Thursday, 2 July 2026
NewsFeed

'เยอรมนี' ยอมรับอยู่ไม่รอดฤดูหนาว หากไม่ได้ก๊าซจากรัสเซียเพิ่มเติม

เยอรมนีจำเป็นต้องซื้อก๊าซธรรมชาติของรัสเซียเพิ่มเติม เนื่องจากคลังสำรองก๊าซในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะเห็นประเทศแห่งนี้ผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวไปได้ จากความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเบอร์ลิน ที่รับผิดชอบงานด้านเครือข่ายไฟฟ้าและก๊าซ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เคลาส์ มุลเลอร์ ประธานสำนักงานเครือข่ายกลาง (Federal Network Agency) กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับ Bild am Sonntag สื่อมวลชนท้องถิ่น ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (17 ก.ค.) เตือนว่าแม้คลังสำรองก๊าซขยับเข้าใกล้ 65% ของความจุและมันดีขึ้นกว่าช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มันยังคงไม่เพียงพอที่จะผ่านพ้นฤดูหนาวหากปราศจากก๊าซของรัสเซีย

มุลเลอร์ ระบุว่า เยอรมนีจำเป็นต้องซื้อก๊าซธรรมชาติของรัสเซียเพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน เวลานี้ขึ้นอยู่กับว่างานซ่อมบำรุงท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 1 จะแล้วเสร็จตามความคาดหมายในวันพฤหัสบดี (21 ก.ค.) หรือไม่

เมื่อถามว่าในกรณีที่รัสเซียหยุดส่งมอบก๊าซโดยสิ้นเชิง มันจะใช้เวลานานแค่ไหนก่อนที่ราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภคในเยอรมนีจะปรับขึ้น มุลเลอร์ตอบว่ายังไม่มีการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เขาพยายามสร้างความอุ่นใจ ด้วยเน้นว่า "ราคาในสัปดาห์นี้ไม่ได้ดีดตัวขึ้นมากนัก แม้มีการปิดซ่อมบำรุงนอร์ดสตรีม 1" พร้อมบอกมันอาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า "ตลาดอาจซึมซับกับภาวะสูญเสียอุปทานก๊าซรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเรามาถึงจุดสูงสุดของราคาก๊าซแล้ว"

ประธานของหน่วยงานควบคุมกฎระเบียบด้านพลังงานแห่งนี้ เน้นย้ำว่าชาวเยอรมนี ไม่ควรตื่นตระหนก และให้คำรับประกันว่าบ้านเรือนประชาชนเป็นกลุ่มที่จะมีความกังวลน้อยที่สุด โดยจะได้รับการป้อนก๊าซนานกว่าภาคอุตสาหกรรมมากๆ

ยิ่งไปกว่านั้น "จะไม่มีเหตุการณ์ที่เราต้องอยู่โดยปราศจากก๊าซโดยสิ้นเชิง" มุลเลอร์ย้ำ โดยบอกว่าหากแม้รัสเซียตัดอุปทานอย่างเด็ดขาด ประเทศอื่นๆ อย่างเช่นนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์และเบลเยียม จะยังคงขายเชื้อเพลิงฟอสซิลให้เยอรมนี และในอนาคต สถานีก๊าซธรรมชาติเหลวของประเทศเองจะช่วยสร้างความแตกต่าง ประธานสำนักงานเครือข่ายกลางระบุ

มุลเลอร์ กล่าวว่า ถ้าภาวะปันส่วนก๊าซเกิดขึ้น หน่วยงานของเขาจะพิจารณาว่าการหยุดจ่ายก๊าซป้อนภาคธุรกิจหรือโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนโดยเฉพาะจะก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าแม้หากเกิดปัญหาขาดแคลน แต่มันน่าจะส่งผลกระทบเฉพาะพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ในส่วนท้ายของโครงข่ายก๊าซเท่านั้น

ขณะเดียวกัน มุลเลอร์ ได้ปฏิเสธทำตามคำแนะนำที่ชี้แนะว่า เบอร์ลิน ควรห้ามส่งออกก๊าซไปยังบรรดาประเทศเพื่อนบ้านยุโรป โดยเขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นหนึ่งเดียวกัน "ก็เหมือนกับเราในตอนนี้ที่กำลังได้ประโยชน์จากท่าเรือก๊าซธรรมชาติเหลวในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ เยอรมนีจะให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านหากพวกเขาเผชิญปัญหาขาดแคลนก๊าซรุนแรง"

อย่างไรก็ตาม มุลเลอร์ ยอมรับว่าเยอรมนีคงต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่ยากลำบาก 2 ปีติด จากความเสี่ยงก๊าซธรรมชาติขาดแคลน แต่พอถึงช่วงฤดูร้อนปี 2024 ประเทศของเขาจะเป็นอิสระจากก๊าซของรัสเซีย "แต่สิ่งที่เป็นความจริงเช่นกัน คือ ราคาจะไม่มีทางกลับมาอยู่ในระดับต่ำเหมือนในอดีตอีกแล้ว"

ทำ 3 สิ่งนี้ทันที!! หากพบมิจฉาชีพ

'ดีอีเอส' แนะ 'ประชาชน-คนดัง' พบถูกแอบอ้างชื่อ-รูปภาพ ไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอม ต้องรีบแจ้งด่วนผ่าน 3 ช่องทางนี้ ได้แก่ กดรายงานไปที่เจ้าของแพลตฟอร์ม / แจ้งผ่านโทร. 1212 / แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเว็บไซต์และสถานีท้องที่ ยืนยัน 'ดีอีเอส' พร้อมประสานทุกภาคส่วนเร่งปิดบัญชีปลอม และติดตามผู้กระทำผิดเข้ามาดำเนินคดี  

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ยังพบแนวโน้มปัญหามิจฉาชีพแอบอ้างนำชื่อและรูปภาพคนอื่น ไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอมทั้งเฟซบุ๊ก เพจปลอม ไลน์ปลอม และ IG เพื่อนำไปหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง เสียชื่อเสียง โดยเฉพาะยิ่งถ้าผู้ที่ถูกแอบอ้างชื่อและโปรไฟล์เป็นดารา หรือคนมีชื่อเสียง ความเสียหายก็จะยิ่งขยายวงกว้าง เนื่องจากมักมีแฟนคลับหรือผู้ติดตามจำนวนมาก โอกาสที่จะมีเหยี่อหลงเชื่อก็ยิ่งเพิ่มจำนวนเช่นกัน ขณะที่เจ้าตัวก็เสี่ยงต่อการสูญเสียชื่อเสียง

สำหรับรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยจากบัญชีโซเชียลสวมรอยเหล่านี้ ได้แก่ หลอกยืมเงิน หลอกขายของ หลอกลงทุน หลอกร่วมทุน โดยเหยื่อที่หลงเชื่อจะสูญเงินโดยไม่ได้รับสินค้าหรือผลตอบแทนใดๆ นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงที่เป็น Romance Scam หรือหลอกให้หลงรักและสูบเงินเหยื่อผ่านทางออนไลน์ ขณะที่ บางกรณีจะเป็นการแอบอ้างตัวตนคนดัง สร้างเฟซบุ๊กปลอมเพื่อใช้เป็นพื้นที่โพสต์เนื้อหา หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อหมิ่นประมาทผู้อื่น เป็นต้น 

ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่านการเมือง (ดีอีเอส) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายซึ่งถูกแอบอ้างชื่อไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอม เข้าถึงช่องทางความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งยุติการขยายวงของความเสียหาย เร่งประสานงานเพื่อปิดบัญชีปลอม และติดตามมิจฉาชีพมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ขอให้ผู้ที่ถูกแอบอ้างตั้งสติ และดำเนินการผ่าน 3 ช่องทางดังต่อไปนี้ประกอบกัน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการประสานการปิดบัญชีโซเชียลที่แอบอ้าง ได้แก่ 

1.) แจ้งรายงานไปที่แพลตฟอร์มโซเชียล โดยการ report ไปยังเว็บไซต์ผู้ให้บริการ Social Network ที่ถูกแอบอ้าง ซึ่งทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และ IG มีเมนูให้รายงานบัญชีปลอมโดยตรงอยู่แล้ว จากนั้นรอขั้นตอนการตรวจสอบของทางแพลตฟอร์ม

2.) ช่องทางของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่สายด่วน โทร.1212 OCC ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในสังกัดดีอีเอส + ช่องทางอื่นๆ ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯ 

จากใจ 'ท่านใหม่' ถึงใจ 'ชัชชาติ' หากยังเป็นคนไทย ก่อนฉายหนัง อย่าลืมเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี

(18 ก.ค. 65) ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า...

จากใจ ถึงใจ

ท่าน ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติครับ ในฐานะท่านเป็นเจ้าของ วิคหนังกันแปลง ควรจะสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ก่อนการฉายภาพยนตร์ ไม่ว่าในโรงภาพยนตร์หรือกลางแปลง จะมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และการยืนถวายความเคารพก่อนหนังฉายทุกครั้ง 

เราคนไทยได้ถือปฏิบัติกันมานานแล้ว และยังไม่มีการล้มเลิกประเพณีดังกล่าว ส่วนใครจะยืนถวายความเคารพหรือไม่ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลนั้นๆ

ดังนั้นจึงขอ บอก (เตือน) ท่านด้วยความเคารพ เรามีวัฒนธรรมและประเพณี ที่ปฏิบัติกันมานานแล้ว เรื่อง #การเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และการยืนถวายความเคารพก่อนหนังฉายตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย มานานแล้ว ขอให้ท่านผู้ว่า ชัชชาติ คิดดูให้ดี และรอบคอบอย่าได้เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเสีย ตามเสียงนก เสียงกา

ค้นฟรี!! 'พาณิชย์ฯ' เปิด DBD DataWarehouse+ คลังข้อมูลธุรกิจออนไลน์ใหญ่สุดในประเทศ

(18 ก.ค. 65) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากปัญหาการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ชักจูงให้ประชาชนทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการพิจารณาการลงทุนของประชาชนหรือผู้ประกอบการในธุรกิจต่าง ๆ ล้วนต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้องในการตัดสินใจ และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในเรื่องข้อมูลที่ทันสมัย ถูกต้อง ประกอบการวิเคราะห์ในภาพรวมอุตสาหกรรม ขณะนี้ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำคลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ “DBD DataWarehouse+” เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนใช้ประโยชน์ฟรี ทั้งการตรวจสอบสถานะนิติบุคคล ข้อมูลงบการเงิน วิเคราะห์ธุรกิจ และค้นหาคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประกอบธุรกิจและเป็นข้อมูลประกอบก่อนการตัดสินใจลงทุน และกำหนดนโยบายต่าง ๆ ใช้งานง่ายผ่าน www.dbd.go.th หรือค้นหาข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน DBD e-Service ทั้งนี้ เป็นไปตามตามข้อสั่งการนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นางสาวรัชดา กล่าวถึงประโยชน์ของการค้นหาข้อมูลจาก DataWherehouse อาทิ 
1.) การตรวจสอบสถานะนิติบุคคล โดยสามารถค้นหาข้อมูลของนิติบุคคล พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อมูลในประเภทธุรกิจเดียวกันเพื่อให้ทราบถึงสถานะของตนเองแยกตามขนาดธุรกิจ รวมทั้ง ผลประกอบการเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจ และอัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวัดประสิทธิภาพในการบริหารงานของกิจการ สะท้อนให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ช่วยวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไข หรือพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรให้ได้ผลการดำเนินงานตรงตามแผนงานหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้ของกิจการ

2.) การวิเคราะห์ธุรกิจ สามารถค้นหาข้อมูลภาพรวมของกลุ่มธุรกิจแต่ละประเภท วิเคราะห์ศักยภาพการดำเนินธุรกิจตามผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจลงลึกถึงระดับภาคและจังหวัด เพื่อให้เห็นแนวโน้มการประกอบธุรกิจในแต่ละพื้นที่ อัตราการอยู่รอดของธุรกิจ พร้อมทั้ง สัดส่วนการลงทุนในนิติบุคคลแบ่งตามสัญชาติ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจเป้าหมายที่สนใจ หรือปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังสามารถค้นหาคู่ค้าทางธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน (Supply Chain)

ความพยายามในการยัดเยียดค่านิยม ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีผลสะท้อนกลับมารุนแรงทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน

ความพยายามในการยัดเยียดค่านิยม ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีผลสะท้อนกลับมารุนแรงทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน

มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบว่า ทุกประเทศมีค่านิยมที่แตกต่างกัน และควรได้รับความเคารพเสมอกัน

มกุฏราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ตอบคณะทูตของปธน.ไบเดน กรณีสิทธิมนุษยชน เมื่อ (16 ก.ค. 65)

เมื่อ (16 ก.ค. 65) มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบียได้ตอบต่อข้อซักถามกรณีสิทธิมนุษยชนที่คณะทูตของนายไบเดน ปธน.สหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมาเพื่อกดดันซาอุดีอาระเบียในเวทีเจรจาที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

โดยมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีฯ ได้ระบุว่า....

สหรัฐฯ และอังกฤษมีค่านิยมหลายประการที่พวกเขายึดถือ และมีหลายค่านิยมที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม สิทธิมนุษยชน ค่านิยมและหลักการที่ดี ก็มักจะส่งผลกระทบต่อผู้คนในหลากหลายประเทศ ในช่วงเวลาที่สิ่งเหล่านั้นไม่สอดคล้องกับผู้คนจำนวนมากบนโลกใบนี้

ความพยายามในการยัดเยียดค่านิยมได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีผลสะท้อนกลับมารุนแรงทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบว่า ทุกประเทศมีค่านิยมที่แตกต่างกันและควรได้รับความเคารพเสมอกัน

นายกรัฐมนตรี-ครม. ร่วมรณรงค์วันภาษาไทยแห่งชาติ 2565 

นายกรัฐมนตรี-ครม. ร่วมรณรงค์วันภาษาไทยแห่งชาติ 2565 

วธ.นำเด็ก เยาวชนโชว์พูด-อ่าน-เขียน ภาษาไทยดีเด่น พร้อมยกขบวนผู้ได้รับรางวัลเพชรในเพลงเข้าพบนายกฯ พร้อมจัดงานใหญ่ (26 ก.ค.) นี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

วันที่ (18 กรกฎาคม 2565) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ครม. ร่วมชมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การส่งเสริมการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ 2565 ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีได้ชมนิทรรศการส่งเสริมการใช้ภาษาไทย นิทรรศการหนังสือเก่าหายาก เรื่อง นามพรรณพฤกษา สัตวาภิธาน และนิติสารสาธก ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) จากนั้นได้พบปะพูดคุยกับเด็กและเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นด้านการพูด การอ่าน การเขียน และผู้ได้รับรางวัลการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) ประจำปี 2565 ด้วย

นายอิทธิพล กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ อีกทั้งปีนี้ถือเป็นวาระพิเศษ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง "ปัญหาการใช้คำไทย" ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาถึงปัจจุบันครบ 60 ปี วธ. ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายต่าง ๆ จึงจัดกิจกรรมเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติขึ้น เพื่อน้อมนำพระบรมราโชบายและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงงาน เพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอดแนวพระราชดำริด้านภาษาไทยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงเพื่อกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา องค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตระหนักในความสำคัญ คุณค่าของภาษาไทย การใช้ให้ถูกต้องต่อไป 

U2T ประจักษ์!! หนึ่งในผลงาน 8 ปีที่รัฐบาลผลัก จ้างงานท้องถิ่นต่อเนื่อง สมคำ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

กลายเป็นผลงานที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งข้อมูลเชิงลึก และยังช่วยจ้างงานแก่บัณฑิต นักศึกษา และประชาชนไปในตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ได้อนุมัติให้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ดำเนินการจ้างงานในโครงการ U2T เปิดโอกาสให้บัณฑิต นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ได้ลงไปทำงานกับชุมชน จนทำให้ประเทศได้ฐานข้อมูลชุมชนขนาดใหญ่หรือบิ๊กดาต้า ในชื่อ TCD (Thailand Community Data) เพื่อนำไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี ที่เป็นวาระแห่งชาติ

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mindbacar Luemongkol หนึ่งในผู้ได้รับโอกาสจากโครงการดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความขอบคุณ ระบุว่า...

โครงการ U2T 1 ตำบล 1 มหาลัย ปีที่แล้ว จ้างงาน 11 เดือน ได้เสื้อสีเหลือง รูปภาพซ้าย 🇹🇭❤️

โครงการ U2T มหาลัยสู่ตำบล ปีนี้ จ้างงาน 3 เดือน ได้เสื้อคล้ายสีน้ำตาล รูปภาพขวา (เปลี่ยนทุกอย่าง)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดงานวันเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ประจำปี 2565

กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้อนรับด้วยขบวนรถบุปผชาติอย่างสวยงาม วันที่ (17 กรกฎาคม 2565 ) เวลา 17.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานวันเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ประจำปี 2565 โดยมี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ นายอำเภอปลายพระยา หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน  เกษตรกร ให้การต้อนรับ ณ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่

กิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นโดย อำเภอปลายพระยา ร่วมกับเทศบาลตำบลปลายพระยาและส่วนราชการต่าง ๆ ได้กำหนดจัดงานวันเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ประจำปี 2565 ในระหว่างวันที่ (15-17 กรกฎาคม 2565)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และประชาสัมพันธ์ ผลผลิตทางการเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  

สร้างโอกาสให้เกษตรกรได้นำผลผลิต สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ จากหมู่บ้าน มาวางจำหน่าย เสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ทางการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและ เชิงวัฒนธรรม โดยภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการของส่วนราชการต่าง ๆ การจำหน่ายผลผลิตทางเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกวดของดีอำเภอปลายพระยา ได้แก่  การประกวดทุเรียน ปาล์มน้ำมัน แพะ และรถบุปผชาติ การจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จำนวน 300,000บาท (สามแสนบาทถ้วน) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) และนายกเทศมนตรีตำบลปลายพระยา จำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

สวนนงนุชพัทยาโชว์ความพร้อมเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสคนพิการนานาชาติ มีผู้เข้าร่วม 18ประเทศ

วันนี้นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันเทเบิลเทนนิสคนพิการนานาชาติ ตามที่สหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ ( Internationnal Table Tennis Federation , ITTF)  มอบหมายให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิสคนพิการนานาชาติ รายการ ITTF Thailand  Para Open 2022 โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจาก 18 ประเทศ ระหว่างวันที่ (18-21 กรกฎาคม 2565) ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี 

การแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นรายการ Qualify และมีผู้พิการเข้าร่วมทั้งหมด 18 ประเทศ ได้แก่ สหพันธ์สาธารณรัฐบราชิล , สาธารณรัฐซิลี , สาธารณรัฐฝรั่งเศส , สหราชอาณาจักร ,ฮ่องกง , สาธารณรัฐอินเดีย , สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน , สาธารณรัฐอิตาลี , ญี่ปุ่น ,สาธารณรัฐคาซัคสถาน , สาธารณรัฐเกาหลีใต้ , สาธารณรัฐคูเวต , ราชอาณาจักรเนเธอแลนด์ , ราชอาณาจักรสเปน , ราชอาณาจักรสวีเดน , Chinese Taipei สาธารณรัฐตูนิเชีย , และประเทศไทย เพื่อให้นักกีฬาเทเบิลเทนนิส ได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 17 ณ กรุงปารีส  ประเทศฝรั่งเศส ต่อไป

บิ๊กตู่จัดให้!! มติ ครม. 18 ก.ค. 2565

>> ครม.เห็นชอบ ร่างความตกลงด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ไทย-สหรัฐฯ 
ครม.เห็นชอบการจัดทำความตกลงระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแห่งประเทศไทย กับ คณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา (USNRC) เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์  ซึ่งฉบับเดิมสิ้นสุดไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา 

สำหรับร่างความตกลงฉบับใหม่ยังคงหลักการเดิม โดยเป็นเอกสารสัญญาที่กำหนดขอบข่ายและแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิค เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลความปลอดภัย ความมั่นคง การพิทักษ์ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ มีระยะเวลา 5 ปี ที่จะขับเคลื่อนภายใต้ขอบเขตข้อตกลง คือ 
1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการที่ไม่เป็นความลับที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี 
2. ความร่วมมือในการวิจัยความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ 
และ 3. การฝึกอบรมและการมอบหมายหน้าที่ โดยจะขับเคลื่อนผ่านการ

ทั้งนี้ไทยจะได้รับประโยชน์จากร่างความตกลงดังกล่าว ทั้งได้รับการสนับสนุนในด้านการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนและฝึกอบรมในหัวข้อที่ไทยขาดความเชี่ยวชาญ โครงการฝึกอบรมด้านการประเมินความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แบบเครื่องปฏิกรณ์วิจัยและแบบเครื่องปฏิกรณ์กำลังเพื่อการอนุญาตและตรวจสอบ การก่อสร้าง สำหรับใช้ในการประเมินและตรวจสอบแบบก่อสร้างของโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยรังสีรักษาจากโบรอนจับยึดนิวตรอนและโครงการจัดตั้งสถานประกอบการอื่นๆ ในอนาคต เป็นต้น

>> ครม. เห็นชอบ ร่างถ้อยแถลง รมต.อาเซียนด้านสตรี หนุน ความเท่าเทียมระหว่างเพศ หนุน ดิจิทัลเสริมศักยภาพสตรีสู่ธุรกิจ ครม. เห็นชอบ ร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสตรี ครั้งที่ 4 ตามที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ มีสาระสำคัญ
1. เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ การเสริมพลังสตรีและเด็กหญิงในภูมิภาคอาเซียน ตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี 2568 โดยตระหนักถึงผลกระทบด้านเพศภาวะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อสตรีและเด็กหญิง 
2. สถานะของสตรีที่มีแนวโน้มอยู่ด้อยกว่าบุรุษ และกลุ่มสตรีที่อาศัยในชนบทที่ยากจน กลุ่มสตรีชาติพันธุ์ สตรีพิการ สตรีย้ายถิ่นฐาน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกละทิ้งไว้ข้างหลัง และมุ่งให้ความสำคัญในการสร้างโอกาสการเข้าถึงของสตรีผ่านการปฏิวัติทางดิจิทัล เช่น  การส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีดิจิทัลและการสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันทางดิจิทัล เพื่อให้สตรีของอาเซียนปรับตัว พัฒนา และประสบความสำเร็จภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภูมิภาคอาเซียน 

สำหรับสาระสำคัญของร่างถ้อยแถลงร่วม ยืนยันถึงการส่งเสริมสตรีใน 2 ด้าน คือ 
1. ส่งเสริมสตรีในเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการปรับปรุงการเข้าถึงการสนับสนุนและข้อมูลด้านการเงิน การฝึกอบอรม เสริมสร้างศักยภาพ โอกาสด้านการตลาดและความเชื่อมโยงนโยบายอื่น
2. การมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการตัดสินใจและการกำหนดนโยบาย โดยรับฟังเสียงและความต้องการของสตรี เพื่อประกันว่าการดำเนินนโยบายและแผนงานมีมุมมองมิติเพศภาวะ ทั้งนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะแจ้งผลการรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมฯ ไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top