Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

ชาวสวนปาล์มเฮ!! พาณิชย์ เคาะงบ 6,128 ล้านบาท ประกันรายได้ปาล์มน้ำมัน รอบใหม่

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ปีที่ 4 โดยหลักเกณฑ์เหมือนกับ 3 ปีที่ผ่านมาทุกประการ ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาทครอบครัวละไม่เกิน 25 ไร่ และผลปาล์มต้องอายุ 3 ปีขึ้นไป 

โดยกำหนดจำนวนเกษตรกรไว้ 3.8 แสนครอบครัว จะมีการจ่ายเงินส่วนต่าง 12 งวด ถ้าราคาปาล์มในตลาด ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท โดยจะกำหนดราคาอ้างอิงทุก 30 วัน เริ่มจ่ายส่วนต่างงวดแรก 15 ก.ย. 65 – 15 ส.ค. 66 วงเงินที่เตรียมไว้สำหรับการจ่ายเงินส่วนต่างปาล์ม 6,128 ล้านบาท

รมว.พม. แถลงเปิดตัวโครงการ Special Care บริการล้างแอร์ที่ใส่ใจฯ หนุนคนพิการสร้างอาชีพ สู้วิกฤตโควิด - 19

วันนี้ 12 ก.ย. 65 เวลา 10.30 น. "นายจุติ ไกรฤกษ์ " รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Special Care บริการล้างแอร์ที่ใส่ใจ โดยคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย พร้อมทั้งรับมอบสิทธิ์ล้างแอร์จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง พม. กับ บริษัท แซนด์บ๊อกซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด / วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก / สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย / การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย / สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพิการได้มีอาชีพ มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองและเลี้ยงดูครอบครัวได้ ทั้งนี้ "นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ" อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวรายงานถึงการขับเคลื่อนงานและ

การสนับสนุนโครงการฯ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

‘รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์’ ฟันธง ไม่มีเด็ดขาด! เขตของบพาคนเที่ยว ชี้เป็นการศึกษาดูงาน

‘จักกพันธุ์’ ฟันธง ไม่มีเด็ดขาด! เขตของบ พาหัวคะแนนเที่ยว แจง ทำตามหลักทุกอย่าง ต้องผ่านด่านฝ่ายบริหาร ใช้อำนาจกรอง

เมื่อวันที่ 12 กันยายน สืบเนื่องกรณี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า เปิดเผยว่า พบความผิดปกติในงบประมาณกรุงเทพฯ ปี 2566 ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 65 จำนวน 79,719 ล้านบาท โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อ่อนไหวน้ำท่วม พบว่าเขตจตุจักร ซึ่งมีจุดเสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม 11 จุด มีโครงการโยธาทางระบายน้ำถูกตัดงบประมาณทิ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นโครงการพาคนไปเที่ยวสัมมนาสูงถึง 9,783,300 บาท ต่อมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ตอบประเด็นดังกล่าวว่า ไม่น่าเป็นเช่นนั้น โดยสั่งการให้ ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช ดูแลอยู่ 

ล่าสุด นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า หลังเรื่องผ่านสภา กทม. ก็มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา ซึ่งมีทั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) กับข้าราชการ และในส่วนของฝ่ายบริหาร ร่วมกันพิจารณา ซึ่งคราวนี้การพิจารณาไม่แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา โดยหลังผ่านการพิจารณา คณะกรรมการก็จะไปพิจารณาว่าโครงการไหน รายการใดที่จะสามารถผ่านไปดำเนินการใช้ในปีต่อไปได้

“คราวนี้ ยืนยันว่าคณะกรรมการวิสามัญ ไม่ได้ตัดงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องการระบายน้ำเลย แต่ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ก็พิจารณาว่าโครงการไหน หรือรายการไหน อาจจะมีการเบิกจ่ายเงินล่าช้า หรือการทำงานไม่เป็นไปตามสัญญา ก็อาจจะมีการลดจำนวนงบลง แต่ยืนยันไม่มีการตัด

ในส่วนของเขตจตุจักรก็เหมือนกัน เฉพาะเขตจตุจักร ใช้งบประมาณไปประมาณ 536 ล้านบาท ในรอบแรก คณะกรรมการวิสามัญ ตัดไปแค่ 60,000 บาท ซึ่งเป็นการพิจารณาเกี่ยกับการก่อสร้างพื้นที่สีเขียว แต่หลังจากนั้น เขตจุตจักร คณะกรรมการพิจารณาแล้ว ท่านผู้อำนวยการเขต แปรฯงบประมาณมากพอสมควร ประมาณเกือบ 20 ล้านบาทได้ ในจำนวนนี้ ก็มีเกี่ยวกับเรื่องการขอเงินไปลอกท่อระบายน้ำเพิ่มเติม 3 ล้าน และทำฝาท่อระบายน้ำเพิ่ม 2 ล้าน ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญให้ผ่านหมด” นายจักกพันธุ์ระบุ

นายจักกพันธุ์กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน งบประมาณโดยรวมของสำนักงานเขตจุตจักร มีงบเพื่อการแก้ไขน้ำท่วมขัง เกือบ 20 ล้าน คณะกรรมการวิสามัญ ไม่ตัดเลย ขณะเดียวกัน งบแปรฯของสำนักงานเขตจตุจักร ได้ขอเงินโครงการดูงานสัมมนามา 5 โครงการ

“โครงการแรก เป็นการสัมนนา โครงการของข้าราชการ โครงการที่ 2 ของคนงาน สำนักงานเขตจตุจักร อีกโครงการ เกี่ยวข้องกับทางชุมชน ไปศึกษาดูงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงานเขตจตุจักร ต้องการพิจารณาการทำงาน โดยประชาชนมีส่วนร่วมด้วย” นายจักกพันธุ์กล่าว

เมื่อถามว่าตอนนี้ ทาง กทม.ไม่มีข้อกังวลใด ๆ เรื่องการตัด-เพิ่มงบตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ? นายจักกพันธุ์ ชี้ว่า ก็เป็นการขอจัดตั้งงบประมาณ และแปรญัตติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า ถ้ากรณีสำนักงานเขตใดพิจารณาแล้ว อาจจะขอยกเลิกโครงการ ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ

เมื่อถามว่าทางเขตจตุจักร ของบไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับอะไร ?
นายจักกพันธุ์เผยว่า โครงการแรก เป็นการดูงานของข้าราชการ สำนักงานเขตจตุจักร โครงการที่ 2 เป็นการศึกษาดูงานของลูกจ้าง คนงานของเขตจุตจักร อีก 3 โครงการ เป็นการพาชุมชนไปศึกษาดูงานต่างจังหวัดเช่นกัน ขณะเดียวกัน ก็เป็นเรื่องของฝ่ายพัฒนาชุมชน ซึ่งผู้อำนวยการเขตเองก็มีความประสงค์เอาประชาชนในพื้นที่ของท่านมามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสำนักงานเขต

ส่วนเขตอื่นก็มีโครงการลักษณะนี้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะมีจำนวนโครงการมากน้อย แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนของข้าราชการ บุคลาการ ของสำนักงานเขตนั้น ๆ

เมื่อถามว่า ถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่ มีข้อสังเกตเรื่องการของงบหรือไม่อย่างไร ?
นายจักกพันธุ์ระบุว่า โดยปกติที่ผ่านมา โครงการเช่นนี้มีมาทุกปี ขณะเดียวกัน ปี 2561-2562 มีปัญหาเรื่องโควิด-19 โครงการเหล่านี้จึงหายไป หากเอาคนนับ 100 คน ไปนอนรวมกัน กินอยู่ด้วยกัน อาจมีปัญหาติดโรคภัยไข้เจ็บ

'อรรถวิชช์' ชี้ งบสัมมนาไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสนอโยกเงินเข้างบกลาง ให้ผู้ว่าฯ ใช้แก้วิกฤติน้ำท่วม

'อรรถวิชช์' ย้ำ งบ กทม.พาเที่ยวสัมมนา ไม่เหมาะกับสถานการณ์ เสนอโยกเงินเข้างบกลางให้ผู้ว่า กทม.ใช้แก้วิกฤตน้ำท่วม เตรียมยื่น สตง. สอบด่วนบ่ายสองพรุ่งนี้ ลั่นถึงเวลาปฏิรูประบบการใช้งบกทม. ให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจบริหารเต็มที่

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวภายหลังจากพบความผิดปกติในงบประมาณกรุงเทพฯ ปี 2566 ว่า สาเหตุที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องงบประมาณกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการจัดสัมมนาแล้วพาคนไปเที่ยวในช่วงน้ำท่วมนั้น เพราะอยากเห็นการปรับปรุงรูปแบบบริหารงบประมาณงบประมาณกรุงเทพขนานใหญ่ ซึ่งในสภาผู้แทนราษฎรเวลาตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไปนั้น งบดังกล่าวกลับไปให้นายกรัฐมนตรี ใช้เป็นงบกลางเมื่อเกิดเรื่องวิกฤติ แต่สภากรุงเทพมหานครกลับนำงบประมาณที่ถูกตัดไปเพิ่มโครงการใหม่ อย่างเช่น จัดสัมมนาพาคนไปเที่ยวในเขตจตุจักร โดยมีงบประมาณสูงถึงเกือบ 10 ล้านบาท หรืออย่างงบในสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย มีค่าพิมพ์คู่มือ 69 ล้านบาท และยังมีโครงการย่อยอีกมากมาย ซึ่งเป็นโครงการใหม่นำมาใส่ภายหลัง โดยพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. ตนจะส่งให้ผู้ว่า สตง. นำไปตรวจสอบและให้คำแนะนำ

ส.ส.ลาดกระบังเพื่อไทย ฟาดผู้ว่าฯ กทม. ซัด เคยขอเรือผลักดันน้ำไป แต่ไร้คำตอบ

ส.ส.กทม.เพื่อไทยเผยน้ำท่วมลาดกระบังรุนแรงต่อเนื่อง ขอเรือผลักดันน้ำตั้งแต่เดือนที่แล้วไม่มีสัญญาณที่ดี ไม่มีคำตอบ ทำได้แค่ให้กำลังใจชาวบ้าน ล่าสุดชัชชาติอ้างเปิดประตูน้ำลงคลองพระโขนงแล้วแต่เต็มร้อยไม่ได้

วันนี้ (12 ก.ย.) ทวิตเตอร์ @aim_theerarat ของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ระบุว่า "สถานการณ์น้ำท่วมลาดกระบังยังรุนแรงต่อเนื่อง แขวงลาดกระบังท่วมทุกจุด ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วม ประสานเรือผลักดันน้ำผ่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ยังไม่มีสัญญาณที่ดี ตั้งแต่ปี 54 ผ่านมา 8 ปี รัฐไม่เคยเตรียมการใด ๆ ความพร้อมในการรับมือไม่มี #น้ำท่วมกรุงเทพ #น้ำท่วมลาดกระบัง"

"ประสานงานเร่งให้ จนท.นำเรือผลักดันน้ำมาช่วยพร่องน้ำในคลอง ประสานไปทาง กทม.ยังไม่มีคำตอบ ตอนนี้จะส่งหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังกองทัพเรืออีกครั้ง แต่ถ้าฝ่ายบริหารยังนิ่ง ไม่สั่งการ ข้าราชการก็เกียร์ว่างไปด้วย ที่ทำได้เลยคือออกสำรวจจุดน้ำท่วม ให้กำลังใจชาวบ้านก่อน #น้ำท่วมกรุงเทพ"

ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คลองประเวศบุรีรมย์น้ำยังไม่ลด เมื่อคืนก็มีฝนตกเพิ่มขึ้นอีก 60 มม. แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากรดีขึ้น คลองประเวศฯ ก็จะดีขึ้นด้วย โดยขณะนี้ได้สั่งการให้เปิดประตูระบายน้ำในเขตลาดกระบังลงคลองพระโขนงมากขึ้น แต่จะเปิด 100% ไม่ได้ ต้องค่อยๆ เปิดเพื่อให้น้ำทยอยเข้ามา และดูดด้านปลายออก ในส่วนของระยะยาวในอีก 2-3 ปีข้างหน้าคงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพคลองให้ดีมากขึ้น

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน 'คิงส์คัพ' ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2565 ที่ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และนางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ร่วมกันแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565 ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 และวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ 

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า ในโอกาสที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 48 จังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งทั้งสนามแข่งขันที่เคยจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติมาแล้วรวมถึงความพร้อมทางด้านการคมนาคม โรงแรมที่พัก แหล่งท่องเที่ยวตลอดจนร้านอาหารต่างๆ มากมาย  การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 48 ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ และกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะข้าวซอย ที่ถือเป็น SOFT POWER อาหารไทยที่เผยแพร่ไปสู่นานาชาติ ขอขอบคุณที่ได้มอบหมายให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันฟุตบอลในรายการสำคัญนี้ และจังหวัดเชียงใหม่พร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพที่ดี ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพครั้งที่ 48 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปีต่อไป

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าในนามของประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน ที่ได้ขอรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 48 ในครั้งนี้ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ พร้อมด้วยส่วนราชการต่างๆ องค์กรภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลในรายการสำคัญนี้ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในรายการนี้ ในนามขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ต้องขอขอบคุณสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ได้ให้โอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในรายการนี้ และทางเจ้าภาพพร้อมแล้วที่จะจัดการแข่งขันให้บรรลุเป้าหมายและเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนไทยทั่วประเทศ แฟนบอลในภาคเหนือ และแฟนบอลในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ได้อย่างทั่วถึง และร่วมเชียร์นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยต่อไป

'เพื่อไทย' เปิดตัว Telemedicine ต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรค ด้านชาวเน็ตจับโป๊ะ 'อนุทิน' เดินหน้าโครงการนี้ตั้งแต่ปี 62

จากกรณีที่ พรรคเพื่อไทย ได้มีแนวคิดจัดทำนโยบาย ต่อยอดโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค โดยวางแผนใช้ Telemedicine คนพื้นที่ห่างไกล พบหมอไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ  

อย่างไรก็ตามโลกโซเชียลได้มีการแชร์การเปิดตัว Telemedicine ดังกล่าวเป็นการเคลมผลงานรัฐบาล เพราะมีการใช้กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว โดยเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จากการติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จ.นครราชสีมาเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อติดตามการแก้ปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล และปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ให้เข้ามาช่วยงานในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข คือการปฏิรูประบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบโทรเวชกรรม หรือ “Telemedicine” เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันปัญหาของระบบสาธารณสุขของไทย คือเรามีผู้ป่วยที่ไม่มีความจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลมากถึงร้อยละ 25 ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมทั้งเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงทำให้บุคลากรทางการแพทย์จะต้องรับงานหนักเกินความจำเป็น และใช้งบประมาณมากเกินความจำเป็น รวมไปถึงการเดินทางทำให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ และไทยก็เป็นประเทศที่มีค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คนต่อประชากรที่สูงมาก คือแพทย์ 1คน ต่อ ประชากร 2,065 คน ขณะที่ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากรอยู่ที่ 439 คน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกลยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและการประยุกต์ใช้งานบริการทางการแพทย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชนบท “Telemedicine” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ชนบทผ่านโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) และพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ซึ่งผู้ป่วยเหมือนได้เดินทางไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ด้วยตัวเอง ทำให้ได้รับคำปรึกษาได้อย่างทันเวลา และยังช่วยลดความแออัดของจำนวนคนไข้ ลดภาระของแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง ซึ่งระบบโทรคมนาคมเฉพาะทางเพื่อรองรับระบบดูแลสุขภาพทางไกล เช่น การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการคัดกรองโรค ระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางไกล เป็นต้น ทั้งนี้สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตามกรอบความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในระยะเริ่มต้น 8 จังหวัด และในอนาคตจะขยายไปสู่พื้นที่ชนบทอื่นทั่วประเทศ

'อลงกรณ์' นำทีมชลประทานลอกคลองป้องกันน้ำท่วมเพชรบุรีล่วงหน้า พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง6อำเภอ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะประกอบด้วยนายพิเชษฐ์ จันทร์เต็มดวง อาสาสมัครชลประทาน(อสชป.) นายศราวุฒิ พุ่มจิตร และนายลือชัย พลายเผือก อดีตกำนันตำบลนาพันสาม ทีมงานเพชรบุรีโมเดลลงพื้นที่ตำบลนาพันสาม อำเภอเมืองเพชรบุรีติดตามความคืบหน้าการลอกคลองกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในคลอง D18เพื่อช่วยเหลือจังหวัดเพชรบุรีในการป้องกันน้ำท่วมล่วงหน้าโดยมี นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่14 นายบุญลือ คงชอบ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 นายอำนาจ ถี่ถ้วน ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักกล สำนักงานชลประทานที่14 นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำในคลองสายหลักของชลประทานและท้องถิ่นตามข้อเสนอของอดีต ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ได้แก่ นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ดร.กัมพล สุภาแพ่งและนายอรรถพร พลบุตร

นอกจากนี้ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและคณะยังได้รับคำแนะนำจากพระครูพิศาลวัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดนาพรม ในการลงพื้นที่ตำบลนาพันสามอีกด้วย

จากนั้นจึงเดินทางไปดูความคืบหน้าการพัฒนาคลอง ดี.18 ตามโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างและการขุดลอกคลองกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ตำบลไร่มะขาม อำเภอบ้านลาดโดยมีนายสุทธิพงษ์ พรหมมาตร์ นายกฯ. และคณะผู้บริหารอบต.ไร่มะขามรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่1ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้นายอลงกรณ์ได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณแทนพี่น้องชาวเพชรบุรีที่หน่วยงานชลประทานทำงานได้อย่างคืบหน้ามีประสิทธิภาพในพื้นที่คลองดี.18เช่นเดียวกับการดำเนินการที่คลองดี.25ในพื้นที่ตำบลบางจาน อำเภอเมืองและตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลมซึ่งตนลงไปตรวจราชการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน3วัน เหลือเพียงส่วนการกำจัดผักตบชวาบริเวณต้นคลองดี.25ซึ่งมีขนาดเล็กและแคบในพื้นที่ตำบลช่องสะแกนั้นทางท้องถิ่นจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

รอง ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจจราจรช่วย 1 ชีวิต พาชายหมดสติส่งโรงพยาบาล

พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล ให้แก่ ด.ต.ชัยวัฒน์ นรารักษ์ ตำรวจฝ่ายจราจรของ สน.บุคคโล ที่ได้เข้าช่วยเหลือชายที่ป่วยใกล้เป็นลมหมดสติอยู่ภายในรถที่จอดอยู่ข้างถนนนานกว่า 40 นาที พาไปส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ได้อย่างปลอดภัย

โดย เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 9 ก.ย. 65 ด.ต.ชัยวัฒน์ นรารักษ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.บุคคโล ได้ขับรถตรวจตราพบรถกระบะจอดเปิดไฟส่งสัญญาณฉุกเฉินอยู่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาดาวคะนอง จึงเข้าตรวจสอบ พบคนขับรถปรับเบาะเอนนอนกุมหน้าอกอยู่ภายใน ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ จึงได้ประสานหน่วยกู้ชีพให้การช่วยเหลือ และเนื่องจากการจราจรในช่วงเวลาดังกล่าวค่อนข้างติดขัด ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ เกรงว่าผู้ป่วยจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจย้ายผู้ป่วยไปนอนเบาะซ้าย และขับรถพาผู้ป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง โดยมีตำรวจจราจรของ สน.บุคคโล และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย คอยอำนวยความสะดวกเส้นทางการจราจรนำผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ได้แสดงความชื่นชมต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือบนท้องถนน และสามารถใช้ไหวพริบแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยมอบประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล พร้อมทั้งให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต่อไป

พร้อมกันนี้ รอง ผบ.ตร. ได้กำชับถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ใส่ใจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ตรวจตรารักษาความสงบ ให้ความคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

'ปวีณา' พาผู้เสียหาย ร้อง 'บิ๊กโจ๊ก' ถูกหลอกค้าประเวณี-หลอกทำงานต่างประเทศ

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พาผู้เสียหายวัย 16 ปี ที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ประเทศเมียนมา พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานการสนทนาหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อพูดคุยเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้สืบสวนติดตามและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายข้ามชาติกลุ่มนี้

โดย นางปวีณา เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ครอบครัวเหยื่อวัย 16 ปี ได้ร้องทุกข์เข้ามายังมูลนิธิปวีณา หลังลูกสาวถูกหลอกให้ไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะและถูกบังคับให้ค้าประเวณี ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ทางมูลนิธิจึงพาครอบครัวผู้เสียหายไปร้องทุกข์ที่กรมการกงสุลฯ และประสานทหารเมียนมาชุด TBC ที่ดูแลพื้นที่แม่สอดเมียวดีเข้าไปพาตัวออกมาจากร้านคาราโอเกะที่ถูกหลอกไปทำงาน จนสามารถพาตัวเหยื่อกลับมายังประเทศไทยได้เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา 

ขณะที่ แม่ของเหยื่อผู้เสียหายวัย 16 ปี เล่าว่าลูกสาวได้ถูกคนไทยทักมาใน Facebook ชักชวนให้ไปทำงานร้านคาราโอเกะ อ้างว่าจะให้ค่าตอบแทนทำงาน 5 วัน จำนวนเงิน 50,000บาท ลูกสาวจึงมาขอตนว่าอยากไปทำงาน ตนถึงให้ไป แต่ปรากฏว่าลูกสาวทักข้อความมาบอกว่าตัวเองถูกหลอกและถูกบังคับให้ค้าประเวณี ก่อนบอกว่าอยากตาย ตนจึงรีบไปแจ้งความตำรวจแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าจึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณา

ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ บอกว่าเบื้องต้นได้พาเหยื่อเขาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยได้รับหลักฐานโทรศัพท์มือถือที่เป็นข้อมูลสำคัญในการติดต่อกับเครือข่ายนี้ โดยเบื้องต้นมองว่าจะต้องสืบถึงตัวชาวไทยที่เป็นนกต่อในประเทศ ก่อนขยายผลไปหาเครือข่ายในต่างประเทศต่อไป โดยมองว่าหากไม่มีคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันเองตั้งแต่แรกก็จะไม่มีคนถูกหลอกไปเป็นค้ามนุษย์ในลักษณะนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top