Friday, 5 June 2026
ไทย

สถานทูตจีนขอสอบสวนถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม คดีเรียกค่าไถ่พลเมืองจีนในไทย จีนเรียกร้องไทยเข้มบังคับใช้กฎหมาย หลังพลเมืองถูกกักขังเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว หลังเกิดคดีกักขังเรียกค่าไถ่ในไทย

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย

ถาม: เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดเหตุการณ์ที่พลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมีความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวอย่างไร?

ตอบ: สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ติดต่อสอบถามรายละเอียดของคดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยในทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีโดยเร็ว และนำตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ฝ่ายจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายไทยจะเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในประเทศไทย  รักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีนและไทย

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยอย่างเคร่งครัด เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย และใส่ใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็ว

ที่มา : Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1402355991922410&id=100064440681953&rdid=zdJRAug9jdp3CzMx#

ฝรั่งเศสส่งสัญญาณมิตรภาพ!! มาครงต้อนรับ “อนุทิน” ถึงปาแลเดอเลลีเซ โพสต์เพลง made in Thailand สะท้อนมิตรภาพไทย–ฝรั่งเศส ชูความร่วมมือเศรษฐกิจ–วิทยาศาสตร์–ความมั่นคง

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โพสต์ภาพคู่ ‘อนุทิน’นายกรัฐมนตรีพร้อมเพลง made in Thailand ของวงคาราบาว หลังจากทั่งคู่ได้หารือกันที่ทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ ย้ำ ไทยและฝรั่งเศสยังคงเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส โพสต์ภาพผ่าน instagram ส่วนตัวเป็นภาพคู่กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมแท็กเพลง made in Thailand แห่งวงคาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตระดับตำนานของไทย หลังจากให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ที่ทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ

พร้อมระบุข้อความว่า มีความสุขที่ได้รับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย  ในการเยือนฝรั่งเศส  ไทยและฝรั่งเศสยังคงเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด และความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และความมั่นคง เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ

ที่มา : NBTConnext 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1464837409011925&id=100064570394286&rdid=qabCU9p0SmIAUai8#

ไทย–กัมพูชา เปลี่ยนเกม!! สะบั้น MOU44 หันกลับใช้ UNCLOS ยกระดับความสัมพันธ์บนเวทีสากล กัมพูชาต้องการสิทธิพิเศษทางทะเล ไทยพร้อมรับมือยึดกติกาสากล

วิเคราะห์ UNCLOS กับ MOU44 ความแตกต่างในวันที่ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป

ความชื่นมื่นในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาแทบจะเรียกได้ว่าวันนี้เราต่างคนต่างอยู่ก็ไม่ผิดอะไรนัก  แม้การเดินทางเข้ากัมพูชาของคนไทย ณ วันนี้จะเดินทางเข้ากัมพูชาได้ทางอากาศแบบฟรีวีซ่าเพราะกัมพูชาก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนปฏิบัติตามข้อตกลงอาเซียน/ทวิภาคี  ที่ให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนสามารถเดินทางไปหากันได้แบบไม่ต้องใช้วีซ่าภายในระยะเวลา 14 วัน   ล่าสุดไทยกับกัมพูชาจะสะบั้น MOU 44 กันไปแล้วและหันกลับไปใช้ UNCLOS กันแทน วันนี้เอย่าจึงพามาดูกันว่า UNCLOS ต่างจาก MOU44 อย่างไร แล้วงานนี้ใครได้ใครเสีย

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า MOU คือข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ  เป็นการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกันระหว่าง 2 ประเทศ  ซึ่งไม่ได้มีการบ่งบอกหรือปักปันเขตแดนกันจริงจัง  ซึ่งนี่คือปัญหาที่หมักหมมที่เกิดการรุกล้ำแผ่นดินจนเคลมแผ่นดินไทยบางส่วนไปเป็นของกัมพูชาเพราะถือหลักอยู่กันมานานนั่นเอง ซึ่งจุดนี้ทางไทยเราได้กางแผนที่พร้อมหลักฐานหมุดสยามที่ปักอยู่เป็นตัวกำหนดเขตแดนและยึดคืนพื้นที่กว่า 13,000 ไร่  โดยใช้หลักฐานคือ สันปันน้ำ  แผนที่ 1:50,000 ซึ่งเป็นมาตราส่วนสากลในการกำหนดปักปันเขตแดน  รวมถึงหลักหมุดเดิมที่มีการกำหนดกันระหว่างรัฐบาลสยามกับรัฐบาลฝรั่งเศสในขณะนั้น 

แล้ว UNCLOS คืออะไรละ….?   UNCLOS ย่อมาจากUnited Nations Convention on the Law of the Sea  เป็นการแบ่งเขตทางทะเล ซึ่งเป็นกฎหมายสากลที่ใช้กำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างประเทศ  การที่ตอนนี้ไทยและกัมพูชาเลือกใช้ UNCLOS เพราะจะได้แบ่งปักปันพื้นที่ในทะเลออกมาได้อย่างชัดเจน  โดยพื้นที่ในทะเลจะเกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่ทะเลตรงนั้นด้วย  แล้วแปลกใจไหมละคะว่าทำไมกัมพูชาถึงเลือกจะใช้ UNCLOS ในการแก้ปัญหาชายแดนกับไทย  กัมพูชาได้อะไรอย่างนั้นหรือ…?

อย่างแรกเลยกัมพูชาอ้าง UNCLOS เพื่อจะเปลี่ยนประเด็นจากข้อพิพาทของ 2 ประเทศให้เป็นปัญหาระดับสากล ดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาได้ช่วยไกล่เกลี่ยและเพิ่มความชอบธรรมทางการทูต   ประเด็นต่อมาคือ  การเพิ่มอำนาจต่อรองเรื่องก๊าซและน้ำมัน โดยมีความเป็นไปได้ที่ทางกัมพูชาจะอ้างสิทธิการใช้เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่ประกาศสิทธิครอบครองตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS 1982) โดยขยายออกไปสูงสุดไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล  หรือประมาณ 370 กิโลเมตร จากเส้นฐานชายฝั่ง โดยเขตเศรษฐกิจจำเพาะนี้ให้สิทธิพิเศษแก่กัมพูชาในการสำรวจ ขุดเจาะ และแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์น้ำ และสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันใต้ทะเล เป็นต้น  ซึ่งการลากเส้นทางทะเลดังกล่าวจะเพิ่มความชอบธรรมในการเคลมการหาผลประโยชน์พื้นที่ในทะเลในจุดที่เคยเป็นพื้นที่พิพาทให้เป็นของกัมพูชาได้  ข้อ 3 คือการลดการใช้แผนที่และสนธิสัญญาจากยุคอาณานิคมแต่หันมายึดกฎหมายทะเลยุคใหม่แทน  สุดท้ายการใช้ UNCLOS จะเพิ่มภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้แก่กัมพูชาด้วย  

แล้วฝั่งไทยละการใช้ UNCLOS มีประโยชน์อย่างไร  เอย่าก็ต้องบอกก่อนว่าไทยเราใช้ UNCLOS มาหลายประเทศแล้วรอบบ้านเราทั้งเมียนมาและมาเลเซีย  รวมถึงประเทศที่จะมีน่านน้ำติดกับเราอย่าง อินเดีย  เวียดนาม  อินโดนีเซียก็เช่นกัน  ดังนั้นการใช้ UNCLOS ของไทยจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ดังนั้นการใช้ UNCLOS ของไทยเราจึงมีประสบการณ์เป็นอย่างดี อะไรที่ฝั่งกัมพูชาคิดจะทำได้ฝั่งไทยก็ทำได้เช่นกันในกรอบข้อกำหนดเดียวกัน

ถึงวันนี้เอย่ามั่นใจว่าการที่ท่านอนุทินเดินทางไปยังฝรั่งเศสแล้วบอกกับประธานาธิบดี มาครง เรื่องกันยกเลิก MOU44 แล้วหันกลับมาใช้ UNCLOS น่าจะเป็นอะไรที่เป็นมาตรฐานและเป็นสิ่งที่เจ้าอาณานิคมแต่เดิมของกัมพูชาเข้าใจได้  แถมยกระดับภาพลักษณ์ไทยในสายตาชาวโลกด้วยว่าเราไม่ได้รังแกประเทศที่ล้าหลังกว่าอย่างกัมพูชา รวมถึงลากกัมพูชามาประจานของสาธารณะได้อย่างชอบธรรมหากทำสิ่งใดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั่นเอง

ที่มา : AYA

ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไทยติดกับดักเปลี่ยนผ่านเวียดนามติดกับดักปริมาณ ใครจะครองบัลลังก์ท่องเที่ยวอาเซียน ไทยต้องเร่งกู้ความปลอดภัย ก่อนเสียแชมป์ท่องเที่ยวให้เวียดนาม

ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ศึกใหญ่แห่งอาเซียน เมื่อเวียดนามท้าชิงบัลลังก์ท่องเที่ยวไทย

ภาพที่สวนทางกันอย่างเจ็บปวด

ปี 2568 เป็นปีที่ "ไทยหดตัว เวียดนามพุ่ง" พร้อมกัน

ไทยมีนักท่องเที่ยว 32.97 ล้านคน ลดลง -7.23% รายได้หดลงอีก -4.71% โดยเฉพาะตลาดจีนที่หายไป -33.8% แม้ยุโรปและรัสเซียฟื้นตัวแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจอุดรอยรั่วที่ใหญ่เกินไปได้

เวียดนามกลับสร้างประวัติศาสตร์ด้วยนักท่องเที่ยว 21.2 ล้านคน โต +20.4% รายได้ทะลุ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และตั้งเป้าปี 2569 ที่ 25 ล้านคน ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข

เวียดนามกำลังติดกับดัก "Volume Trap" — รายได้เพิ่มตามจำนวนคน ไม่ใช่ตามมูลค่าต่อหัว รายได้กว่า 50% มาจากนักท่องเที่ยวในประเทศที่ใช้จ่ายต่ำ โครงสร้างพื้นฐานการบริการยังอันดับ 80 โลก และนโยบายการท่องเที่ยวติดอยู่ที่อันดับ 98 ขวางการเข้าสู่ตลาด Luxury อย่างสมบูรณ์

ไทยก็ไม่ได้สบายกว่า กำลังติดกับดัก "Transition Friction" — ประกาศ "Less for More" แต่ธุรกิจฐานราก ทัวร์ โรงแรมกลาง ร้านของฝาก ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อรองรับมวลชน 40 ล้านคน เมื่อจีนหายไป สภาพคล่องพังทันที และยิ่งน่าห่วงกว่านั้นคือ ความปลอดภัยของไทยร่วงจากอันดับ 86 → 102 โลก และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนด้านความปลอดภัยดิ่งจาก 26% เหลือเพียง 19%

ยุทธศาสตร์ที่กำลังสู้กัน

ไทย ชูกลยุทธ์ "Less for More" — DTV Visa ดึง Digital Nomads, Medical & Wellness Hub, Soft Power "5 Must Do in Thailand" และกระจายรายได้สู่เมืองรอง

เวียดนาม ตีด้วย "Dual Visa + Digital Revolution" — ยกเว้นวีซ่า 45 วันสำหรับ 13 ประเทศเป้าหมาย e-visa 90 วันสำหรับทั่วโลก และพัฒนาซูเปอร์แอป "Visit Vietnam" ที่บูรณาการ AI + Blockchain + Real-time Data ทั้งระบบ เป้าหมายชัดเจน — Top 30 TTDI ภายในปี 2573

ทางรอดของไทย

ชัยชนะในทศวรรษหน้า ไม่วัดที่จำนวนนักท่องเที่ยว แต่วัดที่ "ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนปริมาณให้เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืน"

ไทยต้องปฏิรูปใน 5 มิติพร้อมกัน — กอบกู้ความปลอดภัยอย่างเด็ดขาด เจาะตลาดพรีเมียมอย่างจริงจัง สร้างระบบนิเวศดิจิทัลระดับชาติ บังคับมาตรฐาน ESG และ Overtourism และที่สำคัญที่สุด — เปลี่ยนเวียดนามจากคู่แข่งเป็นพันธมิตร ด้วยการผลักดัน Common Visa อาเซียน ให้ไทยเป็น "ฮับ" ที่ทุกคนต้องผ่าน

ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องทิ้ง "อดีตอันหอมหวานของยอดตัวเลข" และเดินหน้าด้วย "คุณภาพ นวัตกรรม และความปลอดภัย" เพราะนี่คือไพ่ใบสุดท้ายที่จะตัดสินว่า

ไทยจะยังผงาดเป็นเจ้าแห่งท่องเที่ยวอาเซียน หรือจะก้าวลงจากบัลลังก์อย่างถาวร

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2860068067665570&id=100009872145864&rdid=wyUjVSzt4it3yjeG#

ไอดิล ไอมาน นักตะกร้อทีมชาติมาเลเซีย โพสต์ข้อความถึงทีมตะกร้อทีมชาติไทยว่า

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในสนามเราอาจเป็นคู่แข่ง

แต่นอกสนาม เราคือเพื่อนกันตลอดไป”

 

ไอดิล ไอมาน นักตะกร้อทีมชาติมาเลเซีย

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1532864978199329&set=a.762879748531193

กัมพูชาขึ้นเวที UNSC !! ย้ำแก้ปมชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ ‘ปรัก โสคอน’ ชี้โลกปั่นป่วนยิ่งต้องยึดสันติวิธี จุดยืนกัมพูชาในข้อพิพาทชายแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ปรัก โสคอน ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ในระหว่างการอภิปรายเปิดระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม

ในการกล่าวต่อที่ประชุม รัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วนระดับโลก ความขัดแย้งทางอาวุธ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น บูรณภาพแห่งดินแดนและการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติจะต้องยังคงเป็นรากฐานของระเบียบระหว่างประเทศ

ในระหว่างการแถลง รัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของกัมพูชาต่อกฎบัตรสหประชาชาติ และโดยอ้างอิงจากประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของตนเอง เขาย้ำว่าข้อพิพาทจะต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจา การทูต และการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น

ก่อนจบการแถลง รัฐมนตรีปรัก โสคอน แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจของกัมพูชาต่อประชาคมระหว่างประเทศที่ให้การสนับสนุนการหยุดยิงและการแก้ไขความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทยอย่างสันติ

ที่มา : https://www.facebook.com/100064334816576/posts/1420056336815513/?rdid=evH3vghOWwuN28Ql#

ไทยลุยจัดหาก๊าซใหม่!! กาตาร์หยุดส่งก๊าซ 3-5 ปี เจรจาซื้อ LNG สหรัฐฯ 15 ปี ลงนามสัญญาฉุกเฉินเสริมแหล่ง กระจายความเสี่ยงลดพึ่งตะวันออกกลาง

ยุคก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของตะวันออกกลางกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วหรือ?

กาตาร์เป็นผู้จัดหาก๊าซให้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานหลายทศวรรษ

อิหร่านทำลายกำลังการผลิตไปแล้ว 17%

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเจรจาฉุกเฉินกับ Venture Global เพื่อทำข้อตกลงซื้อก๊าซ LNG จากสหรัฐฯ เป็นระยะเวลา 15 ปี

ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าก๊าซ LNG รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนใหญ่ของแหล่งก๊าซที่นำเข้ามาจากกาตาร์และช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะนี้แหล่งก๊าซดังกล่าวหยุดชะงักไป 3-5 ปีแล้ว

การปรับโครงสร้างฉุกเฉินของประเทศไทย:

- Venture Global (สหรัฐฯ) เร่งการเจรจา SPA ระยะยาว 15 ปีขึ้นไป กำลังดำเนินการอยู่

- การเจรจาจัดหาจากมาเลเซียกำลังดำเนินอยู่

- สัญญา Glenfarne Alaska LNG 2 ล้านตันต่อปี ระยะยาว 20 ปี (ลงนามปี 2025)

- Engie + Gulf Development ลงนามข้อตกลง 15 ปี มกราคม 2026

ข้อตกลงทั้งหมดนี้เป็นการทดแทนอุปทานที่หายไปหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์โดยตรง

เหตุใดจึงต้องเลือก Venture Global:

ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 2026 แล้ว

ลงนามข้อตกลงกับ Vitol และ TotalEnergies ในเดือนนี้แล้ว มีเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำกำลังแล่นไปจีนแล้ว

ข้อตกลงระยะยาวกับ PTT ทำให้มีผู้รับซื้อหลักอีกรายใน Plaquemines เป็นเวลา 15 ปี โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากหลุยเซียน่าไปยังกรุงเทพฯ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นทั่วเอเชีย:

- ไทย → ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ

- เกาหลีใต้ → การจัดหาจากพอร์ตโฟลิโอของ BP

- จีน → ยอมรับ LNG จากสหรัฐฯ แม้จะมีภาษี 25%

- ญี่ปุ่นและไต้หวันกำลังเร่งทำสัญญาที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Hormu

การกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา LNG จากตะวันออกกลางเป็นความปรารถนาที่วางไว้ 10 ปี ก่อนเกิดสงคราม

แต่กลายเป็นภาวะฉุกเฉิน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 

https://x.com/i/status/2059402475451322677

‘สีหศักดิ์’ พบ ‘หวัง อี้’ !! ไทย–จีน ชูพหุภาคีนิยมกลางเวทีนิวยอร์ก เดินหน้าเสริมบทบาทยูเอ็นและธรรมาภิบาลโลก ย้ำจีนพร้อมแสดงบทบาทสร้างสรรค์ หนุนไทย–กัมพูชาแก้ข้อพิพาทชายแดนด้วยสันติวิธี

นายหวัง อี้ พบปะกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้พบปะกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ที่นครนิวยอร์ก นอกรอบการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

นายหวัง อี้ กล่าวขอบคุณนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่เข้าร่วมการประชุมระดับสูงครั้งนี้เป็นการเฉพาะ โดยระบุว่า ทั้งจีนและไทยต่างเป็นผู้ปกป้องและผู้ปฏิบัติพหุภาคีนิยม และเป็นผู้มีส่วนร่วมและผู้ได้รับประโยชน์จากระบบธรรมาภิบาลโลก ฝ่ายไทยได้เสนอ “การทูตไทย 2.0” ที่มียุทธศาสตร์ มองการณ์ไกล และยั่งยืนยิ่งขึ้น และฝ่ายจีนยินดีที่ฝ่ายไทยมีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ ร่วมกันมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูและเสริมสร้างบทบาทของสหประชาชาติ ส่งเสริมการปฏิรูปและปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลโลก และทำคุณูปการต่อสันติภาพและการพัฒนาของมนุษยชาติ ฝ่ายจีนชื่นชมฝ่ายไทยยึดมั่นในหลักการจีนเดียว และยินดีที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับฝ่ายไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายควรเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จีน-ไทยฉบับใหม่ วางแผนความร่วมมืออย่างครอบคลุมในด้านต่างๆ และผลักดันให้การสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันได้เกิดความสำเร็จใหม่ๆ ฝ่ายจีนสนับสนุนฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชายึดมั่นในการเจรจาและปรึกหารือ เสริมสร้างความมั่นคงของการหยุดยิง ฟื้นฟูความไว้วางใจซึ่งกันและกันอย่างเป็นขั้นตอน และแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ฝ่ายจีนยินดีที่จะแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อไป

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กล่าวว่า ฝ่ายจีนริเริ่มจัดการประชุมระดับสูงครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ สถานการณ์อิหร่านไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย โลกต้องการกฎเกณฑ์ ไม่ใช่เอกภาคีนิยม และการร่วมกันปกป้องอำนาจของสหประชาชาติเป็นสิ่งที่เร่งด่วนอย่างยิ่งในขณะนี้ ฝ่ายไทยยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวโดยตลอด และยินดีที่จะกระชับการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับฝ่ายจีน เสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ และส่งเสริมการสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกันให้ลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมยึ่งขึ้น ฝ่ายไทยชื่นชมความพยายามของจีนในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไทย-กัมพูชา และจะยังคงรักษาการเจรจาและการสื่อสารกับฝ่ายกัมพูชาต่อไป เพื่อบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน

ที่มา : https://www.facebook.com/100064440681953/posts/1409799971178012/?rdid=CsOIBSfkOP339eu1#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top