม่น้ำจำนวนมากไม่สามารถทำเขื่อนกั้นได้ ขณะนี้ได้มาประสานงานกับ กทม. เพื่อจัดสรรงบประมาณมาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้แล้ว

ก.แรงงาน ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 08.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน

ผบ.ตร. แถลง จับยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด คีตามีน 50 กก. ยึดทรัพย์ตัดรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติด 

วันนี้ (12 ต.ค.65) เวลา 14.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี พร้อมยาเสพติดของกลางยาบ้า 11,684,000 เม็ด คีตามีน 50 กิโลกรัม, ไอซ์ 2 กิโลกรัม และตรวจยึดทรัพย์สิน มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ เปิดเผยว่า คดีแรก จับกุมนายตนุภัทร อนันต์สิริพิทักษ์ กับ นายสืบศักดิ์ แซ่กือ กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้บริเวณริมถนนสาย สิงห์บุรี-ลพบุรี (ทล.311) ขณะกำลังขับรถพยายามหลบหนีด่านตรวจ เพื่อลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้าในจังหวัดสระบุรี ตรวจสอบภายในรถพบ กระสอบจำนวน 33 ใบ ด้านในบรรจุยาบ้า จำนวน 6,500,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาสีขาว จำนวน 3,250 มัด, กระเป๋า 2 ใบ ด้านในบรรจุเคตามีน น้ำหนัก 50 กก. บรรจุอยู่ในห่อขาสีเขียว จำนวน 50 ห่อ 

นอกจากนี้ยังยึดโทรศัพท์มือถือได้ 3 เครื่อง, เงินสด 51,000 บาท พร้อมรถของกลางที่ร่วมขบวนการ รวม 3 คัน ส่วนผู้ขับขี่รถอีก 2 คันหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

สอบถาม 2 ผู้ต้องหา รับว่าตนมีอาชีพ “วิ่งผัก” แต่ได้มาร่วมกับ นายเกียรติพันธ์ แซ่ซ้ง ผู้ต้องหาที่หลบหนี รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท 

เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ฯ และร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ประเภท ๒ (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

ทั้งนี้ นายเกียรติพันธ์ ฯ ยังพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดแม่สอด หมายจับที่ 21/2557 ลง 21 ส.ค.57 ในข้อหา “ฆ่าบุพการี” ด้วย 

อีกคดี ตำรวจ ปส. นำกำลังเข้าจับกุมนายเล่ง แซ่ม้า ได้ที่บริเวณป่าละเมาะ ริมถนน ทล.12 (ตาก-สุโขทัย) ต.ริมน้ำ อ.เมือง จ.ตาก หลังขับรถบรรทุกฝ่าการเรียกตรวจค้นของตำรวจ ปส. เพื่อลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ อ.เทิง จ.เชียงราย นำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ตรวจสอบภายในรถพบ ยาบ้า จำนวน 5,184,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาสีขาว (ประดับตรา 999) จำนวน 2,592 มัด, ยาไอซ์ 2 กก. บรรจุอยู่ในห่อชาสีเขียวจำนวน 2 ห่อ พร้อมยึดรถบรรทุกที่ร่วมขบวนการ จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสดอีก 8,000 บาท แจ้งข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) 

แห่บุญกฐิน!! พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมทอดกฐินสามัคคี ถวายวัดบางพลีใหญ่กลาง 

ที่ศาลาการเปรียญ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ วัดบางพลีใหญ่กลาง ร่วมกับ ครอบครัวฟักศิริ ครอบครัวคล้ายนิยมและพุทธศาสนิกชน ร่วมจัดพิธีทอดผ้ากฐินสามัคคีประจำปี 2565 โดย ได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

โดยมี คุณพ่อสมาน คุณแม่นิล ฟักศิริ เป็นประธานฝ่ายอุปถัมภ์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ตลอดจนครอบครัวคล้ายนิยม คหบดี ผู้ใจบุญตัวแทนสถานประกอบการ บริษัท ห้างร้าน คณะกรรมการ ไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอบางพลี คณะครู นักเรียนโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก รวมทั้ง พี่น้องประชาชนชาวอำเภอบางพลี ร่วมกันถวายผ้ากฐิน ประจำปี 2565

‘ชัชชาติ’ ชมนิทรรศการ ‘ฝัน ปัง ดัง รวย : 1 ครอบครัว 1 Soft Power’พรรคเพื่อไทย ‘แพทองธาร’ พาชมบูธ อธิบายแนวคิด ทางออกเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนชีวิตคนไทยครั้งใหญ่ สร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด 

นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ ‘ฝัน ปัง ดัง รวย : 1 ครอบครัว 1 Soft Power’ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจัดเต็มพื้นที่ 3 บูธเพื่อสื่อสารนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ชูหลักคิดทางออกเศรษฐกิจไทยที่จะเปลี่ยนชีวิตประชาชนครั้งใหญ่อย่างก้าวกระโดด ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ Book Expo Thailand 2022 ที่บูธ I40 Exhibition Hall 6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เชิญนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เยี่ยมชมห้องนิทรรศการทั้ง 3 บูธ พร้อมอธิบายหลักคิดของนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ว่าในชีวิตทุกคนล้วนมีความฝัน มีจินตนาการเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของมนุษย์ โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ห้องน้ำจึงเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเคยใช้ฟุ้งฝัน แต่ก็เป็นที่ที่เราทิ้งความฝันนี้ลงไปเพราะมันแทบเป็นไปไม่ได้ในโลกความจริง แต่พรรคเพื่อไทยมองเห็นว่า ความคิด ความฝัน ถ้าได้รับความเข้าใจและสนับสนุนอย่างถูกต้องให้มั่นใจในคุณค่าแล้ว จะเกิดเป็นความกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ แต่ในทางปฏิบัติ จะทำอย่างไรให้ฝันของลูกหลานหรือของประชาชนเป็นจริงได้ เพราะทุกความฝันล้วนมีต้นทุน ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสเข้าถึงความฝันที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว 

แพทองธาร กล่าวต่อว่า นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power เห็นความสำคัญที่ไม่ต้องการให้ฝันของใครต้องตกหล่น เราจึงออกแบบให้มีการตั้งศูนย์เรียนรู้ บ่มเพาะ ศูนย์เทรนนิ่ง ให้ประชาชนที่สนใจเข้าต่อยอดความรู้ ประสบการณ์อย่างเป็นขั้นบันได เพื่อให้คนเข้าถึงตั้งแต่ระดับ ตำบล อำเภอ ระดับประเทศจนถึงต่างประเทศ โดยจะประสานความร่วมมือกับโรงเรียน มหาวิทยาลัย จัดจ้างบุคลากร จัดฝึกอบรมเพิ่มพูนทักษะ และถ้าใครมีทักษะศักยภาพที่ดีอยู่ก็จะสนับสนุนให้ไปหาประสบการณ์ต่อในต่างประเทศ ดังนั้น  นโยบาย1ครอบครัว 1 Soft Power  จึงเป็นนโยบายที่จะเพิ่มโอกาสและขยายศักยภาพสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

'คปภ. ปลุกพลังนักบิด' จัดโครงการเชิงรุก!! นำร่องส่งเสริมการทำประกันภัย พรบ.

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู โรงงาน 5 ต.แพกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดย คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จับมือ คนสมุทรปราการ เพื่อรณรงค์ปลุกพลังนักบิดเพื่อทำประกันภัย พ.ร.บ. โดย ตั้งเป้านำร่องให้นิคมอุตสาหกรรมบางปู และ นักบิดในจังหวัดสมุทรปราการ เข้าสู่การทำประกันภัย พ.ร.บ. 100% 

โดยมี นายชัยยุทธ มังศรี รองเลขาธิการด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. ได้รับมอบหมายจาก ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งกล่าวเปิดงานในครั้งนี้  มีนายภูธนะ ชมภูมิ่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวถึงนโยบายในการดำเนินงานเพื่อสอดรับการดำเนินงานโครงการ และมี นางสาวสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กล่าวรายงาน และวัตถุประสงค์ของการจัดงาน 

โดยมี นายวิชัย ศักดิ์สุริยา รองประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายสัญญา จันทร์โท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ นิคมอุตสาหกรรมบางปู นายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ท. เกียรติวิรุฬห์ จันทร์ดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางปู นายเกษม สังข์ภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับประกันภัยและการตลาด บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพิมล ผู้จัดการภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา) บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาสาสมัครประกันภัย และพนักงาน บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) เข้าร่วมในโครงการครั้งนี้

เนื่องด้วย ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย รวมถึงคุ้มครองและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนจากการประกันภัย โดยฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงาน คปภ. มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนประกันภัย พ.ร.บ. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นประกันภัยรถภาคบังคับที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนทุกคนได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย อันเนื่องมากจากเหตุประสบภัยจากรถ และที่ให้ความคุ้มครองประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหายในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุประสบภัยจากรถ โดยกฎหมายได้กำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัยรถภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) กับบริษัทประกันภัยเพื่อว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถ ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยอย่างทันท่วงที 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top