Friday, 3 July 2026
NEWS FEED

'รองต่อศักดิ์' เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมซ้อมแผนคนร้ายกราดยิง Active Shooter รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ก.ค.66 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายกราดยิง (Active Shooter) โดยมีคณะครูฝึกนำโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท 1 พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.ชายวุธ ชายโอฬาร รอง ผกก.ต่อต้านก่อการร้าย บก.สปพและเจ้าหน้าที่สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 มาเป็นวิทยากร โดยมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 3- มัธยมศึกษาปีที่ 6 และคณะครู-อาจารย์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รวมฝึกภาคทฤษฎีและปฏิบัติการหนี ซ่อน สู้ 

โดยการฝึกครั้งนี้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครอง และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการ ฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุกรณีคนร้ายยิงกราด Active shooter นั้นได้แบ่งเป็น สองส่วนคือการอบรมภาคทฤษฎี และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ แบ่งเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ หัวข้อที่ 1 คือการปฏิบัติเพื่อพบ IED ระเบิด ทำให้รู้ว่าเมื่อพบวัตถุเข้าข่ายที่จะเป็นระเบิดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หัวข้อที่ 2 คือ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อสร้างความรู้เบื้องต้นในการรักษาบาดแผลและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้าย เพื่อลดการสูญเสีย และหัวข้อที่ 3 คือ การหนี ซ่อน สู้ ซึ่งจะมีการสาธิตเหตุการณ์จริงว่าเมื่อมีคนร้ายก่อเหตุยิงกราดจะมีวิธีการในการเอาตัวรอดอย่างไร

นอกจากนี้ในกิจกรรมฝึกมีส่วนสถานการณ์จำลองโดยจะมีคนร้ายเข้ามาในสถานที่ที่กำหนดแล้วกราดยิงใส่กลุ่มผู้ฝึกซ้อม เพื่อให้ผู้ฝึกซ้อมใช้ทักษะที่อบรมมาในการปฎิบัติภารกิจ โดยจะสามารถประยุกต์ใช้ในสถานที่ต่างๆ เช่น สถานประกอบการห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานที่โล่งแจ้ง เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยออนไลน์ 'ระวังคนร้ายอ้าง ThaID โหลดแอปดูดเงิน'

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.  พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนว่าได้รับข้อความสั้น (SMS) แอบอ้างแอปพลิเคชัน ThaID หลอกให้กดลิงก์ควบคุมโทรศัพท์ เพื่อโอนเงินออกไป 

พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนว่า ให้ระวังกลุ่มคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากแอป ThaID (ไทยดี) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันของกรมการปกครองในการแสดงบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านออนไลน์  โดยคนร้ายจะติดต่อผู้เสียหายหลายทาง มีทั้งการแอบอ้างทางโทรศัพท์เข้ามา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaiD ปลอม หรือส่ง SMS เข้าโทรศัพท์ผู้เสียหายในชื่อ ThaiD เพื่อให้ผู้เสียหายทำการอัพเดทให้ยืนยันตัวตน หรือ อ้างเหตุผลอื่นๆ  ผ่านลิงก์ wsc.fit/62 ซึ่งเป็น LINE Account  ชื่อ Thai ID ปลอม เมื่อพูดคุยผ่าน Line แล้วจะหลอกล่อให้ดาวน์โหลดแอพดูดเงิน ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว และคนร้ายจะทำการดูดเงินออกจากโทรศัพท์ผู้เสียหายไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนทราบ มิให้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด

หากได้รับการติดต่อทางทางโทรศัพท์หรือ SMS ดังกล่าว อย่าดาวน์โหลด หรือมีข้อสงสัย ให้โทรแจ้งสายด่วน 1441 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1548 กรมการปกครอง และหากเผลอติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมแล้ว ให้รีบตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ถอดซิมโทรศัพท์มือถือออก และแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.com

นอกจากนั้น นายชลอ อินทพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนบูรณาการฐานข้อมูลกลางภาครัฐ สำนักบริหารการทะเบียน ผู้แทนกรมการปกครองได้ชี้แจงว่ากรมการปกครอง ไม่มีช่องทางไลน์ทางการ (LINE Official Account) ในการติดต่อกับประชาชน และไม่มีนโยบายในการส่งข้อความสั้น (SMS) ไปยังประชาชนแต่อย่างใด หากประชาชนต้องการดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “ThaID” (ไทยดี)  สามารถดาวน์โหลดหรือติดตั้งผ่าน App Store หรือ Play Store เท่านั้น และสามารถลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง หรือลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่  ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ 

ทั้งนี้ประชาชน สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้จาก เว็บไซต์ www.เตือนภัยออนไลน์.com หรือโทรสายด่วน 1441 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฎิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC)

​วันนี้ (24 ก.ค.66) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการอบรมเชิงปฎิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฎิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โดยมีกำหนดการอบรมระหว่างวันที่ 23 - 27 ก.ค.66 ซึ่งในครั้งนี้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการ จนถึงผู้บังคับหมู่ ในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, ชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. บช.น./ภ.1-9 , ชุดสืบสวนดิจิทัล ศพดส.ตร.และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ รวมจำนวนกว่า 216 นาย

​โดยจุดประสงค์ของการจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการสืบสวนทางเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งในปัจจุบันอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่และทวีความรุนแรงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความซับซ้อนภายใต้การพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากสังคมยุคใหม่ได้ก้าวไปสู่ยุคข้อมูลดิจิทัลเต็มตัว จึงส่งผลให้คนร้ายพัฒนารูปแบบและวิธีการก่อเหตุโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม ที่เป็นการล่อลวงและประทุษร้ายทางเพศต่อเด็กและเยาวชน สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมมากขึ้นและการเข้าถึงอย่างง่ายดายบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งทางโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งการกระทำผิดผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนั้น การนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสืบค้นหาตัวผู้กระทำผิดมีความสลับซับซ้อน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ ทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensic Investigation) เพื่อนำมาประยุกต์ร่วมกับเทคนิคการสืบสวนพื้นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการควบคุมปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถรักษาความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานที่นำไปพิสูจน์การกระทำความผิดในชั้นศาลได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจัดการฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างทักษะการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Forensic Investigation) โดยมุ่งเน้นการแสวงหาวัตถุพยานดิจิทัลและความเชื่อมโยงต่อการกระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต และเพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้ความสามารถให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่สายงานสืบสวนสอบสวนให้เกิดความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการแสวงหาพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Evidence and Online Investigation) โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญซึ่งทรงคุณวุฒิ อาทิ ท่านจตุพร แสงหิรัญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ,ท่านอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ,อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญ Cyber Security มาให้ความรู้เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการสืบสวนเชิงนิติ วิทยาศาตร์ทางคอมพิวเตอร์ การแสวงหาวัตถุพยานดิจิทัลและความเชื่อมโยงต่อการกระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และยกระดับมาตรฐานแนวทางการปฎิบัติงาน ของข้าราชการตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

‘EA - บลูเทคซิตี้’ มอบทุนการศึกษา ปี 2566 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

(24 ก.ค. 66) กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ (EA) เดินหน้าเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรคุณภาพ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืน ด้านพลังงานสะอาดให้กับประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ภายใต้โครงการทุนการศึกษา กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เพื่อการพัฒนาบุคลากร เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) และทุนการศึกษา โครงการ Star of the Future ให้กับนิสิตและนักศึกษา ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หลักสูตรทวิภาคี ภายใต้ทุน EEC จำนวน 14 ทุน และระดับปริญญาตรี หลักสูตรสหกิจศึกษา ภายใต้ทุน EEC จำนวน 9 ทุน และ ทุน Star of the Future หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จำนวน 6 ทุน รวมเป็นทุนการศึกษาทั้งสิ้นกว่า 4,800,000 บาท ณ ห้องประชุมโชคอนันต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ. ฉะเชิงเทรา 

โดยภายในงาน คุณสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เป็นประธานในพิธี ร่วมกันกับ นางสาว กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทคซิตี้ โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติกล่าวให้โอวาทแก่นิสิตและนักศึกษา ทุนการศึกษานี้ครอบคลุมค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตร เบี้ยเลี้ยง และที่สำคัญคือ การให้โอกาสเข้าฝึกงานกับกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ สถานประกอบการที่มีมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นการสร้างความพร้อมและพัฒนาทักษะความสามารถก่อนที่จะเข้าสู่โลกการทำงานหลังสำเร็จการศึกษาต่อไป

คนไทยติดการพนันทุกรูปแบบกว่า 30 ล้านคน นักพนันหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 6-7 แสนคนทุกปี

นักวิชาการเผยแต่ละปีคนไทยเล่นพนันทุกรูปแบบกว่า 30 ล้านคน เงินสะพัดปีละ 4-5 แสนล้าน มีผู้เล่นพนันหน้าใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี 6-7แสนคน พร้อมฟันธงหวยเอ็น 3-แอล 6 แก้ปัญหาสลากขายเกินราคา-หวยใต้ดินไม่ได้!! ขณะที่คนรุ่นใหม่เมิน! เพราะชอบเล่นพนันออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟนมากกว่า

นายรัตพงษ์ สอนสุภาพ ผู้อำนวยการวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จากผลศึกษาของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า แต่ละปีมีคนไทยเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันทุกรูปแบบ 30 ล้านคน มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 300,000-400,000 ล้านบาทต่อปี และทุกปีมีผู้เล่นพนันหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 600,000-700,000 คน โดยเล่นพนันที่หลากหลาย ไม่ได้เจาะลงที่สลากกินแบ่งฯ อย่างเดียว มีพนันฟุตบอล พนันออนไลน์

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลออกผลิตภัณฑ์สลากใหม่ ทั้งสลากเลขสามหลัก หรือเอ็น 3 และลอตเตอรี่ 6 หรือแอล 6 นั้น จะไม่สามารถแก้ปัญหาสลากเกินราคา และหวยใต้ดินให้หมดไปได้ เนื่องจากหวยใต้ดินอยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน ผู้ขายมีความคุ้นเคย กับผู้ซื้อมากกว่า หาซื้อได้ง่าย มีเครดิตและส่วนลดให้ผู้ซื้อได้ด้วย ขณะที่ประเมินว่าหากรัฐบาลออกสลากเอ็น 3 น่าจะมียอดขายราวปีละ 40,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับการทำหวยบนดินสมัยรัฐบาลในอดีต ส่วนผู้ซื้อน่าจะมีทั้งกลุ่มผู้ซื้อรายเดิม ๆ ที่ซื้อทั้งหวยใต้ดินและเอ็น 3 ส่วนผู้ซื้อรายใหม่อาจ ไม่มาก เพราะเอ็น 3 ไม่น่าถูกจริตกับคนรุ่นใหม่ โดยผลศึกษาพบว่าคนรุ่นใหม่นิยมเล่นพนันออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟนมากกว่า

ทั้งนี้ สลากเอ็น 3 เหมือนจะมาแข่งหวยใต้ดิน แต่ต้องดูว่าจะกำหนดราคาเท่าไหร่ หากตั้งไว้ 50 บาท ก็ไม่ยืดหยุ่น แถมหวยใต้ดินยังมีระบบเครดิต ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง มีเจ้ามือเป็นคนในชุมชนหมู่บ้าน มีความสะดวกในการเข้าถึงผู้ซื้อมากกว่า แต่จุดแข็งของเอ็น 3 คือการขายผ่านระบบดิจิทัลอย่างเดียว จะลดความเสี่ยงของผู้ซื้อเพราะเป็นของรัฐ ถูกแล้วได้เงินแน่ มีความปลอดภัยทางข้อมูล ที่สำคัญระบบดิจิทัลยังช่วยคัดกรองไม่ให้เข้าถึงเยาวชนได้ แต่สุดท้ายเชื่อว่าหวยใต้ดินจะไม่หายไป และจะขายคู่ขนานไปกับเอ็น 3 เช่นเดิม

ส่วนสลากแอล 6 จะช่วยให้สำนักงานสลากฯ เพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลที่ขายผ่านแอปเป๋าตังได้ง่ายขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาการขายเกินราคาได้หรือไม่ เนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลมาตลอด แต่สลากยังขายเกินราคาเช่นเดิม เนื่องจากติดปัญหาเชิงโครงสร้าง คือ ตัวแทนจำหน่ายไม่ได้ขายเอง มีการนำไปขายช่วง โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ได้โควตาถาวรงวดละ 30 ล้านใบ มองว่าควรลดตัวแทนจำหน่ายแบบเก่าและหันไปเพิ่มส่วนของการซื้อจอง เพราะเป็นความต้องการของตลาดที่แท้จริง

เมื่อเสนอเรื่อง จัดสรรโควตาสลากใหม่ อาจทำให้บางหน่วยงานไม่พอใจ เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ ส่วนจะเพิ่มจำนวนสลากเข้ามาในระบบเท่าไร ดูจากตัวเลขปี 64-65 มีปริมาณสลากที่น่าจะขาดอยู่ 50 ล้านใบ ปัจจุบันมีสลากดั้งเดิมงวดละ 100 ล้านใบ ถ้าปี 67 จะเพิ่มสลากดิจิทัลเป็น 30 ล้านใบ เชื่อว่าปัญหาขายเกินราคายังอยู่ ซึ่งโดยหลักการแล้วการเพิ่มจำนวนสลากจะทำให้ราคาลดลงเรื่อย ๆ แต่ต้องเพิ่มในปริมาณที่มากพอ ส่วนเพิ่มเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาหลายองค์ประกอบ

ก.แรงงาน ติวเข้มเจ้าหน้าที่คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ร่วมทีมสหวิชาชีพ มุ่งไทยสู่เทียร์ 1

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางดรุณี นิธิทวีกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ รุ่นที่ 6 และบรรยายหัวข้อ “นโยบายการป้องกันและแก้ไขการบังคับใช้แรงงานหรือการบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน”ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และอบรมทางไกลผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมี นางสาวโสภณา บุญ – หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ

นางดรุณี กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2566 (TIP Report 2023) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยประเทศไทยได้รับการจัดระดับให้อยู่ใน Tier 2 ติดต่อเป็นปีที่ 2 ซึ่งรายงานดังกล่าวยังคงมีข้อเสนอแนะให้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้สามารถนำแนวปฏิบัติตามมาตรา 6/1 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปใช้ในการคัดแยกผู้เสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดให้ทีมสหวิชาชีพประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์เพียงพอในการปฏิบัติงานด้านการค้ามนุษย์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการคัดแยกผู้เสียหาย และเสริมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจข้อบ่งชี้ของการค้ามนุษย์ เช่น การบังคับทำงานใช้หนี้ การทำงานเกินเวลามากเกินจำเป็น การยึดเอกสารของลูกจ้างและการทำงานโดยไม่จ่ายผลตอบแทน

นางดรุณี กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านความมั่นคง โดยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ในการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการบังคับใช้แรงงาน และการนำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติฯ (NRM) นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ซึ่งเป็นการยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทยให้เทียบเท่ากับมาตรฐานขั้นต่ำในกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ค.ศ. 2000 (TVPA) ของประเทศสหรัฐอเมริกา

“กระทรวงแรงงาน พร้อมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมการอบรมจากหน่วยงานทีมสหวิชาชีพจากส่วนกลาง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั้ง 19 จังหวัด รวมจำนวนทั้งสิ้น 64 คน อบรมระหว่างวันที่ 24 - 26 กรกฎาคม 2566 เพื่อให้ผู้อบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การขับเคลื่อนการต่อต้านการค้ามนุษย์ ขจัดการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ และได้รับการจัดอันดับในรายงานการค้ามนุษย์ให้อยู่ในระดับ Tier 1 ต่อไป”นางดรุณี กล่าวท้ายสุด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ งานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2566 “ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทาน” ให้แก่ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ระหว่างวันนี้  – 11 กันยายน 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ทำบุญบริจาคชุดข้าวสารอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อม “ทำทาน” ให้ผู้ยากไร้  ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2566  โดยผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมทำบุญได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ 

1. ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง และทำบุญบริจาคข้าวสารได้ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
2. ทำบุญผ่านเว็บไซต์ทิ้งกระจาดออนไลน์:  https://pttfny.net/newsh

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารกิจกรรม และการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ กว่า 113 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเมื่อปี 2565 มูลนิธิฯ ได้ใช้งบประมาณดำเนินการไม่ต่ำกว่า 11.7 ล้านบาท และในปี 2566 นี้ หลังจากที่ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่อนคลายลง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงกำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภค ในประเพณีทิ้งกระจาดครั้งอย่างยิ่งใหญ่ เต็มรูปแบบ ทั้ง 4 จังหวัด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

‘หมอยง’ เตือน!! ไข้หวัดใหญ่ กำลังระบาดหนัก จับตา ‘เด็กเล็ก-ผู้สูงอายุ’ ป้องกันการสูญเสีย

(24 ก.ค. 66) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง ‘ไข้หวัดใหญ่ กำลังระบาดเพิ่มขึ้น’ ระบุว่า 

ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 3 ปีที่ผ่านมาไข้หวัดใหญ่มีการระบาดลดลงอย่างมาก ตามทิศทางของการระบาดของโควิด-19 ด้วยมาตรการในการป้องกันต่าง ๆ ปีนี้มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเริ่มจากไข้หวัดใหญ่ A สายพันธุ์ H3N2 และขณะนี้มีการระบาดทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ A H3N2, A H1N1 และไข้หวัดใหญ่ B อาการของโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 มีอาการเหมือนกันทุกอย่าง

ในรายที่ตรวจเอทีเคต่อโควิด-19 แล้วให้ผลลบ จำเป็นที่จะต้องตรวจถึงไข้หวัดใหญ่ด้วย ทั้งนี้เพราะไข้หวัดใหญ่เอง มียาใช้รักษาได้คือ Oseltamivir โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุ การระบาดของไข้หวัดใหญ่เริ่มจากตามโรงเรียนต่าง ๆ และกระจายออกมาได้อย่างรวดเร็วทุกคนจะต้องใส่ใจในการช่วยกันป้องกันการระบาดของโรค เช่นเดียวกับการป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อลดความสูญเสีย

‘แอร์-สจ๊วด การบินไทย’ รับมือ ‘ผดส.ไม่น่ารัก’ รอจนเครื่องจอดเยอรมนี ตำรวจเข้ารวบทันที

(24 ก.ค. 66) เฟซบุ๊ก My Pride My THAI ได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์บนสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า

เหตุเกิดบนเที่ยวบินหนึ่ง…เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19.7.2023 เดินทางจาก BKK~FRA สิ่งที่จะเล่าให้เห็นมีมุมมองให้คิดได้เยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องโพสต์นี้คืออะไร … ติดตามอ่านได้ครับ

เมื่อเที่ยวบินนี้ ออกเดินทางได้สัก 1:30 ชม. บนน่านฟ้าอินเดีย
ในขณะที่ลูกเรือเสิร์ฟเสร็จ จู่ๆ ก็มี ผดส.ชายรูปร่างใหญ่
เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ‘long-leg’ โดยไม่ได้ชำระค่าโดยสารเพิ่ม !

ลูกเรือจึงได้แจ้งว่า ให้กลับไปนั่งที่ของตนเอง แล้วยังไงก็ไม่รู้ ผดส.ท่านนั้นเริ่มมีอาการไม่พอใจ และเริ่มขึ้นเสียง ผมนั่งอยู่ห่างจากเหตุการณ์ประมาณ 8 แถว ก็เริ่มสังเกตได้ว่า เขาเริ่ม ‘ไม่น่ารัก’ แล้ว

ผ่านไป 5 นาที ผมสังเกตว่า มีลูกเรือเริ่มนำเอกสารไปชี้แจง
ปรากกฏว่า …สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ก็ได้เกิดขึ้น !

‘ผดส.’ คนนี้ เริ่มเสียงดังและ ‘ทุ่ม’ ของใส่โต๊ะ และ ทำลายเก้าอี้ฝั่งที่เขานั่ง ผมนี่แบบตกใจเลย ต้องออกตัวว่า ลูกเรือพี่เขาเป็นผู้หญิง และ สจ๊วต บนไฟล์ผู้ชายเท่าที่เห็นน่าจะยืนกันแค่สองคน !
ผมก็รู้แล้วล่ะว่า …ความ ‘ท้าทาย’ เริ่มเกิดขึ้นครับ

สิ่งแรกที่เห็นคือ … พี่สจ๊วตท่านแรกเริ่มปกป้องประตูที่เฝ้าแล้ว และเห็นว่าพี่เขาเริ่มโทรคุยกับทางนักบิน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา

ผ่านไป 10 นาที เชื่อไหมครับ ผมเตรียมไว้แล้วว่ามีจับกุมหรือมัดตัวแน่นอน ! เพราะ คุกคามคนของเราแล้ว ซึ่งผมเองก็ไม่รู้หรอกว่า ระเบียบต้องจัดการยังไง แต่ปรากฏว่า ?

สิ่งที่ผม ‘เดา’ กลับตรงกันข้าม ลูกเรือ ‘ปล่อย’ ให้เขานิ่งก่อนและ สถานการณ์ที่ตึงเครียดกลับนิ่งลง ! เฮ้ย..คืออะไร ?

ผ่านไป 10 ชม. จนถึงเสิร์ฟอาหารเช้า ลูกเรือทุกท่านดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ! งงดิ ใครๆ ก็งง ผดส.ท่านนั้น ยังเดินมาขอกล้วย กาแฟ และ ทำมาคุยกับคนอื่นได้ เสมือนหนึ่งว่าสิ่งที่เขาทำ เหมือนแค่ฝันไป แต่…

ทีมนักบิน และ ลูกเรือทุกคน ได้ทำการ ‘วางแผน’ ไว้อย่างเรียบร้อยแล้วครับ
ก็คือ … พอเครื่องแตะพื้นปุ๊ปเว้ย จอดเสร็จปุ๊ปใช่ป่ะ
กัปตันประกาศว่า “ท่าน ผดส.โปรดนั่งอยู่กับที่” อย่าเพิ่งลุก
พอรอได้ 2 นาที

จนท.ตำรวจเยอรมันนี 5 นาย อาวุธครบมือ เดินไปยังตำแหน่งของคนนั้น และเข้าจับกุมทันที !
นี่คือกระบวนการที่ทาง กัปตันได้ปรึกษากันแล้วว่า

ถ้าเรา ใส่กุญแจมือ ในช่วงเวลาที่เขาก่อกวน มีการ ‘บาดเจ็บ’ แน่นอน เพราะเขาตัวใหญ่ และไม่ได้เมาด้วย ! ทางทีมจึงเห็นว่า ปล่อยไปก่อน รอเครื่องลง เจอกัน !

จากเหตุการณ์นี้ ที่ผมแอบสังเกต ตั้งแต่เกิดเรื่อง จนถึงปลายทางนั้น ผมปรบมือให้เลยครับ กับการตัดสินใจของหัวหน้าพนักงานต้อนรับ ทีมีความเป็นมืออาชีพมากๆ

ที่ชั่งดูแล้วว่า อะไรควรทำบ้าง สุดยอดครับ ปรบมือให้
สุดท้าย เรื่องที่เกิดขึ้น คงฝากเป็น ‘ประสบการณ์’ ให้พี่ๆ ทุกท่าน ลูกเรือทุกคน และ การบินไทย 🇹🇭 ของเรานั้น ยังคงเป็นสายการบินที่ผมเชื่อมั่นและไว้ใจครับ

สุดยอดครับ ..
19:07:2023

แฟรงค์เฟริต, เยอรมันนี
PS.ผมได้ใส่รูปบางส่วนในคอมเม้นใต้ภาพ และ ผมได้ให้กำลังใจลูกเรือทุกท่านเป็นลายลักษ์อักษรครับ — at Frankfurt Airport

Cr: ขอบคุณเรื่องจาก FB: Kitiphong Santiwatr

อีอีซี เสริมพลังเยาวชน สร้าง EEC2 Young Leaders เยาวชนแกนนำ รักษาสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรม มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน

​เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2566 นางธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการสายงานพื้นที่และชุมชนและสายงาน
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)  เป็นประธานเปิดโครงการเสริมศักยภาพเครือข่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี สแควร์ ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง มีครูและเยาวชนจาก 6 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 50 คน โดยนางธัญรัตน์ อินทร เน้นย้ำให้เด็กๆ รู้จักโครงการสำคัญของ อีอีซี เพื่อพร้อมปรับตัวและพัฒนาทักษะรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น และพัฒนาตนเองสู่นักนวัตกร เพราะอนาคต

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการผลิตย่อมส่งผลต่อการจ้างงาน การจ้างแรงงานไร้ฝีมือจะลดลง แต่จะเน้นบุคลากรที่มีสมรรถนะตรงกับเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่เปลี่ยนไป สิ่งสำคัญคือความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะเป็นสมรรถนะที่มีความต้องการสูงมากในอนาคต  

​สำหรับโครงการ อีอีซี สแควร์ ได้ดำเนินการพัฒนาเยาวชนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยในปี 2566 ได้จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะและศักยภาพเยาวชน อีอีซี สแควร์ ให้เป็น “เยาวชนแกนนำ” ระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2566 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อป้องกันปัญหาจากสิ่งแล้วล้อมมากกว่าแก้ไข ซึ่งมีกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการเกษตร และใช้นวัตกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง และการศึกษาดูงานที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi จังหวัดระยอง เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ อีอีซี เพื่อให้เยาวชนได้เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ ซึ่งครูและเยาวชนให้ความสนใจอย่างมากและพร้อมจะนำประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ ไปขยายผลคิดริเริ่มโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนของตนเอง ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top