Friday, 5 June 2026
ชายแดนไทยกัมพูชา

มติเอกฉันท์ 120 เสียงในสภากัมพูชา เห็นชอบ!! แก้กฎหมาย ‘ถอนสัญชาติ’ คนไม่จงรักภักดีต่อชาติ

(27 ส.ค. 68) รัฐสภากัมพูชาเมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 120 เสียง เห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมายสัญชาติ ให้อำนาจรัฐบาลเพิกถอนสัญชาติจากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบกับต่างชาติทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศ โดยกฎหมายฉบับนี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ในการควบคุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและผู้เห็นต่าง

ก่อนการลงมติ องค์กรพัฒนาเอกชนกัมพูชากว่า 50 แห่งออกแถลงการณ์คัดค้าน โดยระบุว่ากฎหมายมีถ้อยคำที่คลุมเครือ อาจส่งผลร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออก พร้อมเตือนว่า “หากถูกเพิกถอนสัญชาติ ก็เท่ากับสูญเสียสิทธิขั้นพื้นฐานทุกอย่างในบ้านเกิด”

ทางด้านซอร์ ซกคา (Sar Sokha) รัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชา ชี้แจงต่อสภาว่ากฎหมายใหม่นี้มีความจำเป็นต่อการปลุกจิตสำนึกรักชาติ โดยกล่าวหาว่ามีกลุ่มเล็กๆ ของชาวกัมพูชาแสดงพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และควรถูกตัดสิทธิความเป็นพลเมือง พร้อมเชื่อมโยงกับความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กฎหมายยังต้องผ่านวุฒิสภาและได้รับความเห็นชอบจากพระมหากษัตริย์นโรดม สีหมุนี ซึ่งโดยปกติมักเป็นเพียงพิธีการ หากประกาศใช้จริงกฎหมายจะครอบคลุมถึงผู้ถือสองสัญชาติและผู้ได้รับสัญชาติกัมพูชาภายหลัง ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบโดยตรงต่อฝ่ายการเมืองฝ่ายค้านและนักวิจารณ์รัฐบาลในอนาคต

‘สวีเดน’ ชูสัมพันธ์ ‘ไทย’ แน่นแฟ้น พร้อมหนุนไทยมีสิทธิ์ใช้ ‘กริพเพน’ ป้องกันตนเอง

วานนี้ (26 ส.ค. 68) กรุงเทพฯ ดร.พอล ยอนสัน (Pål Jonson) รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นกับไทย ภายหลังการลงนามจัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F โดยชี้ว่าสัญญาฉบับล่าสุดเป็นการทำให้ความร่วมมือทวิภาคีลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่า 

“ผมภูมิใจมากที่มีคนไทยกว่า 80,000 คนอาศัยอยู่ในสวีเดน และมีชาวสวีเดนกว่า 200,000 คนเดินทางมาไทยทุกปี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

ดร.ยอนสัน กล่าวอีกว่าความร่วมมือด้านกลาโหมครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านความมั่นคง แต่ยังจะสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อสังคมไทย ผ่านแพ็กเกจการลงทุนจากบริษัท Saab ผู้ผลิตกริพเพน ที่ครอบคลุมถึงการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนภาคเกษตรกรรมของไทย

เมื่อถูกถามถึงการใช้กริพเพนในสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดนย้ำชัดว่า ไทยมีสิทธิ์ใช้เพื่อการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นสิทธิอธิปไตยของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ดร.ยอนสันแสดงความยินดีที่ทั้งไทยและกัมพูชาพยายามลดความตึงเครียด ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมและมีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามามีบทบาท พร้อมย้ำว่า “ประเทศไทยก็เหมือนกับทุกประเทศที่มีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง และเราสวีเดนก็เคารพในสิทธินั้น”

SAAB ประกาศรับออเดอร์ ‘กริพเพน’ ล็อตใหม่จากไทย ย้ำไทยคุ้นเคยดีกับประสิทธิภาพ เพราะผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว

(27 ส.ค. 68) บริษัทซาบ (SAAB) ของสวีเดน ลงนามสัญญากับองค์การจัดหาเสบียงกลาโหมสวีเดน (FMV) เพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวน 4 ลำให้แก่ไทย มูลค่าสัญญาราว 5.3 พันล้านโครนสวีเดน โดยมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2025–2030 แบ่งเป็น กริพเพน E จำนวน 3 ลำ และกริพเพน F แบบสองที่นั่ง 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนและการฝึกอบรม

SAAB ยังได้ทำสัญญาโดยตรงกับกองทัพอากาศไทยเพื่อดำเนินโครงการชดเชยระยะยาว (offset package) ซึ่งครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหม ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการลงทุนใหม่ในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย ถือเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือด้านกริพเพนที่ไทยใช้งานอยู่แล้ว

มิคาเอล โยฮันส์สัน (Micael Johansson) ประธานและซีอีโอของซาบ ระบุว่าไทยเลือกใช้ “เครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด” เพื่อเสริมศักยภาพยุทธศาสตร์อย่างเป็นอิสระ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นหนึ่งในลูกค้าที่คุ้นเคยกับประสิทธิภาพของกริพเพนและได้พิสูจน์แล้วในการปฏิบัติการจริงของกองทัพ

ปัจจุบัน กองทัพอากาศไทยประจำการ Gripen C/D อยู่แล้วหนึ่งฝูงบิน โดยเมื่อเครื่องกริพเพนรุ่นใหม่เข้าประจำการ จะทำงานเคียงข้างฝูงบินเดิม เสริมขีดความสามารถของไทยในการป้องกันน่านฟ้าและยกระดับความร่วมมือทางทหารไทย–สวีเดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

กองทัพอากาศไทยภูมิใจใช้ ‘กริพเพน’ ปฏิบัติการจริงครั้งแรกของโลก ย้ำเป็นการเลือกที่ถูกต้อง

(27 ส.ค. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. กล่าวบนเวทีลงนามสัญญาซื้อเครื่องบิน Gripen E/F ว่ากองทัพอากาศไทยภูมิใจเป็น ทอ. แรกที่ใช้ Gripen ปฏิบัติการในสถานการณ์จริง (Real World Operations) โดยสามารถปกป้องอธิปไตยและแสดงสมรรถนะของเครื่องบินได้อย่างเต็มที่

อีกทั้ง พลอากาศเอก พันธ์ภักดี ชมเชยการแสดงศักยภาพของ Gripen ที่ส่งมอบประสบการณ์นี้ ทำให้โลกได้เห็นสมรรถนะของเครื่องบิน และตอกย้ำว่าเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องของกองทัพอากาศไทย

นอกจากนี้ พลอากาศเอกพันธ์ภักดียังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมขอบคุณสำนักงานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันประเทศสวีเดน (FMV) และ Saab ที่ร่วมมือในโครงการ Offset Policy ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมาก

ผบ.ทอ. ปิดท้ายเล่าถึงการปฏิบัติการบิน Gripen C/D บนถนน Road Base ภาคใต้ และ Milestone highlight การใช้กำลังในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน ซึ่งต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ผลลัพธ์จากปฏิบัติการครั้งนี้ช่วยพิสูจน์สมรรถนะ Gripen และสร้างความภูมิใจให้กองทัพอากาศไทย

‘หมอเหรียญทอง’ โพสต์ชื่นชม ‘บิ๊กกุ้ง’ แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้คือนี่ทหารแท้!! ทำให้คนไทยภูมิใจ

(28 ส.ค. 68) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา หรือ ‘หมอเหรียญทอง’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ชื่นชม ‘บิ๊กกุ้ง’ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการในพื้นที่ชายแดนช่องบก เคียงบ่าเคียงไหล่พลทหารไทย อำนวยการยุทธ์กับทหารในแนวหน้า เพื่อต่อกรกับกัมพูชา 

“ผมยิ่งติดตามแม่ทัพบุญสินแล้ว ยิ่งประทับใจในตัวตนของท่านมาก แม่ทัพบุญสินเป็นผู้นำที่มีเสน่ห์มากนะครับ ดูคลิปของท่าน ดูการแสดงออก การพูดจา กิริยามารยาท ฯลฯ แล้ว ยิ่งไปบรรยาย ตอบสัมภาษณ์ตอบ "ทหารมีไว้ทำไม" แล้วยิ่งสัมผัสถึงความเป็นทหารแท้ ทหารที่ดีมากๆ ผมอดอมยิ้มชื่นชมไม่ได้เลย ชื่นชมท่านตลอด” 

“ผมเชื่อว่าคนไทยหลายสิบล้านรู้สึกเหมือนผม...ท่านเป็นยิ่งกว่าช้างเผือกของพระราชา แต่ท่านเป็น 'ยูเรเนียม' เป็นพลังมหาศาลของพระราชาเลยนะครับ...ไม่ได้โหน ไม่ได้อวยแม่ทัพบุญสินนะครับ ชื่นชมจริงๆ” พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา โพสต์เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา 
 

‘กัมพูชา’ ส่งหนังสือตรงถึง ‘สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน’ เบรกดีลขาย ‘กริพเพน’ ให้ไทย!! อ้างจะถูกนำมาใช้รุกรานเขมร

(28 ส.ค. 68) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ส่งหนังสือตรงถึงสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน เรียกร้องให้ยุติข้อตกลงขายเครื่องบินขับไล่กริพเพน (Gripen) ให้ไทย โดยให้เหตุผลว่าอาจบ่อนทำลายสันติภาพ และเสี่ยงถูกนำไปใช้รุกรานกัมพูชา ซ้ำรอยเหตุการณ์ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

นายแก้ว รามี ประธาน CHRC ระบุในจดหมายว่า แม้สวีเดนมีภาพลักษณ์เป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนและสันติภาพ แต่การขายเครื่องบินรบครั้งนี้กลับเป็นการขัดแย้งกับจุดยืนดังกล่าว เพราะนอกจากจะกระทบความมั่นคงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนหากถูกใช้โจมตีพลเรือน

CHRC อ้างถึงกฎบัตรสหประชาชาติและอนุสัญญาเจนีวา พร้อมเรียกร้องให้สวีเดนคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ คัดค้านการขายกริพเพนให้ไทย ทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างโปร่งใส และสนับสนุนการแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาด้วยสันติวิธี

ท้ายจดหมาย CHRC ยังเรียกร้องให้สวีเดนช่วยกดดันรัฐบาลไทยให้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวอยู่โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยย้ำว่าการละเว้นจากการติดอาวุธให้ประเทศที่อาจเป็นผู้รุกราน ไม่เพียงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตสำนึกเพื่อสันติภาพโลก

FIBO เผย!! เทคโนโลยีใหม่ ใช้กู้ทุ่นระเบิดแทน ‘มนุษย์’ ทดสอบแล้ว!! พบทุ่นระเบิด 100% เตรียมใช้จริงอาทิตย์หน้า

(30 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ข่าวดี #กองทัพไทย และ #ทหารไทย!!

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา #สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (#FIBO) #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทหารไทยประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดอยู่บ่อยครั้งจากการลาดตระเวนบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา 

ทาง FIBO จึงได้นำเสนอ เทคโนโลยี remote plastic/metal detector with AI Camera ติดตั้งบนหลัง #สุนัขหุ่นยนต์ 10-15 meter telemetry controlled ซึ่งปัจจุบัน FIBO ได้ร่วมมือกับจีน เรื่องสุนัขหุ่นยนต์และ AI Humanoid 
ในรูปชุดนี้ ทาง FIBO ได้ไปทดสอบหุ่นยนต์หาทุ่นระเบิดที่ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ผลทดสอบ blind test พบทุ่นระเบิด 100% เมื่อวานนี้

โดยสัปดาห์หน้า จะลงสนามจริง ชายแดนไทย-กัมพูชา:
พร้อมแจ้งว่าในส่วนของ #หุ่นยนต์สะพายหลัง (FIBO Life Buddy:หุ่นยนต์ยุทโธปกรณ์) ที่ FIBO เคยสร้างให้กองทัพไทยนั้น คงไม่เหมาะกับการลาดตะเวณของเหล่าทหารกล้าของไทย

“เรารักสงบ แต่รบไม่ขลาด เขมรมาหยามน้ำใจกัน
พวกเรารวมพลังช่วยกัน ในฐานะนักเทคโนโลยีครับ”

หมายเหตุ : สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) หรือ Institute of Field Robotics เป็นหน่วยงานระดับคณะในสังกัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดย รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ด้วยคติพจน์ “A Cradle of Future Leaders in Robotics” เพื่อพัฒนาผู้นำด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของประเทศไทย

FIBO คืออะไร?
FIBO เป็นสถาบันแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยด้าน วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อย่างเฉพาะทาง โดยเปิดสอนครบทั้งระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรเน้นการเรียนการสอนแบบ Outcome-based Education ซึ่งช่วยให้บัณฑิตสามารถนำความรู้ไปพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้จริงในภาคสนาม ทำให้บัณฑิต FIBO เป็นที่ต้องการของทั้งภาครัฐและเอกชน

ผลงานและการวิจัย
• FIBO มีผลงานวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์มากกว่า 300 ระบบ ในด้านการผลิตและคุณภาพชีวิต เช่น หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม อาหาร การแพทย์ การเกษตร และการฟื้นฟูสมรรถภาพ
• ตัวอย่างผลงาน: หุ่นยนต์ประชาสัมพันธ์นะโม (NAMO) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์กึ่งฮิวแมนนอยด์ที่มีล้อเพื่อความคล่องตัว พัฒนาโดยนักวิจัยของ FIBO
• งานวิจัยขั้นสูง เช่น ระบบ Haptic Interface, Intelligent Algorithm, Nonlinear Control System และ Multi-body Dynamic Analysis
• มีความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เช่น อุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และการศึกษา
การรับสมัครและโอกาส

ความโดดเด่น
• เป็นศูนย์กลางการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ได้รับการยอมรับจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
• มีเครือข่ายกับโรงเรียนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านหุ่นยนต์

‘บิ๊กเล็ก’ สั่ง!! ‘กรมพระธรรมนูญ – เหล่าทัพ’ เร่งทบทวน กฎการใช้กำลัง ของกองทัพไทย

(31 ส.ค. 68) ‘บิ๊กเล็ก’ สั่ง กรมพระธรรมนูญ-เหล่าทัพ เร่งทบทวนปรับปรุง ‘กฎการใช้กำลัง’ ของกองทัพไทย หลัง สู้รบกัมพูชา ทบทวนและปรับปรุง กม.ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง กลาโหม ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน และพันธกรณีระหว่างประเทศ
ที่ไทยเป็นภาคี พร้อม แจ้งให้กำลังพล จนถึงระดับปฏิบัติการ รับรู้เข้าใจ เพื้อการปฏิบัติที่ ชัดเจน

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมสภากลาโหมที่ผ่านมา ที่มีพลเอกณัฐพลนาคพานิชย์ รมช.กลาโหมเป็นประธาน ว่า มีการสั่งการเรื่อง การปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย

โดยให้กรมพระธรรมนูญ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม
และเหล่าทัพที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่อยู่ใน
ความรับผิดชอบของกระทรวงกลาโหม รวมถึงกฎการใช้กำลังของกองทัพไทย ซึ่งอาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี 

พร้อมทั้งกำหนดมาตรการในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับกำลังพล จนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้
และประสิทธิภาพในการปฏิบัติ

ทั้งนี้ ขอให้รายงานความก้าวหน้าให้ที่ประชุมสภากลาโหมได้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

‘แม่ทัพภาค 2’ ไม่ยืนยันข่าว ‘สรัย ดึ๊ก’ ขุนศึกคู่ใจฮุนเซน เสียชีวิต แต่ตั้งข้อสังเกต!!...ไม่พบปรากฏตัวนานกว่า 1 เดือนแล้ว

เมื่อวานนี้ (31 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกระแสข่าวการเสียชีวิตของ พล.ท.สรัย ดึ๊ก รองผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้จริงหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าเป็นที่น่าสังเกตเพราะ พล.ท.สรัย ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พล.ท.สรัย ดึ๊ก เสียชีวิตจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันทางรัฐบาลกัมพูชายังไม่มีการออกมาชี้แจงหรือโต้ตอบต่อรายงานที่ปรากฏในสื่อฝั่งไทย

สำหรับ พล.ท.สรัย ดึ๊ก ถือเป็นนายทหารคนสนิทของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และมีบทบาทสำคัญด้านความมั่นคง โดยเมื่อ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาเป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชาเจรจากับฝ่ายไทยในกรณีปัญหาพื้นที่พิพาทช่องบก จนสามารถลดกำลังและคลี่คลายความตึงเครียดในพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง

ทหารกัมพูชาแอบวางทุ่นระเบิดในไทย ใกล้ปราสาทตาควาย ทบ. แถลงประณามกัมพูชา…ถือเป็นการเมินข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน

(1 ก.ย. 68) กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2568 เวลาประมาณ 11.50 น. กองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 27 ตรวจพบการวางกับระเบิดแสวงเครื่อง ใช้ลูกกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดประกอบกับลวดสะดุด คาดว่าเป็นฝีมือทหารกัมพูชา พิกัดอยู่ทางทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย ห่างจากเนิน 350 ประมาณ 1.7 กิโลเมตร ในพื้นที่ ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ใกล้แนวลวดหนามฝั่งไทย

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบการวางทุ่นระเบิด PMN-2 รวม 3 ทุ่น พร้อมลูกกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด 2 ลูก และตะปูเรือใบจำนวนมาก สอดคล้องกับเหตุการณ์เมื่อ 22 ส.ค. 2568 ที่ฝ่ายไทยเคยตรวจพบทหารกัมพูชาดักซุ่มและวางกำลังบริเวณเดียวกัน

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน และเป็นความพยายามลอบโจมตีทหารไทยให้ได้รับอันตรายถึงชีวิตในเขตแดนไทย พร้อมชี้ว่า ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่พบ สวนทางกับท่าทีของกัมพูชาที่อ้างต่อประชาคมโลกว่าปฏิบัติตามข้อตกลงและยึดมั่นในสันติภาพ

ด้าน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 กำชับกำลังพลปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ และส่งชุดทหารช่างเก็บกู้ทุ่นระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยและลดความสูญเสียในการปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top