Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

ครม.ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมีผล 1 ต.ค. สูงสุด 356 บาท ต่ำสุด 328 บาทต่อวัน

เคาะแล้ว!! ครม. ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ มีผล 1 ต.ค.นี้ 

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (13 ก.ย.) เห็นชอบการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2565 ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง และกระทรวงแรงงานได้มีการพิจารณาและเสนอ ครม.เห็นชอบ โดยเป็นการปรับขึ้นประมาณ 5% 

โดยได้ข้อสรุปร่วมกันในการปรับขึ้นซึ่งแบ่งเป็น 9 อัตรา ได้แก่ 

1) ค่าจ้าง 354 บาท มี 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต 

2) ค่าจ้าง 353 บาท มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร 

3) ค่าจ้าง 345 บาท มี 1 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา 

4) ค่าจ้าง 343 บาท มี 1 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา

Smart University สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช โชว์ล้ำ!! เปิดนิทรรศการออนไลน์ Virtual Exhibition 360°

สุดล้ำ ไม่ซ้ำใคร สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดทรรศการให้ความรู้ เผยแพร่ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์การศึกษา ประจำปี 2565 โดยนำเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศสมัยใหม่ เข้ามาประยุกต์เพื่อสร้างเป็นนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition)

เมื่อไม่นานมานี้ 'สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช' ได้จัดให้มีนิทรรศการให้ความรู้ และเผยแพร่ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์การศึกษาให้กับประชาชนและบุคคลทั่วไปในทุกๆ ปี โดยในปีพุทธศักราช 2565 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศสมัยใหม่ เข้ามาใช้สนับสนุนการจัดนิทรรศการ โดยเป็นการจำลองการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ที่ผู้เข้าชมสามารถเข้าเยี่ยมชมและรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ในระบบออนไลน์ เสมือนเข้าชมนิทรรศการในสถานที่จริง 

นอกจากนี้ ยังเป็นการสอดรับกับบริบทสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด (Covid-19) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงเป็นการดำเนินงานในความปกติใหม่ (New Normal) ที่มิติของการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ สามารถเกิดขึ้นได้ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมโยงของสังคมแบบไร้ขีดจำกัด ที่เป็นตัวแปรสำคัญของการก้าวไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ที่เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง

'ฝรั่งเศส' ประกาศดับไฟหอไอเฟลเร็วขึ้น 1 ชม. เนื่องจากเจอวิกฤติด้านพลังงานอย่างรุนแรง

ยุโรปกำลังอยู่ในขั้นประหยัดพลังงงานกันยกใหญ่ ล่าสุดทางฝรั่งเศสก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ร่วมประหยัดด้วยเช่นกัน โดยการประกาศดับไฟหอไอเฟลเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานด้วยเช่นกัน

ศาลากลางกรุงปารีสคาดว่าจะเสนอเรื่องในสัปดาห์นี้ว่า หอคอยแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในโลกควรจะดับไฟเร็วกว่าปกติมากกว่า 1 ชั่วโมง เนื่องจากยุโรปต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ทั้งนี้ ตามปกติหอไอเฟลจะส่องสว่างในเวลากลางคืนจนถึงตี 1 ด้วยระบบไฟแสงสีทองอันวิจิตรตระการตา รวมทั้งจะส่องแสงระยิบระยับเป็นเวลา 5 นาทีต่อ 1 ชั่วโมงตั้งแต่พลบค่ำ โดยใช้หลอดไฟกะพริบจำนวน 20,000 ดวง

ทางการคาดว่าจะเสนอให้ดับไฟหอคอยในเวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อผู้เยี่ยมชมคนสุดท้ายออกไป ซึ่งหมายความว่าไฟบนหอคอยจะไม่กะพริบในตอนเที่ยงคืนอีกต่อไป

ฌอง ฟรองซัวร์ มาติน หัวหน้าฝ่ายบริหารของหอคอยกล่าวว่า “มันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความตระหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน”

ทั้งนี้ แสงสว่างในเวลากลางคืนของหอคอยคิดเป็น 4% ของการใช้พลังงานประจำปี โดยหน่วยงานในเมืองอื่น ๆ กำลังลดแสงของสถานที่สำคัญในเวลากลางคืนด้วยเช่นกันอาทิ พระราชวังฟาโร เมืองมาร์กเซย ก็จะปิดไฟก่อนสิ้นเดือนกันยายนเพื่อประหยัดพลังงาน

ในขณะที่กรุงเบอร์ลินตลอดฤดูร้อนนี้ แสงไฟของอนุสาวรีย์หลายแห่งในเวลากลางคืนอย่างเสาชัยชนะ กรุงเบอร์ลิน โบสถ์อนุสรณ์ไคเซอร์วิลเฮ็ล์ม และพิพิธภัณฑ์ชาวยิว ก็ถูกลดเวลาเปิดไฟไปตาม ๆ กัน

นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสยังเตรียมลดการบริการรถไฟเพื่อประหยัดพลังงานอีกด้วย ตามรายงานพิเศษของหนังสือพิมพ์เลอ ปาคิเซียง ระบุว่า รัฐได้สั่งให้บริษัทรถไฟแห่งชาติ SNCF พิจารณาลดจำนวนรถไฟลง

พท. ซัด 8 ปี หลังรัฐประหารทำไทยเสื่อมถอย ชี้ ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น เหตุผู้นำไร้วิสัยทัศน์

พิชัย นริพทะพันธุ์ ซัด 8 ปี หลังรัฐประหาร ทำภาพลักษณ์ประเทศเสื่อม เศรษฐกิจแย่ ชี้ ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น เหตุจากคอร์รัปชั่น ซ้ำร้ายยังได้ผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ไม่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

(13 ก.ย. 2565) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตลอด 8 ปีหลังการทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในปัจจุบันนี้ ประเทศได้เสื่อมถอยลงทั้งการค้า การลงทุน ความเจริญทางเศรษฐกิจ แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปก็ยังมีกระบวนการสืบทอดอำนาจเพื่อให้ตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อยู่ต่อเพื่อรักษาอำนาจ จนประเทศไทยวันนี้กลายเป็นคนป่วยของอาเซียน และจะยิ่งป่วยหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ

พรรคเพื่อไทย กังวลถึงภาพลักษณ์ประเทศที่เสื่อมถอยหนักมาก จึงขอแสดงข้อกังวล 9 ข้อ ฝากไปยังรัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาเพื่อให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังสะดุดอยู่ในขณะนี้กลับฟื้นคืนโดยเร็ว โดยปัญหาทั้ง 9 ข้อนี้ได้แก่

1. ประเทศไทยยังมีโอกาสเกิดการปฏิวัติรัฐประหารได้อีก ซึ่งต่างประเทศก็เห็นปัญหานี้ ในอนาคตต้องไม่มีการปฏิวัติอีกแล้ว

2. กระบวนการยุติธรรมไทยขาด หลักนิติธรรม หรือ The Rule of Law คือ การปกครองโดยกฎหมายซึ่งเป็นธรรม ต้องยอมรับความจริงว่าระบบยุติธรรมไทยในสายตาต่างชาติดูย่ำแย่ ความน่าเชื่อถือตกต่ำ

3. เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุด จนกลายเป็นคนป่วยของเอเชีย ตั้งแต่ก่อนมีการระบาดของไวรัสโควิด และป่วยหนักยิ่งขึ้นเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ไวรัสโควิด ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่น่าสนใจลงทุนและยังเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง

4. เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าที่สุด หลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤติโควิด เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่ตกลงมา แต่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ายังไม่ถึงที่ตกลงมา

5. ระบบราชการล้าสมัย เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ควรต้องเปลี่ยนเป็น Digital Transformation

‘ปลอดประสพ’ สะท้อน 6 ปัญหาทำน้ำท่วมทั่วไทย พร้อมเปิด 6 ทางออกแก้น้ำท่วมในกรุงเทพฯ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เป็นเพราะผู้ใหญ่ในบ้านเมืองละเลยในเรื่องหลักการสำคัญ 6 ข้อ 

1.) เรื่องน้ำเป็นงานในระดับยุทธศาสตร์ หากผู้บริหารบ้านเมืองควบคุมน้ำได้ จะเป็นผู้นำที่มีความสามารถ สามารถดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้ แต่ผู้บริหารยุคนี้ไม่คิดว่าเรื่องน้ำ เป็นงานในระดับยุทธศาสตร์ 

2.) ดำเนินยุทธวิธีที่ผิดพลาด ไม่มีความสามารถบริหารจัดการน้ำให้มี ‘ที่อยู่ที่ไป’ น้ำจึงท่วมหมด เช่น การควบคุมการเปิดปิดประตูระบายน้ำ บางแห่งไม่ควรปิด บางแห่งไม่ควรปิด

3.) การบริการจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้องทำทุกลุ่มน้ำ และต้องทำทุกจุด ทุกลุ่มน้ำ 

4.) การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องในทางวิชาการหลายแขนงที่ต้องทำงานเชื่อมโยงกัน เช่น ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา บริหารน้ำขึ้นน้ำลง ความรู้ด้านวิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ความรู้ทุกแขนงต้องเชื่อมโยงกัน 

5.) หน่วยงานที่ทำงานเรื่องน้ำ ทั้งการบริหารจัดการน้ำ และป้องกัน ควบคุม และช่วยเหลือประชาชน มีถึง 26 หน่วยงาน  แต่การทำงานเป็นไปแบบต่างคนต่างทำ จึงไม่เคยเห็นนโยบายที่สอดคล้องกันในการแก้ไขปัญหาน้ำ 

6.) ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงลานีญา ที่ลมจากตะวันออก พัดมาทางภูมิภาคอินโดจีน ประกอบกับสภาวะโลกร้อน ทำให้น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ฝนตกปริมาณมาก แต่รัฐบาลนี้บริหารประเทศเสมือนอยู่ในภาวะปกติ แทนที่จะบริหารแบบ New Normal 

นอกจากนี้นายปลอดประสพ ยังระบุต่ออีกว่า การละเลยปัญหา 6 ข้อข้างต้น ทำให้เกิดความผิดพลาด 5 ข้อ ได้แก่ 

1.) แผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างดีเยี่ยมโดยไม่ได้ใช้งบประมาณ และไม่ได้กระทำการที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดกับกฎหมาย นักวิชาการเข้ามาสนับสนุนแผนดังกล่าว แต่รัฐบาลไม่ทำต่อ กลับเอาเงินงบประมาณ 1 แสนล้านบาทนำไปใช้แบบไม่เกิดประโยชน์ 

2.) งบประมาณ 1 แสนล้านบาทดังกล่าว รัฐบาลหลังการรัฐประหารนำเงินส่วนนี้ไปใช้แบบไม่เกิดประโยชน์ โดยการให้หน่วยงานด้านทหารขุดลอกคลอง แต่สุดท้าย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ยุติโครงการ เพราะเป็นการเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ เพราะขุดลอกคลองขึ้นมาในช่วงฝนตก ขุดคลองขึ้นมาแล้วไหลลงคลองเช่นเดิม เป็นการใช้เงินงบประมาณแบบละลายแม่น้ำ

3.) รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเรื่องน้ำในระดับยุทธศาสตร์ ปล่อยปละละเลยให้มีการสร้างเขื่อนล้ำเข้ามาในลำน้ำ ซึ่งเป็นคลองหลัก เช่น คลองเปรมประชากร  คลองลาดพร้าว น้ำจึงไม่มีที่ไป 

4.) แต่ละหน่วยงานไม่มีการบูรณาการ ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน เช่น มีโครงการยกถนนโดยไม่ได้วางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง ถูกรื้อถอนออกจากประตูระบายน้ำคลองรังสิต ไม่มีการบริหารจัดการน้ำออกไปลงคลองประเวศ เป็นต้น

5.) การบริหารงานไม่โปร่งใส และล่าช้า ในช่วงที่ตนเป็นรัฐบาลมีโครงการขุดแม่น้ำแห่งใหม่ เพื่อระบายน้ำจากบางไทร ไปบางบาล ระยะทาง 20 กม. รัฐบาลนี้นำไปดำเนินการ ซึ่งต้องขอขอบคุณ เพราะเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่เป็นการก่อสร้างที่มีมูลค่าสูงกว่า 3 เท่า ระยะเวลาก่อสร้างจากที่ตนเคยวางแผนไว้ 3 ปี รัฐบาลนี้วางไว้ถึง 7 ปี ซ้ำยังสร้างถนนประกบสองข้างทางแม่น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างผิดหลัก กีดขวางทางน้ำ ซึ่งจะทำให้น้ำจากอยุธยา บางบาล ปากเกร็ด ไม่มีที่ไปและจะทำให้น้ำท่วมมากกว่าเดิม  

นายปลอดประสพ กล่าวว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่อาจจะมีการเลือกตั้ง และหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ตนจะเสนอให้รื้อถนนที่สร้างรอบแม่น้ำดังกล่าวออก เพื่อเปิดทางน้ำ ความละเลยผิดพลาดสะท้อนถึงความไม่รู้เรื่องของการบริหารประเทศของรัฐบาลนี้ ในยามนี้ประชาชนเดือดร้อน พรรคเพื่อไทยพร้อมจะช่วยเหลือ อย่างน้อยคือข้อคิด ประสบการณ์ และบุคลากรเท่าที่เรามี พร้อมเสนอแนะ 6 วิธีการจัดการน้ำท่วมตามหลักวิชาการ ไปยังรัฐบาลและผู้ว่า กทม. เพื่อให้การแก้ไขน้ำท่วมทำได้ดีกว่าเดิม ดังนี้
 

'อรรถวิชช์' ยื่นผู้ว่า สตง. สอบการแปรญัตติในสภา กทม.โยกงบเพิ่มโครงการสัมมนากว่า 111 ล้าน ยันต้องการช่วยผู้ว่าฯ กทม. ให้มีงบกลางดูแลวิกฤตมากขึ้น

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมทีมงาน ยื่นหลักฐานต่อนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2566 ของกรุงเทพมหานคร พร้อมหลักฐานเอกสารคำแปรญัตติ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ 4,803,793,728 ล้านบาท โดยสภากรุงเทพมหานคร ได้เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายที่ผู้บริหารเสนอแปรญัตติเพิ่มเท่ากับจำนวนที่ปรับลด โดยพบว่ามีการเพิ่มงบโครงการสัมมนาพาคนไปเที่ยวในหลายสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นมีจำนวนถึง 72 โครงการ ใน 26 เขต รวมวงเงินสูงถึง 111,064,450 บาท ซึ่งเป็นรายการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้งบในลักษณะที่กระจายตามเขตต่างๆ เพื่อพาประชาชนไปเที่ยวนั้น หลังจากปี 2557 ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำดังกล่าว 

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า กรณีเทียบเคียงกับ ส.ส.หลังการประกาศใช้ของรัฐธรรมนูญปี 2560 เราจะพบว่าสภาผู้แทนราษฎรเอง เมื่อได้มีการตัดงบประมาณในรายการใดและต้องมีการแปรญัตติเพิ่มกลับเข้าไป โดยงบถูกจะเพิ่มกลับไปใส่ในงบกลางเพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ใช้ในกรณีวิกฤตเช่นโรคระบาด หรือ น้ำท่วม เขาไม่เอามาหาร แล้วลงกระจายพาไปเที่ยวสัมมนาแบบงบประมาณ กทม.

'ชาวเน็ต' ขุด 'เพจอัศวิน' โพสต์รายงานน้ำท่วมเพียบ เทียบ 'เพจชัชชาติ' มีแต่ไลฟ์ หาอ่านข้อมูลไม่ได้

(13 ก.ย. 65) ขณะนี้ชาวเน็ตให้ความสนใจไปที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งโพสต์เปรียบเทียบการรายงานสถานการณ์และแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้

เปิดไปดูเพจอดีตผู้ว่ากทม. อัศวิน ขวัญเมือง เลื่อนดูเล่น ๆ ในช่วงเวลาหน้าฝนแทบทุกวันมีแต่ข้อมูล และรายงานว่าได้สั่งงานอะไรบ้าง

รายงานตัวเลขหมด

ความน่าจะเป็นที่กรมอุตุเตือนรอบ 7 วันข้างหน้าว่าอาจจะมีฝนหนักแค่ไหน

มีการรายงานตัวเลขระดับน้ำแต่ละสถานีระบายน้ำ ว่าอยู่ระดับไหน พร้อมสำหรับรับน้ำแค่ไหน

ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสูงแค่ไหน น้ำทะเลหนุนแค่ไหน ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านประตูในแต่ละวันระบายได้แค่ไหน เพื่อประเมินกำลังในการระบายหากฝนตกหนัก

'ตำรวจ' จับกุม 'หลี่ อี้เฟิง' ซุป'ตาร์ตัวท็อปของจีน โทษฐาน 'ซื้อบริการทางเพศหลายครั้ง'

ช็อกวงการบันเทิงจีน 'หลี่ อี้เฟิง' พระเอกดังตัวท็อปของวงการ ถูกจับกุม ฐานซื้อบริการทางเพศหลายครั้ง ด้ายยแบรนด์สินค้าต่างก็แห่ยกเลิกสัญญาที่ทำกับพระเอกหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานข่าวใหญ่สะเทือนวงการบันเทิงจีน เมื่อพระเอกหนุ่มระดับซูเปอร์สตาร์ของจีนอย่างหลี่ อี้เฟิง (Li Yifeng) วัย 35 ปี ถูกตำรวจปักกิ่งจับกุม ฐานต้องสงสัยเรื่องการซื้อบริการทางเพศมาหลายครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือมาพักใหญ่เกี่ยวกับดาราดังที่ชอบซื้อบริการทางเพศ แต่ทางต้นสังกัดของ หลี่ อี้เฟิง เคยออกมาปฏิเสธข่าวมาแล้ว ด้านสถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน ได้รายงานข่าวนี้โดยอ้างอิงแถลงการณ์จากทางตำรวจ เผยว่า เจ้าหน้าที่เพิ่งจะทำการจับกุมนักแสดงชายนามสกุลหลี่ จากการซื้อบริการทางเพศหลายครั้งและยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวคือพระเอกหนุ่ม หลี่ อี้เฟิง 

หลี่ อี้เฟิง หรือ อีวาน หลี่ เป็นนักแสดงตัวท็อปคนหนึ่งของจีน มีผู้ติดตามในบัญชีเว่ยป๋อกว่า 60 ล้านฟอลโลเว่อร์ เริ่มเข้าสู่วงการจากการเข้าร่วมรายการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์เมื่อปี 2550 ก่อนจะมุ่งหน้าสู่การเป็นนักแสดง เขามีผลงานการแสดงในซีรีส์ดังมากมาย รวมถึงเพิ่งจะรับบทบาทสำคัญเป็น 'ประธานเหมาเจ๋อตุง' ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในวัยหนุ่ม กับภาพยนตร์เรื่อง The Pioneer ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการฉลองวาระ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์อีกด้วย

นอกจากนี้ หลี่ อี้เฟิง ยังทำงานร่วมกับแบรนด์ดังมากมาย รวมถึงการเซ็นสัญญากับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Prada แต่แบรนด์ต่าง ๆ ก็ออกมาประกาศตัดขาด หลี่ อี้เฟิง ทันที หลังมีรายงานข่าวจาก CCTV 

แม้กระทั่งแบรนด์ Prada ก็ออกแถลงผ่านเว่ยป๋อว่า ทางแบรนด์ได้ยุติการร่วมงานทุกอย่างกับ หลี่ อี้เฟิง แล้ว  

ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดของจีนก็ได้ลบชื่อของ หลี่ อี้เฟิง ออกจากโซเชียลมีเดียเช่นกัน หลังจากที่เขาเคยมีชื่อในสื่อประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานมาก่อน 

ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีข่าวลือฉาวเกี่ยวกับนักแสดงดัง หลี่ ที่ปรากฏตามหน้าสื่อ และหลายเบาะแสชี้เป้ามาที่ หลี่ อี้เฟิง แต่ทางต้นสังกัดของเขาก็ยืนกรานปฏิเสธและออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า นักแสดงหนุ่มปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพเสมอ ยึดมันในบรรทัดฐานทางศีลธรรม และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแข็งขัน

ผช.รมว.แรงงาน ต้อนรับ คณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี หารืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัด มาตรการช่วยเหลือ และการขึ้นทะเบียนการจ้างงานคนพิการ

วันที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายกิตติวุฒิ ศศิวิมลพันธุ์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก และคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เข้าพบเพื่อหารือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดชลบุรี มาตรการช่วยเหลือนายจ้างให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และการขึ้นทะเบียนและการจ้างงานคนพิการตามาตรา 35 ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน ได้จัดให้บริการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ โดยรับขึ้นทะเบียนหางานและจัดหางานให้คนพิการที่ประสงค์จะทำงานในสถานประกอบการตามมาตรา 33 และประสานนายจ้าง/เจ้าของสถานประกอบการ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อส่งคนพิการเข้ารับการสัมภาษณ์และบรรจุงาน และรับขึ้นทะเบียนคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่ขอรับสิทธิตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 เพื่อรองรับความต้องการของนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีความต้องการจ้างงานคนพิการ และคัดลอกรายชื่อคนพิการ ที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อนำไปพิจารณารับเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือ ทำสัญญาจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35

อีกทั้ง ปัจจุบันกรมการจัดหางาน ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม (มาตรา 35 ประเภทจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 โดยในปี 2565 ได้กำหนดเป้าหมายประเภทจ้างเหมาบริการไว้จำนวน 1,000 คน สามารถจ้างงานคนพิการตามโครงการฯ 1,499 คน เพิ่มจากเป้าหมาย ร้อยละ 45 ก่อให้เกิดรายได้แก่คนพิการ จำนวน 171,253,255 บาทต่อปี และจะขยายการมีงานทำให้คนพิการเพิ่มขึ้น ปีละ 20% ภายใน 4 ปี ถือเป็นการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างโอกาสการมีงานทำและมีรายได้อย่างเป็นรูปธรรมและได้รับประโยชน์โดยตรง คนพิการสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ชาวเน็ตโวยรมว.อนุทิน แบนบุหรี่ไฟฟ้า แต่กลับหนุนกัญชา

เพจ“มนุษย์ควัน” สวน สธ. อ้างปกป้องสุขภาพประชาชน แต่ทำบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนเกลื่อนตลาด เพราะคนใช้เพิ่มขึ้นกว่า 600% ตั้งคำถามทำไมบุหรี่ไฟฟ้าและยาสูบไร้ควันที่ถูกกฎหมายกว่า 70  กว่าประเทศทั่วโลกกลับถูกประเทศไทยแบน ด้านชาวเน็ตโวย รมว.อนุทิน ย้อนแย้ง แบนบุหรี่ไฟฟ้า แต่กลับหนุนกัญชาเสรี

นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “มนุษย์ควัน” ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้สนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย เผยภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการะทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาย้ำแบนบุหรี่ไฟฟ้าว่า “รู้สึกผิดหวังที่ รมว.สธ. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบสุขภาพของประชาชน แต่กลับไม่ศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเปิดทางเลือกที่มีสารพิษน้อยกว่าให้กับประชาชน ปัจจุบันคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย มีเอกสารงานวิจัยหรือข่าวจากต่างประเทศจำนวนมากที่ทำให้คนสูบบุหรี่รู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าได้รับการยอมรับในฐานะผลิตภัณฑ์ทดแทนการสูบบุหรี่ แต่กลุ่มหมอที่รณรงค์ต่อต้านบุหรี่ในไทยกลับยัดเยียดข้อมูลเพียงด้านเดียว ให้กับ รมว. อนุทิน และคนในสังคมเพื่อหวังให้มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป”

“ขณะที่ประเทศไทยยอมรับมาตรฐานของ อย.สหรัฐอเมริกาในเรื่องวัคซีนโควิด หรือเรื่องยา แต่กลับมีจุดยืนสวนทางกับอย. สหรัฐอเมริกา กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษและนิวซีแลนด์ และอีกหลายประเทศที่สรุปตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ จึงอนุญาตให้ขายได้แบบมีการควบคุม ซึ่งช่วยให้ลดอัตราการสูบบุหรี่ของคนในประเทศได้จริง และไม่มีปัญหาการใช้ในเด็กและตลาดใต้ดิน เช่นในอังกฤษ บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นเครื่องมือที่คนสูบบุหรี่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ ขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ในนิวซีแลนด์ลดลงจาก 13.7% เหลือเพียง 10.9% ภายหลังที่มีการสนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใต้นโยบายสร้างประเทศปลอดควันในปี 2025”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top