Friday, 5 June 2026
อิสราเอล

อิสราเอลเข้าร่วมสันติภาพ เข้าสมาชิกคณะกรรมการสันติภาพอย่างเป็นทางการ พร้อมประชุมครั้งแรก 19 ก.พ. ที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์เตรียมประกาศแผนรีบิลด์ระดับพันล้าน และจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพตามยูเอ็น

(15 ก.พ. 69) อิสราเอลได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) อย่างเป็นทางการ ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกขององค์กรดังกล่าวที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการสันติภาพกาซานี้ จะมีคณะผู้แทนจากมากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม โดยประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' จะประกาศแผนฟื้นฟูกาซาที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ พร้อมชี้แจงรายละเอียดแผนจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพ ที่ได้รับการอนุมัติจากสหประชาชาติ (UN)

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพกาซา (Gaza Board of Peace) โดยเชิญผู้นำของราว 50 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อส่งเสริมความสงบในภูมิภาคนี้

นับเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของนานาชาติที่จะส่งเสริมสันติภาพในเขตกาซา โดยเฉพาะการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการรักษาความปลอดภัย เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออยู่ในภูมิภาคนี้

ที่มา : Sputnik

อิหร่านโต้ไม่ถอย!! ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานศัตรู ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 ราย อิสราเอลสั่งอพยพชายแดน ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงต่อเนื่อง

(3 มี.ค. 69) อิหร่านยังคงตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังที่ตั้งของฝ่ายศัตรูในหลายพื้นที่ รวมถึงการใช้โดรนโจมตีฐานสำคัญของสหรัฐฯ ใกล้สนามบินนานาชาติแบกแดด ในขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นายจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในคูเวต

กองทัพอิสราเอลได้แจ้งให้ประชาชนในหมู่บ้านมากกว่า 50 แห่งในเลบานอนอพยพออกจากพื้นที่ หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอล ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านยิงโดรนสอดแนมขั้นสูงของสหรัฐฯ รุ่น MQ-9 ได้ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' แถลงว่า "น่าจะมี" ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มระหว่างปฏิบัติการที่อิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อไม่เกิน 4 สัปดาห์ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 'อับบาส อารักชี' กล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอาจถูกเลือกได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ย้ำว่า "ประตูสู่การทูต" ยังเปิดอยู่

หลังเหตุโจมตี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ราว 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เท่ากับสะท้อนความตึงเครียดในภูมิภาคและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกช่วงนี้

ที่มา : Sputnik

'คาเมเนอี' คือใคร เสียชีวิตอย่างไร? ผู้นำสูงสุดอิหร่านถูกโจมตี สหรัฐฯ-อิสราเอลร่วมมือสังหาร อิหร่านตั้งสภาพิเศษจัดการประเทศ รอคัดเลือกผู้นำใหม่ภายใน 2 วัน

(2 มี.ค. 69) "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทางการอิหร่านประกาศไว้อาลัย 40 วัน การเสียชีวิตครั้งนี้ส่งผลสะเทือนต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

คาเมเนอี เกิดปี 1939 ที่เมืองมัชฮัด เรียนศาสนาและได้รับอิทธิพลจาก 'รูฮอลเลาะห์ โคไมนี' เข้าสู่อำนาจตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีในปี 1981 ก่อนเป็นผู้นำสูงสุดตั้งแต่ปี 1989 เขาสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขยายอิทธิพลในตะวันออกกลาง

เหตุการณ์โจมตีเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลส่งสัญญาณเตือนหลายครั้ง นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผยมี "สัญญาณชัดเจนเพิ่มขึ้น" ว่าคาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันผ่านโพสต์ว่า "เสียชีวิตแล้ว" รวมถึงการสูญเสียครอบครัวคาเมเนอีด้วย

สภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านประกาศจัดตั้งสภาเฉพาะกาลที่มีสมาชิก 3 คน ดูแลการบริหารประเทศ พร้อมกล่าวว่าจะคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายใน 1-2 วัน "จะเสร็จสิ้นภายใน 1-2 วัน" รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุ

การจากไปของคาเมเนอีถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางการเมืองในภูมิภาค สงครามอำนาจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
.
ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ ถูกชี้ "กับดัก" ‘ฌากส์ โอการ์’ เผยเป้าหมายสงคราม ไม่สมจริงกับการโค่นอิหร่าน คาดสงครามทางอากาศมีความเสี่ยง อิสราเอลอาจบีบให้ทรัมป์พ่ายเลือกตั้ง

(4 มี.ค. 69) ฌากส์ โอการ์ อดีตพันเอกหน่วยปฏิบัติการพิเศษฝรั่งเศส ชี้เป้าหมายสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ตั้งใจระเบิดอิหร่านให้ล่มสลายโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นไปได้ยากและไม่สมจริง

โอการ์กล่าวกับสปุตนิกว่า "แคมเปญทิ้งระเบิดของอิสราเอล-สหรัฐฯ ไม่ได้เพียงพอที่จะโค่นอิหร่านได้" พร้อมกับมองว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้โครงสร้างรัฐโดยเฉพาะด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศปั่นป่วนสุดกำลัง

เขายังอ้างคำเตือนของแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ที่เตือนประธานาธิบดีทรัมป์ถึงภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์ในไม่กี่วันหลังสงครามเริ่ม และชี้ว่าสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในกับดักที่อิสราเอลวางไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ทรัมป์สูญเสียคะแนนนิยมและอาจกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอม

สถานการณ์นี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความซับซ้อนและความเสี่ยงที่สูงในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งตำหนิถึงข้อจำกัดของสงครามทางอากาศต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ใหญ่ การยืนหยัดของอิหร่านเองก็ทำให้สงครามเป็นเรื่องยากสำหรับฝ่ายตะวันตกอย่างมาก

ที่มา : Sputnik

ศึกอิหร่านยังไม่จบ!! สภาสูงไม่ผ่านมติคุม “อำนาจสงคราม” ของทรัมป์ เสียงข้างน้อยสนับสนุน ร่างโดยเดโมแครต ข้อเสนอต้องให้รัฐสภาอนุมัติใช้กำลังทหาร เหตุโจมตีอิหร่าน-อิสราเอลเพิ่มความตึงเครียด

(5 มี.ค. 69) วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาลงมติไม่รับรองร่างมติที่จำกัดอำนาจทางทหารของประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ต่ออิหร่านตามผลการลงคะแนนเชิงกระบวนการล่าสุด โดยมีวุฒิสมาชิก 53 คนคัดค้าน ในขณะที่สนับสนุนเพียง 47 คน

ร่างมติดังกล่าวเสนอให้สหรัฐฯ ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาก่อนดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน และกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องยุติการเกี่ยวข้องของกองกำลังสหรัฐฯ ที่ไม่ได้รับอนุญาตภายใน 30 วัน เว้นแต่เป็นเหตุผลกรณีภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นหรือการโจมตีโดยตรงต่อสหรัฐฯ

'แรนด์ พอล' วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากเคนทักกี เป็นผู้สนับสนุนร่างมติในพรรครีพับลิกันเพียงคนเดียว ขณะที่ 'จอห์น เฟตเทอร์แมน' สมาชิกเดโมแครตเห็นต่างจากพรรค

การลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่านรวมถึงกรุงเตหะรานส่งผลให้เกิดความเสียหายและผู้เสียชีวิตในหมู่พลเรือน รวมทั้งตอบโต้กันด้วยการโจมตีพื้นที่ของอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง

เหตุการณ์นี้สะท้อนความขัดแย้งที่รุนแรงและซับซ้อนในภูมิภาค โดยการปะทะที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงระดับนานาชาติอย่างชัดเจน

ที่มา : Sputnik

รัสเซียตั้งข้อกังขา!! ปมสหรัฐฯ-อิสราเอล ชี้อิหร่านขาดแท่นยิง ผู้เชี่ยวชาญชี้อิหร่านอาจยังมีแท่นยิงจำนวนมาก สวนทางคำกล่าวอ้างสหรัฐฯ-อิสราเอล ความแตกต่างข้อมูลสร้างข้อสงสัยอย่างกว้างขวาง


ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียโต้สหรัฐฯ ชี้ยังไร้หลักฐานเป็นกลางยืนยันอิหร่านใกล้หมดแท่นยิงขีปนาวุธ

ท่ามกลางกระแสการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ออกมาระบุว่า คลังอาวุธของอิหร่านกำลังลดน้อยลง และจำนวนแท่นยิงขีปนาวุธก็อยู่ในภาวะร่อยหรอใกล้หมดลงเต็มที อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของรัสเซีย ที่มองว่าคำกล่าวอ้างเหล่านี้ยังขาดหลักฐานที่เป็นกลางและตรวจสอบได้อย่างแท้จริง


ยูรี ลยามิน นักวิเคราะห์การทหารชาวรัสเซียผู้มากประสบการณ์ และนักวิจัยอาวุโสแห่งศูนย์วิเคราะห์ยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงมอสโก ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik โดยระบุอย่างชัดเจนว่า คำกล่าวอ้างของฝ่ายสหรัฐฯ ควรถูกพิจารณาด้วยความระมัดระวังอย่างมาก เพราะอาจเข้าข่ายเป็นส่วนหนึ่งของ “โฆษณาชวนเชื่อทางทหาร” มากกว่าจะเป็นข้อสรุปเชิงประจักษ์ที่มีน้ำหนักเพียงพอ


ลยามินมองว่า จำนวนแท่นยิงทั้งหมดของอิหร่านอาจถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงมาโดยตลอด และแม้จะเห็นได้ชัดว่าการปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่การลดลงดังกล่าวไม่ควรถูกตีความโดยอัตโนมัติว่าอิหร่านกำลังหมดทรัพยากรทางทหาร


ในมุมมองของเขา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนการยิงลดลง อาจมาจากแรงกดดันทางอากาศอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งบีบให้อิหร่านต้องเพิ่มระดับความระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายและใช้งานระบบขีปนาวุธให้มากขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปยังทางเข้าอุโมงค์ภายในฐานยิงขีปนาวุธ ยังอาจสร้างข้อจำกัดทางปฏิบัติการที่สำคัญ ทำให้ฝ่ายอิหร่านต้องเสียเวลาไปกับการเคลียร์เศษซาก ตรวจสอบความเสียหาย และดำเนินการด้านความปลอดภัยก่อนกลับมาใช้งานพื้นที่หรืออุปกรณ์เหล่านั้นได้อีกครั้ง


อีกประเด็นหนึ่งที่ลยามินหยิบยกขึ้นมา คือแนวคิดในการออกแบบแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเน้นความเรียบง่ายและต้นทุนต่ำเป็นสำคัญ โดยแท่นยิงจำนวนมากมักถูกติดตั้งบนรถพ่วงมาตรฐานหรือรถบรรทุกทั่วไป ไม่ใช่ระบบซับซ้อนราคาแพงแบบที่บางประเทศใช้งาน ข้อได้เปรียบของรูปแบบนี้คือ ทำให้อิหร่านสามารถผลิตหรือจัดเก็บอุปกรณ์ลักษณะดังกล่าวไว้ได้เป็นจำนวนมาก และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการกระจายกำลังและทดแทนความสูญเสีย
คำอธิบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การประเมินศักยภาพของอิหร่านจากจำนวนการยิงที่ลดลงเพียงอย่างเดียว อาจเป็นการมองภาพที่แคบเกินไป โดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดเชิงยุทธวิธี แรงกดดันจากการโจมตีทางอากาศ และลักษณะเฉพาะของระบบอาวุธที่อิหร่านเลือกใช้


ในอีกด้านหนึ่ง ความเห็นของลยามินยังชี้ไปถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างการประเมินของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเอง โดยฝ่ายอิสราเอลอ้างว่าแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านมากกว่าครึ่งถูกทำลายไปแล้ว ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุในลักษณะว่าอิหร่านกำลังเข้าสู่ภาวะขาดแคลนแท่นยิง ซึ่งแม้จะดูสอดคล้องกันในเชิงทิศทาง แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดกลับพบว่าตัวเลขและวิธีการประเมินยังชวนให้เกิดข้อสงสัยไม่น้อย


ลยามินยกตัวอย่างว่า อิสราเอลเคยอ้างว่าทำลายแท่นยิงของอิหร่านได้ถึง 300 แท่นภายในช่วงเวลาไม่นาน แต่หลักฐานวิดีโอที่เผยแพร่โดยทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลกลับรองรับตัวเลขดังกล่าวได้เพียงประมาณหนึ่งในสิบเท่านั้น แม้จะยอมรับได้ว่าไม่ใช่ทุกการโจมตีจะมีภาพบันทึกครบถ้วน แต่ความแตกต่างที่สูงมากเช่นนี้ก็ย่อมเพียงพอจะทำให้เกิดคำถามต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกมา


ยิ่งไปกว่านั้น เขายังตั้งข้อสังเกตว่า แม้แต่ในวิดีโอที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐาน ก็ยังมีหลายกรณีที่ไม่น่าไว้วางใจนัก บางคลิปดูเหมือนเป็นการโจมตีรถบรรทุกธรรมดาที่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแท่นยิง บางกรณีแสดงให้เห็นรถบรรทุกที่ชำรุดอยู่ก่อนแล้ว โดยมีการเปิดฝากระโปรงหน้าไว้ แต่กลับถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายทางทหาร ขณะที่บางคลิปก็แสดงภาพการโจมตีซ้ำต่อแท่นยิงที่ถูกทำลายไปแล้วก่อนหน้านั้น ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่ามีการนับความเสียหายซ้ำซ้อนหรือไม่
ประเด็นเหล่านี้ทำให้ข้อถกเถียงเรื่องศักยภาพทางขีปนาวุธของอิหร่านไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขทางทหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “สงครามข้อมูลข่าวสาร” ที่ดำเนินควบคู่ไปกับสนามรบจริงอย่างเข้มข้น ทุกฝ่ายต่างมีแรงจูงใจในการนำเสนอข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์ของตนเอง ไม่ว่าจะเพื่อสร้างความชอบธรรม บั่นทอนขวัญฝ่ายตรงข้าม หรือส่งสัญญาณทางการเมืองต่อประชาคมระหว่างประเทศ


ท้ายที่สุด แม้จะยังไม่อาจฟันธงได้ว่าอิหร่านมีแท่นยิงเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด แต่ข้อโต้แย้งของผู้เชี่ยวชาญรัสเซียรายนี้ก็ช่วยตอกย้ำว่า การประเมินสถานการณ์ในสงครามยุคใหม่จำเป็นต้องแยกแยะระหว่าง “ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้” กับ “คำกล่าวอ้างที่มีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์” ให้ชัดเจนมากที่สุด เพราะในสนามความขัดแย้งปัจจุบัน ข่าวสารเองก็อาจเป็นอาวุธได้ไม่ต่างจากขีปนาวุธ

.
ที่มา : Sputnik

ทรัมป์เปิดเกมใหม่!! งัดแผนผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน หวังสกัดราคาพลังงานพุ่งจากไฟสงคราม พร้อมส่งสัญญาณสันติภาพ หลังความตึงเครียดอิหร่าน-อิสราเอล

(10 มี.ค. 69) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแผนยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนให้กับบางประเทศ เพื่อบรรเทาราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวว่า "เรากำลังจะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เพื่อให้ราคาลดลง ดังนั้น ในบางประเทศที่เรามีมาตรการคว่ำบาตรอยู่ เราจะยกเลิกมาตรการเหล่านั้นออกไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย" พร้อมเสริมว่าอาจไม่กลับมาใช้มาตรการเหล่านั้นอีก หากสันติภาพฟื้นคืน

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต พลเรือน ซึ่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน 'อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี' ถูกลอบสังหารในวันเดียวกับเหตุการณ์ ขณะที่รัสเซียประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็น "การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ" และเรียกร้องให้ลดความตึงเครียดโดยทันที

สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนความซับซ้อนด้านการเมืองระหว่างประเทศ ที่ยังมีเดิมพันสูงในพื้นที่ตะวันออกกลางและส่งผลต่อราคาพลังงานโลกอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : Sputnik

อิหร่านทำให้น้ำมันแพง!! ถล่มอิหร่านคือภารกิจเร่งด่วน เพื่อหยุดภัยคุกคามนิวเคลียร์ “อโลนา” แจงชัด อิสราเอลไม่มีทางเลือก แนะคนไทยโมโหราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

(11 มี.ค. 69) นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านแถลงข่าวถึงปฏิบัติการทางทหารที่อิสราเอลร่วมกับสหรัฐอเมริกา โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ว่าเป็น "ความจำเป็นเร่งด่วน" เพื่อกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และภัยก่อการร้ายจากอิหร่านที่คุกคามความมั่นคงของอิสราเอล

นางอโลนา ให้ข้อมูลว่า อิหร่านพยายามซ่อนโครงการนิวเคลียร์ไว้ใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและทำลาย พร้อมชี้ว่าการอ่อนแอลงของกลุ่มฮามาสและฮิสบอลเลาะห์เป็นโอกาสของอิสราเอลในการโจมตีขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน

ทูตอิสราเอลกล่าวว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามระดับโลก โดยศักยภาพจรวดวิสัยไกลของอิหร่านสามารถเข้าถึงยุโรปได้ และการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคกว่า 12 ประเทศเป็นหลักฐานความไม่เสถียรของระบอบการปกครองนี้

นางอโลนายังกล่าวกับชาวไทยว่า "คนไทยควรจะไม่พอใจอิหร่าน อิหร่านได้โจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียโดยไม่มีการยั่วยุใด ๆ" พร้อมเสริมว่า "อิหร่านกำลังใช้ทุกเครื่องมือหรือทุกไพ่ที่มี พวกเขาไม่ได้สนใจเสถียรภาพของโลกจริง ๆ พวกเขาไม่สนใจแม้แต่ประชาชนของตนเอง แล้วจะมาสนใจประเทศไทยทำไม"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงระยะเวลาสงคราม นางอโลนาตอบว่า "มันจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่และเป็นภัยถาวรจากอิหร่าน"

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2296957614145331&set=gm.1243403561281335&idorvanity=849053944049634

พร้อมโจมตี!! 'อิหร่าน' ลุยโจมตีอิสราเอล และฐานสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ตอกย้ำไม่เจรจากับสหรัฐฯ เสถียรภาพจากผู้นำสูงสุดใหม่

(11 มี.ค. 69) เซย์เยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านพร้อมใช้ขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น พร้อมยืนยันว่าการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่สามารถหยุดยั้งการตอบโต้ได้

อารักชีกล่าวผ่านสื่อว่า "สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเราอย่างไร้ทิศทาง และมุ่งเป้าพื้นที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อันตรายอย่างยิ่ง" พร้อมชี้ว่าการกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในแผนของอิหร่านอีกต่อไป

นอกจากนี้ อารักชีระบุว่า การแต่งตั้ง 'โมจตาบา คาเมเนอี' เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านส่งสัญญาณการสานต่อนโยบายต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงความมั่นคงของประเทศ

ภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเผชิญความไม่แน่นอนหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญอื่นๆ ของอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้ผู้นำสูงสุด 'อาลี คาเมเนอี' เสียชีวิต และเกิดการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในพื้นที่

เหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอารักชียืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือดังกล่าว หรือขัดขวางการขนส่งน้ำมันแม้จะมีความตึงเครียดในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

เฮซบอลเลาะห์ฟื้นกำลัง เร่งฟื้นศักยภาพหลังสงครามปี 2024 ยิงจรวดโจมตีอิสราเอล 100 ลูก ใช้ยุทธศาสตร์สงครามกองโจรใหม่ ยังได้แรงหนุนจากอิหร่านและทางการเงิน

เฮซบอลเลาะห์เร่งฟื้นกำลัง ปรับยุทธศาสตร์สู้ใหม่ หลังสงครามปี 2024 เขย่าศักยภาพหนัก

สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณพรมแดนอิสราเอล-เลบานอนกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ “ไอรอนโดม” ของอิสราเอลสามารถสกัดจรวดได้เพียงครึ่งหนึ่ง จากทั้งหมด 100 ลูกที่เฮซบอลเลาะห์ยิงโจมตีเข้าใส่อิสราเอลเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มติดอาวุธจากเลบานอนยังคงมีศักยภาพในการตอบโต้ แม้จะผ่านการสูญเสียอย่างหนักจากสงครามในปี 2024

ก่อนหน้านี้ เฮซบอลเลาะห์ยังคงหลีกเลี่ยงการเปิดฉากปฏิบัติการแบบกองโจรอย่างเต็มรูปแบบในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน แม้จะมีการกล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2024 มากถึง 10,000 ครั้งก็ตาม ความอดทนและการชะลอการตอบโต้ของกลุ่ม ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาจังหวะและประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งรอบใหม่ที่อาจรุนแรงกว่าเดิม

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ท่าทีของเฮซบอลเลาะห์ต่อความเป็นไปได้ของสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมีรายงานว่า ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกัสเซมได้ออกมาระบุอย่างเปิดเผยว่า คนกลางที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาพยายามเรียกร้องให้เฮซบอลเลาะห์รับปากว่าจะไม่เข้าแทรกแซง หากเกิดความขัดแย้งกับอิหร่านในอนาคต แต่กลุ่มจะไม่วางตัวเป็นกลางในสถานการณ์เช่นนั้น

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า เฮซบอลเลาะห์ตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะมีบทบาทหรือไม่ ก็อาจตกเป็นเป้าหมายจากอิสราเอลอยู่แล้ว ดังนั้น การเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตนเองจึงกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่าทีดังกล่าวยังสะท้อนว่ากลุ่มไม่ได้มองความขัดแย้งในมิติของเลบานอนเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับสมการความมั่นคงระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน

แม้สงครามในปี 2024 จะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเฮซบอลเลาะห์ โดยเฉพาะการสูญเสียฐานที่มั่นแนวหน้าทางตอนใต้ใกล้ชายแดนอิสราเอล การสูญเสียขีปนาวุธจำนวนมาก รวมถึงการถูกตัดทอนเส้นทางเติมอาวุธจากซีเรีย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า กลุ่มไม่ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม เฮซบอลเลาะห์ยังคงเก็บสะสมอาวุธไว้ในฐานใต้ดินที่อยู่ลึกเข้าไปภายในเลบานอน ซึ่งแม้อิสราเอลจะพยายามทำลาย แต่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด

ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างหลักของเฮซบอลเลาะห์ ทั้งในด้านการทหารและเครือข่ายพลเรือน ยังถือว่ายังคงอยู่ในระดับที่ทำให้กลุ่มสามารถดำรงบทบาทต่อไปได้ ไม่เพียงในฐานะกองกำลังติดอาวุธ แต่ยังรวมถึงฐานอิทธิพลทางสังคมและการเมืองภายในเลบานอนด้วย

อาลี ริซก นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและการเมืองจากกรุงเบรุต มองว่า ในช่วงหลังสงคราม 66 วัน เฮซบอลเลาะห์พยายาม “ซื้อเวลา” เพื่อฟื้นฟูศักยภาพของตัวเอง หลังถูกโจมตีอย่างหนัก เขายังอ้างถึงข้อมูลรั่วไหลจากโทรเลขทางการทูตของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ที่ระบุว่า เฮซบอลเลาะห์กำลังฟื้นกำลังในอัตราที่เร็วกว่าที่กองทัพเลบานอนจะสามารถสกัดหรือลดทอนขีดความสามารถของกลุ่มได้

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า เฮซบอลเลาะห์อาจมองเห็นล่วงหน้าแล้วว่า การโจมตีครั้งใหม่จากอิสราเอลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จึงใช้ช่วงเวลาหลังสงครามเร่งปรับโครงสร้าง ฟื้นฟูคลังอาวุธ และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการฟื้นกำลัง คือการเปลี่ยนแปลงด้านยุทธศาสตร์ของเฮซบอลเลาะห์ โดยริซกระบุว่า กลุ่มกำลังหวนกลับไปใช้แนวทาง “สงครามกองโจร” มากขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเป็นจุดแข็งของเฮซบอลเลาะห์มาตั้งแต่ช่วงที่มีบทบาทโดดเด่นหลังปี 2006 เนื่องจากหากต้องเผชิญหน้ากับอิสราเอลในรูปแบบกองทัพต่อกองทัพโดยตรง เฮซบอลเลาะห์ย่อมเสียเปรียบอย่างมาก

ดังนั้น ยุทธศาสตร์ใหม่ของกลุ่มจึงเน้นการโจมตีแบบยืดหยุ่น ใช้การยิงขีปนาวุธควบคู่กับการเคลื่อนไหวเชิงกองโจร พยายามลดการเปิดเผยตำแหน่ง ลดการปรากฏตัวที่ชัดเจน และดำเนินงานด้วยความลับมากขึ้น เพื่อทำให้อิสราเอลมีเป้าหมายให้โจมตีน้อยลง ยุทธวิธีเช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดความสูญเสีย แต่ยังทำให้เฮซบอลเลาะห์สามารถยืดการต่อสู้ให้ยาวนานและสร้างต้นทุนด้านความมั่นคงต่ออิสราเอลได้ต่อเนื่อง

อีกปัจจัยที่ทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังคงยืนหยัดได้ คือความสามารถในการหล่อเลี้ยงกลุ่มทางการเงิน แม้จะเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า กลุ่มยังได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง รวมถึงเครือข่ายผู้บริจาคและกลุ่มอิทธิพลบางส่วนภายในเลบานอนเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการรักษาโครงสร้างองค์กรและเดินหน้าฟื้นฟูศักยภาพทางทหารต่อไป

การกลับมาของเฮซบอลเลาะห์ในรูปแบบใหม่ จึงเป็นสัญญาณสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง เพราะแม้กลุ่มจะอ่อนแรงลงจากสงครามครั้งก่อน แต่ก็ยังไม่หมดศักยภาพ และกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับศัตรูที่เหนือกว่าทางเทคโนโลยีและกำลังรบ การผสมผสานระหว่างขีปนาวุธ เครือข่ายใต้ดิน การทำสงครามกองโจร และการได้รับแรงหนุนจากพันธมิตรภายนอก อาจทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังคงเป็นหนึ่งในตัวแปรความมั่นคงที่อิสราเอลไม่อาจมองข้ามได้ในระยะต่อจากนี้

ที่มา :Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top