Friday, 5 June 2026
รัสเซีย

อดีตที่ปรึกษานโยบายทรัมป์จวก มาตรการคว่ำบาตรของอเมริกาต่อรัสเซีย ชี้ยิ่งทำให้ ‘มอสโก-ปักกิ่ง’ แข็งแกร่ง ลดไพ่ต่อรองตัวเองบนเวทีโลก

(10 ธ.ค. 68) จอร์จ ปาปาโดปูลอส (George Papadopoulos) อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศให้ทีมเลือกตั้งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซีย วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อบริษัทรัสเซียว่า “แทบไม่ทำอะไรได้” นอกจากผลักให้รัสเซียกับจีนยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายได้กลายเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯ เอง

ปาปาโดปูลอส ระบุอีกว่า จีนคือคู่แข่งหลักของสหรัฐอเมริกาบนเวทีโลก การผลักรัสเซียให้หันไปพึ่งพาปักกิ่งมากขึ้นไม่ได้ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของวอชิงตันเลย ขณะที่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองเพิ่งประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียอย่าง ลูคอยล์ (Lukoil) และรอสเนฟต์ (Rosneft) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลชุดนี้ใช้มาตรการเล่นงานรัสเซียโดยตรง

นอกจากนี้ ปาปาโดปูลอสมองว่า แนวทางดังกล่าวมีแต่จะทำให้แกนมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐ “แข็งแรงขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน” มากกว่าทำให้รัสเซียอ่อนแรงลงตามที่หวัง พร้อมเตือนว่านโยบายคว่ำบาตรแบบนี้อาจยิ่งลดพื้นที่การทูต และบั่นทอนบทบาทนำของสหรัฐฯ ในระยะยาว


ที่มา : Sputnik
 

ภายในปี 2026–2027 หลัง ‘ซูบียันโต’ เข้าพบผู้นำรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เพื่อกระชับความร่วมมือ ทั้งเรื่องพลังงาน–เกษตร–ความมั่นคง

(11 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูบียันโต ของอินโดนีเซีย ให้เดินทางเยือนกรุงจาการ์ตาในปี 2026–2027 โดยทั้งสองผู้นำพบปะกันที่กรุงมอสโก ซึ่งผู้นำรัสเซียกล่าวขอบคุณและยืนยันว่าจะเดินทางไปเยือนด้วยความยินดี พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในอินโดนีเซีย

การหารือครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่างรัสเซียและอินโดนีเซีย โดยปูตินระบุว่าทั้งสองประเทศมีแผนพัฒนาความสัมพันธ์ในหลายด้าน รวมถึงพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งรัสเซียพร้อมสนับสนุนหากอินโดนีเซียเห็นว่าเหมาะสม

ในด้านเกษตรกรรม ปูตินเผยว่าจะหารือประเด็นการส่งออกข้าวสาลีให้จาการ์ตาเพิ่มเติม แม้ปัจจุบันรัสเซียมีดุลเกินดุลทางการค้าในภาคเกษตรกับอินโดนีเซียอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายสามารถขยายความร่วมมือด้านเกษตรได้อีกมากในอนาคต

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยรัสเซียมองว่าอินโดนีเซียเป็นพันธมิตรสำคัญและมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีซูบียันโตระบุว่าการเยือนรัสเซียครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเชิงลึกและแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจนระหว่างสองประเทศ


ที่มา : Sputnik
 

เสียชีวิตแล้วทะลุ “หนึ่งล้านนาย” “ลาฟรอฟ” ชี้ความสูญเสียยังเพิ่มต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤตยืดเยื้อ ไม่เห็นจุดสิ้นสุด รัสเซีย–สหรัฐฯ ถกยาวหาทางแก้ปัญหา

(12 ธ.ย. 68) เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่ากองทัพยูเครนมีความสูญเสียด้านกำลังคนเกินหนึ่งล้านรายแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลเคียฟได้เปลี่ยนจากกองกำลังที่มีอุดมการณ์มาสู่ “องค์กรอาชญากรรม” ที่เต็มไปด้วยคอร์รัปชัน ลากผู้สนับสนุนต่างชาติให้ถลำลึกตามไปด้วย ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด

ลาฟรอฟกล่าวต่อว่า ยุโรปไม่ได้หารือถึงสาเหตุรากเหง้าของวิกฤตยูเครน แต่เพียงต้องการ “หยุดพักชั่วคราว” เพื่อซื้อเวลาในการส่งอาวุธและเงินทุนให้เคียฟ ขณะที่การเจรจาระหว่างรัสเซียและสหรัฐมุ่งเป้าสู่การจัดการสันติภาพระยะยาวที่แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ รวมถึงการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงร่วมกัน

ความตึงเครียดยังซ้ำเติมด้วยกระแสอื้อฉาวคอร์รัปชันในยูเครน ซึ่งลาฟรอฟเชื่อว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีจำเป็นต้องยืดความขัดแย้งเพื่อความอยู่รอดทางการเมืองและอาจรวมถึงชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้รัสเซียระบุว่าได้ส่งคืนศพทหารยูเครนกว่า 11,000 นาย ขณะที่ได้รับศพทหารรัสเซียกลับมาเพียง 201 นาย

ลาฟรอฟยังเปิดเผยถึง “ความเข้าใจร่วม” ที่รัสเซียและสหรัฐเคยบรรลุในอลาสกา ซึ่งระบุว่ายูเครนควรกลับไปสู่สถานะ “เป็นกลาง–ไม่สังกัดฝ่ายใด–ไม่ใช่อำนาจนิวเคลียร์” โดยล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันว่าข้อเข้าใจดังกล่าวยังคงใช้เป็นพื้นฐานได้ พร้อมกันนี้รัสเซียได้เสนอมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงเพื่อผลักดันสันติภาพถาวรในอนาคต

ด้านสถานการณ์ระหว่างประเทศ ลาฟรอฟกล่าวหารัฐตะวันตกว่ากำลังเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเพื่อขัดขวางความพยายามเจรจา และเตือนว่าทรัพยากรทางทหาร–การเงินของชาติตะวันตกที่ใช้สนับสนุนสงครามตัวแทนกำลังร่อยหรอ พร้อมระบุว่าบางประเทศกำลังใช้ความตึงเครียดในยูเครนบังปัญหาในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะวิกฤตปาเลสไตน์ซึ่งยังเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกอยู่ในขณะนี้


ที่มา : Sputnik
 

เติบโตสูงถึง 65% ในปีล่าสุด ประกาศเร่งขยายความร่วมมือทุกมิติ ดันเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความมั่นคง หวังยกระดับบทบาทร่วมในภูมิภาค

(13 ธ.ค. 68) รัสเซียเผยตัวเลขการค้ากับลาวในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 65% โดยนายเซอร์เกย์ ชอยกู (Sergei Shoigu) ประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย ระบุว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก และรัสเซียพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อผลักดันการค้าให้เติบโตต่อไป ในการพบกับนายกรัฐมนตรีลาว นายสอนไซ สีพันดอน ณ กรุงเวียงจันทน์

ระหว่างการเยือน ลาวและรัสเซียได้หารือความร่วมมือหลายด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ โดยเป็นไปตามแนวทางที่ผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศได้ตกลงไว้ โดยชอยกูยังขอบคุณรัฐบาลและประชาชนลาวที่รักษาและสืบทอดความทรงจำเกี่ยวกับความช่วยเหลือของสหภาพโซเวียตในอดีต

ด้านนายกรัฐมนตรีลาวได้ฝากคำทักทายอย่างอบอุ่นถึงนายกรัฐมนตรีรัสเซีย มิคาอิล มิชูสติน (Mikhail Mishustin) พร้อมย้ำว่าลาวพร้อมสานต่อความร่วมมือกับรัสเซียในทุกมิติ เพื่อผลักดันการพัฒนาและสร้างเสถียรภาพร่วมกันในภูมิภาค


ที่มา : Sputnik
 

สหรัฐฯ ควรรีบฟื้นสัมพันธ์กับรัสเซีย เพราะมีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์ คาดเห็นการเจรจาแบบตัวต่อตัวเพิ่มขึ้น หวังร่วมมือเศรษฐกิจ ‘สหรัฐฯ–รัสเซีย’ ในอนาคต

(14 ธ.ค. 68) จอร์จ ปาปาโดปูลอส อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยชี้ว่ารัสเซียเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์โลก และการเจรจาระหว่างสองประเทศจะมีความจำเป็นมากขึ้นในอนาคตเช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยผ่อนคลายท่าทีต่อซีเรีย

เขากล่าวว่า แนวโน้มการพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ| ชีวประวัติและข้อเท็จจริง

รายงานระบุว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้พบกับสตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 5 ชั่วโมง ครอบคลุมข้อเสนอแผนสันติภาพยูเครน และโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคตของทั้งสองประเทศ


ที่มา : Sputnik

รัสเซียเอาคืน!! แบงก์ชาติฟ้อง Euroclear เรียกค่าเสียหาย 2.29 แสนล้านดอลลาร์ ตอบโต้ EU อายัดทรัพย์ เขย่าความน่าเชื่อถือยุโรป

 

(16 ธ.ค. 68) รัสเซียดำเนินการตอบโต้สหภาพยุโรป (EU) อย่างฉับไว หลัง EU ประกาศอายัดทรัพย์สินรัสเซียในยุโรป โดยธนาคารกลางรัสเซียเรียกค่าเสียหาย 229.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Euroclear ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์กลางในเบลเยียม ผ่านศาลอนุญาโตตุลาการกรุงมอสโกที่รับคำฟ้องเรียบร้อยแล้ว

 

มาตรการของ EU เป็นการอายัดทรัพย์สินรัสเซียแบบไม่มีกำหนด คิดเป็นมูลค่าราว 210,000 ล้านยูโร เพื่อนำเงินไปสนับสนุนทางการเงินและทหารแก่ยูเครน โดยหลีกเลี่ยงข้อกำหนดที่ต้องเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสมาชิก EU ทุกประเทศ

 

นาง 'มาเรีย ซาคาโรวา' โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงในวันเสาร์ว่า "การกระทำของ EU เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง" โดยชี้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบการเงิน EU เท่านั้น แต่ยังบั่นทอนชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และสถานะของ EU ในสายตานานาชาติ

 

ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและ EU ที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาท และการสนับสนุนทางทหารของ EU ต่อยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้

 

ที่มา : Sputnik

 

รัสเซียดันแข็งแกร่ง!! ความร่วมมือรัสเซีย-อิหร่าน “ค้ำความมั่นคงภูมิภาค” ชู INSTC เป็นเส้นเลือดเชื่อมโลกใต้ เชื่อมโยงโลจิสติกส์-ลดอิทธิพลตะวันตก

(18 ธ.ค. 68) ความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับอิหร่านมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคและการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ โฟอัด อิซาดี รองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเตหะราน ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิกว่า การทำงานร่วมกันระหว่างสองประเทศนี้ถือเป็นหลักประกันความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่โดยเฉพาะ
.
อิซาดีกล่าวว่า ชาติตะวันตกพยายามแบ่งแยกอิหร่านให้อ่อนแอลงเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อแนวชายแดนทางใต้ของรัสเซีย โดยเจาะจงที่พื้นที่รอบทะเลแคสเปียนและภูมิภาคคอเคซัส ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
.
ในมิติเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้ และทำหน้าที่เป็นค้ำประกันการเชื่อมต่อขนส่งผ่านโครงการระเบียงขนส่งเหนือ-ใต้ (INSTC) ที่ช่วยให้การขนส่งสินค้าเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระจากอิทธิพลของชาติตะวันตก
.
"โครงการนี้เปิดโอกาสในการขนส่งสินค้าออกจากการควบคุมและอิทธิพลของชาติตะวันตก" โฟอัด อิซาดีเน้นย้ำ พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของช่วงเส้นทางใน INSTC ที่มีผลต่อความมั่นคงและการค้าในภูมิภาค
.
ความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับอิหร่านสะท้อนถึงการพยายามสร้างสมดุลและลดการพึ่งพาชาติตะวันตกในภูมิภาคที่มีแนวโน้มความตึงเครียดสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณทะเลแคสเปียนและคอเคซัส ที่มีผลต่อการเมืองและเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างกว้างขวาง
.
ที่มา : Sputnik

เกมทรัพย์สินเดือด!! รัสเซียเรียก “ชัยชนะของกฎหมาย” หลัง EU ไม่ยึดทรัพย์ แต่ยังโยงเงินกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโร รัสเซียชี้ “สามัญสำนึกเหนือการเมือง”

(19 ธ.ค. 68) คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้อำนวยการกองทุนการลงทุนโดยตรงของรัสเซียและทูตรัสเซียพิเศษด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ ประกาศว่ากฎหมายและสามัญสำนึกเป็นฝ่ายชนะ หลังจากสหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจไม่ยึดทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไว้

ดมิทรีเยฟโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า "หากเป็นความจริง การที่ EU พับแผนเดิมที่เสนอไว้ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย—การแตะต้องเงินสำรองต่างประเทศของรัสเซียเพื่อนำไปสนับสนุนยูเครน—ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของกฎหมาย + สามัญสำนึก และเป็นชัยชนะของ ‘เสียงแห่งเหตุผล’ ในยุโรป ที่ช่วยปกป้อง EU/ยูโร/และยูโรเคลียร์ (อย่างน้อยในตอนนี้)"

ก่อนหน้านี้ EU ได้ประกาศเงินกู้ 90,000 ล้านยูโรแก่ยูเครน โดยอาจใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่อายัดไว้เป็นแหล่งชำระคืน แม้เครมลินจะขึ้นว่าความพยายามยึดทรัพย์เหล่านี้เป็น "การขโมย" และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านดมิทรีเยฟยังเรียกร้องให้ 'อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน' ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ 'ฟรีดริช เมิร์ซ' นายกรัฐมนตรีเยอรมนีลาออก พร้อมตำหนิกลุ่มผู้นำยุโรป "พวกกระหายสงคราม" ที่พยายามบังคับใช้มาตรการที่ละเมิดกฎหมาย

ตั้งแต่ปี 2565, EU และกลุ่ม G7 ได้อายัดเงินสำรองรัสเซียมากกว่า 300,000 ล้านยูโร ส่วนใหญ่เก็บในยุโรปกับยูโรเคลียร์ ขณะที่ EU พยายามขออนุมัติใช้ทรัพย์เหล่านี้เพื่อสนับสนุนยูเครน ท่ามกลางบทวิเคราะห์ว่าการตัดสินใจหลีกเลี่ยงการริบทรัพย์ครั้งนี้เป็นชัยชนะของกฎหมายและสามัญสำนึกในเวทีระหว่างประเทศ

ที่มา : Sputnik

รัสเซียเร่งสอบสวน!! เหตุลอบสังหาร “พลโท ซาร์วารอฟ” ในมอสโก ระเบิดปริศนากลางเมืองหลวง คร่าชีวิตหัวหน้าฝึกยุทธการกองทัพ เครมลินเผย “ข่าวกรองรายงานปูตินทันที” หลังเกิดเหตุ

(23 ธ.ค. 68) ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองของรัสเซียได้รายงานเหตุลอบสังหาร พลโท ฟานิล ซาร์วารอฟ หัวหน้ากรมฝึกเตรียมกำลังปฏิบัติการของกองบัญชาการทหารสูงสุด ต่อประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ทันทีหลังเกิดเหตุ

เปสคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "หน่วยข่าวกรองรายงาน (เรื่องนี้) ทันที" ซึ่งตอบคำถามว่าประธานาธิบดีได้รับแจ้งแล้วหรือไม่

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซียระบุว่า พลโทซาร์วารอฟเสียชีวิตจากระเบิดที่ถูกลอบวางไว้ใต้รถยนต์ ภายในเขตทางตอนใต้ของกรุงมอสโก เหตุการณ์นี้สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ความมั่นคงของรัสเซีย

เหตุการณ์ลอบสังหารนี้สะท้อนถึงความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะที่ทางการรัสเซียยังคงเร่งสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อไป

ที่มา : Sputnik

เกมค้ำประกันเดือด!! 'เซเลนสกี' เผยหลักประกันความมั่นคง สหรัฐฯ-ยุโรปหนุนยูเครนเต็มที่ รัสเซียเรียกร้องเน้นความเป็นกลาง เจรจาสันติภาพรอวันคลี่คลาย

(24 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดี 'โวโลดีมีร์ เซเลนสกี' ของยูเครนเปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาจะให้ "หลักประกันด้านความมั่นคง" แก่ยูเครน แม้ว่าจะมีบางส่วนของข้อตกลงที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

'เซเลนสกี' อธิบายว่า มีข้อตกลงกรอบร่วมกับยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงเอกสารทวิภาคีระหว่างยูเครนและสหรัฐฯ ซึ่งควรได้รับการพิจารณาจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยมีรายละเอียดบางส่วนที่เป็นความลับ

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเยอรมนี 'ฟรีดริช เมิร์ซ' กล่าวว่ามีการตกลงให้หลักประกันด้านความมั่นคงในลักษณะคล้ายมาตรา 5 ของนาโต ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย 'เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ' ระบุว่ารัสเซีย-สหรัฐฯ เข้าใจร่วมกันว่า ยูเครนควรยึดหลักความเป็นกลางและไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ตามรากฐานความเป็นรัฐ

ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน สหรัฐฯ ผลักดันแผนสันติภาพใหม่สำหรับยูเครน โดยเมื่อ 2 ธันวาคม ประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' พบกับทูตพิเศษสหรัฐฯ ที่เครมลิน ซึ่งรัสเซียยังเปิดกว้างร่วมเจรจาที่เมืองแองเคอเรจ เพื่อหาทางออกสันติภาพในอนาคต

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top