Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

'ไบร์ท วชิรวิชญ์' ยันเป็นเหยื่อ Forex 3D สูญเงิน 7 แสนบาท โอด รู้ตัวช้า เพราะเชื่อใจ - ไว้ใจ 'อภิรักษ์'

'ไบร์ท วชิรวิชญ์' รับความโลภบังตา เอาเงินทั้งชีวิตเข้าลงทุน Forex 3D สูญ 775,000 บาท พร้อมเล่าเส้นทางสนิทสนม 'อภิรักษ์' โอดตนน่าจะเป็นคนที่รู้ช้าที่สุดเพราะเชื่อสนิทใจ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งมองไม่เห็นความจริง หากไม่มีชื่อเสียงเหมือนวันนี้ ตอนนี้ตนคงแย่มากๆ

หลังจากที่พิธีกรข่าว 'เต๋า ทีวีพูล' ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า… “เรียกสอบอีกคู่!!! เตรียมเรียกคู่จิ้นวาย? สอบคดีแชร์ Forex - 3D เหตุมีภาพสนิทผู้บริหาร” ทางเพจ รวบรวมผู้โดนโกงจาก Forex 3D ก็เอามาขยี้ต่อ โดยเผยว่าคู่ซีรีส์วายดังกล่าวคือ 'ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี' พร้อมเผยภาพคสามสนิทสนมของ ไบร์ท กับ 'อภิรักษ์ โกฎธิ' CEO Forex 3D ตั้งแต่ปี 2014

วันนี้ (30 ก.ย. 65) ไบร์ท วชิรวิชญ์ ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกในรายการ วันบันเทิง ถึงการมีภาพความสนิทสนมกับอภิรักษ์ อีกทั้งยังเผยว่าตนก็ตกเป็นเหยื่อเพราะร่วมลงทุนกับ Forex 3D จนเกือบหมดตัว

“ตอนนั้นผมอายุประมาณ 15-16 ครับ ช่วงนั้นผมทำรายการสตรอว์เบอร์รี่ครับเค้ก ซึ่งผมก็จะมีรุ่นพี่คนนึงซึ่งผมเป็นพิธีกรด้วยกันชื่อว่า นิค นิโค เป็นคนพาผมไปรู้จักกับพี่รักษ์ ซึ่งในช่วงนั้นเวลาผมทำงานเลิกดึกผมจะกลับบ้านที่นครปฐม แต่บางทีรถตู้หมด 3 ทุ่ม บางทีผมเลิกงานกลับบ้านไม่ทันก็ไปอาศัยนอนบ้านเขา ซึ่งเขาอาศัยอยู่บ้านเดียวกันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมรู้จักกับพี่รักษ์ครับ

ในคลิปตอนนั้นผม ม.4 จริงๆ ในคลิปที่เห็นนั้นเป็นวันแรกที่ได้เจอกันเลย ผมไปนอนบ้านพี่นิคครั้งแรกก็ร้องเพลงกัน อัดคลิป มันเท่านั้นเองครับวันนั้น”

>> เล่าจุดเริ่มต้นที่เข้าไปร่วมลงทุน Forex3 D
“ในส่วนของจุดเริ่มต้น ก็ต้องยอมรับว่ามันก็เริ่มจากตัวผมนี่แหละครับ ด้วยความที่ ณ ตอนนั้นทุกคนที่อยู่รอบตัวผมทุกคนลงทุนตรงนี้หมด ทุกคนเล่นตรงนี้หมด และผมก็เห็นมาสักพัก ตอนแรกผมก็ไม่ได้มั่นใจแต่เราก็เห็นมาสักพักว่าทุกคนได้จริงๆ และได้กันเป็นระยะเวลานาน

แต่เราก็เห็นมาสักพักว่าทุกคนได้กันจริงๆ และได้กันไปแล้วเป็นเวลานานเป็นปีๆ เราก็รู้สึกว่ามันน่าจะโอเคนะ มันน่าเชื่อถือได้ ณ วันนั้นผมยังไม่ได้มีเงิน เงินก่อนแรกที่ผมเอามาลงผมขอแม่มาลงด้วยซ้ำ จำนวน 50,000 บาท พอเราเริ่มลงไปปั๊บมันก็ได้จริงๆ ในวันแรกมันได้จริงๆ มันได้เรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่ามันโอเคนะ ผมก็พยายามที่จะเก็บเงิน งานทุกชิ้นที่ผมทำ รายได้ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม ส่วนใหญ่ผมก็จะยัดกลับคืนเข้าไป ผมรู้สึกว่ามันคือการลงทุน เป็นการออมเพื่ออนาคต”

>ณ วันที่ตัดสินใจลงทุนไปยังไม่มีชื่อเสียงแบบนี้ เผยเอาเงินทั้งชีวิตของครอบครัวมาลงทุน จำนวน 775,000 บาท
“ไม่มีเลยครับวันนั้น ตอนนั้นผมก็เอาเงินจากการเล่นโฆษณา แคสงาน เงินบางส่วนก็เป็นเงินเก็บของแม่ คือเรารู้สึกว่าน่าจะเป็นการลงทุนที่โอเคที่สุด เงินจากส่วนอื่นๆ ที่ผมมี ผมก็เอามาใส่ตรงนี้หมดเลย ตอนนั้นผมเรียกว่ามันเป็นเงินทั้งชีวิตของครอบครัวผมเลยแล้วกัน นั่นคือเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวที่บ้านผมมี แล้วเราก็เสียไปกับตรงนั้นทั้งหมด จำนวน 775,000 บาท เยอะมากๆ ณ วันนั้นมันคือเงินทั้งครอบครัว

'ส.ส.เพื่อไทย' จี้ รบ.-ส่วนกลาง ช่วยปชช. ด่วน!! โอดกฎเหล็ก กกต. ทำให้ช่วยชาวบ้านได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ (30 กันยายน 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ทำคลิปรวบรวมปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู และสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่เพื่อจี้ให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาในจังหวัดอุบลราชธานีโดยด่วน เนื่องจาก ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ถูกกฎเหล็กของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ห้ามไม่ให้ลงไปดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในสถานการณ์ดังกล่าว 

โดยนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุลราชาธานี เขต 7 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ที่ตำบลท่าเมือง น้ำเข้าท่วมพื้นที่หมดแล้ว และน้ำกำลังเพิ่มระดับมาท่วมถึงพื้นที่ถนนแล้ว โดยนายอำเภอท่าเมืองระบุว่า พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน ต้องขนย้ายวัว และสัตว์ไปไว้ที่สูง พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมไป 3,500 กว่าไร่แล้ว ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเกี่ยวกับอาหารสัตว์ที่ขาดแคลนเนื่องจากพื้นที่นาน้ำท่วม ไม่สามารถหาอาหารสัตว์ได้ จึงขอให้กรมปศุสัตว์เร่งเข้ามาดำเนินการให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้ 

ขณะที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ขอให้รัฐบาลเร่งเข้ามาดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเรื่องถุงยังชีพก่อน อยากถามรัฐบาลว่า สถานการณ์น้ำท่วมในวันนี้ ได้มีการเตือนกันก่อนล่วงหน้าว่าน้ำจะท่วม ทุกหน่วยงานต้องออกมาดูแล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลทำอะไรอยู่ ขณะเดียวกัน ท่านยังให้ กกต. ประกาศว่าห้ามผู้แทนราษฎรลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถดำเนินการแจกของช่วยชาวบ้านได้ แต่ฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนกับมัดมือชก ดังนั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณากติกาที่ กกต. กำหนด โดยยึดโยงกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะอุทกภัยไม่ได้เกิดทุกปี หรือไม่รัฐบาลต้องเร่งออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะพวกท่านห้ามผู้แทนทำอะไรเลย 

ด้าน นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้อัดคลิปพาเยี่ยมพี่น้องประชาชนในศูนย์อพยพซึ่งมีกว่า 142 ครัวเรือน มาจากชุมชนวัดบูรพา ชุมชนสาธารณะ 11 ไร่ ชุมชนบ่อบำบัดน้ำเสีย ชุมนุมวัดโรมัน ชุมชุนพนม 1 พนม 2 และบุ่งกระกาแซว โดยนายวรสิทธิ์ ระบุว่า ตั้งแต่พายุโนรูเข้ามา น้ำขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ขึ้นมาถึง 90 เซ็นติเมตรแล้ว ประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีเดือดร้อนมาก แต่รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ปล่อยภาระทุกอย่างให้เป็นของท้องถิ่น วันนี้ท้องถิ่นต้องเป็นผู้ดูแลพี่น้องประชาชนเอง ในขณะที่น้ำท่วมเป็นวงกว้าง อย่างเขตเทศบาลนครอุบลฯ แม้พื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ริมน้ำก็ท่วม วันนี้เทศบาลนครอุบลฯ ยังมีงบประมาณในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่ แต่ท้องถิ่นใกล้เคียงไม่มีงบประมาณที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เลย อยากขอให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ใช่เอารัฐมนตรี หรือตัวแทนของรัฐบาลเข้ามาดูชั่วคราว แต่ไม่มีมาตรการอะไรช่วยเหลือประชาชนเลย 

วันนี้ท้องถิ่นต้องรับปัญหาทุกอย่าง รัฐบาลต้องเร่งเยียวยาประชาชนทุกครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงคนที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ด้วย วันนี้ผู้แทนฯ ติดข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตนในฐานะผู้แทนฯ ที่ไม่เคยปล่อยให้พี่น้องประชาชนทุกข์ยาก เราช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกครั้งที่มีเหตุลักษณะนี้ แต่วันนี้กลับมีกฎหมายไม่ให้ตนช่วยประชาชนเลย ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน โดยการตั้งศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ช่วยคือต้องช่วยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ส่งตัวแทนของรัฐบาลลงมาดูเฉย ๆ และหลังจากน้ำท่วมแล้วอยากให้รัฐบาลจัดงบประมาณลงมาเยียวยาประชาชนเป็นการด่วน วันนี้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ เสียหาย ขณะที่ประชาชนหาเช้ากินค่ำก็ไม่สามารถออกไปทำงานได้อีก นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลจัดทำแผนฟื้นฟูสาธารณูปโภค และการคมนาคมหลังน้ำลดเป็นการด่วนด้วย

ด้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี เขต 10 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ไปลงพื้นที่พบชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน เราอยากจะช่วยเขาบ้างตามกำลัง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ในขณะที่ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ หาว่าเราไม่ดูแล การไปพบชาวบ้านทุกครั้งเราจึงต้องอธิบายให้ฟัง แต่ชาวบ้านก็รู้สึกว่า เป็น ส.ส.ยังไง ไม่ช่วยเหลือประชาชน นี่คือความลำบากของคนเป็นผู้แทน ยุคกฎเหล็ก 180 วัน ของกฎหมายเลือกตั้ง ที่เมื่อมีเหตุอุทกภัย ภัยพิบัติ ส.ส.พื้นที่ได้แต่มองตากันปริบ ๆ เพราะกฎหมายกำหนดเหมือนมัดมือ ส.ส.ไว้ แต่ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลทำได้ นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้ เปิดสภาฯ ตนจะปรึกษาทางพรรคเพื่อไทย และทุกพรรคการเมือง ขอเสนอแก้กฎหมายมาตรานี้ทันที 

นายเอกชัย ทรงอํานาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปกติเมื่อเกิดน้ำท่วมในพื้นที่จะช่วยเหลือกัน แต่ปีนี้การช่วยเหลือลำบากมาก เพราะเป็นปีที่จะมีการเลือกตั้ง ทำให้ติดปัญหาเรืองการประสานงานให้ความช่วยเหลือ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ นำการช่วยเหลือจากส่วนกลางลงมาโดยเร็ว เพราะพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบจะส่งผลถึงปัญหารายได้ของประชาชนด้วย และหากน้ำท่วมอยู่นานประชาชนจะประสบปัญหาเรื่องอาหารการกินในศูนย์ผู้ประสบภัย รัฐบาลต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้ เพราะผู้แทนราษฎรติดปัญหาจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในข้อนี้ได้

‘ก้าวไกล’ ร่อนแถลง ชี้!! เป็นอีกครั้งที่ประชาชนสิ้นหวัง หลังศาลฯ วินิจฉัย ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯ ยังไม่ถึง 8 ปี

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 2565) พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 8 ปี โดยให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลบังคับใช้

แถลงการณ์พรรคก้าวไกล ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี ‘8 ปี ประยุทธ์’ มีดังนี้

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้ประชาชนไทยรู้สึกสิ้นหวัง

มิใช่สิ้นหวังเพียงเพราะบุคคลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แม้ขาดทั้งความชอบธรรมทางการเมืองและความสามารถในการบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า

แต่สิ้นหวัง เพราะคำวินิจฉัยในวันนี้ยิ่งตอกย้ำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจ ว่าสถาบันตุลาการของบ้านเมืองที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กลับกำลังปกป้องคุ้มครองการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร มากกว่าปกป้องคุ้มครองหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จะตรงกันข้ามกับคำวินิจฉัยตามสามัญสำนึกของประชาชน แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมายาวนานเกินกว่า 8 ปีแล้ว ผ่านการทำรัฐประหารและการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ

ตราบใดที่สังคมไทยยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ก็จะยังถูกใช้เป็น ‘อาวุธ’ ของระบอบการเมืองที่อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง หนทางเดียวในการคืนประเทศให้กับประชาชน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

แม้การเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้พิพากษา พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยมือของตนเอง แต่ตราบใดที่รัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่ถูกรื้อ ประเทศไทยจะยังไม่หลุดพ้นจากวังวนของระบอบรัฐประหาร

เปิดรายชื่อ 6 ตุลาการศาลรธน. ให้ 'บิ๊กตู่' ไปต่อ พร้อม 3 เสียงข้างน้อย ให้พอแค่นี้

(30 ก.ย. 2565) เมื่อเวลา 15.00 น. ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่

ล่าสุดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป

มีรายงานข่าว เผยว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง โดย 6 เสียงข้างมาก ประกอบด้วย 
1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 
2. นายปัญญา อุดชาชน 
3. นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 
4. นายจิรนิติ หะวานนท์ 
5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
และ 6. นายวิรุฬห์ แสงเทียน

ส่วน 3 เสียงข้างน้อย ประกอบด้วย 1. นายนครินทร์​ เมฆไตรรัตน์ 2. นายทวีเกียรติ​ มีนะกนิษฐ์และ 3. นาย​นภดล เทพพิทักษ์


ที่มา: https://www.thaipost.net/hi-light/233091/

'บิ๊กตู่' ฟิตจัด!! กร้าวเดินตามกลยุทธ์ 3 แกนโดยเร็วที่สุด หลังมติคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ไปต่อ!!

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากเจตนารมณ์ของมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกันไม่เกิน 8 ปีนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ นั่นคือวันที่ 6 เมษายน 2560 ดังนั้น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธจึงยังไม่ครบ 8 ปี และยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้อีก ว่า...

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

ผมขอแสดงความเคารพอย่างสูง ต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน สำหรับกำลังใจและความปรารถนาดี ที่มอบให้ผมมาโดยตลอด

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสให้ผมได้พิจารณาและตระหนักมากขึ้นว่า ผมจะต้องใช้เวลาอันมีค่าที่มีอยู่อย่างจำกัดของรัฐบาล ในการติดตามและผลักดันโครงการสำคัญต่างๆ มากมาย ที่ผมได้ริเริ่มเอาไว้ ให้เดินหน้าและเสร็จสมบูรณ์ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับบ้านเมือง และสร้างอนาคตให้กับลูกหลานของเรา

โดยผมจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด และใช้ศักยภาพของผมอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นในภารกิจการพลิกโฉมประเทศ ตามกลยุทธ์ 3 แกน ที่ผมได้เคยกล่าวไว้ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

สำหรับเรื่องการเมือง และประเด็นต่างๆ รายวันนั้น ผมจะมอบให้เป็นหน้าที่ของท่านอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป

เรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ตามกลยุทธ์ 3 แกน ก็คือ การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ ของประเทศให้เสร็จสมบูรณ์ – ทั้งถนน ทางรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ ตลอดจนโครงการอื่น ๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ในการสร้างอนาคตของประเทศ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับประชาชนทั่วประเทศในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำมาค้าขาย การเรียนรู้ และอื่น ๆ ด้วยการเข้าถึงระบบออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง

โครงการต่างๆ เหล่านั้น เป็นโครงการที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนริเริ่มและดำเนินการได้ ในสเกลที่ใหญ่และบูรณาการขนาดนี้ โดยผมได้เริ่มต้นโครงการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไป จนบรรลุผลสำเร็จ และเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ดังนั้นแม้ว่าบางโครงการจะไปเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเวลาของรัฐบาลอื่น ก็จะต้องสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยความเรียบร้อย ไม่ติดขัด หรือมีอุปสรรคอันใด

เพราะโครงการต่างๆ เหล่านั้น มีความสำคัญอย่างที่สุด เป็นเครื่องรับประกันที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเปิดโอกาสให้คนนับล้านๆ คน สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้กับตัวเองได้

'ชัยวุฒิ' วอนหยุดม็อบการเมือง ปล่อยรัฐช่วยน้ำท่วมเต็มที่ ยังมีผู้ประสบภัยจาก 'พายุโนรู' ที่รอการช่วยเหลืออีกมาก

(30 ก.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำภาคกลาง ที่ จ.สิงห์บุรี พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจราชการ พื้นที่ภาคกลาง ในวันจันทร์นี้

โดย รมว.ดีอีเอส กล่าวนำความห่วงใย จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาให้กำลังใจ เเละติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมซึ่งพลเอกประวิตร จะลงพื้นที่ ภาคกลางในวันจันทร์นี้

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันมีผลกระทบในหลายพื้นที่ วันนี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ 'พายุโนรู' รวมถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องเร่งจัดการ ตั้งแต่การให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง หน่วยแพทย์ พยาบาล เข้าถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับผลกระทบจากพายุและน้ำท่วมขัง โดยหากที่พักอาศัยของครอบครัวใดประสบเหตุจากน้ำท่วมหนัก ก็จะมีหน่วยงานเข้าดูแลและเร่งพาไปศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้ ได้กำชับให้เตรียมน้ำ อาหาร ยารักษาโรค ห้องน้ำเคลื่อนที่ 

ขณะเดียวกัน ก็เร่งให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน หากพื้นที่ใดประสบเหตุน้ำท่วมหนัก ก็จะเร่งการเปิดทางระบายน้ำท่วมขังโดยทันที ทั้งนี้หากสถานการณ์คลี่คลายเเล้ว ทางรัฐบาลได้มีการเตรียม มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ให้เร็วที่สุดด้วย พร้อมกับฝากประชาชนว่า รัฐบาลทำงานต่อขอให้มั่นใจใน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าท่านตั้งใจช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และขอร้องกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ว่า ขอให้เห็นใจ ประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ขอให้รัฐบาลได้ทำงานเต็มที่ ในการรับมือน้ำท่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจะดีกว่าการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะที่กฎหมายเลือกตั้งยังไม่เสร็จ 

พท.ออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้ ตัดสินให้ ‘บิ๊กตู่’ อยู่ต่อ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

พท.ออกแถลงการณ์ลั่นไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาล รธน. โวยมีปัญหาความชอบด้วย รธน. ห่วงการตีความที่ไร้หน่วยตรวจสอบได้ ปลุกทุกฝ่ายหาทางออก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคพท.อ่านแถลงการณ์พรรค พท.กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่สิ้นสุดลงว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยตามคำร้องที่ประธานสภาฯ ได้ขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งมาครบ 8 ปีในวันที่ 24 ส.ค. 65 โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่สิ้นสุดลง โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลใช้บังคับนั้น จะเห็นได้ว่าภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าว เชื่อได้ว่าจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักวิชาการและประชาชนในวงกว้าง ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ซึ่งพรรคพท.เคารพในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและผลผูกพันแห่งคำวินิจฉัย แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในเหตุผลแห่งคำวินิจฉัย 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร การตีความต้องยึดตามบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญประกอบกัน เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 264 บัญญัติห้ามการดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี และให้ถือว่าคณะรัฐมนตรีที่มีอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์แม้จะดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ แต่เมื่อถือเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย ข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ลงวันที่ 24 ส.ค. 57 ก็ยังคงมีผลใช้อยู่ต่อเนื่องมาภายหลังวันที่ 6 เม.ย. 60 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ การตัดตอนเอาวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ เป็นวันเริ่มดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ไม่อาจหาตรรกะใดมาอธิบายได้ อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏชัดในบันทึกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนวันรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับรวมด้วย อันถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็รับรู้เป็นการทั่วไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งมาแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 57 ซึ่งครบ 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค. 65

ตร. เตือน เกิดอุบัติเหตุ แล้วหลอกเจ้าหน้าที่ เปลี่ยนตัวคนขับ หนีเป่าเมา หรือหวังหลอกประกัน โทษหนักกว่าที่คิด

วันที่ 30 ก.ย.2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า มีหลายกรณี เมื่อมีอุบัติเหตุรถชนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้ที่แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนละคนกับผู้ขับขี่ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบมักจะพบว่าเหตุที่มีการเปลี่ยนตัวคนขับมักจะมีเหตุมาจาก ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ผู้ขับขี่ขับขี่ขณะเมาสุรา รถคันที่ขับขี่ทำประกันภัยประเภทระบุชื่อคนขับ หรืออาจเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงไม่อยากให้ตนเองตกเป็นผู้ต้องหาจากการทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ที่คิดจะหลอกลวงเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวนที่ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ อ้างว่าตนเอง หรือบุคคลอื่น เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะในขณะเกิดโดยไม่เป็นความจริง เพราะความผิดของท่านจะไม่ได้เพียงข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตาม ป.อาญา มาตรา 137 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พิธีเชิดชูเกียรติ!! มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 

ที่ห้องราชพฤกษ์ ร้านอาหารครัวบุญเลิศ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณพร้อมทั้งมอบของที่ระลึกให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 

พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 23 (ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565) รวมทั้งสิ้น จำนวน 38 นาย ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติและเป็นการตอบแทนในคุณงาม ความดี ของข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ ทุ่มเท สร้างคุณประโยชน์ให้กับหน่วยงานและประเทศชาติมาจนครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ 

โดยมี พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ซี่งในปีนี้ได้เกษียณอายุราชการเช่นเดียวกัน พร้อมได้ขึ้นกล่าวแสดงความยินดี แก่ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งในพิธีครั้งนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ผู้กำกับการ ทั้ง 15 สถานีร่วมในพิธี ตลอดจนได้รับเกียรติจากนาย สุดใจ จิรยาภากร ประธานที่ปรึกษา กต.ตร จังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการ ที่ปรึกษา กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยครอบครัวข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ และข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ เข้าร่วมในพิธี

เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย บริจาคโลหิต น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราชตลอดเดือนตุลาคม 2565

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนพสกนิกรชาวไทย “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช” บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดเดือนตุลาคม 2565

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคมของทุกปี มีวันสำคัญที่ปวงชนชาวไทยระลึกถึงทุกปี คือ วันที่ 23 ตุลาคม หรือวันปิยมหาราช ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา โปรดให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นเป็นแห่งแรก พระราชกรณียกิจด้านการพยาบาลและสาธารณสุข โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาลวังหลัง รวมถึงการปกป้องประเทศจากการสงครามและเสียดินแดน และนำความเจริญสู่สยามประเทศ นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดง” ขึ้นและทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2436 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “สภากาชาดไทย” จวบจนปัจจุบันนี้ 

อีกวันที่พสกนิกรชาวไทยระลึกถึง คือวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อวงการแพทย์ ทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านบริการโลหิต มาอย่างต่อเนื่อง ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top