Friday, 24 July 2026
นายกรัฐมนตรี

ยังไม่เชื่อใจนักการเมือง!! วิเคราะห์ตัวเลข 40.60% ยังไร้คนเหมาะเป็นนายกฯ สะท้อน "ความไม่ไว้วางใจ" ตอกหน้าการเมืองวนลูป สัญญาณเตือนว่า "รัฐบาลตั้งได้ แต่ประเทศอาจเดินไม่ได้" แคนดิเดตนายกฯ ต้องพิสูจน์กึ๋นก้าวข้ามวังวนเดิม ๆ

“40.60% ยังไม่เจอนายกฯที่ใช่” ไม่ใช่ความเฉย—แต่มันคือคำฟ้องของประชาชนต่อ ‘การเมืองทั้งระบบ’

ถ้ามีตัวเลขหนึ่งที่สะท้อนอารมณ์ประเทศได้ชัดกว่าคำปราศรัย มันคือตัวเลขจากนิด้าโพลที่สำรวจ 4–12 ธ.ค. 2568 (ตัวอย่าง 2,500 คน สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์) แล้วถามตรงๆ ว่า “วันนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ” คำตอบอันดับหนึ่งคือ “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” 40.60%

นี่ไม่ใช่ “ไม่สนใจการเมือง” แต่มันคือ “ไม่ไว้ใจการเมือง” — เพราะโพลเดียวกันยังพบว่าเวลาถามเรื่องพรรคการเมือง คนก็ “ยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้” 32.36%

แปลไทยเป็นไทย: คนจำนวนมากมองว่า ปัญหาไม่ใช่ชื่อใครคนหนึ่ง แต่คือพฤติกรรมและกลไกของทั้งระบบพรรคการเมืองที่ทำให้ประเทศวนลูปเดิม

ทำไมคนไทยถึง “ยังไม่เลือกใคร” มากขนาดนี้?

1) เพราะคนไทยเริ่ม “ตัดสินจากการกระทำ” ไม่ใช่ป้ายหาเสียง
สวนดุสิตโพล (สำรวจ 2–5 ธ.ค. 2568, ตัวอย่าง 1,186 คน ออนไลน์+ภาคสนาม) บอกสเปกนายกฯที่คนต้องการชัดมากว่าเป็นชุดคุณค่าที่เรียกว่า “4 ก.”
- ก้าวหน้า/วิสัยทัศน์/กล้าทำสิ่งใหม่ 40.71%
- ไม่เล่นเกมการเมือง ทำเพื่อประชาชนจริง 30.09%
- ไม่โกง ไม่เทา ซื่อสัตย์สุจริต 29.20%
สรุป: คนไทยไม่ได้ขอ “คนพูดเก่ง” — เขาขอ “คนที่ไม่เล่นเกม” และ “ไม่โกง” พร้อมพาประเทศออกจากกับดักเดิม

2) เพราะประสบการณ์หลายปีทำให้คนเห็นว่า “รัฐบาลตั้งได้ ≠ ประเทศเดินได้”
เมื่อคนเห็นการเมืองเปลี่ยนสูตรไปมา ดีลแตก-ดีลใหม่ เสถียรภาพแกว่ง การตัดสินใจเชิงนโยบายกลายเป็น “ของต่อรอง” ความหวังจึงไม่ไปเกาะที่ชื่อเดียวง่ายๆ อีกแล้ว
ผลคือ “ขอรอดูการบ้านก่อน” กลายเป็นพฤติกรรมของประชาชนจำนวนมาก — และมันโผล่มาในตัวเลข 40.60% นั่นเอง

แล้ว “ชื่อคนที่ถูกเลือก” ตอนนี้ บอกอะไรเรา?
ถ้าตัด “ยังไม่เจอคนที่ใช่” ออก แล้วดูเฉพาะรายชื่อบุคคลที่ได้คะแนนนำ จะมี 3 ชื่อหลักในนิด้าโพล:
1) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 17.20%
2) อนุทิน ชาญวีรกูล 12.32%
3) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 10.76%

อย่าเพิ่งรีบสรุปว่า “ใครชนะ” — ให้ดูว่าแต่ละชื่อเป็นสัญลักษณ์ของ “ความคาดหวังคนละแบบ”
A) ณัฐพงษ์ = กระแส “เปลี่ยนวิธีคิดประเทศ”
คะแนนนำในกลุ่มที่เป็นชื่อ (17.20%) บอกว่า คนจำนวนหนึ่งยังอยากเห็น “การเมืองแบบไม่เหมือนเดิม”
แต่คำถามเชิงเหตุผลที่ประชาชนต้องถามคือ:
- จะทำให้ “ก้าวหน้า” เป็น “ผลงาน” ได้ยังไง ไม่ให้หยุดอยู่ที่วาทกรรม?
- ไม่เล่นเกมการเมืองจริงไหม หรือแค่เกมใหม่ที่พูดว่าไม่เล่นเกม?

B) อนุทิน = กระแส “ขอคนคุมเกม-คุมหน้างาน”
คะแนน 12.32% สะท้อนว่า คนอีกกลุ่มให้ค่ากับ “ความสามารถในการคุมสถานการณ์” มากกว่าความฝัน
คำถามที่ต้องถามแบบไม่อ้อมคือ:
- คุมเกมเพื่อพาประเทศไปข้างหน้า หรือคุมเกมเพื่อให้เกมเดิมอยู่รอด?
- ความเด็ดขาดอยู่ฝั่งประชาชน หรืออยู่ฝั่งดีล? (เพราะคนไทยอยากได้ผู้นำ “ไม่เล่นเกม”)

C) อภิสิทธิ์ = กระแส “อยากได้มือเก๋า-ภาพความเป็นสถาบัน”
คะแนน 10.76% บอกว่ามีคนจำนวนหนึ่ง “อยากได้ความนิ่ง/ความเป็นทางการ/ความคุ้นเคย” กลับมาเป็นตัวเลือก
คำถามเชิงเหตุผลคือ:
- มือเก๋าพอจะพาประเทศ “พ้นกับดัก” หรือจะพาประเทศ “กลับไปคุ้นเคยกับกับดักเดิม”?
- ตอบโจทย์ 4 ก. ของประชาชนได้ไหม โดยเฉพาะ “ก้าวหน้า-กล้าทำใหม่”?

โพลไม่ได้บอกว่าใครจะเป็นนายกฯ—โพลบอกว่า “ประชาชนไม่เชื่อ” ใครง่ายๆ อีกแล้ว
ตัวเลข 40.60% ไม่ได้แปลว่าคนไทยไม่รู้จะเลือกใคร แต่มันแปลว่า คนไทยเริ่มฉลาดพอที่จะไม่ฝากชีวิตไว้กับโปสเตอร์

และถ้าจะเลือกให้เป็น “ตรรกะ” จริง ตามสเปกดุสิตโพล ให้ลองใช้ 3 ด่านนี้เป็นเกณฑ์ตัดสิน (จำง่าย โคตรใช้ได้)
1) ก้าวหน้า: มีวิสัยทัศน์ + แผนทำได้จริง (ไม่ใช่ฝันลอยๆ)
2) ไม่เล่นเกม: ไม่เอาชีวิตคนไปเป็นตัวประกันของดีล
3) ไม่โกง: ทีม-นโยบาย-โครงสร้างตรวจสอบ ต้องชัด ไม่ใช่ “เชื่อผมสิ”

สุดท้าย…ถ้าพรรคไหน/คนไหนทำให้ประชาชน “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” ทะลุ 40% อีกครั้ง นั่นไม่ใช่ปัญหาของประชาชน
มันคือใบแดงทางศีลธรรมของการเมืองไทย

เกมในสภาปิดดีล!! “ทาคาอิจิ” ผ่านมติสองสภา ขึ้นนายกฯ คนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ คะแนนเสียงถล่มทลายในรัฐสภาญี่ปุ่น กระชับความมั่นคงการเมืองและนโยบายต่อเนื่อง

(19 ก.พ. 69) ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ลงมติเลือกแยกกัน

ทาคาอิจิได้รับคะแนนเสียง 354 เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร ชนะจุนยะ โอกาวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง ซึ่งได้ 50 เสียง ขณะที่ในวุฒิสภาต้องมีการลงมติรอบสองเนื่องจากไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงข้างมากในรอบแรก โดยรอบตัดสิน ทาคาอิจิได้รับ 125 เสียง โอกาวะ 65 เสียง

ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิและคณะรัฐมนตรีได้ยื่นลาออกทั้งหมดตามรัฐธรรมนูญ ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันเดียวกัน โดยสื่อญี่ปุ่นคาดว่ารัฐมนตรีหลายตำแหน่งยังคงเดิมรวมถึงโทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทาคาอิจิกล่าวว่า "เราจะเดินหน้าต่อภายใต้ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง"

คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะรักษานโยบายเดิมต่อไป โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรคือเออิสึเกะ โมริ จากพรรคเสรีประชาธิปไตย ส่วนรองประธานเป็นเคอิจิ อิชิอิ จากกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงถึงความต่อเนื่องในรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมืองของญี่ปุ่น

ที่มา :Xinhua

นายกคนที่ 32 “อนุทิน” ชนะขาด 293 เสียง หลังผ่านด่านความเห็นชอบจากสภาฯ จ่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ท่ามกลางการจับตาทิศทางการเมืองไทยระยะถัดไป

สภาฯ โหวตเลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งนายกฯ คนที่ 32 ต่อ ด้วยเสียงข้างมาก 293 ต่อ 119

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ โดยมีการเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนแบบขานชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 499 คนในเวลาประมาณ 12.12 น. ตามข้อมูลที่คุณส่งมา ผู้ถูกเสนอชื่อมี 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขณะที่รายงานสาธารณะบางสำนักระบุบริบทการลงมติและคู่แข่งต่างออกไป จึงควรตรวจสอบกับบันทึกทางการของรัฐสภาอีกครั้งเพื่อความแม่นยำสูงสุด

ระหว่างการออกเสียง ผลคะแนนค่อย ๆ ขยับจนกระทั่งในเวลา 13.06 น. นายอนุทินได้รับคะแนนเกิน 251 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่การลงคะแนนจะเสร็จสิ้นในเวลา 13.17 น. โดยผลอย่างไม่เป็นทางการตามข้อมูลที่คุณให้มาคือ นายอนุทินได้ 293 เสียง นายณัฐพงษ์ได้ 119 เสียง และมีผู้งดออกเสียง 86 เสียง รวม 498 เสียง ก่อนที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะประกาศผลและปิดประชุมในเวลา 13.22 น. ทั้งนี้ สำนักข่าว AP รายงานตัวเลข 293 จาก 498 เสียงในบริบทของการลงมติในสภา ขณะที่บางสื่อไทยและต่างประเทศรายงานตัวเลขอีกชุดหนึ่งสำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงก่อนหน้า

ผลการลงมติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นายอนุทินยังคงรักษาฐานเสียงสนับสนุนในสภาได้อย่างมั่นคง และสามารถผ่านด่านสำคัญทางการเมืองไปได้แบบไม่พลิกความคาดหมาย ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อทิศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งหลายสำนักข่าวรายงานว่าพรรคภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งสมการอำนาจใหม่ในสภา และส่งผลให้นายอนุทินก้าวขึ้นเป็นตัวแปรหลักของการเมืองไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้

อย่างไรก็ตาม แม้สภาจะลงมติเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ยังต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงจะถือว่าเข้าดำรงตำแหน่งโดยสมบูรณ์ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ โดยสื่อไทยและต่างประเทศต่างรายงานตรงกันว่า หลังผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการรับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเริ่มเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

นั่งนายกฯ 32 สมัย 2 ชื่นมื่นพรรคภูมิใจไทย โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ยึดมั่นทำหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน

(20 มี.ค. 69) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในสมัยที่ 2 โดยมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เชิญพระบรมราชโองการ

ในพิธี นายอนุทิน ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์และเปิดกรวยกระทงดอกไม้รับพระบรมราชโองการ ก่อนถวายบังคม 3 ครั้งและทำความเคารพอีกครั้ง โดยมีสมาชิกครอบครัวประกอบด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย และบิดามารดา ร่วมพิธีพร้อม ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า "ข้าพระพุทธเจ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้าให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี" พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

หลังพิธี นายอนุทินคุกเข่าก้มกราบบิดาและมารดา โอบกอดภริยาและผู้ร่วมแสดงความยินดี ก่อนร่วมถ่ายรูป บรรยากาศสะท้อนความอบอุ่นและขวัญกำลังใจในครอบครัว การแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการต่อเนื่องของบทบาทผู้นำรัฐบาลและย้ำพันธกิจการเมืองของ 'อนุทิน' ที่ได้รับความไว้วางใจอีกครั้งจากมหาอำนาจพระมหากษัตริย์

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10178284

ราชกิจจาฯ ประกาศลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไว้ทุกข์การสิ้นพระชนม์ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สถานที่ราชการ–รัฐวิสาหกิจ–สถานศึกษา ตั้งแต่ 12 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป ประชาชนดำเนินการตามความเหมาะสม

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน เจ้าหน้าที่ไว้ทุกข์ 15 วัน ส่วนประชาชนทั่วไป ดำเนินการตามความเหมาะสม

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศ ดังต่อไปนี้

๑. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นตันไป

๒. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นต้นไป

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2081448752750867&set=gm.1320152606939763&idorvanity=849053944049634


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top