Wednesday, 15 July 2026
WORLD

‘สเปน’ สั่งห้าม ‘อิสราเอล’ ใช้น่านน้ำ-น่านฟ้า…เพื่อขนส่งอาวุธ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้อขายพันล้านยูโร และเรียกร้องแบนจากวงการกีฬา

(18 ก.ย. 68) สเปนประกาศมาตรการเข้มงวดต่ออิสราเอล หลังนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) ประกาศใช้ “มาตรการ 9 ข้อ” โดยหนึ่งในนั้นคือการแบนอาวุธแบบเบ็ดเสร็จ ห้ามซื้อขายยุทโธปกรณ์และเชื้อเพลิงทางทหารให้กองทัพอิสราเอล รวมถึงห้ามเรือและเครื่องบินขนส่งยุทโธปกรณ์ใช้ท่าเรือและน่านฟ้าสเปน พร้อมห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมสงคราม” เข้าประเทศ

นายกรัฐมนตรีสเปน ระบุว่า เป้าหมายของมาตรการนี้คือเพื่อหยุดยั้ง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา” และย้ำว่า “การป้องกันประเทศไม่ใช่การทิ้งระเบิดโรงพยาบาลหรือทำให้เด็กบริสุทธิ์อดอยาก” เขาชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 60,000 ราย และชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนต้องพลัดถิ่นครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่การป้องกันตัว แต่เป็น “การกวาดล้างประชาชนที่ไร้ทางสู้”

นอกจากแบนอาวุธแล้ว สเปนยังประกาศตัดขาดการนำเข้าสินค้าจากนิคมยิวในเวสต์แบงก์ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้ออาวุธจากบริษัทอิสราเอลเกือบ 1 พันล้านยูโร และให้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซา 150 ล้านยูโรภายในปี 2026 รวมถึงเพิ่มงบให้ UNRWA อีก 10 ล้านยูโร ด้านอิสราเอลโต้กลับทันที กล่าวหาซานเชซว่า “ต่อต้านยิว” และใช้วาทกรรมเกลียดชัง

ทั้งนี้ ยังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก เมื่อซานเชซเรียกร้องให้แบนอิสราเอลจากการแข่งขันกีฬานานาชาติ เช่นเดียวกับที่รัสเซียถูกแบนหลังบุกยูเครน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสเปนออกแถลงการณ์โต้ว่า การกล่าวหาว่าสเปน “ต่อต้านยิว” เป็นเรื่องบิดเบือน และย้ำว่านโยบายทั้งหมดสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนสเปน ที่ต้องการยืนหยัดเพื่อสันติภาพ กฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิมนุษยชน

‘ฮุน มาเนต’ อนุมัติขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใหม่ เพิ่มขึ้น 60 บาท!! ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

(17 ก.ย. 68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงว่า รัฐบาลได้ประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำรายเดือนใหม่สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และสินค้าสำหรับการเดินทาง เป็น 210 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,600 บาท) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป

นอกจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากเดิม 208 ดอลลาร์แล้ว แรงงานยังจะได้รับสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น เงินพิเศษ 10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับผู้ที่ทำงานสม่ำเสมอ เงินช่วยเหลือค่าเดินทางและที่พัก 7 ดอลลาร์ต่อเดือน รวมถึงโบนัสตามอายุงานตั้งแต่ 2-11 ดอลลาร์ต่อเดือน

กระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพของกัมพูชาเผยว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า และสินค้าสำหรับการเดินทาง มีโรงงานกว่า 1,500 แห่ง และมีแรงงานราว 900,000 คน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศของประเทศ

ด้านกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชาระบุว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2568 การส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวมีมูลค่า 7.62 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 6.24 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ต่อเศรษฐกิจกัมพูชา

‘เซินเจิ้น’ ก้าวสู่ยุคใหม่ใช้ AI ควบคู่ทางการแพทย์ ช่วยยกระดับบริการสุขภาพรวดเร็วทันใจ และตรงจุด

(17 ก.ย. 68) เมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีน กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ด้านสาธารณสุข ด้วยการผนวกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบการแพทย์ โดยปัจจุบันมีการใช้งานอุปกรณ์การแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แล้วเกือบ 450 รายการ ในสถาบันการแพทย์ทั่วเมือง ช่วยให้บริการทางการแพทย์มีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

ที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง สาขาเซินเจิ้น ได้ติดตั้งเครื่องตรวจวิเคราะห์สุขภาพอัจฉริยะ (Intelligent Terminal) จำนวน 10 เครื่องในห้องตรวจผู้ป่วยนอก อุปกรณ์นี้ใช้เทคโนโลยีความแม่นยำขั้นสูงและอัลกอริทึมวิเคราะห์ลิ้นและใบหน้า เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงหุ่นยนต์ฝังเข็ม-กายภาพบำบัด ที่ใช้ฐานความรู้ทางการแพทย์

ในเขตเป่าอัน มีการใช้แพลตฟอร์ม AI ขนาดใหญ่ในกว่า 40 สถานการณ์ทางการแพทย์ เช่น ระบบช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายรังสี ที่สามารถระบุโรคได้ภายในไม่กี่วินาที เพิ่มความแม่นยำถึง 40% รวมถึงระบบตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ช่วยจับสัญญาณหัวใจภายใน 3 วินาที ซึ่งถือเป็น “ผู้ช่วยทีมแพทย์” ที่ทำงานคู่กับแพทย์จริง

ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการสุขภาพชุมชนกว่า 400 แห่งในเซินเจิ้น ได้นำอุปกรณ์ช่วยวินิจฉัยด้วย AI เข้ามาใช้แล้ว เช่น ระบบจดบันทึกเวชระเบียนอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีประมวลภาษาธรรมชาติ (NLP) ที่รองรับได้หลายสำเนียง พร้อมระบบจัดส่งยาสมุนไพรจีนด้วยโดรน ทำให้เวลาส่งยาลดลงเหลือเพียง 6-8 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกถึง 75%

ความก้าวหน้าด้าน “AI + การแพทย์” นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนเร่งพัฒนาเซินเจิ้นสู่เมืองต้นแบบ AI ปี 2025-2026 โดยมุ่งสร้าง “โรงพยาบาลอัจฉริยะ” ที่ครอบคลุมทั้งการป้องกัน วินิจฉัย และฟื้นฟูสุขภาพ สะท้อนถึงบทบาทของ AI ที่เข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตและสาธารณสุขของประชาชนอย่างแท้จริง

รายงานจากสหประชาชาติ (UN) ชี้ ‘อิสราเอล’ จงใจ ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ ชาวปาเลสไตน์ในกาซา

(17 ก.ย. 68) คณะกรรมการอิสระของสหประชาชาติ (UN) เผยรายงานฉบับใหม่เมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ระบุว่า อิสราเอลได้กระทำการเข้าข่าย “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา โดยมีมูลเหตุเพียงพอที่จะสรุปว่า การกระทำของอิสราเอลเข้าข่าย 4 ใน 5 ลักษณะของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

รายงานความยาว 72 หน้า ระบุว่า อิสราเอลได้ทำลายศักยภาพในการสืบพันธุ์ของชาวปาเลสไตน์บางส่วน รวมถึงกำหนดมาตรการที่มุ่งป้องกันการเกิดใหม่ และจงใจสร้างเงื่อนไขการใช้ชีวิตที่นำไปสู่การทำลายล้างทางกายภาพของกลุ่มชาวปาเลสไตน์ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการละเมิดตามธรรมนูญกรุงโรมและอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

นาวี พิลเลย์ (Navi Pillay) ประธานคณะกรรมการฯ ย้ำว่าผู้นำอิสราเอลหลายราย รวมถึงประธานาธิบดีไอแซก เฮิร์ซอก และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู มีพฤติกรรม “ยุยงให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกาซาเป็นการโจมตีที่โหดร้าย ยืดเยื้อ และขยายเป็นวงกว้างที่สุดต่อชาวปาเลสไตน์นับตั้งแต่ปี 1948 พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศใช้มาตรการทุกรูปแบบเพื่อหยุดการกระทำดังกล่าว

สำหรับ ความขัดแย้งเริ่มจากเหตุโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 คร่าชีวิตชาวอิสราเอลราว 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันกว่า 200 ราย ก่อนที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ “Iron Swords” โจมตีและปิดล้อมกาซาโดยตัดน้ำ ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และเสบียง ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 65,000 คน และชาวอิสราเอลอีกราว 1,500 คน นอกจากนี้ยังลุกลามไปยังเลบานอน เยเมน และอิหร่าน

‘อัยการรัฐยูทาห์’ เดินหน้ายื่นโทษประหารชีวิต ‘ไทเลอร์ โรบินสัน’ มือลอบสังหาร ‘ชาร์ลี เคิร์ก’

(17 ก.ย. 68) อัยการรัฐยูทาห์ประกาศเมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ว่า จะเดินหน้ายื่นโทษประหารชีวิตต่อศาล สำหรับไทเลอร์ โรบินสัน (Tyler Robinson) วัย 22 ปี ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวการเมืองสายอนุรักษนิยมชื่อดัง ซึ่งเหตุเกิดระหว่างการบรรยายที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์ เมืองโอเรม สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจฟฟ์ เกรย์ (Jeff Gray) อัยการเขตยูทาห์เคาน์ตี ระบุว่า ตนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของพยานหลักฐานและความร้ายแรงของอาชญากรรม พร้อมตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งฆาตกรรมโดยเจตนา การใช้อาวุธปืน การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และการข่มขู่พยาน

โดย โรบินสันถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ และถูกคุมขังโดยไม่ให้ประกันตัว หลังพ่อแม่เป็นผู้แจ้งเบาะแสว่าบุตรชายมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเขายอมมอบตัวหลังถูกครอบครัวและเพื่อนที่เป็นอดีตนายอำเภอเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับผิด

เอกสารจากการสอบปากคำ ระบุว่า โรบินสันได้สารภาพกับครอบครัวและเพื่อนร่วมห้อง พร้อมยอมรับว่าเตรียมการมาก่อนกว่าหนึ่งสัปดาห์ มีทั้งจดหมายและข้อความแชตที่บ่งชี้ว่าเขาตั้งใจลงมือ รวมถึงอาวุธปืนไรเฟิลที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีปลอกกระสุนสลักข้อความไว้

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของเคิร์กสร้างแรงสะเทือนในสังคมการเมืองสหรัฐฯ มิตรสหายและพันธมิตรทางการเมืองของเขาต่างร่วมไว้อาลัย ขณะที่นักการเมืองฝั่งขวาอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ชี้ว่ากลุ่มซ้ายหัวรุนแรงเป็นต้นเหตุ ด้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของเคิร์กยังคงวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป จุดชนวนความขัดแย้งในสังคมอเมริกันให้รุนแรงยิ่งขึ้น

‘ลัคอิน คอฟฟี่’ เปิดร้านกาแฟจีน ‘ธีมบราซิล’ แห่งแรก!! ในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

(16 ก.ย. 68) ลัคอิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee) แบรนด์กาแฟชื่อดังของจีน เปิดร้านกาแฟธีมบราซิลแห่งแรกในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นร้านธีมบราซิลแห่งที่ 4 ของบริษัทในประเทศจีน และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชื่อมโยงการค้าและวัฒนธรรมกาแฟระหว่างจีนกับบราซิล

ปัจจุบัน ลัคอิน คอฟฟี่ มีร้านกว่า 20,000 แห่งทั่วจีน และยังประกาศแผนการครั้งใหญ่ โดยระหว่างปี 2025 ถึง 2029 จะซื้อเมล็ดกาแฟจากบราซิลรวม 240,000 ตัน มูลค่าราว 10,000 ล้านหยวน (ราว 50,000 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการจัดหากาแฟครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

สำหรับประเทศบราซิลนับเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของตลาดโลก ขณะที่ตลาดกาแฟในจีนเองก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสองประเทศมีโอกาสขยายความร่วมมือทั้งในด้านการค้าและเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ

ทั้งนี้ ลัคอิน คอฟฟี่ ยังได้ตั้งฐานปลูกกาแฟคุณภาพในบราซิล พร้อมส่งเสริมการฝึกอบรมเกษตรกรด้านการเพาะปลูกและการแปรรูปเมล็ดกาแฟ บริษัทเผยว่าอนาคตจะเปิดร้านกาแฟธีมบราซิลเพิ่มอีกกว่า 30 แห่งทั่วจีน และเตรียมจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์กาแฟบราซิล เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และขยายวัฒนธรรมกาแฟให้แพร่หลายยิ่งขึ้น

‘อิสราเอล’ เปิดปฏิบัติการถล่ม ‘กาซา ซิตี้’ ต่อเนื่อง ประชาชนกว่า 300,000 คน ต้องอพยพหนีตาย

(16 ก.ย. 68) กองทัพอิสราเอลเริ่มขยายการโจมตีทางอากาศ ทั้งในและรอบเมืองกาซาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำลายอาคารสูงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าอาคารเหล่านี้ถูกใช้โดยกลุ่มฮามาสเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการบุกเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก

การรุกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ พบกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และสนับสนุนปฏิบัติการ โดยการเคลื่อนกำลังบุกเข้าสู่เมืองเกิดขึ้นหลังจากกาซารายงานการโจมตีทางอากาศและระดมอาวุธหนักเข้าสู่ในเมืองและชานเมืองของช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลเรียกร้องให้ประชาชนในเมืองกาซาอพยพออกไป โดยมีประชาชนราว 300,000 คนอพยพออกไปแล้ว ขณะที่ยังมีอีกประมาณ 700,000 คนที่อยู่ในเมือง โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า “กาซากำลังถูกไฟเผา… เราจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น”

ขณะที่ ครอบครัวของผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซาออกมาประท้วงหน้าที่พักของเนทันยาฮู โดยเตือนว่าการขยายความรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของตัวประกัน ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า กลุ่มฮามาสอาจเคลื่อนตัวประกันไปยังพื้นที่สูงเพื่อใช้เป็น “โล่มนุษย์” ต่อต้านการบุกของอิสราเอล

‘สหรัฐฯ-จีน’ บรรลุข้อตกลง ไม่แบน TikTok แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกา

(16 ก.ย. 68) สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงกรอบการควบคุม TikTok ก่อนวันกำหนดเส้นตายให้ ByteDance ขายกิจการให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯ หรือถูกแบนภายในวันพุธนี้ (17 ก.ย.) โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศประกาศว่า TikTok จะยังคงดำเนินการในสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของบริษัทสัญชาติอเมริกัน โดยข้อตกลงนี้ได้รับการเจรจาในระหว่างการประชุมหารือการค้าที่กรุงมาดริด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าช่วยรักษาแอปที่เยาวชนชาวอเมริกันอยากให้ดำเนินต่อไป ขณะที่รายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อตกลงนี้ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าและเปิดทางให้สหรัฐฯ กับจีนสามารถเจรจาเรื่องอื่น ๆ ต่อได้

อย่างที่ทราบกันดีว่า TikTok เคยถูกเสนอให้แบนครั้งแรกในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่รัฐบาลต่อมาของโจ ไบเดน จะออกกฎหมายแบนเว้นแต่จะขายกิจการในสหรัฐฯ การบังคับใช้ถูกเลื่อนและหยุดชั่วคราวหลายครั้ง ทำให้แอปยังคงให้บริการต่อไปภายใต้เงื่อนไขใหม่

ทั้งนี้ TikTok มีบทบาทสำคัญด้านวัฒนธรรมและการเมือง โดยเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเผยแพร่เนื้อหาสำหรับผู้สนับสนุนทรัมป์และกลุ่มอนุรักษ์นิยม รวมถึงมีผลต่อการเมืองต่างประเทศ เช่น การเลือกตั้งในเยอรมนี โปแลนด์ สวีเดน และฝรั่งเศส ทำให้ TikTok ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ทั้งด้านสังคมและข้อมูลข่าวสาร

จีน ตั้งข้อหา!! Nvidia ของสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาดตลาด

(16 ก.ย. 68) จีนประกาศว่า Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาการค้ารอบที่ 4 ระหว่างสองประเทศซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด โดยฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ซึ่งออกมาระบุว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อจีน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทชิปจีน 2 แห่ง ห้ามเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จากอเมริกา ขณะที่จีนก็ใช้มาตรการตอบโต้ เช่น ชะลอการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ป้องกันประเทศ

กรณี Nvidia ถือเป็นสัญญาณชัดว่าจีนไม่อาจมองข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการเปิดทางขายชิปบางรุ่นเข้าไปยังจีนอย่างเป็นมิตรนัก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับ Nvidia และ AMD ให้แบ่งรายได้ 15% จากการขายในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแลกกับใบอนุญาตการส่งออกชิป AI รุ่นที่ถูกลดสเปกแล้วก็ตาม

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนระบุว่า Nvidia ละเมิดเงื่อนไขการเข้าซื้อกิจการ Mellanox Technologies บริษัทออกแบบชิปจากอิสราเอล ที่จีนเคยอนุมัติเมื่อปี 2020 และจะเดินหน้าสืบสวนเพิ่มเติม ส่งผลให้หุ้น Nvidia ร่วงลง 1.4% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด

แม้สหรัฐฯ จะพยายามเปิดตลาดชิป H20 ของ Nvidia ให้จีนใช้งานได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะยอมรับหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันก็มีการคาดว่าจีนอาจเข้าถึงชิปเหล่านี้ผ่านตลาดมืดอยู่แล้ว โดยชิป H20 ถูกเชื่อมโยงกับการพัฒนา DeepSeek โมเดล AI ขั้นสูงของจีนที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับซิลิคอนวัลเลย์เมื่อต้นปีนี้

‘ทรัมป์’ ชงยกเลิกรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส เปลี่ยนมาเป็นทุก 6 เดือนแทน!! เพื่อให้ธุรกิจมองภาพระยะยาว

(16 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ เปลี่ยนจากการรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส มาเป็นทุก 6 เดือน โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ผู้บริหารมุ่งเน้นการบริหารธุรกิจอย่างแท้จริง โดยขณะนี้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ประกาศให้ข้อเสนอนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน

สำหรับข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากทรัมป์เคยผลักดันมาแล้วเมื่อปี 2018 แต่ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนในเวลานั้น อย่างไรก็ตามรอบนี้ SEC แสดงท่าทีสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยโฆษกองค์กรระบุว่าเป็นไปตามเจตนาของประธานาธิบดี ที่ต้องการลดภาระด้านกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นให้แก่บริษัทต่างๆ

กระนั้น ความเห็นในตลาดยังคงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุน เช่น ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ชี้ว่าการรายงานแบบครึ่งปีจะช่วยลดภาระต้นทุนและแรงกดดันต่อบริษัท แต่ฝ่ายนักลงทุนบางส่วนและนักวิชาการกังวลว่าความโปร่งใสจะลดลง ทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น และอาจเปิดช่องให้บริษัทปกปิดข่าวร้ายได้ยาวนานกว่าเดิม

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า แม้กฎหมายจะเปลี่ยน แต่หลายบริษัทน่าจะยังคงรายงานรายไตรมาสต่อไปเพื่อสนองความต้องการของนักลงทุน 

ทั้งนี้ การรายงานผลทุกไตรมาสถูกบังคับใช้ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1970 และที่ผ่านมา ผู้นำภาคธุรกิจระดับโลกอย่างเจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase & Co. และวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ตำนานนักลงทุนและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Berkshire Hathaway ต่างก็เคยออกมาวิจารณ์ว่าการเน้นผลระยะสั้นเกินไปอาจบั่นทอนเศรษฐกิจในระยะยาว

‘จีน-ไทย’ เตรียมซ้อมรบทางอากาศในไทย เพื่อเสริมทักษะยุทธวิธีและความร่วมมือของกองทัพ

(15 ก.ย. 68) กระทรวงกลาโหมจีน (MND) แถลงว่า จีนและไทยเตรียมจัดการฝึกทางอากาศร่วมกันในประเทศไทยภายในเดือนกันยายนนี้ โดยจีนจะส่งเครื่องบินหลากหลายประเภทพร้อมกำลังป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นเข้าร่วมการฝึก

โดยการฝึกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทักษะเชิงเทคนิคและยุทธวิธีของกำลังพล ทั้งยังเป็นการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองกองทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมจีนระบุเพิ่มเติมว่า การซ้อมรบครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน พร้อมทั้งยกระดับการทำงานร่วมกันเชิงปฏิบัติของกองทัพจีนและกองทัพไทยในอนาคต

จับเป็นร้อย บอกยินดีต้อนรับ? ‘ทรัมป์’ ยันเวลคัมแรงงานและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เพราะยังมีความจำเป็นต่อสหรัฐฯ

(15 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาย้ำว่า สหรัฐอเมริกายังคง ‘ยินดีต้อนรับ’ แรงงานต่างชาติ แม้มีการบุกจับแรงงานชาวเกาหลีใต้เกือบ 500 คนที่ไซต์ก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในรัฐจอร์เจีย เมื่อ 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลและเสียงวิจารณ์อย่างหนักในเกาหลีใต้

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการทำให้นักลงทุนต่างชาติหวาดกลัวหรือเสียกำลังใจ พร้อมย้ำว่าการนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วยถ่ายทอดความรู้ถือเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอเมริกัน โดยเฉพาะในสินค้าที่ซับซ้อนอย่างชิป เซมิคอนดักเตอร์ และระบบรถไฟ

สำหรับการบุกจับครั้งนี้เป็นปฏิบัติการใหญ่ที่สุดของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE) นับตั้งแต่เริ่มมาตรการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าคนงานเกาหลีใต้จำนวนมากอยู่เกินวีซ่า หรือทำงานผิดประเภท แม้ภายหลังสหรัฐฯ จะไม่ส่งตัวขึ้นศาลฯ ดำเนินคดี แต่ภาพแรงงานถูกใส่กุญแจมือและล่ามโซ่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวเกาหลีใต้

ด้าน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง ออกมาเตือน สหรัฐฯ ว่าอาจเกิดการลังเลลงทุนในอเมริกาจากภาคเอกชน ขณะที่สหภาพแรงงานเกาหลีใต้ออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์ขอโทษอย่างเป็นทางการเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของแรงงานและนักลงทุนเกาหลีใต้ 

คนอังกฤษนับแสนทนไม่ไหว!! ออกมาประท้วงไล่ผู้อพยพ และโวยรัฐบาล...หลังทุ่มเงินให้ ‘ยูเครน’ ไม่ห่วงปากท้องประชาชน

(15 ก.ย. 68) การชุมนุมใหญ่ภายใต้ชื่อ “Unite the Kingdom” เกิดขึ้นทั่วสหราชอาณาจักร แสดงความไม่พอใจของประชาชนต่อภาระหนี้สาธารณะมหาศาล และการที่รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เพิ่มบทบาททางทหารในสงครามยูเครน นักวิเคราะห์ระบุว่าชาวอังกฤษจำนวนมากมองว่าเป็นการทุ่มทรัพยากรให้ประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยตรงของตนเอง

ปีเตอร์ แมคอิลเวนนา (Peter McIlvenna) ผู้ร่วมก่อตั้งพอดแคสต์ Hearts of Oak ชี้ว่าชาวอังกฤษเริ่มเบื่อหน่ายกับการที่เงินและกองกำลังถูกส่งไปต่างแดน ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจที่รัฐบาลสตาร์เมอร์ถูกมองว่าจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีประชาชนถูกดำเนินคดีเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นออนไลน์

ด้านเดวิด เคอร์ตัน (David Kurten) หัวหน้าพรรค British Heritage Party เสริมว่าชาวอังกฤษจำนวนมากรู้สึกเหมือนถูกละเลย เมื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำผู้อพยพจากต่างแดนเข้าเมืองจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาชญากรรม แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติหรือขวาจัดจากรัฐบาล

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าความไม่พอใจเหล่านี้สะท้อนปัญหาที่แท้จริงของรัฐบาลสตาร์เมอร์ ซึ่งกำลังเผชิญคะแนนนิยมตกต่ำ หากมีการเลือกตั้งทั่วไปในเวลานี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าสตาร์เมอร์อาจสูญเสียเก้าอี้นายกรัฐมนตรีทันที

บทเรียนประชาธิปไตย 2 ราชอาณาจักรแห่งเทือกเขาหิมาลัย ‘ภูฏาน’ คงระบอบกษัตริย์ - ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบพัฒนาชาติ

เมื่อวันที่ (14 ก.ย. 68) รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า Piti Srisangnam  ว่า ในปี 2008 ราชอาณาจักร 2 แห่งสุดท้ายบนเทือกเขาหิมาลัย เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองสู่ ระบอบประชาธิปไตย

เนปาล ราชอาณาจักรฮินดูแห่งสุดท้าย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ถูกแรงกดดันอย่างต่อเนื่องเนื่องจากปกครองแบบรวมศูนย์และละเมิดสิทธิพลเมือง ทำให้ Napali Congress ลุกฮือต่อต้านมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบบที่ราชวงศ์พยายามประสานผลประโยชน์กับฝ่ายการเมือง ความมั่งคั่งกระจุกตัวเฉพาะคนข้างบน คนข้างล่างทนไม่ได้จึงหันไปนิยมลัทธิเหมา สังคมนิยมสุดโต่ง จนเกิดเหตุการณ์สงครามกลางเมือง Maoist Insurgency ตั้งแต่ 1996 จนถึง 2006

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ปี 2001 มกุฎราชกุมารลุกขึ้นมาสังหารหมู่พระราชวงศ์ของตนเอง ตำแหน่งกษัตริย์เปลี่ยนมือ

2006 ข้อตกลงสันติภาพระหว่างราชวงศ์ นักการเมือง และขบวนการหัวรุนแรงลัทธิเหมาเกิดขึ้น หลังการประท้วงใหญ่ Jana Andolan II

2008 คือจุดสิ้นสุดของระบอบกษัตริย์ในเนปาล ประเทศเดินหน้าสู่ระบอบ Federal Parliamentary Republic แต่ละรัฐมีรัฐบาลท้องถิ่นที่มีอำนาจในท้องถิ่นตนเอง มีเมืองหลวงทำนโยบายระดับชาติ ประธานาธิบดีเชิงสัญลักษณ์ อำนาจบริหารอยู่ที่นายกฯ 

2008-2025 ประเทศลงเหวจากการผูกขาดการเมืองของนักการเมืองกลุ่มเดิม ๆ ที่ผลัดกันครองตำแหน่ง คนรวย-รวยขึ้น คนจน-จนลง เครือข่ายนักการเมืองสวาปามกอบโกยความมั่นคั่ง ทอนเงินแบ่งเงินกันในทุกระดับ ลูกหลานโชว์รวย+โชว์โง่ สร้างความเกลียดชัง

2025 ประชาชนโกรธแค้น ลุกฮือ

ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย
กษัตริย์ Jigme Singye Wangchuck (พระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน)  ประกาศในปี 2001 ในการปฏิรูปประเทศเพื่อเปลี่ยนประเทศไปสู่ระบอบ Constitutional Monarchy ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

เจ้าชายหนุ่ม Jigme Kheser Namgyel Wangchuck เดินทางออกไปเรียนหนังสือในต่างประเทศทั้งที่ สหรัฐอเมริกา ประเทศไทย และ ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 ต่อจากพระราชบิดา

ในหลายวาระ เราได้เห็นความใกล้ชิดระหว่าง 2 พระราชวงศ์ ไทย-ภูฏาน ที่ทั้ง King Jigme Singye Wangchuck (คนพ่อ) และ King Jigme Kheser Namgyel Wangchuck (คนปัจจุบัน) ต่างก็แสดงให้ประชาคมโลกได้เห็นว่าพระองค์ท่านมี ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นบุคคลต้นแบบ เป็น Role model ทฤษฎีการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการหลวงฯ กลายเป็นเครื่องมือหลักในการปฏิรูปประเทศภูฏาน

จาก 2001-2008 เราเห็นภูฏานพัฒนาดัชนีชี้วัดประเมินการพัฒนาของตนเองที่เรียกว่า Gross National Happiness (GNH) เราเห็นการปรับปรุงระบบสาธารณสุข แบบ Universal Health Coverage เราเห็นการขยายโอกาสการศึกษา เราเห็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ปี 2008 เราราชอาณาจักรพุทธแห่งสุดท้ายบนเทือกหิมาลัย ภูฏาน เปลี่ยนสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
 เราเห็นสถาบันกษัตริย์ที่ผูกพันกับศาสนาที่เป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่เข้มแข็ง เราเห็นพระราชวงศ์ที่ใกล้ชิดเป็นกันเองร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน

เราเห็น Bhutan Model ที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็น Role Model

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ประชาชน คือ เสาหลักของการพัฒนาประเทศ

ในเวลาที่โลกระส่ำ ฝรั่งเศสประท้วงเพราะรัฐบาลจะลดงบประมาณ ลดสวัสดิการ ลดวันหยุด ของประชาชน แต่ยังเอาเงินไปสนับสนุนสงคราม, อังกฤษประท้วงต่อต้านคนต่างชาติ ต่างอัตลักษณ์, สหรัฐอเมริกายิงทิ้งผู้ที่คิดต่างจากตนเอง, อิสราเอลถล่มการ์ตาทั้งที่เขาต้องการเป็นตัวกลางในการสร้างสันติภาพ... 

ผมว่าไทยเราเองต้องสร้าง model การเมือง การปกครอง การพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นของเราเอง เพื่อผลประโยชน์ของคนไทย

กองทัพสหรัฐฯ เริ่มเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในทะเลแคริบเบียน ส่ง F-35 จำนวน 5 ลำ..ลงจอดเปอร์โตริโก!! ปิดล้อม ‘เวเนซุเอลา’

(15 ก.ย. 68) สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาร้อนแรงขึ้น หลังเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 5 ลำของสหรัฐฯ ลงจอดที่ฐานทัพเดิมรูสเวลต์ โรดส์ เมืองเซบา เกาะเปอร์โตริโก ท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารในแถบทะเลแคริบเบียน โดยวอชิงตันระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปราบปรามการค้ายาเสพติดในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาออกมาประณามสหรัฐฯ หลังอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ติดอาวุธ 18 นาย ขึ้นตรวจค้นเรือประมงปลาทูน่าที่แล่นอยู่ในน่านน้ำเวเนซุเอลา และกักตัวชาวประมง 9 คนไว้กว่า 8 ชั่วโมง ก่อนถูกปล่อยตัวภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือเวเนซุเอลา

นายอีวาน กิล (Yván Gil) รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังยั่วยุเพื่อสร้างเหตุให้เกิดการปะทะทางทหารในทะเลแคริบเบียน พร้อมชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามในการผลักดันนโยบายเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในประเทศของตน

โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) สั่งระดมกองกำลังติดอาวุธและกองกำลังอาสาสมัครทั่วประเทศกว่า 284 จุดชายฝั่ง ภายใต้แผน “อินเดเพนเดนเซีย 200” โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยของเวเนซุเอลา ท่ามกลางการกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ ในภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top