Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

อินเตอร์ลิ้งค์ฯ คว้ารางวัลเกียรติคุณ องค์กรดีเด่น โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน

คุณวริษา อนันตรัมพร ผู้จัดการทั่วไป เข้ารับรางวัลเกียรติคุณ องค์กรดีเด่น โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ประจำปี 2565 จากคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) นับเป็นการยกย่อง เป็นกำลังใจให้กับนักธุรกิจสตรี และนักวิชาชีพสตรีที่ประสบความสำเร็จ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจจุดประกายให้สตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพในรุ่นต่อไปมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง และธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม และใส่ใจสิ่งแวดล้อมต่อไป

EA ผนึก CFM พันธมิตรใหญ่ในมาเลเซีย ลุยพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

EA ส่ง EA Mobility Holding จับมือพันธมิตร Computer Forms (Malaysia) Berhad (CFM) ลงนาม HOA (Head of Agreement) ลุยพัฒนามาเลเซียสู่การเป็นสังคมไร้คาร์บอน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองในมาเลเซีย ปูทางสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในตัวเมืองลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวันที่ (26 กันยายน 2565) ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อที่จะร่วมลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในประเทศมาเลเซียโดยมี Mr.Datuk Wira Justin Lim Hwa Tat กรรมการบริหาร, Computer Forms (Malaysia) Berhad (CFM) และนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีลงนาม

ณ ปัจจุบันประเทศมาเลเซีย มีนโยบายด้านพลังงานในการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล มุ่งเน้นให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นถึง 37% ตามแผนนโยบายในปี 2022-2040 อีกทั้งการเข้าร่วม COP26 ของทางรัฐบาล เพื่อตอบสนองต่อนโยบายแห่งชาติในเวทีโลก เข้าสู่สังคมไร้มลพิษ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือเพื่อลงทุนพัฒนาระบบการคมนาคมไฟฟ้าแบบครบวงจรในครั้งนี้ โดยทางบริษัท CFM ได้เห็นถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในประเทศไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมเกี่ยวกับการคมนาคมแบบไร้มลพิษ ตั้งแต่การพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เช่น รถโดยสารไฟฟ้า และเรือโดยสารไฟฟ้า และการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งมีเทคโนโลยีระบบ Ultra Fast Charge Technology สามารถอัดประจุไฟฟ้าสู่ยานยนต์ทุกชนิด 80% ในระยะเวลาเพียง 15-20 นาที

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับ CFM เพื่อร่วมลงทุนในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไร้มลพิษ นับเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ EA ที่ได้รับการยอมรับในการนำนวัตกรรม Ultra Fast Charge Technology ของบริษัทฯ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนา และผลิตในประเทศไทย เข้าสู่ตลาดขนส่งมวลชนของประเทศมาเลเซีย ก่อให้เกิดการร่วมลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร่วมกันในอนาคต สามารถผลักดันให้บริษัทขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก และตลาดโลกต่อไปในอนาคต

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 28 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขู่ลั่น!! ถ้า 'ประยุทธ์' ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน

(28 ก.ย. 65) เฟซบุ๊กแฟนเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความว่า

ถ้าประยุทธ์ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน

#ประยุทธ์ออกไป

ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งกลุ่มที่ต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าหากวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งต่อไป จะมีการชุมนุมกันมากขึ้น


ที่มา : https://www.thaipost.net/x-cite-news/231017/

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=405924338392392&set=a.246480224336805&type=3

ครม.อนุมัติ 3.85 พันล้าน พัฒนา ‘สถานีศิริราช’ เป็นทั้งอาคารรักษาพยาบาลและสถานีรถไฟฟ้า

คณะรัฐมนตรี อนุมัติ 3.85 พันล้าน พัฒนาสถานีศิริราชเป็นอาคารรักษาพยาบาลและสถานีรถไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศ เชื่อมรถไฟสายสีแดงอ่อน-รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วยประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็ว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 ว่า ครม.อนุมัติการดำเนินโครงการอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล งบประมาณรวมทั้งสิ้น 3,851.27 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนค่าก่อสร้าง 2,338.27 ล้านบาท ครุภัณฑ์การแพทย์ 1,400 ล้านบาท และงบบุคลากร (หมวดเงินเดือน) 113.01 ล้านบาท โดยขออนุมัติงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 - 2569 จำนวน 2,552.50 ล้านบาท และเงินสมทบจากเงินนอกงบประมาณ จำนวน 1,298.77 ล้านบาท ในลักษณะเป็นเงินอุดหนุน

โครงการนี้เกิดขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช เพื่อให้เป็นสถานีขนส่งมวลชนเพื่อสุขภาพและสาธารณสุขแห่งแรกของประเทศไทย โดยพัฒนาจุดเชื่อมโยงการเดินทางโดยรถไฟฟ้าบริเวณโรงพยาบาลศิริราช จำนวน 2 สถานี คือ สถานีศิริราช รถไฟฟ้าสายสีส้มของ รฟม. และสถานีธนบุรี - ศิริราช รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนของ รฟท. และเพิ่มประโยชน์การใช้งานนอกเหนือจากสถานีรถไฟฟ้าด้วยการบริการรักษาพยาบาล เช่น งานบริการผู้ป่วยนอก งานบริการผู้ป่วยใน งานบริการตรวจผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องพักค้าง เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการเดินทางและลดความแออัดของผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลศิริราชด้วยการเป็น One Stop Service และ Best Integrated Care

นางสาวรัชดา กล่าวว่า โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ รฟท. ซึ่งต่อเนื่องกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี - ศิริราช ช่วงเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน เลียบคลองบางกอกน้อย โดยเป็นการเช่าที่ดินของ รฟท. บนพื้นที่ 4.67 ไร่ (7,456 ตารางเมตร) ระยะเวลาเช่า 30 ปี สำหรับลักษณะของโครงการ เป็นการก่อสร้างอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น รวมความสูงของอาคารเท่ากับ 81 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 51,853 ตารางเมตร แบ่งเป็น 1. พื้นที่โรงพยาบาล 47,537 ตารางเมตร 2. พื้นที่รถไฟสายสีแดงอ่อน 3,410 ตารางเมตร และ3. พื้นที่รถไฟฟ้าสายสีส้ม 906 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถ 79 คัน ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 32 เดือน รวมระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี

'นารา เครปกะเทย' ร่ำไห้แรง คดีอาหารเสริมฯ พ้อหนัก!! ชีวิตพังเพราะคดี "ไม่เหลืออะไรแล้วชีวิตนี้"

‘นารา เครปกะเทย’ ร้องไห้ ชีวิตพัง เพราะคดี "อาหารเสริม ผสมสารอันตราย" บอกไม่รู้ไม่เห็น แต่โดนคนเดียว เสียหายทั้งชื่อเสียง เงินทอง "ถ้ารู้โรงงานใส่สารนี้ หนูจะตบ หนูจะหลอกลวงผู้บริโภคทำไม" ขอความรับผิดชอบจากแบรนด์

ร้องไห้กลางไลฟ์สดแบบชุดใหญ่ สำหรับ ‘นารา เครปกะเทย’ หลัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมเครือข่ายผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ "เสริมอาหาร" ผสมวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 (2-ไดเฟนิลเมทิลโพโรลิดีน) โดย จับกุม นายอนิวัต ประทุมถิ่น อายุ 23 ปี หรือ ‘นารา เครปกะเทย’ เน็ตไอดอลชื่อดัง ในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 (2-ไดเฟนิลเมทิลโพโรลิดีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำทางการค้า"

โดยหลังจากที่มีข่าวออกไปนั้น ‘นารา เครปกะเทย’ ออกมานั่งไลฟ์สด ร้องไห้ ตัดพ้อ ถึงคดี ที่ทำชีวิตพัง ว่า "คนที่ถามว่าขาวขึ้นจริงไหม หนูบอกแล้ว ว่าขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนตลอด ในคลิปไลฟ์สดต่าง ๆ หาดูได้ ถ้าใครไม่อยู่จุดนี้ เจอคอมเมนต์มาก ๆ จะไม่เข้าใจ พอมีข่าวสารเสพติดแบบนี้ คนที่โดนคือหนูคนเดียว ทั้งที่เราไม่รู้เรื่องไม่เห็น เราทำแค่หน้าที่ สุดท้ายคนที่โดน คือหนูคนเดียว เสียหายทั้งชื่อเสียง เสียหายทั้งงาน ขอความรับผิดชอบจากแบรนด์

'รัฐบาล' หนุนทุนวิจัย ผลิต 'เท้าเทียมไดนามิกส์' เตรียมดันให้ผู้พิการใช้ฟรีตามสิทธิรักษาพยาบาล

เมื่อวันที่ (28 ก.ย. 65) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับผู้พิการ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ต้องการให้ผู้พิการทุกคนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ ตลอดจนใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ สามารถนำศักยภาพมาเป็นกำลังสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศ รัฐบาลโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัย ได้ให้ทุนสนับสนุนแก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ และทีมวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการ 'ก้าวใหม่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม' ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยผลิตเท้าเทียมไดนามิกส์นำไปมอบให้กับผู้พิการขาขาดตามโรงพยาบาลกว่า 13 แห่ง จำนวน 67 ขา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการขาขาดให้ดีขึ้น และยังช่วยลดต้นทุนในการนำเข้าเท้าเทียมจากต่างประเทศที่มีราคาสูง

ผบ.ตร.สอน นักเรียนนายสิบตำรวจทั่วประเทศ รับราชการอย่างมีความสุข มีคุณค่า ต้องมีความยุติธรรม เอื้อเฟื้อ เป็นที่พึ่งของประชาชน 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ บรรยายพิเศษ นสต. ทั่วประเทศ 'แนวทางการรับราชการ อย่างมีความสุข และมีคุณค่า' สอนวิชาชีวิต ครองตน ครองคน ครองงาน ต้องเลือกคบเพื่อนดี มีต้นแบบผู้บังคับบัญชาดี เปรียบงานตำรวจสร้างพีระมิด ต้องสามัคคี ย้ำสีกากีต้องทำหน้าที่ รักษาความยุติธรรม ค้ำยันสังคม เป็นที่พึ่งของทุกคน 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2565 ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 (ศฝร.ภ.1) อ.เมือง จว.สระบุรี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ 'แนวทางการรับราชการ อย่างมีความสุข และมีคุณค่า' โดยมี พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1, ศฝร.ภ.1 และนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ทั่วประเทศ รับฟังผ่านระบบออนไลน์

พล.ต.อ.สุวัฒน์ บรรยายแนวทางการดำเนินชีวิต ครองงาน ครองคน ครองชีวิต อย่างมีคุณค่า และมีความสุข โดยบางช่วงบางตอน ผบ.ตร. ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน การตัดสินใจ ในช่วงของการดำรงตำแหน่งต่างๆ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังปรับหลักสูตรนายสิบตำรวจ ให้เรียนภาคปฏิบัติเพิ่มขึ้น เรียนด้านวิชาการน้อยลง เน้นสอนขั้นตอนการทำงาน เช่น ขั้นตอน มาตรฐานการเข้าระงับเหตุ แล้วอธิบายด้วยกฎหมาย ต่างจากปัจจุบันที่สอนกฎหมาย แล้วให้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้การปฏิบัติงานตำรวจ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีนโยบายให้นักเรียนนายสิบตำรวจที่จบใหม่ ปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านอารักขา และควบคุมฝูงชนก่อน เพื่อให้มีความชำนาญด้านยุทธวิธี จากนั้นจะย้ายไปปฏิบัติงานในสถานีตำรวจต่อไป

“ยอมรับว่าตำรวจยุคใหม่ มีพื้นฐานความคิดไม่เหมือนรุ่นเก่าๆ สิ่งที่ต้องฝากเมื่อนักเรียนนายสิบจบออกไป เจออะไรแปลกใหม่ ต้องเรียนรู้ รุ่นพี่บางคนชักจูงเราไปในทางไม่ปลอดภัยในชีวิตราชการ อย่างนี้ต้องระวัง จำไว้ว่าของสองอย่างอยู่ด้วยกันมักดึงดูดกัน จะเลือกเป็นตามสิ่งดี หรือถูกดึงดูดไปทางไม่ดี ต้องเลือกเอง โดยยึดความถูกต้อง ชอบธรรม การคบเพื่อนร่วมงาน ควรหาให้เจอว่าควรคบใครดี หาเจ้านายที่เป็นตัวแบบ มีเพื่อนร่วมงานที่จะพาเรารอดไปทั้งชีวิต หาตัวแบบผู้บังคับบัญชาที่ดี เราอยู่คนเดียวไม่ได้” ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ สอนเรื่องการดำรงชีวิต วางแผนการใช้เงิน ไม่สร้างหนี้ รวมถึงการสร้างครอบครัว ต้องเลือกคู่ชีวิตให้ดี โดยต้องวางแผนการเงินให้ดี หากวางแผนไม่ได้ อย่าก่อหนี้ เช่น เริ่มทำงานก็กู้ทันที ซื้อมอเตอร์ไซค์ ผ่อนบ้าน ใช้หนี้คนอื่น กู้ให้พ่อแม่ ต้องคิดดีๆ การก่อหนี้หากจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ ต้องรู้จักการบริหารเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ แต่ไม่สนับสนุนให้กู้ เรื่องการสร้างครอบครัว การมีคู่ชีวิตภรรยาดี เป็นกัลยาณมิตรในชีวิต ก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพย์สินชีวิต หาคู่ชีวิตที่ช่วยกันส่งเสริมชีวิต  

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ความสำเร็จของชีวิต อยู่ในที่ลำบาก มนุษย์เราชอบอยู่ในคอมฟอร์ตโซน แต่หากอยากทำอะไรสำเร็จต้องออกไปข้างนอก ต้องเรียนรู้พัฒนาตนเอง สร้างยี่ห้อให้ตัวเอง พัฒนา ปรับตัว หาวิธีการทำงาน โลกมีไดนามิกต้องเอาตัวให้รอด ทำงานในหน้าที่ ทำตัวให้มีคุณค่าที่ใครก็อยากใช้งาน และตำรวจยุคใหม่ต้องเท่าทันเทคโนโลยี นำเทคโนโลยีมาใช้ให้งานมีประสิทธิภาพ ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ ยับยั้งชั่งใจ

ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจต้องเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตั้งแต่วันแรก จนวันที่พ้นจากหน้าที่ราชการ อย่าเอาตัวไปเกลือก ไปเสี่ยง ดำรงตนด้วยความยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ มีความพร้อมยุทธวิธี ต้องมีความมั่นคงในความคิด ไม่ยอมให้ตนเองถูกชักจูงออกนอกเส้นทาง โดยพึงจำว่า ประสบการณ์ชีวิตเป็นบทเรียนที่มีค่ามากที่สุด

'ผบช.ภ.7' จัดกองเกียรติยศ ให้ ผบ.ปั๊ด อำลาหน่วยอย่างยิ่งใหญ่ ลั่นจะยึดถือเป็นต้นแบบในการปฏิบัติงานในฐานะผู้นำองค์กร

เมื่อวันอังคารที่ 27 ก.ย. 2565 (เวลาประมาณ 10.00 น.) ที่ กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เนื่องในโอกาสที่ ผบ.ตร.เดินทางมาเยี่ยมอำลาหน่วยตำรวจภูธรภาค 7 ในโอกาสที่เกษียณอายุราชการ

พร้อมด้วยพล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผู้ช่วย ผบ.ตร.,พล.ต.ท.รักษ์จิต  หม้อมงคล ผทค.พิเศษ ตร. รรท.รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.อาทิชา  เปาอินทร์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.ภ.7, ผบก., ผกก. และ ข้าราชตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 เข้าร่วม ต้อนรับ

โดย ผบ.ตร.ได้ขึ้นรับการแสดงความเคารพจากกองเกียรติยศ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ระดับผบก.ขึ้นไป และลงนามในสมุดตรวจเยี่ยมหน่วย

หนุ่มจีนเซ็ง!! ตั้งใจช่วยชีวิตเด็ก แต่กลับโดนทัวร์รุมจวกยับ หลังชาวเน็ตโฟกัสเรื่องอื่นมากกว่า 'การช่วยชีวิต'

ภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน เซี่ยงไฮ้ ที่จับภาพวินาทีชีวิต เด็กหญิงคนหนึ่งโหนเกาะอยู่กับราวบันไดเลื่อน ขณะที่ลำตัวตัวห้อยอยู่ด้านนอก จนคนที่เห็นก็รู้ว่า เด็กอาจจะร่วงลงสู่ด้านล่างได้ตลอดเวลา

ขณะที่เด็กผู้ชายอีกคนที่อยู่บนบันไดเลื่อน น่าจะเป็นครอบครัวของเด็กหญิง รีบวิ่งไปตะโกนเรียกให้คนมาช่วยเด็ก และแล้วก็ได้มีชายสองคน วิ่งเข้ามาช่วยดึงร่างเด็กหญิงขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

เรื่องราวดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ของประเทศจีนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงชื่นชมพลเมืองดีชายสองคนที่ช่วยชีวิตเด็กหญิงไว้ได้ทันท่วงที 

>> แต่ก็ไม่พ้นที่จะต้องมีอีกด้านที่แสดงความคิดเห็นจวกยับ จับผิดการกระทำ !!

โดยคนกลุ่มนี้ไปจับจ้องว่า ตอนที่ดึงร่างของเด็กขึ้นมา ชายพลเมืองดีใช้มือจับตรงบั้นท้ายและอาจจะถูกที่ลับของเด็กหญิง จนมีคนกล่าวหาว่าเขาเจตนาจะล่วงเกินเด็กหรือไม่ และกล่าวอีกด้วยว่านี่ไม่เหมาะสมอย่างมากต่อการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายของตัวเด็กหญิงแบบนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top