Friday, 5 June 2026
อิสราเอล

UNRWA เผยเด็กกาซา 660,000 คน ถูกตัดขาดจากการศึกษา หลังโรงเรียนเกือบทั้งหมดถูกถล่มยับโดยอิสราเอล ตั้งแต่ปี 2023

(2 ก.ย. 68) องค์การบรรเทาฯ ผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติ (UNRWA) เปิดเผยว่า เด็กกว่า 660,000 คนในฉนวนกาซา ถูกตัดขาดจากการศึกษา หลังโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาถูกกองทัพอิสราเอลทำลายหรือเสียหายเกือบทั้งหมด นับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อปลายปี 2023

ฟิลิปป์ ลาซซารินี (Philippe Lazzarini) หัวหน้า UNRWA ระบุว่า “กาซากลายเป็นซากปรักหักพัง ระบบการศึกษาก็พังไปด้วย” โดยโรงเรียน 97% ได้รับความเสียหาย และกว่า 92% จำเป็นต้องรื้อสร้างใหม่หรือซ่อมแซมครั้งใหญ่เพื่อกลับมาใช้งานได้ นอกจากนี้มีโรงเรียนกว่า 432 แห่งที่ถูกโจมตีแบบไม่เหลือซาก

ลาซซารินี ย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นของการหยุดยิง โดยชี้ว่าเป็นทางเดียวที่จะยุติวิกฤติความอดอยาก และ “การฆ่าล้างทางการศึกษา” ที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ในกาซา เด็กจำนวนมากในวันนี้ไม่ได้กลับไปโรงเรียน แต่กลับต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหิวโหย สูญเสีย และบาดแผลทางจิตใจ

ทั้งนี้ วิกฤติด้านมนุษยธรรมยิ่งเลวร้ายขึ้น หลังอิสราเอลปฏิเสธทำงานร่วมกับ UNRWA ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดส่งความช่วยเหลือมานานหลายสิบปี ทำให้ศูนย์แจกจ่ายความช่วยเหลือหลายร้อยแห่งถูกปิด เหลือเพียง 4 ศูนย์ที่กองทุนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลดูแล ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลยิงใส่ชาวปาเลสไตน์ที่ต่อคิวรอรับความช่วยเหลือเป็นประจำ

‘ยูเออี’ เตือน ‘อิสราเอล’ อย่าทำลายความสัมพันธ์ ด้วยการล้ำเส้น!! ผนวกดินแดนเวสต์แบงก์

(5 ก.ย. 68) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกคำเตือนถึงอิสราเอลว่า การผนวกพื้นที่เวสต์แบงก์จะเป็นการ 'ล้ำเส้น' และบั่นทอนจิตวิญญาณของข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ที่ทำให้อาหรับและอิสราเอลเริ่มฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2020

ลานา นุสเซย์เบห์ (Lana Nusseibeh) เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศ UAE ระบุว่า หากอิสราเอลเดินหน้าตามแผน จะเป็นการปิดตายทางออกแบบสองรัฐระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ พร้อมย้ำว่าการผนวกจะทำลายฉันทามติสากลที่เห็นว่าความขัดแย้งควรจบลงด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของสองรัฐ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์สนับสนุนจุดยืนของ UAE ขณะที่อิสราเอลยังไม่ให้ความเห็น แต่คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจาก เบซาเลล สโมทริช (Bezalel Smotrich) รัฐมนตรีการคลังสายขวาจัดของอิสราเอล เสนอแผนผนวกพื้นที่ราว 82% ของเวสต์แบงก์เข้าสู่ 'อธิปไตยอิสราเอล' โดยเหลือไว้เพียงเขตเมืองปาเลสไตน์ไม่กี่แห่ง

ปัจจุบันอิสราเอลสร้างนิคมชาวยิวแล้วราว 160 แห่ง มีผู้อยู่อาศัย 700,000 คน ในดินแดนที่ปาเลสไตน์หวังจะจัดตั้งรัฐของตนเอง ขณะที่มีชาวปาเลสไตน์กว่า 3.3 ล้านคนอาศัยอยู่ร่วมกันในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก นิคมเหล่านี้ถูกมองว่าผิดกฎหมายตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นชนวนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยมา

เปิดเงื่อนไขใหม่สหรัฐฯ กดดันฮามาส เพื่อสันติภาพอิสราเอล ‘ทรัมป์’ ยันพร้อมแลกเปลี่ยนตัวประกัน และยุติสงครามในกาซ่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ก.ย. 68) สื่ออิสราเอล Channel 12 รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอหยุดยิงฉบับใหม่ต่อกลุ่มฮามาส ผ่านนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพชาวอิสราเอล โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามในกาซ่า 

ข้อเสนอของทรัมป์ประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล 48 คนในวันแรกของการหยุดยิง การหยุดปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและถอนกำลังออกจากเมืองกาซ่า การปล่อยนักโทษปาเลสไตน์ราว 2,500–3,000 คน รวมถึงผู้ต้องโทษตลอดชีวิต และการเปิดเจรจาทันทีเพื่อหาทางยุติสงคราม โดยทรัมป์ประกาศพร้อมเข้าแทรกแซงด้วยตนเอง หากฮามาสตอบรับข้อเสนอ

ฝ่ายอิสราเอล โดยสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ต่อข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่กลุ่มฮามาสยืนยันว่าได้รับ “แนวคิดบางส่วน” ผ่านคนกลาง และยินดีเข้าสู่การเจรจา โดยย้ำเงื่อนไขหลักคือการยุติสงครามอย่างถาวร การถอนกำลังอิสราเอลทั้งหมด และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเร่งปฏิบัติการ “ขั้นตอนสูงสุด” ด้วยการโจมตีอย่างหนักในกาซ่าซิตี้ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์พุ่งเกิน 64,000 ราย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แรงกดดันต่อทุกฝ่ายเพิ่มสูงขึ้น ทรัมป์เองประกาศว่า “นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายถึงฮามาส” พร้อมย้ำว่าความพยายามหยุดสงครามครั้งนี้ “อาจใกล้ได้ข้อยุติในเร็วๆ นี้”

ชาวปาเลสไตน์ ตายเป็นเบือภายใน 1 วัน จากฝีมือ ‘อิสราเอล’ ยิงถล่ม 50 ตึก!! ทั่วฉนวนกาซา

(9 ก.ย. 68) ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 50 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลทั่วฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ ตามรายงานของสำนักข่าว WAFA ขณะที่โฆษกกู้ภัยกาซากล่าวว่ามีอาคารถูกทำลายกว่า 50 หลัง และเสียหายอีก 100 หลัง ทำให้หลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย พร้อมย้ำว่านี่คือ “หนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดของสงคราม”

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าการโจมตีอาคารสูงในกาซ่าซิตี้ มีเป้าหมายที่ศูนย์ข่าวกรองของฮามาส แต่ไม่ได้แสดงหลักฐาน ขณะที่ฮามาสปฏิเสธทันทีว่าเป็นคำ ‘โกหก’ และยืนยันว่าอาคารเหล่านั้นเป็นเพียงที่พักอาศัย การโจมตีต่อเนื่องยังทำให้ชาวกาซาต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างสิ้นหวัง

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์พร้อมหารือการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด หากอิสราเอลยุติสงคราม ถอนกำลังออกจากกาซา และอนุญาตให้มีการจัดตั้งคณะบริหารปาเลสไตน์อิสระ กลุ่มยังเผยว่าได้รับข้อเสนอหยุดยิงผ่านคนกลางสหรัฐฯ และยินดีต่อทุกความพยายามที่นำไปสู่การยุติการสู้รบ แต่เตือนว่าข้อตกลงต้องมีความชัดเจนเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต

12 เดือน ‘อิสราเอล’ ทิ้งระเบิดใส่แล้ว 7 ประเทศ!! ‘กาตาร์’ ล่าสุดโดนด้วย…ทำสั่นคลอนทั้งภูมิภาค

(10 ก.ย. 68) อิสราเอลถูกวิจารณ์หนักอีกครั้ง หลังปฏิบัติการโจมตีกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อลอบสังหารแกนนำฮามาส ทำให้หลายประเทศทั่วโลกออกมาประณามว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง ล่าสุดมีการชี้ชัดว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดใส่หลายประเทศในภูมิภาค ได้แก่ ปาเลสไตน์ เลบานอน อิหร่าน ซีเรีย อิรัก เยเมน และกาตาร์

สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยันการปฏิบัติการดังกล่าว โดยเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลโจมตีกาตาร์ ซึ่งถือเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสำคัญในสงครามกาซาและยังเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ประณาม “การโจมตีอันขี้ขลาด” พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติหยุดยั้งความก้าวร้าวของอิสราเอล

ขณะที่ สหประชาชาติ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต จอร์แดน รวมถึงอิหร่านและอิรัก ต่างออกมาโจมตีการกระทำของอิสราเอลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงและความไร้เสถียรภาพที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาค

ด้าน ประเทศตะวันตกอย่างสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรปก็แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าการโจมตีในกาตาร์เสี่ยงทำให้สถานการณ์บานปลาย พร้อมย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการหยุดยิงถาวรและเปิดทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสู่กาซา

ทั้งนี้ ท่ามกลางเสียงประณามที่ดังก้องขึ้นทุกทิศทาง เหตุการณ์นี้กำลังทำให้อิสราเอลถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามระดับภูมิภาค ขณะที่การโจมตีต่อเนื่องในหลายประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าความขัดแย้งตะวันออกกลางอาจขยายตัวเกินกว่าที่โลกจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป

‘สภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ’ ให้คำมั่น ‘กาตาร์’!! พร้อมสนับสนุนทุกทาง…หากต้องการเอาคืน ‘อิสราเอล’

(10 ก.ย. 68) สภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ประกาศยืนเคียงข้างกาตาร์ หลังอิสราเอลโจมตีกรุงโดฮา โดยเลขาธิการ GCC นายจาเซ็ม อัลบูไดวี (Jasem Albudaiwi) ยืนยันว่า กลุ่มประเทศสมาชิกพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการตอบโต้ที่กาตาร์จะดำเนินการ เพื่อปกป้องอธิปไตยของตน

ทว่า กองทัพอิสราเอลแถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีในกรุงโดฮามุ่งเป้าไปที่แกนนำของขบวนการฮามาส ขณะที่พยานในพื้นที่ยืนยันว่าได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในใจกลางเมืองหลวงของกาตาร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดทันทีในภูมิภาค

นอกจากนี้ นานาชาติหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร เยอรมนี อินเดีย และเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอล โดยชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และอธิปไตยของกาตาร์ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาจะดีกว่า

ล่าสุด คิวบาและเวเนซุเอลาก็ออกมาโจมตีการกระทำของอิสราเอลว่าเป็น “การจงใจก่อการร้าย” ที่บ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ตอกย้ำเสียงกดดันจากทั่วโลกที่หวังให้ความรุนแรงยุติโดยเร็ว

ฮิซบอลเลาะห์แฉ!! เกมปลดอาวุธของ ‘สหรัฐฯ’ เพื่อหวังฮุบ ‘เลบานอน’ ยกให้ ‘อิสราเอล’

(11 ก.ย. 68) ชีค นาอิม กัสเซ็ม (Naim Qassem) เลขาธิการพรรคฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังกดดันรัฐบาลเลบานอนอย่างหนักเพื่อให้ปลดอาวุธของฮิซบอลเลาะห์ เปิดทางให้อิสราเอลขยายอิทธิพลในประเทศ โดยกล่าวหาว่า “สหรัฐฯ พร้อมยกเลบานอนให้อิสราเอล” และทำให้การปลดอาวุธกลายเป็นเงื่อนไขที่อิสราเอลต้องการไม่ว่าจะด้วยวิธีสงบหรือใช้กำลัง

นาอิม กัสเซ็ม กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลคือการทำให้เลบานอน “เป็นเหยื่ออันโอชะ” ในโครงการ “อิสราเอลยิ่งใหญ่” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายการเมืองในเลบานอนหันหน้ามาเจรจา โดยยึดความเป็นเอกภาพแห่งชาติ การยุติการยึดครองของอิสราเอล และการปล่อยตัวนักโทษเลบานอนเป็นเป้าหมายสำคัญ

ทางการเลบานอนยืนยันหลายครั้งว่าอิสราเอลยังคงละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยกองทัพอิสราเอลยังคงประจำการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางตอนใต้ 5 จุด รวมถึงหมู่บ้านฆัจการ์ ซึ่งเลบานอนถือว่าเป็นการยึดครองและละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1701

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 235 ราย และบาดเจ็บกว่า 500 คนจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่ปลายปี 2567 ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างทางทหารของฮิซบอลเลาะห์และผู้นำกองกำลัง โดยย้ำว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากกลุ่มชีอะห์นี้

‘เนทันยาฮู’ ขู่ ‘กาตาร์’ และทุกประเทศ ถ้าไม่ขับไล่ฮามาส เดี๋ยวเจอดีแน่!!

(12 ก.ย. 68) เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกร้าวว่า หากกาตาร์และประเทศใดที่ให้ที่พักพิงผู้ก่อการร้ายไม่ขับไล่พวกเขาออกไป อิสราเอลจะดำเนินการเอง หลังจากการโจมตีครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงโดฮาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายไปยังผู้นำฮามาสระดับสูง

คำกล่าวของเนทันยาฮูทำให้กาตาร์ประณามอย่างรุนแรง กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เรียกสิ่งนี้ว่า “เป็นสิ่งที่น่าละอายในการชี้แจงการโจมตีที่โหดร้าย” ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีกาตาร์ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี (Sheikh Mohammed bin Abdulrahman Al Thani) ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น “การก่อการร้าย” และเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างชัดเจน

โดยการโจมตีเกิดขึ้น ในขณะที่กาตาร์กำลังเป็นตัวกลางเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่กาซา การโจมตีครั้งนี้ทำให้ผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และกระบวนการเจรจาได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กาตาร์และผู้นำฮามาส เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ ฝ่ายฮามาสยืนยันว่าจะยังคงต่อสู้ต่อไป หลังจากการโจมตีในโดฮา โฆษกฮามาส ฟาวซี บาร์ฮูม (Fawzi Barhoum) ระบุว่าการโจมตีไม่ได้มุ่งไปที่คณะผู้เจรจาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการโจมตีทั้งกระบวนการเจรจา โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายการเจรจาหยุดยิง

ทั้งนี้ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซียทำให้ประเทศในภูมิภาค เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย เตรียมส่งตัวแทนเยือนกาตาร์และร่วมหารือแนวทางตอบโต้ โดยกาตาร์ยืนยันว่าจะมีการตอบโต้ร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อป้องกันการคุกคามต่ออธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

‘อียิปต์’ เผย!! ‘อิสราเอล’ มีแผนที่จะกำจัดผู้นำฮามาส ในกรุงไคโร และเตือนอิสราเอล การโจมตีใดๆ ก็ตาม จะถูกตอบโต้ ด้วยกำลังชนิดจัดเต็ม

(13 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

อียิปต์เผยอิสราเอลมีแผนที่จะกำจัดผู้นำฮามาสในกรุงไคโร และเตือนอิสราเอลว่าการโจมตีใดๆ ก็ตามจะถูกตอบโต้ด้วยกำลังชนิดจัดเต็ม - Middle East Eye

ตามข้อมูลข่าวกรอง อิสราเอลได้เตรียมการมาระยะหนึ่งแล้วในการลอบสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสในกรุงไคโร เนื่องจากอียิปต์ได้ขัดขวางความพยายามครั้งก่อนในการเจรจาหยุดยิงในภูมิภาคนี้ไปแล้วในช่วงสองปีที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระดับสูงในกองกำลังความมั่นคงอียิปต์กล่าว

‘อิสราเอล’ เปิดปฏิบัติการถล่ม ‘กาซา ซิตี้’ ต่อเนื่อง ประชาชนกว่า 300,000 คน ต้องอพยพหนีตาย

(16 ก.ย. 68) กองทัพอิสราเอลเริ่มขยายการโจมตีทางอากาศ ทั้งในและรอบเมืองกาซาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำลายอาคารสูงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าอาคารเหล่านี้ถูกใช้โดยกลุ่มฮามาสเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการบุกเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก

การรุกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ พบกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และสนับสนุนปฏิบัติการ โดยการเคลื่อนกำลังบุกเข้าสู่เมืองเกิดขึ้นหลังจากกาซารายงานการโจมตีทางอากาศและระดมอาวุธหนักเข้าสู่ในเมืองและชานเมืองของช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลเรียกร้องให้ประชาชนในเมืองกาซาอพยพออกไป โดยมีประชาชนราว 300,000 คนอพยพออกไปแล้ว ขณะที่ยังมีอีกประมาณ 700,000 คนที่อยู่ในเมือง โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า “กาซากำลังถูกไฟเผา… เราจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น”

ขณะที่ ครอบครัวของผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซาออกมาประท้วงหน้าที่พักของเนทันยาฮู โดยเตือนว่าการขยายความรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของตัวประกัน ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า กลุ่มฮามาสอาจเคลื่อนตัวประกันไปยังพื้นที่สูงเพื่อใช้เป็น “โล่มนุษย์” ต่อต้านการบุกของอิสราเอล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top