Friday, 5 June 2026
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

เครื่องรางขลัง!! ศักดิ์สิทธิ!! ขวัญกำลังใจ ของชายชาติทหาร ที่ออกไปรบแนวหน้า เพื่อรักษาอธิปไตย ปกป้องแผ่นดินไทย

(27 ก.ค. 68) เครื่องรางใดไหนเล่า จะศักดิ์สิทธิเท่า ‘ชายผ้าถุงแม่’

ทหารนายหนึ่งในแนวหน้าสนามรบ ถอดหมวกทหารให้ดู 

ขณะที่เรา วิ่งหนี แต่ทหาร วิ่งสวนทางกับเรา

(27 ก.ค. 68) ขณะที่เราวิ่งหนี แต่ทหารวิ่งสวนทางกับเรา ขอบคุณที่ปกป้องประเทศ ปกป้องประชาชน ขอให้ปลอดภัยได้กลับบ้านมาเจอคนที่รัก อย่างปลอดภัยทุกนาย

‘เอกนัฏ’ หนุนเต็มที่!! กองทัพเดินหน้า ลุยต่อ ไม่ต้องหวั่น!! ‘ภาษีทรัมป์’ ลั่น!! พร้อมซัพพอร์ต เป็นกำลังใจให้ แบบสุดซอย เพื่อปกป้องคนไทย

(27 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ที่ จ.อุบลราชธานี โดยมีเนื้อความว่า

พร้อมรบเป็น ‘กองหลัง’

เรื่องที่ไทยถูกกดดันให้หยุดยิง เพื่อเจรจาภาษีทรัมป์

ทั้งๆที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่เรา ยิงใส่โรงพยาบาล ยิงใส่บ้านเรือนผู้บริสุทธิ์ ของเราก่อน ทำให้พลเรือนที่บริสุทธิ์ รวมถึงเด็กๆ ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย จนกระทั่งเช้านี้ (27 ก.ค.) ก็ยังยิงใส่เราไม่หยุด

ในฐานะรัฐมนตรีฯอุตสาหกรรม ผมได้เตรียมแผนรับมือ กับผลของภาษีตอบโต้จากทรัมป์ ไม่ว่าเรทภาษีจะจบลงที่เท่าไหร่

เพราะไม่ว่าผลการเจรจา “นอกบ้าน” จะออกมาเช่นไร จะมัวแต่ภาวนาให้สหรัฐฯเมตตา ลดภาษีให้กับเราอย่างเดียวไม่ได้  แต่ควรจะจัดการกับปัญหา “ในบ้าน” ใกล้ตัว ที่อยู่ในอำนาจของเราเองก่อน

1. จัดการของด้อยคุณภาพที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด ธุรกิจ0เหรียญ
2. รณรงค์ซื้อ-ใช้ของที่ไทยผลิต Made By Thai ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs)
3. จัดระบบอุตสาหกรรมใหม่ ไม่พึ่งแต่บุญเก่า ยุคใหม่ ทันสมัย ทันเวลา โปร่งใส ทำให้สะอาด ทำให้ถูกต้อง

ภาษีตอบโต้จะเป็นเท่าไหร่ ผมรับมือได้ แต่รับไม่ได้ ที่จะไม่ให้เราตอบโต้ทางทหาร เพื่อปกป้องชีวิตอันบริสุทธิ์ของประชาชนคนไทย 

ขอให้กองทัพ ได้ทำหน้าที่แนวรบ “กองหน้า” ปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง

กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นแนวรบ ”กองหลัง“ ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ สู้ในสงครามเศรษฐกิจให้เอง

วันนี้มาทำหน้าที่ส่วนเล็กๆ เปิดศูนย์รวบรวมความช่วยเหลือจากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อส่งข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้ศูนย์พักพิงและพี่น้องทหารไทยครับ

“กองหลัง” คนนี้ พร้อมซัพพอร์ต และเป็นกำลังใจให้กองทัพ แบบสุดซอย ไม่ต้องยั้งครับ

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้!! ถึงเวลาไทย ลงทุนพัฒนาโดรนเอง หลังจีนเข้มงวด ห้ามดัดแปลงโดรน เพื่อการทหาร

(27 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีภาพกองทัพไทยนำโดรนเกษตรมาดัดแปลงเพื่อใช้ในภารกิจทางทหาร ได้สร้างความกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งชี้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า การนำโดรนพลเรือนมาดัดแปลงเพื่อติดตั้งระบบปล่อยวัตถุระเบิดอย่างเปิดเผยนั้น ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลจีนที่ไม่สนับสนุนการนำโดรนไปใช้ในทางการทหาร ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกโดรนรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีนโยบายห้ามส่งออกโดรนพลเรือนหากทราบว่าจะถูกนำไปใช้ในทางทหาร

หากจีนใช้มาตรการจำกัดหรือห้ามส่งออกโดรนและชิ้นส่วนมายังประเทศไทย จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากอุตสาหกรรมโดรนของไทยพึ่งพาส่วนประกอบหลักจากจีนเกือบทั้งหมด เช่น มอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุม

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุการณ์นี้เป็น “สัญญาณเตือน” ให้ไทยต้องหันมาลงทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างอุตสาหกรรมโดรนของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศและสร้างความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน

ผู้เชี่ยวชาญ เผย!! ‘โดรนเกษตร’ เอามาดัดแปลงทำเป็น ‘โดรนทหาร’ เซตไม่เป็น!! ก็เหมือนส่งเครื่องมือล่อเป้า ไปให้ทหารใช้ เสี่ยงโดนดักข้อมูล

(27 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Tuck Teerapong Sookjit’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ โดรนเกษตร และ โดรนทหาร โดยมีใจความว่า ...

ใช้ opensource เสี่ยงโดนดักข้อมูลไม่ใช่แค่จะโดนแจม แต่โดนจอยการควบคุม ฝั่งตรงข้ามสามารถเข้ามาคุมลำฝั่งเราได้เลย หรือดึงข้อมูลที่ตั้ง บันทึกการบินทั้งหมด เรื่องนี้ทำไม่ยากเลย เพราะมัน เป็น opensource ทุกอย่าง เรื่องแจมเรื่องจอยการควบคุมไม่ยากอะไร

ใช้โดรนทางทหาร, โดรนเฉพาะทางจากจีนหรือที่จากไหนๆถ้าไม่ได้ทำเองก็ไม่ปลอดภัยเพราะเราควบคุม protocol การสื่อสาร การเข้ารหัสไม่ได้

เอาโดรนเกษตรมาดัดแปลงทำโดรนทางทหาร แน่นอนว่าอนาคตมีปัญหาแน่กับอุตสาหกรรมโดรนเกษตร เพราะผู้ผลิตจะไม่ขายของให้ เพราะเอาไปใช้ผิดประเภท ซึ่งตอนนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว

ต่อไปไทยต้องทำอุปกรณ์พวกนี่เองให้ได้ ทั้ง hardware, software ไม่ใช่แค่ซื้อมาประกอบ แล้วหลอกคนอื่นว่าทำเอง คนเอาไปใช้บางทีไม่รู้ เป็นอันตรายต่อชีวิตเค้า

โดรนทางทหารไม่เหมือนโดรนเด็กเล่น ตายจริงเจ็บจริง

‘อดีตสว.สมชาย’ เตือน!! การแทรกแซง จากสหรัฐฯ อย่าเอาเอกราชแลกภาษี!! อาจบานปลายขยายวงได้

(27 ก.ค. 68) นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ระวังการเข้าแทรกแซงจากสหรัฐที่เกินพอดี

อย่าเอาเรื่องการเจรจาภาษี การขอใช้หรือตั้งฐานทัพ ที่ทับละมุ อู่ตะเภา สงขลา อุดรธานี อุบลราชธานี ตาคลี เชียงใหม่ 

อย่าเอาเอกราชแลกภาษี 36%

การปล่อยให้ต่างชาติแทรกแซงทำให้จีนมีปัญหาความไม่เข้าใจจนสงครามบานปลายขยายวงได้

‘รัฐบาล’ เชิญชวน!! บริจาคเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ผ่าน!! กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี

(26 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่ารัฐบาลประสานเปิดช่องทางในการรับบริจาคทางการ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่าน “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสงค์ร่วมช่วยเหลือ ในชื่อบัญชี: กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี: 067-0-06895-0 (ยอดเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-283-4319, 0-283-4324, 06-3081-4921 หรือเว็บไซต์ www.opm.go.th

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้จัดตั้ง “ศูนย์ส่งต่อกำลังใจจาก กทม. สู่ผู้ประสบภัยชายแดน” เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ห้องรัตนโกสินทร์ และที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต (เวลา 08.30 – 16.30 น.) โดยมีรายการสิ่งของที่ขาดแคลน คือ เสื้อ มุ้ง ปลั๊กไฟ ยากันยุง ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ขัน สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน

ส่วนสิ่งของที่ไม่รับบริจาค คือ น้ำดื่ม เสื้อผ้ามือสอง และอาหารสด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2224 2947, 0 2224 2953

‘ลุงป้อม’ ส่งสาร!! ถึงทหารไทยทุกนาย ภารกิจพิทักษ์ชาติ คือ เกียรติสูงสุดของชีวิต

(26 ก.ค. 68) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงจุดยืนและส่งสารถึงกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ว่า “แม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงปืนและความตึงเครียดในสมรภูมิรบ แต่เพื่อนทหารไทยยังยืนหยัดต่อสู้ใต้ผืนธงไตรรงค์ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยหัวใจของทหารไทยที่ยอมตายเพื่อชาติ”

พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า กำลังพลตามแนวชายแดนคือแนวหน้าในการปกป้องเอกราชของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในพื้นที่มีความเปราะบางและจำเป็นต้องใช้สติ ปัญญา ความกล้าหาญ และความเสียสละสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม

“ทหารไทยทุกนาย คือผู้แบกรับศักดิ์ศรีของชาติ เป็นปราการสุดท้ายของแผ่นดิน ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในแนวหน้า ปฏิบัติภารกิจด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของทหารไทย” พล.อ.ประวิตร กล่าวทิ้งท้าย

วิกฤตชายแดน ตึงเครียด!! ‘ไทย-กัมพูชา’ เวทีเศรษฐกิจ เพื่ออธิปไตยไทย ส่งผลกระทบในวงกว้าง บั่นทอนต่อความเชื่อมั่น ‘นักลงทุน-นักท่องเที่ยว’

(26 ก.ค. 68) สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปีนี้ ซึ่งจะบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน-นักท่องเที่ยว 

ยอดนักท่องเที่ยวครึ่งปีแรก ต่างชาติเที่ยวไทย 17.75 ล้านคน ลดลง 5% ช่วงโลว์ซีซั่นมีโอกาสลดลงหนักกว่าปีที่ผ่านมา เจอข่าวร้ายวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา กระหน่ำอีกระลอก โรงแรมที่พักแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง คงได้รับผลกระทบหนัก

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ แต่กัมพูชาจะได้รับผลกระทบมากกว่า ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้งสองประเทศ โดยมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 12% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย และ 9% ของกัมพูชาในปี 2567

ในปีที่แล้ว ไทยมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากกว่า 35 ล้านคน ขณะที่กัมพูชามีจำนวนนักท่องเที่ยว 6.7 ล้านคน    โดย ‘การค้าชายแดน’ ซึ่งไทยมีมูลค่าส่งออกไปกัมพูชาราว 1.4 แสนล้านบาทในปี 2567 เฉลี่ยแล้วคิดเป็นผลกระทบราวหมื่นกว่าล้านบาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ หากดูข้อมูลการส่งออกชายแดนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจะพบว่า การส่งออกไปกัมพูชาผ่านการค้าชายแดนติดลบแล้ว

‘ตลาดแรงงาน’ อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ในบางอุตสาหกรรม เนื่องจากแรงงานกัมพูชาในไทยมีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน รายงานข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดสระแก้ว แจ้งว่า บริเวณหน้าจุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกไปยังประเทศกัมพูชา ด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีชาวกัมพูชาเกือบ 1,000 คน เดินทางมาจากหลายจังหวัด เพื่อเดินทางข้ามกลับประเทศ 

ตลาดแรงงานไทยยังพึ่งพาแรงงานเมียนมาเป็นหลักถึง 73% ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้อาจเข้ามาทดแทนแรงงานกัมพูชาได้ นอกจากนี้ การได้รับค่าจ้างที่สูงกว่ายังคงเป็นปัจจัยจูงใจให้แรงงานกัมพูชา ส่วนใหญ่ ยังตัดสินใจอยู่ในประเทศไทยต่อ หากความขัดแย้งไม่รุนแรงและขยายวงกว้างมากไปกว่านี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางชายแดน โดยขอความร่วมมือสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงิน พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าวตามความเหมาะสมโดยเร่งด่วน โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. สินเชื่อบัตรเครดิต สามารถพิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ให้ต่ำกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568

2. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล สามารถพิจารณาเงื่อนไขวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้เกินกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เพื่อให้ลูกหนี้มีแหล่งเงินทุนฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูความเสียหายอันเนื่องมาจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายในไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568

3. สินเชื่อทุกประเภท สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อได้ รวมถึงการปรับเงื่อนไข เช่น ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวโดยเร็ว ภายในไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ ระหว่างการให้ความช่วยเหลือ ธปท. จะผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ ให้คงการจัดชั้นเดิมเช่นเดียวกับก่อนประสบสถานการณ์ด้วย

‘ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด’ ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของทุกภาคส่วน จะช่วยเยียวยา พี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่วิกฤติเศรษฐกิจไทยที่ยังป่วยอยู่ หวังว่าประชาชนชาวไทย คงน่าจะเริ่มรับรู้แล้ว ว่า.. ศักยภาพของผู้นำรัฐบาลในช่วง 10 กว่าปี ที่ผ่าน การแก้ไขปัญหา การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ใครที่แก้ไขปัญหาได้ดีกว่ากัน ??


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top