Thursday, 2 July 2026
NewsFeed

‘อรุณี’ จี้ ‘ประยุทธ์’ ออกมาดูความจริง ‘โควิด’ เริ่มหนัก เตียงไม่มี - 608 ไม่ได้ยา แนะปรับแผนรับมือเหมือนระบาดช่วงแรกก่อนสาย

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 2,000 คน ผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 20 รายต่อวันจากการปรับระบบการรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจนทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงก็ตาม แต่เป็นการรายงานที่สวนทางกับข้อมูล จาก Worldometer ที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิต สูงติด 1 ใน 10 ของโลก อาจส่งผลกระทบต่อการรับมือและการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนในภาพรวมได้ 

ทั้งนี้พบว่าปัจจุบัน กลไกการสนับสนุนในด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงการเงินและบริการทางสังคมที่พี่น้องประชาชนควรได้รับจากภาครัฐ ลดน้อยถดถอยลงกว่าช่วงก่อนๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ประชาชนที่สงสัยว่าติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยยืนยัน ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม  ในต่างประเทศวัคซีน mRNA สายพันธุ์โอมิครอน (BA.1/2) จะเริ่มจัดส่งและฉีดให้กับประชาชนแล้วในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป แต่ในประเทศไทยยังคงวนเวียนกับการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ยาโมนูลพิราเวียร์ ฟาวิพิราเวียร์ ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ยากลำบาก การเข้าถึงเตียงรักษาที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะผู้ป่วยหนักที่มีอัตราการครองเตียงในระดับสูงอีกครั้ง

'ดร.นิว' จี้ 'ผู้ว่าฯ ชัชชาติ' หารือสภากทม. ลงมติขับ ส.ก. คุกคามทางเพศ พ้นตำแหน่ง

'ดร.นิว' จี้ 'ชัชชาติ' ฟัน ส.ก.พรรคก้าวไกลที่มีพฤติกรรมล่อลวงและคุกคามทางเพศเยาวชน ชี้ในฐานะเป็นหัวหน้าการปกครองส่วนท้องถิ่นจะนิ่งเฉยไม่ได้ ควรหารือกับสภา กทม. และให้มีมติ 2 ใน 3 ขับออกตามกฎหมาย

(15 ก.ค. 65) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ 'ดร.นิว' นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า...

ท่าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะนิ่งเฉยไม่ได้เด็ดขาด เมื่อสีดาไม่มาลุยไฟ ท่านชัชชาติต้องไปลุยมัน

ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครคงได้แต่ฝากความหวังไว้กับท่านชัชชาติ ผู้เป็นหัวหน้าการปกครองส่วนท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครคนหนึ่งจากพรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมล่อลวงและคุกคามทางเพศเยาวชนจนปรากฏเป็นเรื่องฉาวโฉ่ต่อสาธารณชน

ปมทางจิตที่ผู้เป็นแม่สร้างไว้ให้ลูก ความเก็บกดที่พาลไปลงกับอาเบะ

เปิดปมฆ่า 'อดีตนายกฯ อาเบะ' ลุงของมือปืนเผย!! แม่มือปืนเอาเงินไปทุ่มให้โบสถ์เอกภาพทั้งหมดกว่า 100 ล้านเยน หรือ 26 ล้านบาท จนลูกไม่มีเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตกงาน ครอบครัวล้มละลาย พี่ชายฆ่าตัวตาย จึงเลือกโทษและระบายความโกรธแค้นมาที่ ‘อาเบะ’ แทน

(15 ก.ค. 65) ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ‘ครอบครัวที่ล่มสลาย หัวใจที่พังทลายของฆาตกรที่สังหารอดีตนายกฯ อาเบะ’ โดยมีเนื้อหาดังนี้…

ปมทางจิตที่แม่สร้างไว้ให้ลูก++

ประวัติความล่มสลายของครอบครัวคนร้าย นายเท็ตสึยะ ยามากามิ (อายุ 41 ปี) ที่ฆ่าอดีตนายกฯ อาเบะ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มลัทธิที่ตัวเขาชิงชัง

ความจริงในวัยเยาว์ เขาเป็นเด็กที่เพียบพร้อม บ้านมีฐานะ เรียนก็เก่ง เล่นกีฬาก็ดี 

แต่แล้วชีวิตต้องมาพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อมารดาเขาคลั่งลัทธินิกายใหม่

เท็ตสึยะเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ มีพี่ชาย 1 คน น้องสาว 1 คน

>> เพื่อนโรงเรียนประถมและมัธยมต้น เล่าให้ฟังว่า…

เท็ตสึยะเรียนเก่ง กีฬาก็เยี่ยม ใจดี นิสัยดี ไม่มีที่ติเลย ครูประจำห้องมักชมเท็ตสึยะเสมอๆ

>> เพื่อนร่วมชมรมบาสเก็ตบอลเล่าให้ฟังว่า…
เท็ตสึยะหัวดีมากๆ เป็นคนขยัน ไม่แสดงทีท่าว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ เขาเก่งกว่าคนอื่นในทุกๆ ด้าน ทั้งกีฬาและการเรียน แต่เขาเป็นคนที่พูดน้อย สงบเงียบๆ สอนการบ้านเพื่อนประจำ ไม่เคยมีศัตรู และไม่มีพิษภัยกับใคร

ผมยังไม่เชื่อเลยว่าฆาตกรเป็นเพื่อนตัวเอง เคยเห็นเค้าสอนการบ้านเพื่อน แต่ไม่ค่อยเห็นเค้าคบเพื่อนคนไหนเป็นพิเศษ

>> คนที่รู้จักเท็ตสึยะช่วงมัธยมปลาย เล่าว่า...
เท็ตสึยะอยู่ชมรมเชียร์ ได้ไปเชียร์การแข่งขันเบสบอลที่สนามโคชิเอ็งด้วย

>> เพื่อนอีกคนเล่าว่า...
เท็ตสึยะชอบอยู่คนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร เวลาพักกลางวันหรือพักกินข้าวก็ไปคนเดียวตลอด

>> ด้านผู้มีศักดิ์เป็นลุง (พี่ชายของพ่อเท็ตสึยะ) เล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า...
พ่อเท็ตสึยะฆ่าตัวตาย ตั้งแต่เท็ตสึยะอายุได้ 4 ขวบ ตอนนั้นแม่เท็ตสึยะกำลังท้องน้องสาวเท็ตสึยะได้ 8 เดือน
ลูกชายคนโตเป็นมะเร็งตั้งแต่เล็ก หลังจากผ่าตัด สูญเสียการมองเห็นไปข้างนึง

ผมให้เงินช่วยเหลือเดือนละ 5 หมื่นเยนมาตลอด

หลังจากพ่อเท็ตสึยะเสียได้สักพัก แม่เท็ตสึยะก็เข้ากับกลุ่มลัทธิโบสถ์เอกภาพ หลายครั้งที่ปล่อยให้ลูกๆ อยู่ลำพัง ส่วนตัวเองบินไปสาขาแม่ที่เกาหลี พี่ชายเท็ตสึยะต้องโทรมาขอเงินไปซื้อข้าวกิน

ผมพบบันทึกของภรรยาผม ที่โน้ตไว้ว่าเงินที่ช่วยเหลือครอบครัวเท็ตสึยะ ถูกถ่ายโอนไปที่โบสถ์เอกภาพมาตลอด 9 ปี รวมๆ แล้ว หลายล้านเยน

นั่นทำให้ผมรู้ว่าน้องสะใภ้ได้เข้าไปในกลุ่มลัทธินี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว

หลังจากที่น้องชายผมเสียชีวิต แม่เท็ตสึยะได้โอนเงินค่าสินไหมจากการเสียชีวิต เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านเยน (13 ล้านบาท) ให้กับโบสถ์เอกภาพ

นอกจากนี้ ยังมีค่าปลอบวิญญาณผู้ล่วงลับอีก เกือบ 3 ล้านเยน (8 แสนบาท) 

>> โบสถ์เอกภาพคงเป็นทางออกจากความทุกข์ทางเดียวสำหรับแม่เท็ตสึยะ

เดือนสิงหาคม ปี 1998 แม่เท็ตสึยะขายที่ดินที่ตาให้ไว้ ตั้งแต่นั้นมาความสัมพันธ์พ่อลูกก็สั่นคลอน และสองเดือนให้หลัง ตาก็จากไป

แม่เท็ตสึยะได้เป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างต่อจากตา

เดือนมีนาคม ปี 1999 แม่เท็ตสึยะขายบ้านและอาคารอื่นๆ ที่เป็นสมบัติของตา โดยโอนเงินทั้งหมดให้โบสถ์เอกภาพ

ลุงเท็ตสึยะลำบากใจมาก แต่ก็ต้องตัดใจเลิกให้เงินช่วยเหลืออีก เพราะรู้ว่าเงินที่ให้แม่เท็ตสึยะ นางจะเอาไปทุ่มให้โบสถ์เอกภาพทั้งหมด

เท่าที่ลุงเท็ตสึยะรู้ แม่เท็ตสึยะได้บริจาคให้กับโบสถ์เอกภาพไปมากกว่า 100 ล้านเยน (26 ล้านบาท)

หลังจากเท็ตสึยะจบมัธยมปลาย เขาไม่มีเงินเรียนต่อ ลุงเท็ตสึยะให้ความช่วยเหลือ แต่เท็ตสึยะตัดสินใจเลิกเรียนมหาวิทยาลัยกลางคัน

เท็ตสึยะสมัครเข้าเป็นทหารในกองกำลังป้องกันตนเอง ระยะเวลา 3 ปี ระหว่างนั้น เขามีเรื่องกับคนในกองทัพ เจ้าตัวถึงกับจะฆ่าตัวตายด้วยการกรอกน้ำมันเบนซินผสมเหล้า แต่แล้วเขากลับเรียกรถพยาบาลมาเอง เขาก็เลยไม่ตาย

‘ปชป.’ ยันทำงานในฐานะพรรคร่วมตามภาระหน้าที่ ไม่เหมือนเห็บเหาที่สูบเลือดประเทศหมดแล้วโดดหนี

โฆษก ปชป. แย้ง ‘ธรรมนัส’ อย่าเหมารวมพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมลำปาง เพราะรัฐบาลเสียงตก ชี้ต้องมองให้หลายมิติ พร้อมซัดกลับ ‘สุทิน’ เห็บเหาที่สูบเลือดประเทศหมดแล้วโดดหนีก็มี

(15 ก.ค. 65) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ออกมาระบุ ที่พรรคเศรษฐกิจไทย แพ้การเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง เพราะประชาชนภาคเหนือตอนบนไม่เอารัฐบาลว่าเป็นการวิเคราะห์การเมืองในแนวของ ร.อ.ธรรมนัส ที่อาจจะเหมารวมผลการเลือกตั้งว่าพี่น้องประชาชนในภาคเหนือไม่เอารัฐบาล ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมีหลายมิติที่ควรจะพูดถึงให้รอบด้าน แต่หากการวิเคราะห์ดังกล่าวเพียงเพื่อเป็นเหตุผลในการถอนตัวทิ้งรัฐบาลดูแล้วก็จะไม่เป็นธรรมต่อรัฐบาล เชื่อว่านักการเมืองมืออาชีพมองสถานการณ์การเมืองออกในช่วงสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเดินหน้าทำงานให้กับประชาชน หากประเทศมีปัญหาใด ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไขฟันฝ่าให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น การร่วมรัฐบาลเราตระหนักในหน้าที่ที่เราต้องทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวมให้ได้มากที่สุดตามเงื่อนไขที่ได้มีข้อตกลงไว้เมื่อครั้งร่วมรัฐบาล ไม่ได้มีความคิดจะไปแก่งแย่งหรือแทงข้างหลังใครเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า สำหรับอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยืนยันมาตลอดว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบตามระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีการเปิดอภิปรายกันทุกปี ไม่มีความกังวลใจใดๆ พร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา และถ้าหากรัฐมนตรีของพรรคมีการทุจริต ก็ยินดีให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะชี้แจง ในส่วนของพรรค ทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารที่ได้ร่วมรัฐบาลรัฐมนตรีของพรรคก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส.ทุกคนก็เช่นกันที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนทำงานเพื่อส่วนรวมให้เต็มที่

ฮ.แม่ทัพภาค 4 ตก!! รอดหมดทั้ง 7 คน หลังลงฉุกเฉินกลางสวนยางพารา

(15 ก.ค. 65) เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์กของกองทัพภาคที่ 4 ร่อนลงจอดฉุกเฉินกลางสวนยางพาราของชาวบ้านหมู่ที่ 1 บ้านคลองยน ตำบลวังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งมี พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) อยู่ภายในเครื่องรวม 7 นาย และในขณะเกิดเหตุได้มีชาวบ้านในละแวกดังกล่าวที่เห็นเหตุการณ์ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และเข้าไปช่วยเหลือทหารที่อยู่ในเครื่องออกมาร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยที่อยู่ใกล้เคียง 

หลังเกิดเหตุกำลังเข้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง ฉก.สงขลา ตชด.43 รวมทั้งตำรวจ สภ.เทพา และฝ่ายปกครองอำเภอเทพา ได้เข้าตรึงกำลัง และเคลียร์พื้นที่ เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งเร่งดำเนินการช่วยเหลือทหารที่อยู่บนเครื่องทั้งหมดออกมาได้อย่างปลอดภัย เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งมีทั้งหมด 7 นาย ยังคงรู้สึกตัวดี ประกอบด้วย แม่ทัพภาคที่ 4, ช่างเครื่อง 2 นาย, นักบิน 2 นาย, ทส. 1 นาย และช่างภาพ 1 นาย 

โดยล่าสุดแม่ทัพภาคที่ 4 ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บาดเจ็บกระดูกสะโพกขวาหัก และมีเลือดออกภายใน ส่วนทหารอีก 6 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพา และอยู่ในระหว่างการยืนยันอาการ ประกอบด้วย พ.ต.ประสาร ด้วงชาญ, ร.อ.วิสารท์ ชูสังกิจู, ร.ท.ณัท โสหากาค์, จ.ส.อ.พพิทณุ พันเต, จ.ส.อ.ธีรพงษ์ คูหาแก้ว และ ส.ท.พีระวิทย์  โอสถเจริญ 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ก ลำดังกล่าว ได้นำ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ทหาร รวม 7 นาย เดินทางออกจากค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยขึ้นบินราว 08.45 น. ที่ผ่านมา และคาดว่า ในระหว่างเดินทางถึงพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เครื่องยนต์อาจจะเกิดขัดข้อง และทางนักบินได้พยายามนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน แต่ในระหว่างที่ลดระดับลง เครื่องได้ไปเกี่ยวกับยอดต้นยางพารา และเสียการทรงตัว แต่โชคดีที่แม่ทัพภาคที่ 4 และทหารภายในเครื่องทั้งหมดแค่ได้รับบาดเจ็บ

โดยจากนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบในส่วนของเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ก และทำการเก็บกู้ตามขั้นตอนต่อไป อาจจะในช่วง 1-2 วันนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องรางของขลังที่ท่านแม่ทัพภาค 4 นำพาติดตัวประจำก็คือ หลวงพ่อทวด ขณะที่ส่วนองค์ประธาน คือ พระกริ่งปวเรศ รุ่น 2 ปี 2530 วัดบวรนิเวศน์วิหาร

ก้าวไกลขับ ‘อานุภาพ’ พ้นสมาชิกพรรค พร้อมขอให้เจ้าตัวลาออกจาก ส.ก. ด้วย

พรรคก้าวไกลมีความเห็นให้ ส.ก. เขตสาทร พิจารณาตนเองลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

จากกรณีที่นายอานุภาพ ธารทอง ส.ก. เขตสาทร พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานอนาจารเมื่อวันที่ (12 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา พรรคได้มอบหมายคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณพรรคให้สอบสวนข้อเท็จจริงโดยด่วนที่สุด โดยได้มีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ (15 กรกฎาคม 2565) คณะกรรมการวินัยฯ ได้เรียกนายอานุภาพมาสอบข้อเท็จจริง ซึ่งนายอานุภาพได้ยอมรับว่าตนมีพฤติการณ์ผิดต่อจริยธรรมพรรคและสร้างความเสื่อมเสียให้แก่พรรคอย่างร้ายแรง คณะกรรมการวินัยฯ จึงมีความเห็นให้คณะกรรมการบริหารพรรคลงโทษขั้นสูงสุดคือการให้นายอานุภาพพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

อย่างไรก็ตาม นายอานุภาพได้แสดงความจำนงขอลาออกจากสมาชิกพรรคในวันเดียวกัน

แม้นายอานุภาพจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแล้ว แต่ยังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอยู่ เนื่องจากกรณีนี้เป็นความผิดร้ายแรงต่อจริยธรรมพรรค จริยธรรมสังคมอย่างมาก คณะกรรมการบริหารพรรคจึงมีความเห็นให้นายอานุภาพพิจารณาตัวเอง ลาออกจากตำแหน่ง ส.ก. เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

เผยเส้นทางรัก 'เวียร์-วิกกี้'

เผยเส้นทางรัก 'เวียร์-วิกกี้' เจอกันเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วในกองละคร วิกกี้ชนะใจเวียร์เพราะทำให้เป็นคนที่ดีขึ้น ถึงจะรู้จักกันไม่ถึงสิบปีแต่ก็รู้ว่าวิกกี้รักเวียร์มาก เสียสละดูแลครอบครัว เด็ดขาดแต่ใจเย็น

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับงานแต่งงานของพระเอกหนุ่ม 'เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ' และแฟนสาวนอกวงการ 'วิกกี้ พิมนต์ญา เวธน์ปริวัตน์' ที่จัดขึ้นในช่วงเช้าและช่วงบ่ายของวันนี้ 17 กรกฎาคม 2565 ที่ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ CAPELLA BANGKOK แต่เชื่อว่างานนี้ หลายคนก็ยังคงมีคำถามว่า จุดเริ่มต้นความรักของทั้งคู่นั้น เกิดขึ้นตอนไหน เมื่อไหร่ และไปเจอกันได้อย่างไร

ซึ่งคำตอบทุกอย่าง ก็ได้เฉลยแล้วผ่านคลิปพรีเซนเทชั่นของทั้งคู่ ที่เปิดในงานฉลองมงคลสมรส โดยผู้จัดชื่อดัง 'ตุ๊กตา กันตนา' ได้ไลฟ์ผ่านไอจีให้ได้ดูกัน เรียกว่าฟังแล้วตื้นตันสุด ๆ ทางทีมข่าวก็เลยขอแชร์ออกมาให้แฟน ๆ ได้ซึ้งไปพร้อม ๆ กัน

โดยเวียร์และวิกกี้ ได้เปิดใจเล่าให้ฟัง ถึงความรักของทั้งคู่ว่า ได้เจอกันที่ใต้น้ำเมื่อ 4-5 ปีก่อน เพราะวิกกี้มาช่วยเป็นสตันต์ให้ ในละครเรื่องสัมปทานหัวใจ เพราะเป็นนักดำน้ำ ตอนนั้นเวียร์ยังไม่อินเรื่องดำน้ำ แค่ไปขี่มอเตอร์ไซค์ออกทริป หลังจากนั้นก็แยกย้ายไม่ได้เจอกันเลย จนวันที่ได้มาเจอกันอีกที ตอนเวียร์กลับมาจากถ่ายภาพยนตร์ที่ต่างประเทศ เลยนึกถึงเพราะถ่ายดำน้ำมา ก็เลยชวนเพื่อนๆ ที่เรียนดำน้ำด้วยกัน แล้วก็โทร.หาวิกกี้ เผื่อจะมาพาดำน้ำ ก็เลยได้ติดต่อไปอีกครั้งหนึ่ง

ถามว่าเชิงจีบไหม ณ ตอนนั้นโสดแล้ว แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มีเป้าหมายอะไร ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากอายุใกล้เคียงกัน เป็นเพื่อนกันมา แล้วเราก็ผ่านอะไรมาเยอะ เวลาพูดคุยกันมันก็พูดกันตรงๆ แต่ห่างการจีบผู้หญิงมานาน บางทีก็ไม่รู้ ถึงแม้อายุจะขนาดนี้ ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็เลยคุยเรื่องที่เราชอบเหมือนกัน ตอนแรกวิกกี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวียร์เป็นใคร เพราะไม่ได้ดูโทรทัศน์

ด้านสาววิกกี้เล่าต่อว่า ครั้งแรกที่เห็นผู้ชายคนนี้ สูงดีนะ เวียร์เริ่มจีบด้วยการชวนไปไหนมาไหนบ่อยๆ ชวนบ่อยมาก จะมีกิจกรรมตลอด ชวนว่าไปเดินป่าไหม ชวนตลอด แต่ก็ไม่ได้ไป เพราะไม่ว่าง มีทั้งไม่ว่างทิพย์และไม่ว่างจริงๆ ครั้งแรกที่พ่อแม่เจอเวียร์ แม่ก็มาสะกิดแล้วถามว่า ใช่พี่เคอรี่หรือเปล่า? พอมารู้ว่าเขาเป็นใคร ก็รู้สึกว่าไม่ดีกว่า ด้วยความต่างของอาชีพ ส่วนเราเป็นนักธุรกิจ ซึ่งหนุ่มเวียร์ได้กล่าวเสริมว่า การที่เป็นนักแสดงและมีชื่อเสียง วิกกี้ก็คงกลัว แต่สิ่งที่ทำได้ คือต้องทำให้วิกกี้ไว้ใจว่า เราอยากคุย อยากรู้จักด้วยจริงๆ

ก่อนวิกกี้จะเล่าต่อว่า เขาก็ชวนหลายรอบมาก เขาไม่ละความพยายามเขาเลย ก็เลยยอมไป ไปเพราะอยากรู้จักเขามากขึ้น เพราะเขาชวนไปในที่ที่เราอยากไป จนเขาเอาดำน้ำมาล่อ ซึ่งเป็นดำน้ำที่เราสนใจมาก หลังจากที่เป็นเพื่อนกันมาเรื่อยๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ก็คิดอะไรเหมือนกันหลายๆ อย่าง พอได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ก็รู้สึกว่าเราสามารถพึ่งพาเขาได้ และเราก็อยู่ง่ายกินง่ายเหมือนกัน ไปไหนง่ายๆ ก็เลยไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

อดีตนายกฯ UK เชื่อ ตะวันออกมีดีไม่ต่างจากตะวันตก ชี้!! ใกล้ถึงจุดจบ ยุคสหรัฐฯ และพันธมิตรครองโลก

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ตะวันออกสามารถมีเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทัดเทียมกับตะวันตก และยุคสมัยที่สหรัฐฯ และพันธมิตรครองโลกใกล้ถึงจุดจบแล้ว จากความเห็นของโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

แบลร์ แสดงความคิดเห็นดังกล่าวระหว่างร่วมบรรยายประจำปีที่มูลนิธิ Ditchley Foundation เมื่อวันเสาร์ (16 ก.ค.) ระบุว่า สืบเนื่องจากผลกระทบของโรคระบาดใหญ่โควิด-19 และความขัดแย้งในยูเครน "ผู้คนจำนวนมากของประชากรตะวันตก มาตรฐานการครองชีพกำลังซบเซา"

"การเมืองในโลกตะวันตก ตกอยู่ในความยุ่งเหยิง แบ่งพรรคแบ่งพวกมากขึ้น น่าเกลียดยิ่งขึ้น ไม่ผลิดอกออกผลใด ๆ และเติมเชื้อไฟโดยสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบกับทั้งกิจการในประเทศและระหว่างประเทศ" แบลร์กล่าว พร้อมชี้ว่าปฏิบัติการทางทหารรุกรานยูเครนของรัสเซีย "ควรกลายเป็นจุดปักหมุดสำหรับการกอบกู้สำนึกแห่งพันธกิจของเรา (ตะวันตก)"

อย่างไรก็ตาม อดีตนายกมนตรีวัย 69 ปีรายนี้ ซึ่งกุมบังเหียนรัฐบาลสหราชอาณาจักรระหว่างปี 1997 ถึง 2007 บอกว่า "การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของศตวรรษนี้จะมาจากจีน ไม่ใช่รัสเซีย"

"เรากำลังมาถึงจุดจบการครอบงำทางการเมืองและเศรษฐกิจของตะวันตก โลกกำลังกลายเป็น 2 ขั้วเป็นอย่างน้อยและมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโลกหลายขั้ว" เขาคาดการณ์

นักการเมืองจากพรรคเลเบอร์รายนี้กล่าวต่อว่า จีน ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลกแล้ว "จะแข่งขันกับตะวันตกไม่ใช่แค่เพื่ออำนาจ แต่ต่อต้านระบบของเรา แนวทางบริหารและวิถีชีวิตของเรา" แบลร์ระบุ พร้อมเตือนว่า "ปักกิ่งจะไม่ก้าวขึ้นมาเพียงลำพัง พวกเขาจะมีพันธมิตร แน่นอนตอนนี้คือรัสเซีย และมีความเป็นไปได้ว่าอิหร่านจะร่วมด้วย"

'ทนายตั้ม' ขอบคุณนายกฯ ช่วยนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทย เคลียร์ปัญหาวีซ่าไว จนไปแข่งชิงแชมป์โลกได้ทันเวลา

วานนี้ (17 ก.ค. 65) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก 'นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ' เกี่ยวกับกรณีนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทย ติดปัญหาเรื่องวีซ่า ไว้ว่า...

ตั้งแต่น้องๆ นักเจ็ตสกีทีมชาติไทย มาหาผมเมื่อ 5 วันก่อน บอกว่าพวกน้องจะไปแข่งในนามทีมชาติไทยที่ประเทศโปแลนด์ เลื่อนตั๋วมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ทันรอบนี้คงไม่ทันแข่งในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้แน่ ๆ 

ผมถามว่าติดปัญหาอะไร น้อง ๆ บอกผมว่าเอเย่นต์ ที่สมาคมประสานให้รับผิดชอบทำวีซ่า เอาพาสปอร์ตของน้อง ๆ ไปตั้งนานแล้วไม่ทำอะไร ดองไว้ จนใกล้จะถึงกำหนด ตอนนี้ยังไม่ได้คิวสัมภาษณ์เพื่อทำวีซ่าเลย แล้วจะต้องเดินทางในวันที่ 17 กลัวจะไม่ทัน เลยมาหาผมให้ช่วยน้อง ๆ ด้วย

ผมก็รับปากไปว่าผมจะโพสต์ให้ แล้วเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาช่วยดูเรื่องนี้ เพราะไปแข่งครั้งนี้มันเป็นการแข่งในนามทีมชาติ และน้อง ๆ ก็เสียเงินกันไปเยอะมาก แต่พี่ตั้มไม่รับปากว่าจะสำเร็จหรือเปล่านะ แต่จะทำให้!!

หลังจากผมโพสต์ไปก็มีสื่อหลายสื่อที่เห็น แล้วช่วยกันนำเสนอข่าว จนเป็นกระแสว่าน้อง ๆ อาจจะพลาดการไปแข่งขันในนามทีมชาติ พอกลับมาบ้านผมคิดขึ้นได้ว่าเราควรจะขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ จึงโทรไปปรึกษากับพี่แรมโบ้อีสาน รบกวนให้พี่แรมโบ้ช่วยประสานกับท่านนายกฯ ให้หน่อย เพราะหากปล่อยไปโอกาสที่น้อง ๆ จะได้ไปโชว์ฝีมือที่โปแลนด์แทบจะเป็นศูนย์

ประเทศไทยสุดยอดแค่ไหน!! ตามติดอันดับของไทยด้านการท่องเที่ยว จากผลสำรวจทั่วโลก ปี 2565

- เกาะพะงัน เป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการทำงานที่สุดในโลก ประจำปี 2565 (Workation)

(ที่มา : William Russell.com)

- กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุด (Best City) ในการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก

(ที่มา : นิตยสาร DestinAsian)

- 'เกาะที่ดีที่สุด' ภูเก็ต และเกาะสมุยในภาคการท่องเที่ยว ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

(ที่มา : นิตยสาร DestinAsian)

- จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวน่ามาเยือนมากที่สุดในโลก หลังสถานการณ์โควิด-19

(ที่มา : Visa Global Travel Intentions Study)

- ประเทศที่มีความปลอดภัยในการเดินทางสูงที่สุด

(ที่มา : Berkshire Hathaway Travel Protection)

- ประเทศที่มีผู้เข้าชมใน Street View มากที่สุดจากทั่วโลก

(ที่มา : Google Street View)

- 'ต้มยำกุ้ง' ซุปที่ดีที่สุดในโลกในปี 2022 ของ CNN Travel ในปี 2565

(ที่มา : CNN Travel)


ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.qo.th


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top