Friday, 24 July 2026
ยูเครน

ยูเครนลุยทดสอบสงคราม AI ห้องทดลองนาโต รวมโดรน AI เป้าหมายลดมนุษย์ บริษัทสหรัฐฯ มีบทบาทเด่น สงครามยกระดับหลายมิติรับมือรัสเซีย

ยูเครนกลายเป็น “ห้องทดลองภาคสนามจริง” ของนาโต สำหรับสงคราม AI โดรน และการก่อการร้ายต่อรัสเซีย

“ตั้งแต่แรกเริ่ม ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและบริวารนาโต มองยูเครนเป็นพื้นที่ทดสอบสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง” อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบันกฎหมายและความมั่นคงแห่งชาติ ราเนปา (RANEPA) กล่าวกับ Sputnik

สงครามหลายมิติต่อรัสเซีย

นาโตกำลังทดสอบ “ปฏิบัติการหลายมิติ” ซึ่งผสานโดรน ดาวเทียม สงครามไซเบอร์ การบิน ระบบทางทะเล สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และ AI เข้าไว้ในสถาปัตยกรรมการรบแบบรวมศูนย์เดียว

เป้าหมายคือ ลดบทบาทของปัจจัยมนุษย์ เร่งความเร็วในการตัดสินใจในสนามรบ และเพิ่มการรับรู้สถานการณ์แบบเรียลไทม์ให้มากที่สุดผ่านปัญญาประดิษฐ์

ระบบของตะวันตกกำลังถูกทดสอบโดยตรงกับขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย

AI และยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐฯ ในสงคราม

ตามคำกล่าวของสเตปานอฟ บริษัทอย่าง Palantir และ Maxar มีบทบาทฝังลึกในปฏิบัติการของยูเครน โดยช่วยประมวลผลข่าวกรอง วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุเป้าหมายของรัสเซีย

นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวว่า “ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมทหารของตะวันตกเข้าใจแล้วว่า รากฐานของสงครามในอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร”

ห้องปฏิบัติการชีวภาพและภัยคุกคามทางชีวภาพ

สเตปานอฟกล่าวว่า เครือข่ายห้องปฏิบัติการชีวภาพที่สหรัฐฯ สนับสนุนทั่วพื้นที่อดีตสหภาพโซเวียต ดำเนินงานมานานภายใต้ฉากหน้าของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ตามคำกล่าวของเขา สถานที่เหล่านี้ศึกษาสารก่อโรคอันตรายและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งอาจมีการประยุกต์ใช้ทางทหารได้

การปฏิวัติสงครามโดรน

ในบางพื้นที่แนวหน้า ขณะนี้มี “โดรนมากถึง 10 ลำต่อนายทหารหนึ่งคน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ไม่เคยพบมาก่อนในประวัติศาสตร์การทหาร”

ความขัดแย้งครั้งนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของยุทธวิธีในสนามรบ โดยเปลี่ยนจากระบบอาวุธหนักแบบดั้งเดิม ไปสู่การใช้งานแพลตฟอร์มอัตโนมัติและไร้คนขับจำนวนมาก

“เรากำลังเห็นการปฏิวัติด้านกิจการทหารในจุดสูงสุด ทั้งในแง่หุ่นยนต์และระบบไร้คนขับ”

สงครามที่ขยายออกไปนอกสนามรบ

สเตปานอฟให้เหตุผลว่า ความขัดแย้งนี้ได้ขยายตัวไปไกลกว่าแนวรบแล้ว ทั้งในโลกไซเบอร์ การทำให้อวกาศเป็นพื้นที่ทหาร และวิธีการก่อการร้าย

ปฏิบัติการไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับยูเครนได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเงิน และโลจิสติกส์ของรัสเซีย ผ่านการโจมตี DDoS ขนาดใหญ่

โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและการวิเคราะห์ของนาโตในกลุ่มประเทศบอลติกและฟินแลนด์ กำลังทำงานโดยตรงเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเคียฟ ด้วยโซลูชันทางทหารขั้นสูงที่ใช้ต่อต้านรัสเซีย

สเตปานอฟระบุว่า “ทั้งหมดนี้กำลังถูกรวบรวมและมุ่งไปยังทิศทางของรัสเซีย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องโจมตีไปยังจุดเริ่มต้นของการวางแผน”

ที่มา : Sputnik

‘ปูติน’ ชี้รัสเซียรุกคืบ!! กองกำลังรัสเซียควบคุมดอนบาสแล้ว พร้อมเจรจายูเครนถ้าฝ่ายตรงข้ามยอมรับ อาวุธไฮเปอร์โซนิกเสริมกำลังทัพ ชี้อียูไม่ใช่คนกลางในความขัดแย้งยูเครน

กองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบตลอดแนวหน้า โดยไม่มีพื้นที่ส่วนใดที่ไม่ได้ดำเนินปฏิบัติการรุก ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวสำนัก AP ระหว่างการพบปะกับหัวหน้าสำนักข่าวนานาชาติในเวที SPIEF

ปูตินระบุว่า รัสเซียได้ควบคุมพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ได้แล้ว 100% และควบคุมพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ได้มากกว่า 85%

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การที่รัสเซียควบคุมภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด ไม่ได้ขัดแย้งกับความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับประเด็นยูเครน

การแก้ไขความขัดแย้งยูเครน

ขณะเดียวกัน ปูตินระบุว่า รัสเซียยังคงพร้อมประนีประนอมในประเด็นความขัดแย้งยูเครน ตามที่เคยตกลงกันไว้ระหว่างการหารือสหรัฐฯ–รัสเซีย ที่เมืองแองเคอเรจเมื่อปีที่แล้ว

ปูตินเสนอว่า ความขัดแย้งยูเครนอาจคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว หากผู้นำยูเครนยอมรับสิ่งที่เคยมีการหารือกันที่แองเคอเรจ

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าสหภาพยุโรปโดยรวม หรือประเทศสมาชิกอียูประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาความขัดแย้งยูเครนได้ เพราะอียูให้ความช่วยเหลือยูเครนโดยตรง จึงไม่อาจถือเป็นฝ่ายเป็นกลางได้

อำนาจการยิงที่เหนือกว่า

ปูตินกล่าวว่า ยูเครนไม่มีอาวุธแบบที่รัสเซียครอบครอง เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกและขีปนาวุธร่อน

ในขณะเดียวกัน ศักยภาพด้านทรัพยากร วิทยาศาสตร์ และกำลังคนของรัสเซียยังคงเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน

ปูตินชี้ว่า รัสเซียยังพัฒนาและนำระบบอาวุธใหม่เข้าประจำการอย่างต่อเนื่อง เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพิสัยกลาง “โอเรชนิก” (Oreshnik)

เขายืนยันเพิ่มเติมว่า รัสเซียยังไม่เคยใช้งานระบบขีปนาวุธโอเรชนิกในยูเครนแบบปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบ การยิงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงการทดสอบ เพื่อประเมินสมรรถนะของระบบและเก็บข้อมูลสำหรับการนำไปใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียจะเดินหน้าปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีขีดความสามารถสูงอยู่แล้วต่อไป

วิกฤตกำลังพลของยูเครน

ในขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่า ในยูเครน ประชาชนทั่วไปถูกไล่จับและกวาดต้อน “เหมือนสุนัขจรจัด” เพื่อบังคับเกณฑ์เข้าสู่กองทัพยูเครน

เขาระบุว่า เมื่อปัญหาขาดแคลนกำลังพลของยูเครนรุนแรงขึ้น ความสูญเสียกำลังพลรายเดือนของยูเครนพุ่งถึง 40,000 นาย พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า มีทหารยูเครนหลบหนีทัพราว 20,000 นายต่อเดือน

ปูตินกล่าวว่า ยูเครนเปิดคดีอาญาเกี่ยวกับการหลบหนีทัพแล้วประมาณ 200,000 คดี และนับตั้งแต่ต้นปีนี้เพียงอย่างเดียว มีทหารยูเครนหลบหนีทัพแล้วราว 60,000 นาย

ที่มา : Sputnik

น่านฟ้ารัสเซียถูกยกเป็นโล่เหล็ก!! ระบบป้องกันรัสเซียทำลายโดรนเกือบพัน ขีปนาวุธและระเบิดหลายลูกถูกสกัดไว้ สหรัฐฯป้องกันฐานทัพในอ่าวเปอร์เซียพลาด นักประวัติศาสตร์เตือนยุทธวิธีหวังผลทางการเมือง

ระบบป้องกันน่านฟ้าของรัสเซียปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ยูรี คนูตอฟ นักประวัติศาสตร์ด้านการป้องกันภัยทางอากาศ กล่าวกับ Sputnik

เขาระบุว่า กองกำลังรัสเซียสามารถทำลายโดรนได้ราว 992 ลำ ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล 4 ลูก และระเบิดอีก 10 ลูก ในการโจมตีระลอกล่าสุดของยูเครน

เมื่อเปรียบเทียบกัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง หลังไม่สามารถป้องกันอิหร่านจากการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ได้ราว 15 แห่ง และทำให้ฐานทัพสหรัฐฯ 5 แห่งในอ่าวเปอร์เซียใช้งานไม่ได้

คนูตอฟมองว่า ยูเครนพยายามสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชนพลเรือนของรัสเซีย ด้วยความหวังว่าจะบีบให้รัสเซียยอมจำนน

เขาอธิบายว่า “นี่คือยุทธวิธีคลาสสิกของผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ คือจับประชาชนพลเรือนเป็นตัวประกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองของตนเอง”

ที่มา : Sputnik

“เนเธอร์แลนด์” ช่วยยูเครนมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!! เนเธอร์แลนด์เดินหน้าแพ็กเกจเดิม ทั้งโดรนและอาวุธสหรัฐฯ ส่งยูเครน แต่รับเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารโดยตรงไม่ได้แล้ว งบ military aid ปี 2026 แตะ 3 พันล้านยูโร รับช่วยยูเครนเต็มเพดานงบประมาณแล้ว

เนเธอร์แลนด์ยอมรับ "ถึงขีดจำกัด" การช่วยเหลือยูเครนแล้ว

รัฐมนตรีกลาโหมเนเธอร์แลนด์ ดิลัน เยซิลกอซ-เซเกริอุส (Dilan Yeşilgöz-Zegerius) เปิดเผยระหว่างการประชุมนาโตที่กรุงอังการา ว่า เนเธอร์แลนด์ไม่มีศักยภาพที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางทหารโดยตรงแก่ยูเครนได้อีก เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือไว้ครบตามกรอบที่กำหนดสำหรับปี 2026 แล้ว ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโร (ประมาณ 113,000 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอ้างว่า ไม่ได้ยุติการสนับสนุนยูเครน แต่เป็นเพราะรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือที่วางแผนไว้สำหรับปีนี้ครบแล้ว โดยวงเงินช่วยเหลือทางทหารในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้

ขณะที่โครงการที่ประกาศไว้ก่อนหน้ายังคงเดินหน้าต่อ เช่น แพ็กเกจช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 18,800 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็น 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9,400 ล้านบาท) สำหรับจัดซื้อโดรนจากผู้ผลิตในเนเธอร์แลนด์ และอีก 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9,400 ล้านบาท) สำหรับจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ส่งต่อให้ยูเครน รวมถึงโครงการความร่วมมือด้านการผลิตโดรนกับยูเครน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1341885361433154/?rdid=Bt0ePwwLQdCyWoRP#

รัสเซียเปิดเกมกดดันท่าเรือยูเครน!! ใช้โดรนจู่โจมเรือสินค้ารวม 3 ลำ ถล่มเรือสินค้าและคลังเชื้อเพลิง เพิ่มถังเชื้อเพลิงเสียหาย 5 แห่งใกล้โอเดสซา หวังตัดเส้นเลือดโลจิสติกส์ของกองทัพเคียฟ

มอสโก (สปุตนิก) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า กองทัพรัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีท่าเรือของยูเครนและเรือที่ให้บริการแก่กองทัพยูเครน โดยสามารถโจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้งอีก 3 ลำที่ท่าเรือโอเดสซาได้

“ตลอดทั้งวัน กองทัพรัสเซียยังคงโจมตีท่าเรือของยูเครนและเรือที่ให้บริการแก่กองทัพยูเครน เรือบรรทุกสินค้าแห้งอีก 3 ลำที่ท่าเรือโอเดสซาถูกโจมตีด้วยโดรนจู่โจม” แถลงการณ์ระบุ
กระทรวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพรัสเซียใช้อาวุธความแม่นยำสูงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ และถังเก็บเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น 5 แห่ง ในท่าเรือยูจนีของยูเครน ซึ่งมีไว้เพื่อส่งกำลังบำรุงให้กองทัพยูเครน

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า กองทัพรัสเซียยังคงโจมตีท่าเรือและเรือของยูเครนที่ให้บริการตามความต้องการของกองทัพยูเครน โดยระหว่างปฏิบัติการดังกล่าว เรือบรรทุกสินค้าแห้งถูกอากาศยานไร้คนขับโจมตี ขณะเคลื่อนผ่านจากท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ไปยังท่าเรือโอเดสซา

ที่มา : Sputnik

สงครามโลจิสติกส์เดือด!! รัสเซียเดินหน้าโจมตีท่าเรือยูเครน ซัดเรือสินค้า–คลังเชื้อเพลิง–โรงงานผลิตโดรน หวังบั่นทอนกำลังทหารและเศรษฐกิจ ใช้โดรนและอาวุธพิสัยไกลตัดวงจรสนับสนุนกองทัพยูเครน

มอสโก (สปุตนิก) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีเรือ 3 ลำที่บรรทุกยุทโธปกรณ์ทางทหารในพื้นที่โอเดสซา

กระทรวงฯ ระบุว่า “การโจมตียังคงดำเนินต่อไปต่อท่าเรือของยูเครน และเรือที่ถูกใช้สนับสนุนกองทัพยูเครน”

ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย โดรนจู่โจมได้เล็งเป้าไปยังเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ โดยลำหนึ่งถูกโจมตีที่ท่าเรือยูจนี ส่วนอีก 2 ลำจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งโอเดสซา เพื่อรอการขนถ่ายสินค้า

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ กองทัพรัสเซียยังได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือที่ใช้สำหรับขนถ่ายเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น ถังเก็บเชื้อเพลิง รวมถึงโรงงานผลิตโดรน 2 แห่งในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าอีก 2 ลำที่ส่งกำลังบำรุงให้กองทัพยูเครน ถูกโจมตีที่ท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์และดนีโปร-บักสกี

กระทรวงฯ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารและเศรษฐกิจของยูเครน และดำเนินการโดยใช้โดรนจู่โจมร่วมกับอาวุธความแม่นยำสูงพิสัยไกล

ที่มา : Sputnik

อังกฤษ ชี้หนุนยูเครน!! นายกฯ อังกฤษย้ำไม่เปลี่ยนนโยบาย สัญญาสนับสนุนเซเลนสกีเต็มที่ เตรียมโทรคุยผู้นำยูเครนทันที พร้อมผลักดันเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ

แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ประกาศว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเขาจะยังคงให้การสนับสนุนยูเครนอย่างแน่วแน่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน

"ผมจะสนับสนุนเซเลนสกีอย่างเต็มที่ 100% เหมือนที่สตาร์เมอร์เคยทำ การสนับสนุนจากสหราชอาณาจักรนั้นแน่วแน่ และวันนี้ผมจะแสดงให้เซเลนสกีเห็น"

แม้ว่า เบิร์นแฮมจะกล่าวให้ประชาชนชาวอังกฤษรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง โดยระบุว่า ภารกิจสำคัญที่สุดของรัฐบาลคือการฟื้นฟูเสถียรภาพให้แก่ประเทศ พร้อมประกาศเตรียมผลักดัน “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี” ซึ่งเป็นการกล่าวปราศรัยต่อประชาชนเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง

หลังจากนั้นไม่นาน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยืนยันว่า อังกฤษจะยังคงให้ “การสนับสนุนยูเครนอย่างไม่สั่นคลอน” และเปิดเผยว่า เขามีกำหนดโทรศัพท์หารือกับโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ภายในวันนี้เป็นคนแรก

ก่อนหน้านี้ "เบิร์นแฮม" เคยดำรงตำแหน่งเพียงนายกเทศมนตรีของเมืองเกรเทอร์แมนเชสเตอร์ (Greater Manchester) และเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของกอร์ดอน บราวน์ (Gordon Brown) และได้กลับเข้าสู่รัฐสภา ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคแรงงานคนปัจจุบัน

เกรเทอร์แมนเชสเตอร์ (Greater Manchester) ไม่ใช่เมืองแมนเชสเตอร์ (City of Manchester) เพียงเมืองเดียว แต่เป็นเขตมหานครระดับเทศมณฑล (Metropolitan County) ที่ประกอบด้วย 10 เขตการปกครอง โดยมีเมืองแมนเชสเตอร์เป็นหนึ่งในนั้น รวมถึงเมืองสำคัญอื่น ๆ เช่น ซอลฟอร์ด (Salford), โบลตัน (Bolton), เบอรี (Bury), โอลด์แฮม (Oldham), รอชเดล (Rochdale), สต็อกพอร์ต (Stockport), เทมไซด์ (Tameside), เทรฟฟอร์ด (Trafford) และวีแกน (Wigan)

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1352957026992654/?rdid=KfGozeSc8gibo75d#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top