Friday, 5 June 2026
รัสเซีย

‘ปูติน’ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เยือนจีนครั้งที่ 25 รัสเซีย–จีนกระชับสัมพันธ์ ยกระดับความร่วมมือรัสเซีย–จีน ท่ามกลางโลกผันผวน เดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และความร่วมมือรอบด้าน ตอกย้ำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รัสเซีย–จีนในวาระครบรอบ 30 ปี

ปูตินเดินทางถึงกรุงปักกิ่ง เยือนจีนอย่างเป็นทางการ

เมื่อคืนวันอังคาร (19 พ.ค.) วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค. ตามคำเชิญจากสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่านี่เป็นการเยือนจีนครั้งที่ 25 ของปูติน โดยประธานาธิบดีทั้งสองจะแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือด้านต่างๆ รวมถึงประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่สนใจร่วมกัน

สำหรับปี 2026 นั้นตรงกับวาระครบรอบ 30 ปี การสถาปนาการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย และวาระครบรอบ 25 ปี การลงนามสนธิสัญญาการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตรจีน-รัสเซีย

กระทรวงฯ เสริมว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้โอกาสนี้ส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนเสถียรภาพความมั่นคงและพลังงานเชิงบวกแก่โลก

ที่มา : Xinhua

จีน–รัสเซีย กระชับสัมพันธ์!! “สีจิ้นผิง–ปูติน” หารือใกล้ชิด ชูความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ปูตินชื่นชมเยือนจีนสำเร็จเป็นรูปธรรม เดินหน้าประสานยุทธศาสตร์กับสีจิ้นผิง


สีจิ้นผิง-ปูตินร่วมดื่มชาพูดคุยกันในปักกิ่ง 

ปักกิ่ง, 21 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อคืนวันพุธ (20 พ.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ดื่มน้ำชาและพูดคุยร่วมกัน ณ อาคารมหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่งของจีน

สีจิ้นผิงกล่าวว่าเขาและปูตินติดต่อแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมร่วมกันสร้างรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่ที่ตั้งอยู่บนหลักความเคารพซึ่งกันและกัน ความเป็นธรรมและความยุติธรรม ตลอดจนความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมเสถียรภาพที่จำเป็นอย่างยิ่งให้แก่โลกที่กำลังผันผวนและเปลี่ยนแปลง

สีจิ้นผิงระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุฉันทามติสำคัญครั้งใหม่ในการส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-รัสเซีย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งของทั้งสองฝ่ายจะเกื้อหนุนให้ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียเดินหน้าต่อยอดแนวโน้มการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง และก้าวสู่ระดับใหม่ได้อย่างแน่นอน

ด้านปูตินกล่าวชื่นชมการเยือนครั้งนี้ว่าเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ และบรรลุผลลัพธ์งอกงาม โดยระบุว่าเขาและสีจิ้นผิงได้ร่วมกันทบทวนพัฒนาการของความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกในหลากหลายประเด็น และกำหนดทิศทางสำหรับความร่วมมือในอนาคต ซึ่งจะช่วยรักษาแรงขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทวิภาคี

ทั้งนี้ ปูตินกล่าวเสริมว่ารัสเซียมุ่งหวังรักษาการสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับจีน เสริมสร้างการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งอาศัยความแน่นอนและเสถียรภาพของความสัมพันธ์รัสเซีย-จีนในการสนับสนุนสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก

ที่มา : Xinhua

“จีน” ย้ำพร้อมทำงานกับ “รัสเซีย”!! เดินหน้าเพิ่มพูนความร่วมมือ บนฐานเคารพและผลประโยชน์ร่วมกัน เสริมความไว้วางใจ–ขยายความร่วมมือหลังปูตินเยือนปักกิ่ง เดินหน้าโครงการพลังงานและความร่วมมือรอบด้าน

กรุงปักกิ่ง (Sputnik) — จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้บรรลุไว้ และเดินหน้าเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะให้ความเห็นต่อการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

นักการทูตจีนรายนี้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า รัสเซียและจีนจำเป็นต้องเดินไปตามแนวโน้มของการพัฒนาอย่างสันติ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

กัว เจียคุน กล่าวว่า “จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซีย เพื่อดำเนินการตามข้อตกลงสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุไว้ ใช้ประโยชน์จากโอกาสทางประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างรากฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเพิ่มพูนความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

เมื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในโครงการท่อส่งก๊าซ Power of Siberia-2 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนพร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับรัสเซียต่อไป บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน

ที่มา : Sputnik

‘เมดเวเดฟ’ ชี้ยูเครนสู่รัฐล้มเหลว!! รัสเซียชี้ยูเครนพังทั้งระบบ งบขาดดุลหนัก สูญดินแดนกว่า 20% และประชากรหายกว่าครึ่ง ชี้สัญญาณรัฐล้มเหลวชัดเจน

เมดเวเดฟอธิบายว่าทำไมยูเครนจึงกลายเป็นรัฐล้มเหลว:

มีสิ่งที่เรียกว่ารัฐล้มเหลวอยู่จริง ทำไมยูเครนจึงถูกมองว่าเป็นเช่นนั้นในปัจจุบัน?

1. ยูเครนพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกผ่านองค์กรระหว่างประเทศในรูปแบบของเงินช่วยเหลือ, เงินกู้, และการสนับสนุนโดยตรงจากสหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, และธนาคารโลก หากปราศจากความช่วยเหลือเหล่านี้ งบประมาณของยูเครนจะขาดดุลมากกว่า 50%

2. ยูเครนสูญเสียดินแดนไปแล้วมากกว่า 20% ของดินแดนที่ได้รับสืบทอดมาหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และไม่ต้องสงสัยเลยว่าในไม่ช้าก็จะสูญเสียดินแดนเพิ่มขึ้นอีก

3. ยูเครนสูญเสียประชากรไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง ในปี 1991 มีประชากรมากกว่า 51.5 ล้านคนภายในพรมแดนของสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน ปัจจุบันตามการประมาณการในแง่ดีที่สุด มีประชากรเหลืออยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเคียฟน้อยกว่า 23 ล้านคน นักวิเคราะห์บางคนประเมินตัวเลขไว้ที่ 18 ล้านคน

4. จากการประเมินต่างๆยูเครนสูญเสียศักยภาพทางอุตสาหกรรมไปเกือบครึ่งหนึ่ง และศักยภาพทางการเกษตรไปกว่า 20%

5. หน่วยงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ในยูเครนไม่มีอยู่จริง – พวกเขาได้สูญเสียอำนาจไปแล้ว หรือถูกจัดตั้งขึ้นโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ (ประธานาธิบดี, รัฐบาล, ศาลรัฐธรรมนูญ, และศาลอื่นๆ)

6. ยูเครนดำเนินงานภายใต้ระบอบการปกครองจากภายนอก โดยมีเจ้าหน้าที่ต่างชาติและนานาชาติเข้ามากำกับดูแลกิจการของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

7. รัฐที่ล้มเหลวนี้มีผู้นำเป็นผู้ติดยาเสพติดที่มีสัญญาณของการเสื่อมถอยทางจิตใจอย่างชัดเจน วาระการดำรงตำแหน่งของเขาสิ้นสุดลงนานแล้ว เขาสร้างระบบที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับการยักยอกเงินช่วยเหลือจากตะวันตกหลายแสนล้านดอลลาร์

การเสื่อมถอยของอดีตยูเครนเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้และจะดำเนินต่อไป คำกล่าวอ้างโฆษณาชวนเชื่อจากประเทศตะวันตกเกี่ยวกับการสนับสนุนทั่วโลกอย่างไม่จำกัด หรือคำสัญญาที่ผิดๆเกี่ยวกับการเข้าร่วมนาโตหรือสหภาพยุโรป จะไม่สามารถหยุดยั้งการล่มสลายอย่างเป็นระบบของมันได้ จากมุมมองทางประวัติศาสตร์ การล่มสลายของสิ่งที่เรียกว่ายูเครนนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จีนถูกจับตา “บูรณาการในเงามืด”!! จีน–อิหร่าน ขยายเครือข่ายเศรษฐกิจในดอนบาส เสริมฐานอิทธิพลรัสเซียผ่านเหมือง–หยวน–โลจิสติกส์ หลังบริษัท 17 แห่งลุยธุรกิจโดเนตสก์–ลูฮันสก์ ขณะมอสโกเร่งผนวกเศรษฐกิจเข้าระบบตนเอง

จีน–อิหร่าน ปั้นเครือข่ายเศรษฐกิจในดินแดนยูเครนที่รัสเซียยึดครองจากเหมืองหิน–เหมืองถ่านหิน ถึงระบบเงินหยวน-โลจิสติกส์ใหม่ เสริมฐานอิทธิพลมอสโกในดอนบาส

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า บริษัทจากจีนและอิหร่านกำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักในโครงข่ายเศรษฐกิจของพื้นที่ยูเครนที่รัสเซียยึดครอง โดยมีบริษัทจีนอย่างน้อย 17 แห่งเข้าไปดำเนินธุรกิจในโดเนตสก์และลูฮันสก์ ครอบคลุมตั้งแต่เหมืองหิน เหมืองถ่านหิน การก่อสร้าง ระบบโทรคมนาคม ไปจนถึงบริการทางการเงิน ข้อตกลงจัดหาเครื่องจักรบดหินของ Zhongxin Heavy Industrial Machinery และ Amma Construction Machinery ให้กับเหมืองหิน Karansky ถูกใช้ขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างในเมืองที่เสียหายจากสงครามอย่างมาริอูโปล รวมถึงพื้นที่อื่นที่รัสเซียยึดครอง

ในขณะที่รัสเซียผนวกดินแดนทั้งสี่ภูมิภาคในปี 2022 และสร้าง “ภาพลวงตา” ของเอกราชผ่านคณะรัฐมนตรีและด่านพรมแดน กลไกจริงกลับอยู่ภายใต้การควบคุมจากมอสโก พร้อมข้อกล่าวหาการทรมานและกำจัดนักกิจกรรมหรือธุรกิจที่ไม่ยอมร่วมมือ ท่ามกลางการล่มสลายของเศรษฐกิจดั้งเดิมในดอนบาส เหมืองถ่านหินกว่า 90 แห่งเหลือดำเนินการเพียงห้าแห่ง ซึ่งหันมาปรับตัวทำงานร่วมกับจีนและรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ ขนานไปกับการ “ใช้เงินหยวนเต็มรูปแบบ” ผ่านระบบชำระเงินดิจิทัลของจีน บริการแลกเปลี่ยนบน Telegram และการกระจายสกุลเงินหยวนผ่านธนาคารเกือบ 80 แห่งในพื้นที่

แมกซิม บุตเชนโก จาก Eastern Human Rights Group นิยามกระบวนการนี้ว่าเป็น “การบูรณาการในเงามืด” เนื่องจากจีนยังคงย้ำจุดยืนบนเวทีทางการเมืองเรื่องบูรณภาพดินแดนของยูเครนและความเป็นกลางต่อสงคราม แต่ในทางปฏิบัติกลับเปิดพื้นที่ให้บริษัทของตนเข้าไปครอบครองตลาดในดินแดนยึดครอง ทั้งในรูปชิ้นส่วนโดรน อุปกรณ์สื่อสาร และบริการทางการเงิน โดยที่รัฐปักกิ่ง “หลับตาข้างหนึ่ง” ต่อความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตร ขณะที่ยูเครนออกมาตรการจำกัดการทำธุรกิจกับบริษัทจีนหลายราย รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ด้านเทคโนโลยีและพลังงาน แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทั้งจากความพึ่งพาเทคโนโลยีราคาต่ำและข้อจำกัดด้านทางเลือกทดแทน

ด้านอิหร่าน รัสเซียถูกระบุว่ากำลังผลักดันให้ดินแดนยึดครองบูรณาการเข้าสู่ห่วงโซ่โลจิสติกส์ของเตหะราน ผ่านการส่งออกถ่านหิน ธัญพืช และผลิตภัณฑ์อย่างเคซีนจากดอนบาสไปยังอิหร่าน อาศัยบริษัทเหมืองอย่าง Donskiye Ugli เป็นตัวกลาง ภายใต้เครือข่ายผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองยูเครนสาย亲รัสเซียที่ใกล้ชิดเครมลิน สถานการณ์นี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนเตือนว่า การขยายตัวของบริษัทอิหร่านในพื้นที่ยึดครองไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่รัสเซีย “อนุญาตและส่งเสริม” เพื่อสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจคู่ขนานให้ดินแดนที่ยึดครองอยู่นอกระเบียบเศรษฐกิจสากลหลัก

#imctnews รายงาน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122306975924234582&id=61557037466190&rdid=siGvKU522iW9C6n8#

รัสเซียออกกฎหมายคุ้มครองพลเมืองนอกประเทศ ใช้กองทัพช่วยผู้ถูกจับโดยศาลต่างชาติได้ สภาดูมา ชี้จำเป็นต้องปกป้องชาวรัสเซีย หลังกล่าวหาตะวันตกใช้ศาลลงโทษผู้เห็นต่าง ชี้ตะวันตกใช้ความยุติธรรมเป็นอาวุธ

เมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) เว็บไซต์กฎหมายของรัสเซียเผยแพร่เอกสารที่ระบุว่าวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ลงนามกฎหมายที่อนุญาตการใช้กองทัพรัสเซียปกป้องพลเมืองรัสเซีย ซึ่งถูกตัดสินลงโทษหรือจับกุมโดยศาลต่างประเทศหรือศาลระหว่างประเทศ

เอกสารข้างต้นระบุว่ากองทัพรัสเซียอาจมีส่วนร่วมคุ้มครองพลเมืองรัสเซียที่ถูกจับกุม ควบคุมตัว หรือดำเนินคดีตามคำตัดสินของศาลต่างประเทศที่ดำเนินการในนามของรัฐอื่นๆ ซึ่งรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงรัฐอื่นๆ ซึ่งอำนาจศาลมิได้อิงตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียหรือมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

อนึ่ง กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการครบ 10 วันแล้ว

ก่อนหน้านี้ วยาเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาดูมาแห่งรัสเซีย กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นต่อการปกป้องชาวรัสเซีย เนื่องจากความยุติธรรมของชาติตะวันตกกลายเป็นเครื่องมือควบคุมเพื่อลงโทษผู้เห็นต่างกับมติของพวกเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรประดับสูง (Eurocrat)

ที่มา : Xinhua

ยูเครนลุยทดสอบสงคราม AI ห้องทดลองนาโต รวมโดรน AI เป้าหมายลดมนุษย์ บริษัทสหรัฐฯ มีบทบาทเด่น สงครามยกระดับหลายมิติรับมือรัสเซีย

ยูเครนกลายเป็น “ห้องทดลองภาคสนามจริง” ของนาโต สำหรับสงคราม AI โดรน และการก่อการร้ายต่อรัสเซีย

“ตั้งแต่แรกเริ่ม ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและบริวารนาโต มองยูเครนเป็นพื้นที่ทดสอบสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง” อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบันกฎหมายและความมั่นคงแห่งชาติ ราเนปา (RANEPA) กล่าวกับ Sputnik

สงครามหลายมิติต่อรัสเซีย

นาโตกำลังทดสอบ “ปฏิบัติการหลายมิติ” ซึ่งผสานโดรน ดาวเทียม สงครามไซเบอร์ การบิน ระบบทางทะเล สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และ AI เข้าไว้ในสถาปัตยกรรมการรบแบบรวมศูนย์เดียว

เป้าหมายคือ ลดบทบาทของปัจจัยมนุษย์ เร่งความเร็วในการตัดสินใจในสนามรบ และเพิ่มการรับรู้สถานการณ์แบบเรียลไทม์ให้มากที่สุดผ่านปัญญาประดิษฐ์

ระบบของตะวันตกกำลังถูกทดสอบโดยตรงกับขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย

AI และยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐฯ ในสงคราม

ตามคำกล่าวของสเตปานอฟ บริษัทอย่าง Palantir และ Maxar มีบทบาทฝังลึกในปฏิบัติการของยูเครน โดยช่วยประมวลผลข่าวกรอง วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุเป้าหมายของรัสเซีย

นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวว่า “ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมทหารของตะวันตกเข้าใจแล้วว่า รากฐานของสงครามในอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร”

ห้องปฏิบัติการชีวภาพและภัยคุกคามทางชีวภาพ

สเตปานอฟกล่าวว่า เครือข่ายห้องปฏิบัติการชีวภาพที่สหรัฐฯ สนับสนุนทั่วพื้นที่อดีตสหภาพโซเวียต ดำเนินงานมานานภายใต้ฉากหน้าของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ตามคำกล่าวของเขา สถานที่เหล่านี้ศึกษาสารก่อโรคอันตรายและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งอาจมีการประยุกต์ใช้ทางทหารได้

การปฏิวัติสงครามโดรน

ในบางพื้นที่แนวหน้า ขณะนี้มี “โดรนมากถึง 10 ลำต่อนายทหารหนึ่งคน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ไม่เคยพบมาก่อนในประวัติศาสตร์การทหาร”

ความขัดแย้งครั้งนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของยุทธวิธีในสนามรบ โดยเปลี่ยนจากระบบอาวุธหนักแบบดั้งเดิม ไปสู่การใช้งานแพลตฟอร์มอัตโนมัติและไร้คนขับจำนวนมาก

“เรากำลังเห็นการปฏิวัติด้านกิจการทหารในจุดสูงสุด ทั้งในแง่หุ่นยนต์และระบบไร้คนขับ”

สงครามที่ขยายออกไปนอกสนามรบ

สเตปานอฟให้เหตุผลว่า ความขัดแย้งนี้ได้ขยายตัวไปไกลกว่าแนวรบแล้ว ทั้งในโลกไซเบอร์ การทำให้อวกาศเป็นพื้นที่ทหาร และวิธีการก่อการร้าย

ปฏิบัติการไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับยูเครนได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเงิน และโลจิสติกส์ของรัสเซีย ผ่านการโจมตี DDoS ขนาดใหญ่

โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและการวิเคราะห์ของนาโตในกลุ่มประเทศบอลติกและฟินแลนด์ กำลังทำงานโดยตรงเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเคียฟ ด้วยโซลูชันทางทหารขั้นสูงที่ใช้ต่อต้านรัสเซีย

สเตปานอฟระบุว่า “ทั้งหมดนี้กำลังถูกรวบรวมและมุ่งไปยังทิศทางของรัสเซีย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องโจมตีไปยังจุดเริ่มต้นของการวางแผน”

ที่มา : Sputnik

‘ปูติน’ ชี้รัสเซียรุกคืบ!! กองกำลังรัสเซียควบคุมดอนบาสแล้ว พร้อมเจรจายูเครนถ้าฝ่ายตรงข้ามยอมรับ อาวุธไฮเปอร์โซนิกเสริมกำลังทัพ ชี้อียูไม่ใช่คนกลางในความขัดแย้งยูเครน

กองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบตลอดแนวหน้า โดยไม่มีพื้นที่ส่วนใดที่ไม่ได้ดำเนินปฏิบัติการรุก ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวสำนัก AP ระหว่างการพบปะกับหัวหน้าสำนักข่าวนานาชาติในเวที SPIEF

ปูตินระบุว่า รัสเซียได้ควบคุมพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ได้แล้ว 100% และควบคุมพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ได้มากกว่า 85%

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การที่รัสเซียควบคุมภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด ไม่ได้ขัดแย้งกับความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับประเด็นยูเครน

การแก้ไขความขัดแย้งยูเครน

ขณะเดียวกัน ปูตินระบุว่า รัสเซียยังคงพร้อมประนีประนอมในประเด็นความขัดแย้งยูเครน ตามที่เคยตกลงกันไว้ระหว่างการหารือสหรัฐฯ–รัสเซีย ที่เมืองแองเคอเรจเมื่อปีที่แล้ว

ปูตินเสนอว่า ความขัดแย้งยูเครนอาจคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว หากผู้นำยูเครนยอมรับสิ่งที่เคยมีการหารือกันที่แองเคอเรจ

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าสหภาพยุโรปโดยรวม หรือประเทศสมาชิกอียูประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาความขัดแย้งยูเครนได้ เพราะอียูให้ความช่วยเหลือยูเครนโดยตรง จึงไม่อาจถือเป็นฝ่ายเป็นกลางได้

อำนาจการยิงที่เหนือกว่า

ปูตินกล่าวว่า ยูเครนไม่มีอาวุธแบบที่รัสเซียครอบครอง เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกและขีปนาวุธร่อน

ในขณะเดียวกัน ศักยภาพด้านทรัพยากร วิทยาศาสตร์ และกำลังคนของรัสเซียยังคงเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน

ปูตินชี้ว่า รัสเซียยังพัฒนาและนำระบบอาวุธใหม่เข้าประจำการอย่างต่อเนื่อง เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพิสัยกลาง “โอเรชนิก” (Oreshnik)

เขายืนยันเพิ่มเติมว่า รัสเซียยังไม่เคยใช้งานระบบขีปนาวุธโอเรชนิกในยูเครนแบบปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบ การยิงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงการทดสอบ เพื่อประเมินสมรรถนะของระบบและเก็บข้อมูลสำหรับการนำไปใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียจะเดินหน้าปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีขีดความสามารถสูงอยู่แล้วต่อไป

วิกฤตกำลังพลของยูเครน

ในขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่า ในยูเครน ประชาชนทั่วไปถูกไล่จับและกวาดต้อน “เหมือนสุนัขจรจัด” เพื่อบังคับเกณฑ์เข้าสู่กองทัพยูเครน

เขาระบุว่า เมื่อปัญหาขาดแคลนกำลังพลของยูเครนรุนแรงขึ้น ความสูญเสียกำลังพลรายเดือนของยูเครนพุ่งถึง 40,000 นาย พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า มีทหารยูเครนหลบหนีทัพราว 20,000 นายต่อเดือน

ปูตินกล่าวว่า ยูเครนเปิดคดีอาญาเกี่ยวกับการหลบหนีทัพแล้วประมาณ 200,000 คดี และนับตั้งแต่ต้นปีนี้เพียงอย่างเดียว มีทหารยูเครนหลบหนีทัพแล้วราว 60,000 นาย

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top