Friday, 5 June 2026
ยุโรป

สนามบินใหญ่ในยุโรปป่วน!! ‘เที่ยวบินล่าช้า – ยกเลิก’ หลัง Collins Aerospace ถูกแฮก!! กระทบระบบเช็กอิน

(21 ก.ย. 68) เที่ยวบินจำนวนมากในยุโรป หยุดชะงัก หรือถูกยกเลิก หลัง Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและขึ้นเครื่อง ถูกโจมตีทางไซเบอร์

เที่ยวบินจำนวนมากในยุโรปเผชิญความล่าช้าและถูกยกเลิก หลังเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปที่ Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและขึ้นเครื่องรายสำคัญระดับโลก 

ซึ่งส่งผลกระทบต่อสนามบินใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Heathrow (ลอนดอน) ที่เป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดในยุโรป, Brussels และ Berlin

รายละเอียดเหตุการณ์
-ระบบที่ได้รับผลกระทบ 
ระบบอัตโนมัติสำหรับเช็กอินผู้โดยสารและโหลดสัมภาระ ทำให้ผู้โดยสารต้องหันมาใช้วิธีการเช็กอินและขึ้นเครื่องแบบแมนนวลแทน
-สนามบินที่ได้รับผลกระทบ
Heathrow, Brussels, Berlin เกิดดีเลย์และการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก
-สนามบินที่ไม่กระทบ
Frankfurt (เยอรมนี) และ Zurich (สวิตเซอร์แลนด์) ยืนยันว่าไม่พบปัญหาจากเหตุการณ์นี้
แถลงการณ์จากผู้เกี่ยวข้อง
-Heathrow Airport ยืนยันว่าปัญหามาจาก Collins Aerospace และเตือนผู้โดยสารถึงความล่าช้า
-Brussels Airport ระบุว่าเหตุเกิดคืนวันศุกร์ มี “ผลกระทบอย่างใหญ่หลวง” ต่อกำหนดการบิน และน่าจะทำให้เที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกต่อเนื่อง
-Berlin Airport ชี้แจงว่ามีเวลารอที่เช็กอินนานขึ้น และกำลังหาทางแก้ไขโดยเร็ว
-Collins Aerospace ยอมรับว่าเกิดความขัดข้องจากการโจมตีไซเบอร์ กับซอฟต์แวร์บางส่วน โดยผลกระทบจำกัดอยู่ที่ระบบเช็กอินและโหลดสัมภาระ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้วิธีแมนนวล
-RTX (Raytheon Technologies) บริษัทแม่ของ Collins ยืนยันว่ากำลังทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูระบบและ “คืนการทำงานเต็มรูปแบบให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด”
ผลกระทบต่อผู้โดยสาร
-ผู้โดยสารที่มีตารางบินวันเสาร์ ได้รับคำแนะนำจากสนามบินที่ได้รับผลกระทบให้ ตรวจสอบยืนยันเที่ยวบินกับสายการบินก่อนเดินทาง
-สนามบินหลายแห่งเตือนถึงความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ระบบเช็กอินแบบแมนนวล
โดยการโจมตีครั้งนี้เผยให้เห็นถึง ความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินยุโรป ที่พึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียวอย่าง Collins Aerospace 
หากระบบถูกโจมตีเพียงจุดเดียวสามารถสร้างผลกระทบแบบโดมิโนต่อสนามบินใหญ่หลายแห่งในทวีปได้

‘รัสเซีย’ ไต่ระดับทดสอบ!! ‘NATO’ เผย!! จุดอ่อน พันธมิตรตะวันตก ครบสูตร

(21 ก.ย. 68) รัสเซียไต่ระดับทดสอบ NATO: จากโดรนหลงฟ้า สู่ไซเบอร์ถล่มสนามบิน จุดอ่อนเริ่มโผล่

ไม่ค่อยเชื่อเรื่องความบังเอิญและนั่นคือเหตุผลที่ทำให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปตลอด 3 สัปดาห์ล่าสุด ไม่ได้เป็นแค่ “เหตุบังเอิญ” แต่เหมือน บททดสอบสนามจริง ของรัสเซียต่อ NATO ว่าพันธมิตรตะวันตกพร้อมแค่ไหนในสงครามแบบหลายมิติ
ยิ่งรัสเซียไต่ระดับการโจมตี ความเปราะบางของ NATO ยิ่งปรากฏชัด
เส้นเวลาไล่ระดับ

1. 4 ก.ย. – โดรนหลงฟ้าโรมาเนีย
โดรนรัสเซียตกใกล้หมู่บ้าน Plauru ห่างพรมแดนยูเครนเพียง 500 เมตร NATO ทำได้แค่ “ออกแถลงการณ์กังวล” ไม่มีมาตรการโต้ตอบจริง.
2. 12 ก.ย. – ถล่มท่าเรือโอเดสซา
โดรน Shahed-136 ตีโกดังข้าวยูเครน ทำลายกว่า 3,000 ตัน กระทบ supply chain อาหารยุโรป ขณะเดียวกันเรดาร์ NATO ตรวจเจอวัตถุบินล้ำเข้ามาอีกครั้ง แต่ไม่มีการสกัดกั้น. 
3. 18 ก.ย. – ขีปนาวุธให้เวเนซุเอลา
เวเนซุเอลาโชว์ Su-30MK2 ติด Kh-31P (Mach 3.5, พิสัย 110 กม.) ที่รัสเซียเพิ่งส่งมอบ นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถคุกคามเรือรบ USS Iwo Jima ของสหรัฐฯ ได้ทันที แต่ NATO กลับไม่มีแผนรับมือในซีกโลกตะวันตก. 
4. 19 ก.ย. – ไซเบอร์ถล่มสนามบินยุโรป
ระบบเช็คอินของ Collins Aerospace (RTX) ล่ม สนามบินฮีทโธรว์ เบอร์ลิน บรัสเซลส์โกลาหล ผู้โดยสาร 50,000 คน เดือดร้อน ยกเลิกกว่า 150 เที่ยวบิน ขาดทุนวันละ 10–12 ล้านยูโร

นี้คือเกมทดสอบที่เจอแต่ช่องโหว่ชัดๆ
นักวิเคราะห์จาก CISA ระบุว่านี่คือ hybrid warfare เต็มรูปแบบ — ใช้โดรน ขีปนาวุธ และไซเบอร์ผสมกันเพื่อทดสอบ NATO แบบ step-by-step โดยไม่จำเป็นต้องปะทะตรง

ผลลัพธ์ : 
การเมือง: NATO ตอบสนองเชื่องช้า เช่น เหตุโดรนโรมาเนียทำได้แค่ประณาม
เศรษฐกิจ: การหยุดชะงักสนามบินทำให้สูญเสีย 10–15 ล้านยูโร/วัน สะท้อนว่าการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนยังอ่อนแอ
ทหาร: การส่ง Kh-31P ให้พันธมิตรในลาตินอเมริกาคือการ “เปิดแนวรบใหม่” แต่ NATO ยังไม่แสดงแผนตอบโต้
Europol สงสัยว่าแฮกเกอร์ที่โจมตีสนามบินเชื่อมโยง GRU หน่วยข่าวกรองรัสเซีย นักวิเคราะห์จาก Carnegie Endowment เสริมว่า
“เพื่อรับมือกับปัญหาการคุกคามที่อาจเกิดขึ้น(หรือเกิดขึ้นแล้ว) NATO อาจต้องเพิ่มงบกลาโหมในยุโรปตะวันออกอย่างน้อย 50% ในปี 2569” 
แต่การเมืองภายในประเทศสมาชิก เช่น นโยบาย America First ของสหรัฐฯ กลับทำให้ยุโรปยิ่งต้องแบกเอง..ซึ่งเศรษฐกิจที่อ่อนแอก็ไม่แน่ใจว่าจะไหวไหม

ผลสะเทือน
สิ่งที่รัสเซียได้ไม่ใช่ชัยชนะทางทหารทันที แต่คือ ข้อมูลจุดอ่อน ของ NATO — ความล่าช้าในการตัดสินใจ ความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ และความแตกแยกด้านการเมือง ขณะที่ยุโรปยังต้องก้มหน้าซ่อมระบบและรอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ยิ่งถอยห่าง รัสเซียอาจจะชนะไปแล้วโดยไม่ต้องก่อสงครามรบจริง

เพจ ‘สะใภ้ไทยใน Dorf’ เตือนภัย..ระวังมิจฉาชีพในต่างแดน ชี้อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว-อย่ารับฝากของ!! เสี่ยงโดนคดีไม่รู้ตัว

(25 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก “สะใภ้ไทยใน Dorf” เตือนคนไทยที่อยู่ยุโรปให้ระวังมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ห้ามให้คนที่เพิ่งรู้จักหรือไม่ได้คบหากันมานาน ใช้ข้อมูลส่วนตัว ของที่อยู่ หรือให้ทำธุรกรรมการเงินแทนเด็ดขาด หากถูกขอให้ส่งหรือรับของให้คนอื่น ให้ปฏิเสธทันที เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าสิ่งของนั้นมาจากที่มาใด ถูกกฎหมายหรือไม่ และอาจเป็นของต้องสงสัยที่นำมาซ่อนหรือเก็บรอขาย

โพสต์เน้นย้ำว่าอย่าใจอ่อนกับคนหน้าตาดี พูดจาดี หรือดูเหมือนมีฐานะ เพราะกลลวงมักมาในรูปแบบเป็นมิตร ขอความช่วยเหลือเล็กน้อยแล้วผลักภาระให้เรา การยอมให้ที่อยู่บ้านหรือบัญชีของเราเป็นที่เก็บของคนอื่น แม้ด้วยความเมตตา อาจทำให้เรากลายเป็นผู้ต้องหาทางคดีโดยไม่รู้ตัว และเผชิญค่าปรับหรือความรับผิดทางกฏหมายที่คาดไม่ถึง

เพื่อความปลอดภัย เพจสะใภ้ไทยใน Dorf แนะนำให้ตั้งสติและตั้งคำถามกับการขอความช่วยเหลือทุกครั้ง ตรวจสอบเอกลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้ขอความช่วยเหลือ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว-ที่อยู่-บัญชีธนาคารแก่คนที่ไม่แน่ใจ และไม่รับส่งของให้บุคคลที่เราไม่รู้จัก หากมีข้อสงสัยให้ขอหลักฐานการซื้อขาย เลขติดตามพัสดุ และช่องทางติดต่อที่ชัดเจนก่อนทุกครั้ง

หากพบการชวนให้ทำสิ่งน่าสงสัย ให้บันทึกแชต ภาพ และหลักฐานทั้งหมดแล้วแจ้งตำรวจท้องถิ่น หรือสถานทูต/กงสุลไทยในประเทศนั้น ๆ พร้อมแจ้งแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง (เช่น เว็บซื้อขายหรือเพจที่ติดต่อมา) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อโพสต์นี้มีเจตนาเตือนภัย แบ่งปันให้คนไทยในยุโรปทราบโดยทั่วกัน — อย่าเป็นเหยื่อ เดินหน้าระวังและช่วยกันเตือน!

สหรัฐฯ เสนอกรอบสันติภาพ 28 ข้อ ยูเครนต้องเลือกระหว่างรับหรือสู้ต่อ มาตรการเน้นหนักต่อเงื่อนไขยูเครน รัสเซียพร้อมหารือขยายข้อตกลงถาวร

(24 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ส่งสัญญาณแรงถึงประธานาธิบดียูเครน 'วโลดีมีร์ เซเลนสกี' ให้ตัดสินใจรับข้อเสนอแผนสันติภาพของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย หากไม่รับก็สามารถ "สู้ต่อไปให้สุดหัวใจดวงน้อยของเขาได้"

ทรัมป์ระบุว่า รัฐบาลกำลังพยายามให้ความขัดแย้งยุติลง "ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" พร้อมย้ำว่า "เราต้องทำให้มันยุติให้ได้" และชี้ว่าแผนนี้ยังไม่ใช่ "ข้อเสนอสุดท้าย" สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความคิดเห็นของคู่ขัดแย้ง

รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ทรัมป์อนุมัติกรอบแผน 28 ข้อ ซึ่งรวมมาตรการหลายประการที่ถูกมองว่ามีเงื่อนไขเข้มงวดต่อยูเครน เช่น ลดความช่วยเหลือทหารจากสหรัฐฯ รับรองคริสตจักรออร์ทอดอกซ์ยูเครนฝ่ายคาโนนิกัล ให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาทางการ ลดขนาดกองทัพยูเครน และห้ามกองกำลังต่างชาติประจำการในยูเครน

ในประเด็นอ่อนไหว แผนตั้งสมมติฐานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรจะยอมรับไครเมียและดอนบาสเป็นดินแดนรัสเซียอย่างถูกกฎหมาย ขัดกับจุดยืนยูเครนและพันธมิตรบางฝ่าย

ด้าน 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ผู้นำรัสเซียกล่าวว่าแผนอาจเป็นฐานข้อตกลงยุติสงครามถาวร แต่ต้องหารือรายละเอียดต่อไป ขณะที่ยูเครนยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ แผนดังกล่าวกำลังถูกชี้วัดในเวทีโลกเนื่องจากส่งผลต่ออธิปไตยของยูเครนและดุลอำนาจในยุโรปตะวันออก รวมถึงทิศทางนโยบายของสหรัฐฯในยุคทรัมป์

เกมทรัพย์สินเดือด!! รัสเซียเรียก “ชัยชนะของกฎหมาย” หลัง EU ไม่ยึดทรัพย์ แต่ยังโยงเงินกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโร รัสเซียชี้ “สามัญสำนึกเหนือการเมือง”

(19 ธ.ค. 68) คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้อำนวยการกองทุนการลงทุนโดยตรงของรัสเซียและทูตรัสเซียพิเศษด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ ประกาศว่ากฎหมายและสามัญสำนึกเป็นฝ่ายชนะ หลังจากสหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจไม่ยึดทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไว้

ดมิทรีเยฟโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า "หากเป็นความจริง การที่ EU พับแผนเดิมที่เสนอไว้ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย—การแตะต้องเงินสำรองต่างประเทศของรัสเซียเพื่อนำไปสนับสนุนยูเครน—ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของกฎหมาย + สามัญสำนึก และเป็นชัยชนะของ ‘เสียงแห่งเหตุผล’ ในยุโรป ที่ช่วยปกป้อง EU/ยูโร/และยูโรเคลียร์ (อย่างน้อยในตอนนี้)"

ก่อนหน้านี้ EU ได้ประกาศเงินกู้ 90,000 ล้านยูโรแก่ยูเครน โดยอาจใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่อายัดไว้เป็นแหล่งชำระคืน แม้เครมลินจะขึ้นว่าความพยายามยึดทรัพย์เหล่านี้เป็น "การขโมย" และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านดมิทรีเยฟยังเรียกร้องให้ 'อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน' ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ 'ฟรีดริช เมิร์ซ' นายกรัฐมนตรีเยอรมนีลาออก พร้อมตำหนิกลุ่มผู้นำยุโรป "พวกกระหายสงคราม" ที่พยายามบังคับใช้มาตรการที่ละเมิดกฎหมาย

ตั้งแต่ปี 2565, EU และกลุ่ม G7 ได้อายัดเงินสำรองรัสเซียมากกว่า 300,000 ล้านยูโร ส่วนใหญ่เก็บในยุโรปกับยูโรเคลียร์ ขณะที่ EU พยายามขออนุมัติใช้ทรัพย์เหล่านี้เพื่อสนับสนุนยูเครน ท่ามกลางบทวิเคราะห์ว่าการตัดสินใจหลีกเลี่ยงการริบทรัพย์ครั้งนี้เป็นชัยชนะของกฎหมายและสามัญสำนึกในเวทีระหว่างประเทศ

ที่มา : Sputnik

‘ราเดฟ’ ลุยนำบัลแกเรีย!! ชนะเลือกตั้งรัฐสภาอย่างถล่มทลาย ตั้งพรรค "Progressive Bulgaria" ถึง 44.7% ย้ำเป็นสะพานเชื่อมรัสเซีย คัดค้านส่งอาวุธช่วยยูเครน

ปูตินไม่เคยขาดเพื่อน หลังออร์บาน จากฮังการีจากไป เขาได้ รูเมน ราเดฟ จากบัลแกเรียเข้ามาแทนที่

การเลือกตั้งรัฐสภาครั้งล่าสุดของบัลแกเรียจบลงด้วยชัยชนะชัดเจนของ "รูเมน ราเดฟ" (Rumen Radev) อดีตประธานาธิบดี จากพรรค “Progressive Bulgaria” ซึ่งจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดไป แม้นักสำรวจคาดว่าเขาจะชนะอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะชนะขาดเช่นนี้ โดยพรรคของราเดฟกวาดคะแนนไปถึง 44.7% ซึ่งคาดว่าจะได้ครองที่นั่งราว 130 จาก 240 ที่นั่ง ในรัฐสภา ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย

"รูเมน ราเดฟ" มีแนวคิดสนับสนุนรัสเซียและปูติน และมักจะวิจารณ์สหภาพยุโรปตลอดเวลา

"ราเดฟ" ปัจจุบันอายุ 62 ปี เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีบัลแกเรียเกือบ 10 ปี ก่อนจะลาออกเมื่อเดือนมกราคมปีนี้เพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การเมืองของบัลแกเรียตำแหน่ง "ประธานาธิบดี" เป็นตำแหน่งเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ส่วนตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" คือผู้ถืออำนาจบริหารสูงสุดที่แท้จริง มีอำนาจแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี กำหนดวาระของประเทศ และเป็นตัวแทนหลักในเวทีโลกอย่าง EU และ NATO

นโยบายต่างประเทศที่น่าจับตามอง ของ "ราเดฟ" แม้ว่าเคยประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 แต่คัดค้านการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน เขายังเรียกร้องให้ฟื้นฟู "ความสัมพันธ์ที่ใช้ได้จริงกับรัสเซีย" บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน จากท่าทีของเขาที่เปลี่ยนไป ทำให้ยุโรปเฝ้าจับตาราเดฟอย่างใกล้ชิด!

ในสายตาของนักการเมืองยุโรป เขาถูกมองว่าเป็นพวก "ฝักใฝ่รัสเซีย" (Pro-Russian) แต่เขาโต้แย้งว่า นั่นมันคือการมองโลกตามความเป็นจริง โดยระบุว่า "เราเป็นสมาชิก EU เพียงประเทศเดียวที่เป็นทั้งชาวสลาฟและนับถือออร์ทอดอกซ์ตะวันออก เราสามารถเป็นตัวเชื่อมสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียได้"

นโยบายด้านพลังงาน เขาเรียกร้องให้กลับมานำเข้าสินค้าจากรัสเซียอีกครั้ง แม้จะขัดกับมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU)

จุดยืนต่อสหภาพยุโรป (EU) : ราเดฟถูกมองว่าเป็นพวก "ตั้งคำถาม" ใส่ยุโรปอยู่เสมอ:

เขาวิจารณ์นโยบายพลังงานสะอาด โดยมองว่ายุโรปตกเป็นเหยื่อของความทะเยอทะยานที่อยากเป็นผู้นำทางศีลธรรมจนเกินไป

คัดค้านการใช้เงินยูโร เขาโจมตีนักการเมืองรุ่นก่อนที่นำเงินยูโรมาใช้โดยไม่ถามประชาชน และย้ำให้ประชาชนจำไว้เมื่อเห็นบิลค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เขายังยืนยันว่าบัลแกเรียจะ "เดินหน้าบนเส้นทางของยุโรปต่อไป" และพร้อมร่วมมือกับพรรคที่ฝักใฝ่ยุโรปในเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1276641461290878/?rdid=eDJg6YXvuDI27zSP#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top