Saturday, 6 June 2026
นายกรัฐมนตรี

ยังไม่เชื่อใจนักการเมือง!! วิเคราะห์ตัวเลข 40.60% ยังไร้คนเหมาะเป็นนายกฯ สะท้อน "ความไม่ไว้วางใจ" ตอกหน้าการเมืองวนลูป สัญญาณเตือนว่า "รัฐบาลตั้งได้ แต่ประเทศอาจเดินไม่ได้" แคนดิเดตนายกฯ ต้องพิสูจน์กึ๋นก้าวข้ามวังวนเดิม ๆ

“40.60% ยังไม่เจอนายกฯที่ใช่” ไม่ใช่ความเฉย—แต่มันคือคำฟ้องของประชาชนต่อ ‘การเมืองทั้งระบบ’

ถ้ามีตัวเลขหนึ่งที่สะท้อนอารมณ์ประเทศได้ชัดกว่าคำปราศรัย มันคือตัวเลขจากนิด้าโพลที่สำรวจ 4–12 ธ.ค. 2568 (ตัวอย่าง 2,500 คน สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์) แล้วถามตรงๆ ว่า “วันนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ” คำตอบอันดับหนึ่งคือ “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” 40.60%

นี่ไม่ใช่ “ไม่สนใจการเมือง” แต่มันคือ “ไม่ไว้ใจการเมือง” — เพราะโพลเดียวกันยังพบว่าเวลาถามเรื่องพรรคการเมือง คนก็ “ยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้” 32.36%

แปลไทยเป็นไทย: คนจำนวนมากมองว่า ปัญหาไม่ใช่ชื่อใครคนหนึ่ง แต่คือพฤติกรรมและกลไกของทั้งระบบพรรคการเมืองที่ทำให้ประเทศวนลูปเดิม

ทำไมคนไทยถึง “ยังไม่เลือกใคร” มากขนาดนี้?

1) เพราะคนไทยเริ่ม “ตัดสินจากการกระทำ” ไม่ใช่ป้ายหาเสียง
สวนดุสิตโพล (สำรวจ 2–5 ธ.ค. 2568, ตัวอย่าง 1,186 คน ออนไลน์+ภาคสนาม) บอกสเปกนายกฯที่คนต้องการชัดมากว่าเป็นชุดคุณค่าที่เรียกว่า “4 ก.”
- ก้าวหน้า/วิสัยทัศน์/กล้าทำสิ่งใหม่ 40.71%
- ไม่เล่นเกมการเมือง ทำเพื่อประชาชนจริง 30.09%
- ไม่โกง ไม่เทา ซื่อสัตย์สุจริต 29.20%
สรุป: คนไทยไม่ได้ขอ “คนพูดเก่ง” — เขาขอ “คนที่ไม่เล่นเกม” และ “ไม่โกง” พร้อมพาประเทศออกจากกับดักเดิม

2) เพราะประสบการณ์หลายปีทำให้คนเห็นว่า “รัฐบาลตั้งได้ ≠ ประเทศเดินได้”
เมื่อคนเห็นการเมืองเปลี่ยนสูตรไปมา ดีลแตก-ดีลใหม่ เสถียรภาพแกว่ง การตัดสินใจเชิงนโยบายกลายเป็น “ของต่อรอง” ความหวังจึงไม่ไปเกาะที่ชื่อเดียวง่ายๆ อีกแล้ว
ผลคือ “ขอรอดูการบ้านก่อน” กลายเป็นพฤติกรรมของประชาชนจำนวนมาก — และมันโผล่มาในตัวเลข 40.60% นั่นเอง

แล้ว “ชื่อคนที่ถูกเลือก” ตอนนี้ บอกอะไรเรา?
ถ้าตัด “ยังไม่เจอคนที่ใช่” ออก แล้วดูเฉพาะรายชื่อบุคคลที่ได้คะแนนนำ จะมี 3 ชื่อหลักในนิด้าโพล:
1) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 17.20%
2) อนุทิน ชาญวีรกูล 12.32%
3) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 10.76%

อย่าเพิ่งรีบสรุปว่า “ใครชนะ” — ให้ดูว่าแต่ละชื่อเป็นสัญลักษณ์ของ “ความคาดหวังคนละแบบ”
A) ณัฐพงษ์ = กระแส “เปลี่ยนวิธีคิดประเทศ”
คะแนนนำในกลุ่มที่เป็นชื่อ (17.20%) บอกว่า คนจำนวนหนึ่งยังอยากเห็น “การเมืองแบบไม่เหมือนเดิม”
แต่คำถามเชิงเหตุผลที่ประชาชนต้องถามคือ:
- จะทำให้ “ก้าวหน้า” เป็น “ผลงาน” ได้ยังไง ไม่ให้หยุดอยู่ที่วาทกรรม?
- ไม่เล่นเกมการเมืองจริงไหม หรือแค่เกมใหม่ที่พูดว่าไม่เล่นเกม?

B) อนุทิน = กระแส “ขอคนคุมเกม-คุมหน้างาน”
คะแนน 12.32% สะท้อนว่า คนอีกกลุ่มให้ค่ากับ “ความสามารถในการคุมสถานการณ์” มากกว่าความฝัน
คำถามที่ต้องถามแบบไม่อ้อมคือ:
- คุมเกมเพื่อพาประเทศไปข้างหน้า หรือคุมเกมเพื่อให้เกมเดิมอยู่รอด?
- ความเด็ดขาดอยู่ฝั่งประชาชน หรืออยู่ฝั่งดีล? (เพราะคนไทยอยากได้ผู้นำ “ไม่เล่นเกม”)

C) อภิสิทธิ์ = กระแส “อยากได้มือเก๋า-ภาพความเป็นสถาบัน”
คะแนน 10.76% บอกว่ามีคนจำนวนหนึ่ง “อยากได้ความนิ่ง/ความเป็นทางการ/ความคุ้นเคย” กลับมาเป็นตัวเลือก
คำถามเชิงเหตุผลคือ:
- มือเก๋าพอจะพาประเทศ “พ้นกับดัก” หรือจะพาประเทศ “กลับไปคุ้นเคยกับกับดักเดิม”?
- ตอบโจทย์ 4 ก. ของประชาชนได้ไหม โดยเฉพาะ “ก้าวหน้า-กล้าทำใหม่”?

โพลไม่ได้บอกว่าใครจะเป็นนายกฯ—โพลบอกว่า “ประชาชนไม่เชื่อ” ใครง่ายๆ อีกแล้ว
ตัวเลข 40.60% ไม่ได้แปลว่าคนไทยไม่รู้จะเลือกใคร แต่มันแปลว่า คนไทยเริ่มฉลาดพอที่จะไม่ฝากชีวิตไว้กับโปสเตอร์

และถ้าจะเลือกให้เป็น “ตรรกะ” จริง ตามสเปกดุสิตโพล ให้ลองใช้ 3 ด่านนี้เป็นเกณฑ์ตัดสิน (จำง่าย โคตรใช้ได้)
1) ก้าวหน้า: มีวิสัยทัศน์ + แผนทำได้จริง (ไม่ใช่ฝันลอยๆ)
2) ไม่เล่นเกม: ไม่เอาชีวิตคนไปเป็นตัวประกันของดีล
3) ไม่โกง: ทีม-นโยบาย-โครงสร้างตรวจสอบ ต้องชัด ไม่ใช่ “เชื่อผมสิ”

สุดท้าย…ถ้าพรรคไหน/คนไหนทำให้ประชาชน “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” ทะลุ 40% อีกครั้ง นั่นไม่ใช่ปัญหาของประชาชน
มันคือใบแดงทางศีลธรรมของการเมืองไทย

เกมในสภาปิดดีล!! “ทาคาอิจิ” ผ่านมติสองสภา ขึ้นนายกฯ คนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ คะแนนเสียงถล่มทลายในรัฐสภาญี่ปุ่น กระชับความมั่นคงการเมืองและนโยบายต่อเนื่อง

(19 ก.พ. 69) ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ลงมติเลือกแยกกัน

ทาคาอิจิได้รับคะแนนเสียง 354 เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร ชนะจุนยะ โอกาวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง ซึ่งได้ 50 เสียง ขณะที่ในวุฒิสภาต้องมีการลงมติรอบสองเนื่องจากไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงข้างมากในรอบแรก โดยรอบตัดสิน ทาคาอิจิได้รับ 125 เสียง โอกาวะ 65 เสียง

ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิและคณะรัฐมนตรีได้ยื่นลาออกทั้งหมดตามรัฐธรรมนูญ ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันเดียวกัน โดยสื่อญี่ปุ่นคาดว่ารัฐมนตรีหลายตำแหน่งยังคงเดิมรวมถึงโทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทาคาอิจิกล่าวว่า "เราจะเดินหน้าต่อภายใต้ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง"

คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะรักษานโยบายเดิมต่อไป โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรคือเออิสึเกะ โมริ จากพรรคเสรีประชาธิปไตย ส่วนรองประธานเป็นเคอิจิ อิชิอิ จากกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงถึงความต่อเนื่องในรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมืองของญี่ปุ่น

ที่มา :Xinhua

นายกคนที่ 32 “อนุทิน” ชนะขาด 293 เสียง หลังผ่านด่านความเห็นชอบจากสภาฯ จ่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ท่ามกลางการจับตาทิศทางการเมืองไทยระยะถัดไป

สภาฯ โหวตเลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งนายกฯ คนที่ 32 ต่อ ด้วยเสียงข้างมาก 293 ต่อ 119

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ โดยมีการเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนแบบขานชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 499 คนในเวลาประมาณ 12.12 น. ตามข้อมูลที่คุณส่งมา ผู้ถูกเสนอชื่อมี 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขณะที่รายงานสาธารณะบางสำนักระบุบริบทการลงมติและคู่แข่งต่างออกไป จึงควรตรวจสอบกับบันทึกทางการของรัฐสภาอีกครั้งเพื่อความแม่นยำสูงสุด

ระหว่างการออกเสียง ผลคะแนนค่อย ๆ ขยับจนกระทั่งในเวลา 13.06 น. นายอนุทินได้รับคะแนนเกิน 251 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่การลงคะแนนจะเสร็จสิ้นในเวลา 13.17 น. โดยผลอย่างไม่เป็นทางการตามข้อมูลที่คุณให้มาคือ นายอนุทินได้ 293 เสียง นายณัฐพงษ์ได้ 119 เสียง และมีผู้งดออกเสียง 86 เสียง รวม 498 เสียง ก่อนที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะประกาศผลและปิดประชุมในเวลา 13.22 น. ทั้งนี้ สำนักข่าว AP รายงานตัวเลข 293 จาก 498 เสียงในบริบทของการลงมติในสภา ขณะที่บางสื่อไทยและต่างประเทศรายงานตัวเลขอีกชุดหนึ่งสำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงก่อนหน้า

ผลการลงมติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นายอนุทินยังคงรักษาฐานเสียงสนับสนุนในสภาได้อย่างมั่นคง และสามารถผ่านด่านสำคัญทางการเมืองไปได้แบบไม่พลิกความคาดหมาย ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อทิศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งหลายสำนักข่าวรายงานว่าพรรคภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งสมการอำนาจใหม่ในสภา และส่งผลให้นายอนุทินก้าวขึ้นเป็นตัวแปรหลักของการเมืองไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้

อย่างไรก็ตาม แม้สภาจะลงมติเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ยังต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงจะถือว่าเข้าดำรงตำแหน่งโดยสมบูรณ์ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ โดยสื่อไทยและต่างประเทศต่างรายงานตรงกันว่า หลังผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการรับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเริ่มเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

นั่งนายกฯ 32 สมัย 2 ชื่นมื่นพรรคภูมิใจไทย โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ยึดมั่นทำหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน

(20 มี.ค. 69) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในสมัยที่ 2 โดยมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เชิญพระบรมราชโองการ

ในพิธี นายอนุทิน ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์และเปิดกรวยกระทงดอกไม้รับพระบรมราชโองการ ก่อนถวายบังคม 3 ครั้งและทำความเคารพอีกครั้ง โดยมีสมาชิกครอบครัวประกอบด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย และบิดามารดา ร่วมพิธีพร้อม ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า "ข้าพระพุทธเจ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้าให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี" พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

หลังพิธี นายอนุทินคุกเข่าก้มกราบบิดาและมารดา โอบกอดภริยาและผู้ร่วมแสดงความยินดี ก่อนร่วมถ่ายรูป บรรยากาศสะท้อนความอบอุ่นและขวัญกำลังใจในครอบครัว การแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการต่อเนื่องของบทบาทผู้นำรัฐบาลและย้ำพันธกิจการเมืองของ 'อนุทิน' ที่ได้รับความไว้วางใจอีกครั้งจากมหาอำนาจพระมหากษัตริย์

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10178284


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top