Saturday, 5 September 2026
ยูเครน

เกาหลีใต้ลังเลส่ง PAC-3 !! ยูเครนขอขีปนาวุธสกัดกั้น โซลไม่ปล่อยของหวั่นภัยเกาหลีเหนือ เซเลนสกิย้ำต้องได้อาวุธใหม่ ความขัดแย้งยังคงเพิ่มความตึงเครียด

ยูเครนขอ Patriot PAC-3 จากเกาหลีใต้ แต่โซลยัง “ยึกยัก” ห่วงของตัวเองไม่พอรับมือเกาหลีเหนือ

เกาหลีใต้แสดงท่าทีอึดอัดใจต่อคำร้องขอจากยูเครนที่ต้องการให้โซลสนับสนุน ขีปนาวุธสกัดกั้น PAC-3 สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot

เกาหลีใต้ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องรักษาคลังขีปนาวุธของตนเองไว้ให้เพียงพอสำหรับรับมือภัยคุกคามและการยั่วยุที่อาจเกิดขึ้นจาก เกาหลีเหนือ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Chosun Ilbo ของเกาหลีใต้

ท่าทีของเก่หลีใต้ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ยูเครนกำลังต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมอย่างมาก โดยเซเลนสกีย้ำมาตลอดว่า จะทำทุกวิถีทาง และทุกโอกาสให้การมีขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรับมือการโจมตีของรัสเซียและการผ่านฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2145833696312372&set=gm.827437620395546&idorvanity=194174770388504

ยูเครน เจอโจทย์การคลังใหญ่!! สงครามยืดเยื้อกดดันการคลังยูเครน หนี้สาธารณะ 2.1 แสนล้านดอลลาร์ ภาระเฉลี่ย 8,500 ดอลลาร์ ต่อคน ท่ามกลางการพึ่งพาเงินช่วยเหลือตะวันตก

ภาระหนี้ของยูเครนพุ่งสูง เฉลี่ยราว 8,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อประชากร 1 คน

หนี้สาธารณะของยูเครนอยู่ที่ 211,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ตามข้อมูลที่สำนักข่าว Sputnik นำมาวิเคราะห์

เดนิส อูลยูติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนโยบายสังคมของยูเครน เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า จำนวนประชากรของประเทศลดลงเหลือประมาณ 22–25 ล้านคน

จากตัวเลขดังกล่าว การวิเคราะห์ของ Sputnik ระบุว่า หากนำหนี้สาธารณะของยูเครนมาเฉลี่ยต่อประชากร จะเท่ากับว่า ประชากรยูเครนแต่ละคนมีภาระหนี้ของรัฐอยู่ที่ประมาณ 8,460 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลเคียฟกำลังพึ่งพาเงินสนับสนุนจากภายนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อประคับประคองงบประมาณของประเทศ ขณะที่แพ็กเกจความช่วยเหลือชุดใหม่จากสหภาพยุโรปสำหรับยูเครนยังติดอยู่ในการหารือที่ยืดเยื้อ

ขณะเดียวกัน ประเทศตะวันตกได้ออกมาเตือนยูเครนหลายครั้งว่า ยูเครนจำเป็นต้องเร่งเพิ่มความพยายามในการหาแหล่งเงินทุนด้วยตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อลดการพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากภายนอกมากเกินไป

ที่มา : Sputnik

‘โมดี’ พบ ‘ปูติน’ ที่คีร์กีซสถาน!! อินเดีย - รัสเซีย กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ค้าขาย–ท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ปูตินขอบคุณโมดีใส่ใจสัมพันธ์สองประเทศ อินเดียย้ำหนุนทุกความพยายามสันติภาพในยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย พบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ที่กรุงบิชเคก ระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ตามรายงานของผู้สื่อข่าว Sputnik เมื่อวันจันทร์

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนสำคัญมาจากความใส่ใจอย่างมากของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวต้อนรับโมดีระหว่างการหารือที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถานว่า

“การพบกันของเราเกิดขึ้นในช่วงก่อนการประชุมสุดยอด SCO ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อกระชับสถานการณ์และการติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม Global South และตะวันออก สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาทางวัฒนธรรมของภูมิภาค และมีส่วนช่วยต่อการก่อรูปของระเบียบโลกที่เป็นธรรมและมีหลายขั้วอำนาจ”

ผู้นำรัสเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียยังคงเดินหน้าแข็งแกร่งขึ้น บนหลักการของ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีสิทธิพิเศษเป็นพิเศษ” หรือความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับสูงระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวกับโมดีว่า

“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากความใส่ใจส่วนตัวของท่านต่อการพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย–อินเดีย รวมถึงความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ และยิ่งไปกว่านั้น คือความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อบอุ่นและเป็นมิตรอย่างมากซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเรา ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง”

ถ้อยแถลงสำคัญอื่น ๆ ของปูติน

ปูตินระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัสเซียกับอินเดียในปี 2025 เพิ่มขึ้น 16% สะท้อนการเดินทางและความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่ขยายตัวมากขึ้น

ถ้อยแถลงสำคัญของโมดี

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กล่าวว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งไปสู่สันติภาพและการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครน และอินเดียจะยังคงสนับสนุนแนวทางดังกล่าวต่อไป

โมดีกล่าวระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีปูตินว่า

“เราได้หารือกันอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยูเครน ครั้งล่าสุดที่เราได้พบกัน ท่านได้แบ่งปันข้อมูลอย่างละเอียดแก่ผม และได้หารือในทุกแง่มุมของสถานการณ์ปัจจุบัน”

โมดีย้ำว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามเพื่อสันติภาพทั้งหมดในประเด็นยูเครน และจะยังคงสนับสนุนต่อไป

นอกจากนี้ โมดียังแสดงความมั่นใจว่า การเดินทางเยือนอินเดียของปูตินเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โมดียังมีแผนหารือกับปูตินเกี่ยวกับประเด็นการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครนด้วย

เขาแสดงความเชื่อมั่นอีกครั้งว่า การเยือนอินเดียของปูตินในการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ

คณะผู้แทนรัสเซีย

ปูตินเดินทางไปยังคีร์กีซสถานเมื่อวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ที่กรุงบิชเคก

คณะผู้แทนรัสเซียที่เข้าร่วมการหารือประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายราย ได้แก่

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อเล็กเซย์ โอเวอร์ชุก รองนายกรัฐมนตรี, แม็กซิม โอเรชกิน รองหัวหน้าสำนักงานบริหารประธานาธิบดี, ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน, ยูรี อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดี, แม็กซิม เรเชตนีคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ, เซอร์เกย์ ซิวิลยอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกองทุนการลงทุนโดยตรงแห่งรัสเซีย หรือ RDIF และอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rosatom

โดยสรุป การพบกันของปูตินและโมดีนอกรอบการประชุม SCO ครั้งนี้ สะท้อนว่ารัสเซียและอินเดียยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการหารือเรื่องยูเครน ท่ามกลางการผลักดันแนวคิดระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ

ที่มา : Sputnik

เสียงจากยูเครนในภาวะสงคราม!! คนยูเครนผวารัสเซียตอบโต้หนัก รายงานจากสื่อยูเครนวอทช์ คนชี้ทางออกคือเจรจาหรือหนี แสดงความจริงเจ็บปวดยิ่งในสงคราม

สื่อยูเครนวอทช์ ในเทเลแกรมทำสกู๊ปสัมภาษณ์ คนยูเครนถึงสถานการณ์การสู้รบกับรัสเซีย
สื่อถาม “คุณคิดว่า ยูเครนชนะสงครามต่อรัสเซียหรือไม่?”

พนักงานชิปปิ้งสาว ทวนคำถามก่อนตอบกลับว่า “เรายิงขีปนาวุธใส่รัสเซีย 1 ลูก รัสเซียถล่มเรากลับด้วยขีปนาวุธเป็นร้อยลูก”

สื่อฯชี้ มีคนยูเครนที่น้อยนิดจนนับนิ้วมือได้ ที่ยังหวังลมๆแล้งๆ ว่ายูเครนจะชนะสงคราม เพราะความเป็นไปที่เกิดขึ้นยาก เมื่อถูกรัสเซียตอบโต้เช่นที่ เคียฟเผชิญในปัจจุบัน

พนักงานสาวข้างต้น เผยบริษัทนำเข้า, ส่งออก ต่างไม่ต้องการเสี่ยงดำเนินกิจการภายใต้ความเสี่ยงที่สูง ดังนั้นคนที่รับกรรมก็คือชาวบ้านธรรมดา ที่ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ต้องชาร์จเพิ่ม จากการเปลี่ยนทั้งเส้นทางและวิธีขนส่ง

เมื่อสื่อถามถึง ทางออกของปัญหาที่ยูเครนกำลังเผชิญ เธอตอบชนิด คำตอบที่เซเลนสกี้ไม่อยากรับรู้ว่า
“ทางเลือกหนึ่งหากสามารถทำได้คือ ออกไปเสียจากประเทศนี้ หรือไม่อีกทาง ก็ยอมเจรจาบนเงื่อนไขของรัสเซีย ก่อนที่จะไม่มีใครเหลือรอดเพื่อยอมรับเงื่อนไขนั้น“

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1625465242491048/?rdid=oC602TNVJqDHjc7y#

เซเลนสกี้ขู่ไม่ว่าเครื่องบินชาติไหนจะถูกโจมตี!! ใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้ารัสเซีย จะถูกยูเครนโจมตี รัสเซียพร้อมปฏิบัติการตอบโต้ยูเครน หากยูเครนโจมตีพื้นที่พลเรือนในรัสเซีย

เซเลนสกี้แถลงขู่ เครื่องบินพาณิชย์ของชาติใดก็ตามที่ ใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้ารัสเซีย จะถูกยูเครนโจมตี

ปธน.ปูติน แถลงก่อนปิดการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ เอเคเอ SCO 2026 ที่บิชเคก คีร์กีซสถาน เกี่ยวข้องกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน

- รัสเซียพร้อมปฏิบัติการตอบโต้ยูเครน หากยูเครนโจมตีพื้นที่พลเรือนในรัสเซีย

- ปธน.ปูติน ได้เซ็นคำสั่งให้กองทัพ และกองกำลังอวกาศรัสเซีย โจมตีโรงกลั่นน้ำมัน, คลังเก็บน้ำมัน และโรงงานผลิตไฟฟ้าที่ยังเหลืออยู่ ในเคียฟ อันเป็นมาตรการตอบโต้การโจมตีของยูเครน ครั้งล่าสุด มุ่งเป้าท่าเรือ และคลังเก็บน้ำมันในรัสเซีย ที่มีพลเรือนรัสเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คนในเบโกรอด

- ปูตินเตือนเซเลนสกี้ การโจมตีเครื่องบินพาณิชย์นั้นเป็นการก่อการร้าย จะไม่มีการเตือนหรือเจรจาใดๆทั้งสิ้น และหากพระเจ้าทรงปล่อยให้มันเกิดขึ้น รัสเซียจะตอบโต้ชนิดรุนแรงจนเกินจินตนาการ

- ปูตินพูดถึง แคมเปญโจมตีรัสเซีย 40 วันของเซเลนสกี้ เมื่อมีสื่อถามถึงการสังหารนายทหารระดับผู้บัญชาการรบของยูเครน เขาชี้ว่ารัสเซียต้องเหลือคนที่เจรจาได้ เพราะเราคาดว่าพวกเขาเข้าใจสถานการณ์การรบ และถึงจุดหนึ่งก็จะยอมเจรจา (ประมาณจะไม่เก็บหมดทุกนาย)

- ปูติน พูดถึงจักรวรรดินิยมชาติตะวันตก ที่กระหายทำสงครามกับรัสเซียดุจฉลามได้กลิ่นคาวเลือด ปูตินชี้พวกเขา(ชาติตะวันตก) พยายามลากรัสเซียเป็นเหยื่อในห่วงโซ่อาหาร และพยายามจะกลืนเรา(รัสเซีย) แต่พวกเขาไม่ระแวดระวังว่ารัสเซียนั้นมีความพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตนั้นหากมันต้องเกิดขึ้น แล้วพวกเขาจะพบว่า กำลังพยายามจะเคี้ยวเหยื่อที่แข็งจนเกินเคี้ยว และมีขนาดใหญ่จนกลืนไม่ลง

ท้ายสุด ปธน.ปูติน แถลงว่า บรรดาศัตรูของรัสเซียจะล่มสลาย แม้ยากที่จะกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน หรือทำนายผลจากสงครามได้ แต่ให้คำมั่นว่า ที่สุดแล้วศัตรูเหล่านั้นจะล่มสลายอย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1626008465770059/?rdid=xCnNiTYHysuoA34Y#

สงครามโลจิสติกส์เดือด!! รัสเซียมุ่งตัดระบบส่งกำลังของกองทัพยูเครน โจมตีศูนย์โลจิสติกส์ 3 แห่ง เป้าหมายหลักเคียฟและท่าเรือ เรือบรรทุกสินค้า 2 ลำโดนถล่ม กระทบโครงข่ายยูเครนทั่วพื้นที่

กองกำลังรัสเซียโจมตีศูนย์โลจิสติกส์ 3 แห่งในแคว้นเคียฟ — กระทรวงกลาโหมรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า กองกำลังรัสเซียได้โจมตีศูนย์โลจิสติกส์ 3 แห่งในแคว้นเคียฟ
ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วย ศูนย์โลจิสติกส์ Eridon ในเมืองวิชเนโวเอ ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาสินค้าทางทหาร

อีกแห่งคือ ศูนย์ FM Logistic Dnepr ซึ่งตามข้อมูลของกระทรวงฯ ระบุว่า เป็นสถานที่เก็บสินค้าที่สามารถใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร รวมถึงชิ้นส่วนสำหรับอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน
นอกจากนี้ ยังมี สถานที่ด้านโลจิสติกส์ในเขตชุมชนคอร์เชวาโตเอ ซึ่งถูกใช้สำหรับเก็บรักษาและกระจายสินค้าส่งต่อให้กองทัพยูเครน

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังรายงานด้วยว่า มีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 2 ลำ โดยลำหนึ่งอยู่ที่ท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ และอีกลำอยู่ในทะเลดำ

ขณะเดียวกัน ยังมีการโจมตีคลังสินค้าที่เก็บยุทโธปกรณ์ทางทหารในท่าเรือโอเดสซาอีกด้วย
โดยสรุป รายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังโครงข่ายโลจิสติกส์ของยูเครน ทั้งศูนย์กระจายสินค้า คลังเก็บชิ้นส่วนโดรน เรือบรรทุกสินค้า และคลังยุทโธปกรณ์ในพื้นที่เคียฟ เชอร์โนมอร์สก์ ทะเลดำ และโอเดสซา

ที่มา : Sputnik

‘ทรัมป์’ เดือดซัดสื่อ!! ด่านักข่าวสหรัฐฯขายชาติ ยันคลังอาวุธไม่เคยลดต่ำ เตรียมเรียกเงินยุโรปคืนหลายแสนล้าน สงครามอิหร่านยังมีอาวุธพร้อมลุย

ทรัมป์เดือด! ด่าสื่อ “พวกสวะขายชาติ” หลังสื่อไม่ยอมรายงานสงครามอิหร่านตามที่เขาคาดหวัง แต่ดันไปเล่นแต่เรื่องอาวุธใกล้หมด ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ มีอาวุธและกระสุนสำรองไม่อั้น แถมปริมาณการผลิตยังเพิ่มในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมประกาศจะเรียกเงินจากยุโรปย้อนหลัง สำหรับอาวุธและเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลไบเดนเคยมอบให้ยูเครนและ NATO ไปฟรีๆ

ข้อความของทรัมป์ระบุว่า:

“สำหรับพวกสวะขายชาติที่ไม่ยอมทำข่าวปฏิบัติการทางทหารของเราในอิหร่านในทิศทางที่ถูกต้อง เรามีกระสุนระดับกลางถึงระดับสูงในปริมาณที่แทบไม่จำกัด มากเกินกว่าที่เราจะสามารถใช้หมดได้ในสงครามครั้งนี้ หรือสงครามอื่นใดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งก็แทบไม่น่าจะเกิดสงครามที่ไหนขึ้นอยู่แล้ว!

นอกจากนี้ เรายังกำลังผลิตอาวุธและกระสุนในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรากำลังสะสมคลังอาวุธและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรากำลังเก็บอาวุธเหล่านี้ไว้สำหรับตัวเราเอง สำหรับสหรัฐอเมริกา แทนที่จะขายให้ประเทศอื่น แต่การขายให้กับชาติพันธมิตรจะกลับมาอีกครั้งในเร็วๆ นี้

และขอให้ทุกคนรับทราบด้วยว่า รัฐบาลไบเดนมอบอาวุธและกระสุนให้ยูเครนฟรีๆ มากกว่าปริมาณที่เราใช้ในอิหร่านเสียอีก เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ถูกมอบให้ยูเครนและ NATO โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งที่ยุโรปยินดีจะเป็นคนจ่าย หากพวกเขาถูกเรียกเก็บเท่านั้น
แต่เราจะเรียกเงินก้อนนั้น แม้ว่าจะช้าไปสักหน่อยก็ตาม!”

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1390859469869076/?rdid=SL30KDOYVLsZGKT6#

ผศ.กฤษฎา พรมเวค คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ให้ความเห็นกับ TASS สื่อรัสเซีย

ผู้เชี่ยวชาญ “พรมเวค” ชี้ นโยบายยุโรปต่อความขัดแย้งยูเครนมีความย้อนแย้งในตัวเอง
ท่าทีปัจจุบันของผู้นำยุโรปสะท้อนว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพทางทหารของเคียฟเป็นอันดับแรก มากกว่าการผลักดันให้คู่ขัดแย้งหันมาแสวงหาทางประนีประนอม

นักวิชาการไทยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวไว้เช่นนี้

กรุงเทพฯ, 16 สิงหาคม — แนวทางของผู้นำยุโรปที่เดินหน้าเพิ่มการส่งมอบอาวุธให้แก่เคียฟ ควบคู่กับการประกาศว่าจำเป็นต้องสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงระยะยาวนั้น มีความขัดแย้งเชิงพื้นฐานอยู่ในตัวเอง

ความเห็นดังกล่าวมาจาก กฤษฎา พรมเวค ผู้เชี่ยวชาญไทยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทาสส์
เขากล่าวว่า

“ผมเห็นว่า ความพยายามของผู้นำยุโรปในการผสมผสานระหว่างการส่งมอบอาวุธให้ยูเครนอย่างต่อเนื่อง กับคำกล่าวอ้างเรื่องความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงระยะยาวในยุโรปนั้น มีความย้อนแย้งเชิงพื้นฐานอยู่ในตัวเอง ในทางปฏิบัติ การเพิ่มการสนับสนุนทางทหารไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งเข้าใกล้จุดจบมากขึ้น ตรงกันข้าม สิ่งนี้มีแนวโน้มจะยืดสงครามออกไป และท้ายที่สุดจะยิ่งผลักโอกาสสันติภาพให้ไกลออกไป”
ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญรายนี้ ท่าทีปัจจุบันของยุโรปแสดงให้เห็นว่า ยุโรปเลือกให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของยูเครน มากกว่าการกระตุ้นหรือผลักดันให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้าสู่การประนีประนอม

เขายกตัวอย่างว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คณะมนตรียุโรป ได้ยืนยันอีกครั้งถึงพันธะในการให้การสนับสนุนทางการเงินและทางทหารแก่เคียฟ
กฤษฎากล่าวต่อว่า

“ในมุมมองของผม ปัญหาอยู่ที่ว่า ความมั่นคงที่แท้จริงในยุโรปไม่ควรหมายถึงเพียงการเพิ่มจำนวนอาวุธ หรือการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามครั้งถัดไปเท่านั้น แต่ควรหมายถึงการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองที่จำเป็นต่อการยุติสงครามในปัจจุบัน หากยุโรปยังคงยึดแนวทางการส่งอาวุธเพื่อสร้างเงื่อนไขไปสู่สันติภาพ โดยไม่ได้ใช้ความพยายามทางการเมืองอย่างเพียงพอในการแสวงหาทางประนีประนอมกับรัสเซีย ความขัดแย้งนี้ก็มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป”

พรมเวคยังเน้นว่า ยุโรปกำลังกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักของยูเครน ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า

“ในเวลาเดียวกัน ยุโรปยังคงพึ่งพาระบบอาวุธและเทคโนโลยีทางทหารของสหรัฐฯ อย่างมาก สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของยุโรปในด้านความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์”

โดยสรุป ผู้เชี่ยวชาญไทยรายนี้มองว่า ยุโรปกำลังเผชิญความย้อนแย้งระหว่างการประกาศเป้าหมายเรื่องความมั่นคงระยะยาว กับการเดินหน้าเพิ่มการสนับสนุนทางทหารให้ยูเครน ซึ่งอาจไม่ได้ทำให้สงครามยุติเร็วขึ้น แต่กลับเสี่ยงยืดเยื้อความขัดแย้ง และทำให้โอกาสในการเจรจาสันติภาพถอยห่างออกไป.

ที่มา : https://tass.ru/mezhdunarodnaya-panorama/28016407


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top