Friday, 5 June 2026
ไทยกัมพูชา

‘กองทัพบก’ แถลงประณาม ‘กัมพูชา’ วางทุ่นระเบิดในแดนไทย จงใจละเมิดสัญญาออตตาวา

(12 ส.ค. 68) กองทัพบกแถลงประณามกัมพูชาหลังเกิดเหตุลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ฝั่งไทย ส่งผลให้สิบเอกธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างลาดตระเวนใกล้ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 12 ส.ค. 2568 ปัจจุบันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อกำลังพลไทยในเขตแดนไทย และเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน

โฆษก ทบ. ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้สะท้อนเจตนาคุกคามไทยอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และการใช้มาตรการหยุดยิง พร้อมระบุว่ากัมพูชาเพิกเฉยต่อข้อเสนอไทยเกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใช้คุกคามทางทหารอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันยังคงยึดแนวทางสันติวิธีและไม่ใช่ฝ่ายเริ่มใช้กำลัง แต่หากสถานการณ์บีบบังคับ อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องกำลังพลและรักษาอธิปไตยของชาติ

ทหารเขมรได้แค่มอง!! วอนไทยอย่ากั้นลวดหนาม อ้างไม่เคยคิดล้ำแดนเข้ามา

หลังจากเมื่อวันที่ (10 ส.ค.68) เพจกองทัพบก Royal Thai Army รายงานว่า กองกำลังบูรพาและชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ เร่งติดตั้งรั้วลวดหนามหีบเพลงตลอดแนวชายแดนคลองพรหมโหด จากจุดตรวจอรัญประเทศ 20 (สะพานคลองลึก) ถึงจุดตรวจ 31 ระยะทางรวม 9.8 กม.

โดยก่อนหน้านี้ติดตั้งแล้วเสร็จ 6.3 กม. ในพื้นที่คลองลึก ระหว่างจุดตรวจ 08 ถึง 20 เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนที่มักใช้ลักลอบเข้า-ออกประเทศ

ล่าสุด เพจ 'สมาคมคน รักปักใต้ TV' เผยภาพจากมุมมองทหารกัมพูชา พร้อมข้อความ “มองทหารวางลวดหนามที่ชายแดน ขอร้องทหารไทยอย่ากั้นลวดหนาม”

‘ภูมิธรรม’ แจ้ง ‘มทภ.2’ ขาดอะไรขอให้บอกตรงๆ งบกลางพร้อม ไม่ต้องโพสต์ขอบริจาคประชาชน

(13 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เผยถึงกรณีกองทัพภาคที่ 2 เปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลง อย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าหาก ทภ.2 ขาดแคลนอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นใด ๆ ขอให้แจ้งตรงมายังผู้บังคับบัญชาหรือกองทัพบกโดยตรง ไม่จำเป็นต้องโพสต์ขอรับบริจาคจากประชาชน เพราะรัฐบาลมีงบประมาณกลางรองรับเต็มที่ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรสร้างความเข้าใจผิดในสังคม 

ส่วนกรณีการใช้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน นายภูมิธรรมกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมฟ้องร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาโดยกัมพูชา ซึ่งมีเจตนาไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่ากองทัพและรัฐบาลจะร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขสถานการณ์และสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความกังวลของประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่หวาดกลัวและอพยพหนี โดยขอให้ประชาชนมั่นใจในความตั้งใจของภาครัฐที่จะดูแลความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนและทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ระบุว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับนักวิจารณ์การเมืองบางรายที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและไม่เหมาะสมในการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างความสงบเรียบร้อยในประเทศ 

กัมพูชาขึ้นป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ 3 ด้าน ทั่วกรุงพนมเปญ อวย!! ‘ฮุน มาเนต’ ในชุดเครื่องแบบทหารแทนที่ ‘ฮุน เซน’

(13 ส.ค. 68) เฟซบุ๊กปราชญ์ สามสี โพสต์ข้อความว่า…กัมพูชาขึ้นบิลบอร์ดขนาดยักษ์ 3 ด้านทั่วกรุงพนมเปญ พร้อมภาพ 'ฮุน มาเนต' ในเครื่องแบบทหารทำความเคารพ ฉากหลังธงชาติและสัญลักษณ์ปราสาท พร้อมข้อความภาษาขแมร์ความหมายว่า “ทุกคนไว้วางใจรัฐบาล และกองทัพของเรา” โดยป้ายดังกล่าวถูกติดตั้งในทำเลสำคัญ เพื่อให้ประชาชนในเมืองหลวงเห็นอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

วิเคราะห์ในทัศนะของข้าพเจ้า

แม้จะเป็นเพียงบิลบอร์ด แต่เนื้อหาและภาพที่ใช้สะท้อนเป้าหมายที่ลึกกว่าการสร้างภาพลักษณ์ทั่วไป ข้อความที่เชื่อมคำว่า 'รัฐบาล' และ 'กองทัพ' เข้าด้วยกัน พร้อมภาพฮุน มาเนตในฐานะผู้นำ ทำให้เกิดการรับรู้ว่าความมั่นคงของประเทศผูกติดกับตัวเขาโดยตรง การสื่อสารเช่นนี้มีลักษณะเป็น “สงครามความคิด” (Mind War) ภายในพรรคและโครงสร้างอำนาจ

ที่สำคัญ การตัดภาพและการกล่าวถึงฮุน เซนออกไปทั้งหมด สามารถตีความได้ว่าเป็นการลดทอนอิทธิพลและรัศมีทางการเมืองของอดีตผู้นำ เพื่อเบนสายตาประชาชนและกองทัพให้ยอมรับฮุน มาเนตในฐานะศูนย์กลางอำนาจใหม่ พร้อมกันนั้นยังเป็นการ 'แทรกแซง' พื้นที่ทางอำนาจของฮุน เซนอย่างแนบเนียน ผ่านการครอบครองพื้นที่สื่อสาธารณะและการสร้างความคุ้นชินทางจิตวิทยา

นี่จึงไม่ใช่แค่ป้ายโฆษณาเชิงปลุกใจ แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการสถาปนาความชอบธรรมใหม่ ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ รุกคืบและสั่นคลอนบัลลังก์อำนาจของฮุน เซนจากภายใน

กปช.จต. จับแรงงานกัมพูชา 46 คน ลักลอบเข้าไทย สารภาพสิ้นโดนรัฐบาลหลอก!! ไม่ให้งานทำตามที่สัญญา

(14 ส.ค. 68) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จับกุมแรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าไทย 46 คน พร้อมคนไทยผู้พานำ 1 คน เมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่บ้านคลองบอน หมู่ 4 ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท้องที่ เข้าจับกุมและนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีที่ สภ.บ้านแปลง

พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือเผยว่า การลักลอบเข้าเมืองยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้รัฐบาลกัมพูชาจะเชิญชวนให้แรงงานกลับประเทศช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา พร้อมสัญญาว่าจะมีงานให้ทำและมีรายได้ แต่เมื่อกลับไปจริงกลับไม่เป็นตามที่ประกาศไว้

แรงงานบางส่วนจึงชักชวนกันลักลอบกลับเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหางานทำในประเทศ ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเพิ่มการตรวจตราเข้มข้นตลอดแนวชายแดน เพื่อสกัดการเข้าเมืองผิดกฎหมาย

รองโฆษกกองทัพเรือย้ำว่า ประชาชนไทยที่รับหรือนำแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ หากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุด พร้อมยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกกรณี

‘อีที ทีเด็ด99’ โพสต์เดือด!! หลังเพื่อนทหารเหยียบทุ่นระเบิด ถามต้องเจ็บ–ตายอีกกี่คนกว่าจะยุติความขัดแย้ง

(14 ส.ค. 68) จากกรณีเมื่อเวลา 09.10 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา หน่วยทหารพรานร้อย ทพ.2610 ลาดตระเวนพื้นที่ช่องจุ๊บตาโมก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทางทิศตะวันตกของปราสาทตาเมือนธม ได้เหยียบทุ่นระเบิด ส่งผลให้ สิบเอกธีรพล เพียขันที อายุ 48 ปี ผบ.ชุดปฏิบัติการ กรมทหารพราน 26 ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียขา 1 ข้าง

ต่อมา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ออกมายืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลและเยียวยากำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บทุกนายอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์นี้ และจะดำเนินมาตรการทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของแผ่นดินไทย 

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ อัปติกานัง หรือ “อีที ทีเด็ด99” นักมวยเข่าสายบู๊ จากจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งทหารกล้าของไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “อีที เลิกมวยชั่วคราวครับ” ว่า…

“เช้าวันนี้ก็มีทหาร ค่ายพราน 26 รุ่นพี่เจ็บสาหัส ต้องเสียขาไปอีกคนแล้วววว คุณก็พูดได้สิ คนเจ็บคนตายมันไม่ใช่ลูกหลานญาติพี่น้องคุณ มีแต่อยากให้หลีกเลี่ยงการปะทะ แล้วดูมันทำสิ ต้องให้มีคนเจ็บคนตายอีกกี่คน ถ้ามีการปะทะกันอีกครั้ง เสิร์ฟให้หนักๆหน่อยนะครับ #ขอให้มันจบที่รุ่นนี้🙏🏻🙏🏻” อีที โพสต์

แม่ทัพภาค 2 เผยยึด ‘ภูมะเขือ’ คืนเกือบ 1 ตร.กม. ชื่นชมทหารบาดเจ็บ!! ยังเข้มแข็งขอกลับไปสู้แนวหน้า

(14 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวในงานบรรยายหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ” ที่โรงเรียนสาธิต ม.เกษตรศาสตร์ ว่า ในช่วงการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ระหว่างวันที่ 24–28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยสามารถยึดดินแดนกลับคืนหลายจุด โดยเฉพาะภูมะเขือ พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้คืนเกือบ 1 ตารางกิโลเมตร

แม่ทัพภาคที่ 2 เผยอีกว่า มีทหารบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติภารกิจ แม้ว่าจะยังรักษาตัวไม่หายเต็มที่ แต่ทุกคนยังมีจิตใจเข้มแข็งและพร้อมกลับไปสู้ต่อในแนวหน้า พร้อมยืนยันว่าจิตวิญญาณลูกหลานสมเด็จพระนเรศวรยังอยู่กับทหารไทยทุกคน

นอกจากนี้ พลโทบุญสิน พาดกลาง กล่าวย้ำว่า ทหารไทยจะปกป้องดินแดนไม่ให้ใครรุกราน และจะผลักดันผู้ล้ำเส้นออกไปทุกครั้ง พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า กองทัพไทยมีความพร้อมและความตั้งใจแน่วแน่ในการรักษาอธิปไตยของชาติ

จีนเป็นเจ้าภาพประชุมไม่เป็นทางการระหว่าง ไทย–กัมพูชา เตรียมความพร้อมก่อนประชุมความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ครั้งที่ 10

(14 ส.ค. 68) นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เป็นเจ้าภาพการประชุมไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาในวันที่ 14 สิงหาคม ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ครั้งที่ 10

การประชุมครั้งนี้มีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และนายปรักสุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเข้าร่วม โดยเป็นเวทีเตรียมการสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีที่เป็นกลไกสำคัญของประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า นายหวัง อี้ จะเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 14–15 สิงหาคม พร้อมมีกำหนดการหารือไม่เป็นทางการระหว่างจีน ลาว เมียนมา และไทยด้วย

สำหรับผลลัพธ์และรายละเอียดการประชุมไม่เป็นทางการ ไทย–กัมพูชา ทางผู้สื่อข่าวจะติดตามและรายงานให้ทราบต่อไป ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือและการประสานงานระหว่างประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง

แม่ทัพภาคที่ 2 เผย ‘ในหลวง’ ทรงห่วงใยทหารแนวหน้า พระองค์ติดตามสถานการณ์ชายแดน ‘ไทย–กัมพูชา’ ทุกวัน

(14 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยระหว่างบรรยายพิเศษที่โรงเรียนสาธิตฯ ม.เกษตรศาสตร์ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามและสอบถามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากับแม่ทัพทุกวัน ผ่านกองงานในพระองค์ พร้อมทรงห่วงใยกองทัพที่ปฏิบัติภารกิจแนวหน้าในฐานะ “องค์จอมทัพไทย”

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังถ่ายทอดข้อความจากทหารแนวหน้าถึงประชาชนว่า หากคนไทยสู้และให้กำลังใจ ทหารก็พร้อมสู้เต็มที่ เพื่อปกป้องแผ่นดินที่บรรพบุรุษรักษาไว้ ยืนยันว่ากองทัพไทยปฏิบัติการภายในเขตแดนไทยเท่านั้น และพร้อมผลักดันผู้รุกล้ำออกจากพื้นที่

พร้อมฝากถึงเยาวชนให้มีสติในการเสพสื่อ ไม่หลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือนหรือสร้างความแตกแยก ควรตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันปกป้องสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ทิ้งท้ายให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงความหมายของผืนธงชาติไทย 3 สี คือ แดงแทนเลือดและการเสียสละเพื่อแผ่นดิน ขาวแทนศาสนาและคุณธรรม และน้ำเงินแทนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจอมทัพนำคนไทยต่อสู้รักษาเอกราชจนมีแผ่นดินอยู่มาถึงปัจจุบัน

ตำรวจกัมพูชา บุกจับ “วัน มรณา” อินฟลูฯ-แม่ค้าชื่อดัง คาดปมไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาล!! ปกปิดยอดทหารเสียชีวิต

(14 ส.ค. 68) ตำรวจจังหวัดกันดาล กัมพูชา บุกจับ “เชง เสร็ยร็วต” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “วัน มรณา” อินฟลูเอนเซอร์และแม่ค้าผลิตภัณฑ์ความงาม (Love Riya) ที่บ้านพักในโครงการ Borey ML Tiara 50m เมืองตาเขมา โดยการปฏิบัติการครั้งนี้มีการประสานงานระหว่างสำนักงานอัยการกับกองบัญชาการตำรวจจังหวัด ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

หลังจับกุม ตำรวจได้นำตัว “เชง เสร็ยร็วต” ไปสอบสวนที่สำนักงานตำรวจจังหวัด โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุหรือข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ยืนยันเพียงว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด และปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและสังคม เนื่องจาก “เชง เสร็ยร็วต” เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในกัมพูชา ขณะเดียวกันมีหลายเพจทั้งในไทยและต่างประเทศรายงานตรงกันว่า ก่อนถูกจับ เธอเพิ่งไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาลว่าปกปิดยอดทหารเสียชีวิต

ทั้งนี้ “เชง เสร็ยร็วต” เคยเป็นที่รู้จักกว้างขวางจากภาพไวรัลที่แต่งชุดทหารหญิงใส่ส้นสูง เดินแจกของให้กองทัพกัมพูชา สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์มาก่อนหน้านี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top