Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

รองผบ.ตร. สั่งตำรวจพร้อมช่วยเหลือประชาชน รับพายุ 'โนรู ' (NORU) ที่จ่อเข้าไทยสัปดาห์นี้ 

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุไต้ฝุ่น 'โนรู' (NORU) ฉบับที่ 4 (251/2565) ที่มีศูนย์กลางบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออกของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม ในช่วงวันที่ 27-28 ก.ย. 65 และมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณภาคอีสาน ด้านตะวันออกของไทย ประกอบกับร่องมรสุมที่ปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย กำลังแรงขึ้น จึงทำให้มีฝนตกหนักทั่วประเทศ ในห้วง 28 ก.ย. - 1 ต.ค. 2565 จึงให้ประชาชนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉบับพลัน 

วันนี้ (27 ก.ย. 65) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ผบ.ตร. มีความห่วงใยในสถานการณ์ ดังกล่าว จึงสั่งกำชับให้ทุกหน่วย บช.น., ภ.1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม แผนเผชิญเหตุปฏิบัติการช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง ป้องกันภัยจังหวัด และกรมทางหลวงในเรื่องถนนหนทาง ย้ำตำรวจ ตชด.คอยติดตามข่าวสารเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามพื้นที่เสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากตามแนวภูเขา

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่น ป.ป.ช. สอบ ‘ประยุทธ์’ และพวก ใช้งบกลางไม่ตรงวัตถุประสงค์ - ปล่อยปละละเลยไม่ติดตามทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง 2,000 ล้าน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, นายวัชรา วังขนาย เลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส. และประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพวก โดยกล่าวหา 2 กรณี ดังนี้ 

1.) กรณีอนุมัติงบกลางและเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินผิดวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ โดยกล่าวหาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 7 คน ประกอบด้วย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 3 คน และนักการเมืองอีก 2 คน ในข้อกล่าวหาว่าอาจมีการทุจริตไม่ชอบมาพากลในการอนุมัติงบกลาง 2,054 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์และไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ใช้งบประมาณซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมิใช่เรื่องเร่งด่วน การใช้งบประมาณดังกล่าวมิได้เป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ เช่น เรื่องระยะเวลาการอบรม 2 วัน มีค่าใช้จ่ายพักค้างคืนและค่าอาหาร 4 มื้อ แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าอบรมเพียงครึ่งวันและได้อาหารแค่ 1 มื้อ เป็นต้น

2.) กรณีจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยกล่าวหา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ อคส. ในข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยไม่ติดตามดำเนินการอายัดเงินจำนวน 2,000 ล้านบาท กรณีการจัดซื้อถุงมือยางของ อคส.แต่เพิกเฉย ไม่ได้สั่งการใดๆ 

'ดร.ธรณ์' ชี้ น้ำยิ่งร้อน 'ไต้ฝุ่นโนรู' ยิ่งแรง แนะ!! ลิสต์ worst-case เตรียมทางหนีทีไล่

(27 ก.ย. 65) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ว่า ดูภาพดาวเทียมล่าสุดของไต้ฝุ่นโนรูแล้วเริ่มหนักใจ พายุทวีกำลังมากขึ้นในทะเลก่อนเข้าสู่ชายฝั่งเวียดนาม

เหตุผลสำคัญคือน้ำทะเลในทะเลจีนใต้ร้อน ผมดูจากข้อมูลทุ่นกระแสสมุทรและจากที่อื่น ๆ ช่วงนี้อยู่ที่ 29-30 องศา น้ำร้อนมีผลโดยตรงกับไต้ฝุ่น น้ำยิ่งร้อนยิ่งส่งพลังงานให้พายุแรงขึ้น

น้ำร้อนยังทำให้ไอน้ำมากขึ้น ฝนย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

เวียดนามเพื่อนบ้านเราเตรียมตัวแล้ว ของเขาเจอเต็ม ๆ ต้องอพยพกันยกใหญ่

แต่เราก็ประมาทไม่ได้เพราะคงเจอฝนหนักในบริเวณกว้าง จะอพยพล่วงหน้านาน ๆ ก็ยากหน่อยเพราะเดาไม่ถูกว่าตกกระหน่ำตรงไหนบ้าง ต้องใช้การเฝ้าระวังและเตือนภัยในช่วงสั้น ๆ

เพราะฉะนั้น จึงอยากให้เพื่อนธรณ์เตรียมตัวไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่คาดว่าฝนหนัก เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง ฯลฯ ที่คงตามข่าวจากหลายช่องทางได้

ใครอยู่ในที่เสี่ยง เช่น ใกล้แม่น้ำลำคลอง ใกล้ทางน้ำที่ลงมาจากเขา ต้องเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้า น้ำป่ามาเร็วครับ

ดินถล่มยังเป็นอีกภัยต้องระวัง ใครอยู่ริมทางชัน ร่องเขา เตรียมตัวให้พร้อม

การเตรียมตัวให้มากที่สุดเป็นเรื่องสมควร ต่อให้ไม่เกิดอะไรก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิด เรารอดได้เพราะการเตรียมตัวนี่แหละครับ

หลักการง่าย ๆ ของการบริหารความเสี่ยงคือ Worst-case scenario คิดในทางเลวร้ายที่สุดเข้าไว้

น้ำทะลักเข้าบ้าน รถเราจะจมไหม ไฟฟ้าดูดไหม เด็กเล็กคนแก่ไปอยู่ไหน เรามีน้ำกินข้าวกินหลายวันหรือไม่ ไฟดับทำไง มือถือชาร์จเต็มไหม ทางขาดต้องติดอยู่หลายวันเอาไงดี ฯลฯ

ยังรวมถึงการบอกคนอื่นว่าเราอยู่ไหน เกิดอะไรจะติดต่อกันได้ ช่วยกันทัน โดยเฉพาะคนที่ไม่อยู่บ้าน ไปเที่ยวเข้าป่า ฯลฯ ต้องบอกให้คนอื่นทราบ

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำได้ โดยเริ่มจากนั่งนิ่งๆ แล้วค่อยๆ คิด worst-case ที่อาจเกิดกับเรา ลองลิสต์ไว้เป็นข้อ ๆ ก็ได้ครับ แล้วค่อยให้น้ำหนักว่าอะไรสำคัญกว่ากัน

จับหัวโจกและสมาชิกแก๊งหาดวัดใต้ ก่อเหตุรุมทำร้ายคู่อริ พบเกี่ยวข้องกับกลุ่มยิงอาวุธสงครามกลางเมือง

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 65 สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ได้นำเสนอคลิปวิดีโอ เกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณร้านอาหารซิ๊กตี้นายบาร์ เลขที่ 69 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน ได้พังประตูร้านเข้าไปทำร้ายร่างกาย น.ส.จุฑามาศ หรือจูน คชนะ อายุ 23 ปี, นายปฏิวัติ บุญเสนอ อายุ 19 ปี และนายสุรวิสิฐ หรือโก้ วิจิตรพณิชยากุล อายุ 33 ปี พร้อมกับทำลายกล้องวงจรปิดภายในร้าน และนำฮาร์ดดิสของกล้องวงจรปิดของร้านที่เกิดเหตุไปด้วย 

โดยกลุ่มชายดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับแก๊งเอกมัยหรือแก๊งหาดวัดใต้ ที่เคยใช้อาวุธปืนสงครามยิงต่อสู้กับแก๊งคู่อริ มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ปรากฎเป็นข่าวดังเมื่อประมาณ เดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา นั้น
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ลดความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจต่อหน้าประชาชนเป็นจำนวนมาก และยังมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มแก๊งค์ที่เคยใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงถล่มกันใน พื้นที่ จ.อุบลราชธานี 

โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 และพล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย จากการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบสวนปากคำผู้เสียหาย ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุ มีนายเอกรินทร์ หรือ เสี่ยเอก เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยมีสาเหตุเกิดจาก น.ส.จุฑามาศฯ ผู้เสียหาย มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับหญิงคนสนิทของเสี่ยเอก ทำให้เสี่ยเอกโกรธแค้นยกพวกมารุมทำร้าย น.ส.จุฑามาศฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.) นายเอกรินทร์ หรือเอก สุนทราเมธากุล อายุ 45 ปี ที่อยู่ 33 ถ.ห่อบำรุ่ง ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 
2.) นายกิรินทร์ หรือเดียร์ เกลียวทอง อายุ 25 ปี ที่อยู่ 31/2 ซอยสุขาอุปถัมป์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
3.) นายอรรถพล หรืออิฐ ทัศน์ศรี อายุ 30 ปี ที่อยู่ 41/3 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
4.) นายยศกฤศ หรือเต๋า ตุยาสัย อายุ 29 ปี ที่อยู่ 97 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
5.) นายวุฒิพงศ์ หรือบัวขาว ทองบ่อ อายุ 27 ปี ที่อยู่ 140 ม.5 ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
6.) นายสุรชาติ หรือหนุ่ย ตุยาสัย อายุ 27 ปี ที่อยู่ 97 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
7.) นายชุมพร หรือเหลื่อม สะอาด อายุ 32 ปี ที่อยู่ 64 ม.8 ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 

โดยกล่าวหาว่า ปล้นทรัพย์ และร่วมกันบุกรุกเคหสถานโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย, โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ในเวลากลางคืนและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และซ่องโจร

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นอีกคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชน กลุ่มผู้ก่อเหตุลงมือกระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงกันกลางเมืองอุบลราชธานีมาแล้ว เชื่อว่ายังมีผู้ก่อเหตุอยู่อีก 

ดังนั้นจึงต้องเร่งขยายผลจับกุมตัวมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดให้หมดทุกราย ซึ่งหลังจากนี้จะสั่งการให้ทางภ.จว.อุบลราชธานี มีมาตรการในการป้องกันเหตุลักษณะเช่นนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุรุนแรงเกิดซ้ำรอยขึ้นมาได้อีก พี่น้องประชาชนชาวอุบลราชธานีจะได้อยู่กันโดยสงบสุข มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่านี้ ลดความหวาดกลัวภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด 

วิทยุการบินฯ เปิดใช้งานระบบบริหารจราจรทางอากาศใหม่ ครบทั่วประเทศ ล่าสุดที่ศูนย์ฯ หัวหิน

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้ถ่ายโอนระบบควบคุมจราจรทางอากาศสู่ระบบใหม่ ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการการเดินอากาศ (Thailand Modernization CNS/ATM System หรือ TMCS) เพื่อเพิ่มศักยภาพและความปลอดภัยทางการบิน โดยศูนย์ควบคุมการบินหัวหิน เป็นแห่งสุดท้ายที่ถ่ายโอนสู่ระบบใหม่ เกิดการเชื่อมโยงการใช้งานระบบ TMCS โดยสมบูรณ์ทั่วประเทศ 

ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า “วิทยุการบินฯ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการการเดินอากาศ หรือ TMCS ซึ่งเป็นโครงการติดตั้งระบบควบคุมจราจรทางอากาศระบบใหม่แทนระบบเดิม ถือเป็นการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีระบบบริการการเดินอากาศครั้งใหญ่ของประเทศไทย ให้ทันสมัย มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานไปยังเครือข่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อีกทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการ รวมถึงเพิ่มศักยภาพระบบบริการการเดินอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการบินโลก”

ดร.ณพศิษฏ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “วิทยุการบินฯ ได้เริ่มเปิดให้บริการจราจรทางอากาศด้วยระบบ TMCS ที่สนามบินเชียงใหม่เป็นแห่งแรก ตั้งแต่ปี 2562 หลังจากนั้นได้ขยายการใช้งานระบบใหม่นี้ไปยังศูนย์ควบคุมการบิน ทั่วประเทศ โดยศูนย์ควบคุมการบินหัวหิน เป็นส่วนงานสุดท้ายที่ทำการถ่ายโอนระบบ และได้มีการนำระบบ TMCS มาใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2565 นับว่าเป็นฟันเฟืองส่วนสุดท้ายที่มาเติมเต็มความพร้อมของวิทยุการบินฯ ที่จะให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศระบบใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ” 

'บิ๊กตู่' ยัน!! ทหารทุกเหล่าทัพ หนุนรัฐบาล รับมือ 'พายุโนรู' ย้ำ!! ต้องอยู่ช่วยประชาชนในพื้นที่จนกว่าน้ำจะลด

โฆษก กห. เปิดเผยว่า กห. โดยทุกเหล่าทัพ ที่มีหน่วยทหารในพื้นที่ 25 จว.ที่ประสบอุทกภัย ยังคงกำลังพล เครื่องมือช่าง ทำงานร่วมกับจิตอาสาและหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องมา โดยเฉพาะ การเร่งช่วยกันบรรจุกระสอบทรายจัดทำคันกั้นน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน การเบี่ยงทางน้ำและการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมทั้งการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ การอำนวยความสะดวกการสัญจรและการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กห. ได้ย้ำสั่งการให้ทุกเหล่าทัพ เตรียมกำลังและเครื่องมือช่าง พร้อมหนุนเสริมให้การช่วยเหลือทุกจังหวัด รับมือกับ “พายุโนรู” โดยให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชนให้ทันเหตุการณ์และเข้าไปช่วยเหลือให้ทั่วถึงไม่ซ้ำซ้อน  พร้อมย้ำให้อยู่กับประชาชนในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับในพื้นที่ กทม.และ จว.ปริมณฑล หน่วยทหารจากทุกเหล่าทัพ ยังคงสนับสนุน กทม.และจว.ปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมรับมือจากมวลน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เอ่อล้นมากขึ้น จากปรับการระบายน้ำ โดยอยู่ระหว่างเร่งกรอกกระสอบทรายเสริมความแกร่งคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา การเร่งดูดและผลักดันน้ำออกจากพื้นที่เก็บกักน้ำและคูคลอง รวมทั้งการกำจัดขยะวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำจำนวนมากในลำน้ำสายหลักและรอง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการระบายน้ำ

ร้อง 'ปอท.' ฟัน 4 นักร้องดังนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมฯ เชื่อ!! ลงเอยด้วยการขอโทษ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์

(27 ก.ย. 65) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน กทม. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ปรัญญา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. ร้องขอให้ตรวจสอบดำเนินการหาข้อเท็จจริงและคดีตามกระบวนการกฎหมาย การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา 114 และ 115 ของนักร้องจำนวน 4 คน ที่ได้ร่วมกันแสดงคอนเสิร์ต 'สี่แยกปากหวาน ตอน Will survive #สู้ตายเราต้องรอด' เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีค่าเข้าชม บัตรการแสดงราคาสูงสุด ใบละ 4,000 บาท

โดยนักร้องทั้ง 4 ท่าน ได้แต่งเพลงพิเศษจำนวน 2 เพลงในการแสดงสดวันนั้น และ นำลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ TikTok และ ระบบคอมพิวเตอร์ในยูทูป และนำมาลงในเฟซบุ๊กบางส่วน ที่เป็นระบบสาธารณะมีประชาชนเข้าถึงได้แบบไม่จำกัด ซึ่งประเทศไทยมีผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์กว่า 120 ล้านรายชื่อ และ สามารถรับชมได้ทั่วโลก 

ทั้งนี้ ในรายละเอียดของเนื้อเพลงที่แต่งขึ้นมาเป็นพิเศษจำนวน 2 เพลงนั้น มีข้อความ แซะ ด่าทอ ใส่ร้ายด้วยความเท็จ ต่อรัฐบาล และ ผู้บริหารประเทศ เป็นลำดับ ตลอดเวลา ที่ไม่จริง และ นำความจริงมาไม่หมด บิดเบือน สร้างความเสียหายวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้ จากข้อมูลที่มีการแสดง แล้วนำมาลงในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น...

1.) เนื้อเพลงที่ระบุว่า "ประเทศเรากำลังจะพัง" แต่ลูกค้าการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องทั้ง 4 ท่านนี้ บัตรเต็ม มีผู้เข้าชมเต็ม และบัตรการแสดงราคาสูงสุดของบัตรคือ 4,000 บาท 

2.) พวกนี้รวย เป็นที่สนใจในยุคประยุทธ์ ทั้งนั้น

3.) รัฐบาลเผด็จการ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 

4.) สร้างหนี้ก่อนโต 

5.) งานไม่ทำ หมายถึงรัฐบาลไม่ทำงาน หากรัฐบาลไม่ทำงานแล้วพวกนักร้องจะมาแสดงคอนเสิร์ตเก็บบัตรราคา 4,000 บาท 

6.) นาฬิกายังไม่คืน 

7.) ผู้นำไม่ตื่น 

8.) เวลา 8 ปีไม่มีความหมาย 

9.) ชอบแจกเงิน เหมือนกูเป็นขอทาน

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า การแสดงนักร้อง ทั้ง 4 ท่านนั้น มีประชาชนเข้าไปชมการแสดง มีการนำการแสดงเหล่านี้มาลงในระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า TikTok ยูทูป เฟซบุ๊ก และอื่นๆ ในระบบสาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้แบบไม่มีขอบเขตจำกัด และ ข้อความที่นำไปลงนั้น ก็บิดเบือน นำไปลงไม่หมด เป็นความเท็จ ใส่ร้าย ด้วยความสนุกสนานไม่รับผิดชอบ ทั้งๆ ที่สามารถนำเรื่องอื่นๆ ไปทำการแสดงได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และทำให้ใครหรือประเทศผู้บริหารประเทศเสีย อันจะนำมาสู่ความวุ่นวาย

'บิ๊กป้อม' ฟุ้งคุย 'บิ๊กตู่' ทุกวัน บอก 'ดีใจ' หาก 'ประยุทธ์' กลับมา

(27 ก.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอธิรัช รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ยืนขนาบข้างด้วย 

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม สภาเครือข่ายประชาชนอีสานและสภาประชาชน 4 ภาค ที่ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ได้ขึ้นป้ายสนับสนุนบอกรักลุงป้อม  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่เห็นและไม่ได้ดู ส่วนที่มีการขึ้นป้ายรักลุงป้อมนั้นพล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ก็มีทั้งคนรักผมและคนที่เกลียดผม ซึ่งก็เป็นธรรมดามีทั้งรักมีทั้งเกลียดนั่นแหละ คนที่เกลียดก็เกลียดไปไม่ว่าอะไรหรอก" เมื่อถามย้ำว่าการปักหลักปิดถนนจะทำได้นานแค่ไหนเพราะส่งผลต่อการจราจรบริเวณโดยรอบและใกล้เคียงพลเอกประวิตรกล่าวว่า "เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว"

เมื่อถามว่าในวันที่ 30 ก.ย. นี้ มีข่าวว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว มีการเตรียมรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่า "ไม่มี ในรายงานด้านการข่าวก็ยังไม่มีรายงานอะไรเข้ามา ยืนยันว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังปกติดี"

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "อุ้ย! คุยทุกวันอยู่แล้ว" เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วงและกังวลอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่กังวลอะไรสักเรื่อง"

เมื่อถามว่าในวันที่ 30 ก.ย. จะนั่งรอฟังการวินิจฉัยวาระ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ที่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ตนก็ทำงานตามปกติ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำงานของท่านตามปกติ" เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "คุณต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ดีกว่า อย่ามาถามตน ยืนยันว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย คุยกันเรื่องส่วนตัว ตนจะไปคุยอะไรกัน"

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 30 ก.ย. นี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลยังสามารถทำงานต่อไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่มีอะไร" เมื่อถามย้ำว่าหลัง 30 ก.ย.รัฐบาลยังเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็เดินหน้า มันมีอย่างไรก็ทำอย่างนั้น"

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าประชุม ครม.ปกติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ประชุมอยู่แล้วทุกครั้ง โดยประชุมออนไลน์" เมื่อถามว่าคิดว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ผ่านไปด้วยดี ทุกอย่างปกติ ไม่มีอะไร เลือกตั้งก็ปกติทุกอย่าง แล้วไปเอาที่ไหนมาว่าจะไม่มี"

ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่ารัฐมนตรีที่ยืนข้าง ๆ ท่านพูด ทำให้นายชัยวุฒิที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยิ้มแหย ๆ ขณะที่นายสันติ และนายอธิรัฐ ได้หัวเราะ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรปรายตามองแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

รัฐขยายระยะเวลาบรรเทาค่าใช้จ่าย 'น้ำ-ไฟ' ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 7 เดือน

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2565 - เมษายน 2566 (7 เดือน) โดยใช้งบประมาณจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จํานวน 1,933.05 ล้านบาท แบ่งเป็นสนับสนุนค่าไฟฟ้า จํานวน 1,786.05 ล้านบาท ช่วยเหลือประมาณ 810,000 ครัวเรือน และงบประมาณสนับสนุนค่าน้ำประปา จํานวน 147 ล้านบาท ช่วยเหลือประมาณ 210,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา มีรายละเอียดดังนี้...

>> ค่าไฟฟ้า
1.) กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
2.) กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิ์ตามมาตรการนี้ ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน 
3.) กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กําหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระ ค่าไฟฟ้าทั้งหมด 

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐเตรียมพร้อมรับมือ 'ไต้ฝุ่นโนรู' แจง 9 ข้อรัฐควรรู้ พร้อมแนะ 5 แนวทางที่ต้องเตรียมการ

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐบาลตื่นรับมือพายุโนรูเข้าไทย เหตุฝนจะตกหนักเพิ่มน้ำนับแสนลูกบาศก์เมตร เขื่อนใหญ่ไม่พอรับน้ำ กระทบคนไทยครึ่งประเทศ แนะตั้งวอร์รูมต้องทำจริงจัง ประกาศหยุดราชการ เตรียมทหาร ตำรวจ ประจำการช่วยประชาชน

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคนแรกของประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องเตรียมการรับมือกับพายุโนรูที่จะสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลที่รัฐบาลควรรู้ ได้แก่

1.) พายุโนรูจะเป็นพายุโซนร้อนที่ใหญ่ที่สุดลูกหนึ่ง นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยเคยประสบมา 

2.) ขนาดของพายุลูกนี้ ครอบคลุมเนื้อที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รวมพื้นที่ทั้งหมดครึ่งหนึ่งของประเทศ หรือมากกว่า 250,000 ตารางกิโลเมตร

3.) ด้วยขนาดของพายุที่ครอบคลุมเนื้อที่ขนาดใหญ่ จะกระทบกับพี่น้องประชาชน 30-35 ล้านคน 

4.) พายุโนรูจะอยู่ในประเทศไทย 3-5 วัน โดยจะทำให้ฝนตกหนัก 100-300 มิลลิเมตรหรือมากกว่าในบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนที่สูงมาก

5.) ปริมาณฝนดังกล่าวจะเพิ่มน้ำท่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล 10 เขื่อน 

6.) แม้เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ จะมีความสามารถรับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร และระบบน้ำในภาคเหนือ รับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้พื้นที่ภาคกลางอิ่มตัวแล้ว ไม่มีความสามารถซึมน้ำได้อีก ดังนั้นปริมาณน้ำฝน 100,000 มิลลิเมตร จะมีน้ำเหลือไหลลงสู่ภาคกลาง 70,000-80,000 ลูกบาศก์เมตร และบางพื้นที่น้ำจะไหลบ่าลงมาในลักษณะหน้ากระดาน 

7.) พายุลูกนี้ เป็นพายุลูกที่ 16 แต่เป็นพายุที่ให้น้ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อผสมความชื้นในทะเลจีนตอนใต้ และมีร่องมรสุมในพาดผ่านตรงกลาง มีหน้าที่เป็นกับดักความชื้นที่ถูกป้อนจากมหาสมุทร รัฐบาลจึงต้องเร่งเตรียมการ 

8.) ปริมาณน้ำจากพายุโนรู จะไหลลงสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงเวลาเดียวกันกับน้ำทะเลขึ้นสูง ซึ่งยากต่อการระบายเป็นอย่างมาก

9.) เชื่อว่าจะมีพายุเข้ามาอีก 1-3 ลูก แต่ความรุนแรงน้อยกว่า

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องเตรียมการ 5 ข้อ ได้แก่

1.) ต้องเตรียมการเผชิญเหตุภายในอีก 24 ชั่วโมง โดยต้องทุ่มเทสรรพกำลังในการเผชิญเหตุใน 5 ข้อ
1.1. ตั้งหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล 
1.2. เรียกทหารประจำการกระจายไปในตำบล เพื่อช่วยเหลือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการเผชิญเหตุ
1.3. จัดเตรียมเครื่องมือในการเผชิญเหตุให้พร้อม เช่น เรือบด เชือก ฯลฯ
1.4. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น พื้นที่ราบ ควรใช้ทหาร ส่วนพื้นที่บนเขา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานและกรมป่าไม้ ประจำการในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ประชาชน
1.5. ตำรวจ ให้อยู่ในเมืองอย่างเดียว 

2.) เมื่อผ่านระยะ 3 วันไปแล้วจะเป็นระยะค้นหา ช่วยเหลือ 
2.1. เตรียมการอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อม เช่น เรือ เฮลิคอร์ปเตอร์ อุปกรณ์ให้กับกลุ่มงานทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น 

3.) ระยะการฟื้นฟู ต้องทำ 6 เรื่อง
3.1. นำบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาช่วย
3.2. นำบุคลากรด้านสาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือ รักษาโรคที่เกิดจากน้ำนิ่ง
3.3. ส่งของใช้อุปโภคบริโภคให้ประชาชน
3.4. ใช้โรงเรียนและวัดให้เป็นประโยชน์
3.5. นำทหารจากหน่วยช่าง เพื่อซ่อมแซมสาธารณประโยชน์
3.6. ให้กรมทางหลวงชนบทและกรมชลประทานซ่อมแซมสาธารณูปโภค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top