Friday, 3 July 2026
NEWS FEED

‘ปิยบุตร’ ชื่นมื่น ฉลองครบรอบแต่งงาน 7 ปีกับภรรยาชาวฝรั่งเศส ชาวเน็ตอวยแซะ!! ขอให้รักสดใส มีลูกชายหญิงเหมือน ‘เพนกวิน-รุ้ง’

(6 ส.ค. 66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ได้ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวชื่อ ‘Piyabutr Saengkanokkul’ พร้อมแนบรูปที่ถ่ายคู่กับภรรยาชาวฝรั่งเศส ระบุข้อความว่า…

“ครบรอบ 7 ปีแต่งงาน 🧡🧡🧡🧡🧡🧡🧡”

ภายหลังจากทวีตข้อความไปแล้ว ก็มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นและอวยพรมากมาย เช่น 

- น่ารักค่อดๆ อะค้าบ
- Happy Anniversary! ครับ
- มีความสุขตลอดไปนะคะอาจารย์
- อาจารย์ป๊อกมีความสุขมากๆ ค่า🧡🙏🏻🎉 happy anniversary 🍾

นอกจากนี้ ก็ยังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยเช่นกัน เช่น

- ขอให้ได้ไปอยู่ฝรั่งเศสเมืองในฝันโดยเร็วครับ
- ขอให้มีลูกที่น่ารักเหมือนน้องหยกนะบองป๊อก ✨✨✨✨✨🥰
- มีลูกให้เหมือนนังหยกเด็กนรก ที่ทุกวันนี้พวกคุณเข้าไปล้างสมองจนกู่ไม่กลับ ขออวยพรให้ ดั่งที่เราให้พร
- ขออวยพร ใครที่ทำร้ายชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้ได้รับแต่ความฉิบหาย 7 ชั่วโคตร...นะฉิบหาย โมตายโหง พุทเข้าโลง ธาดับสูญ ยะสลายกลายเป็นดิน...

- ขอให้ภรรยาคุณเหมือนคุณเจี๊ยบ อมรรัตน์ ขอให้ถ้ามีบุตรและธิดาขอให้มีนิสัยแบบแพนกวินกะหยก และสุดท้ายขอให้คุณปิยบุตรสมหวังได้ไปที่ชอบ ที่ชอบ สาธุ

- ขออวยพรให้คู่ของอาจารย์ ซื่อสัตย์ต่อกันเหมือนคุณเอกซื่อสัตย์ต่อภรรยา ขอให้ภรรยาของอาจารย์ใจกว้างต่อบริวารเหมือนคุณเจี๊ยบปฏิบัติต่อสารถี ขอให้มีบุตรชายหญิงที่มีพยาธิสภาพน่ารักเหมือนน้องกวิ้น-น้องรุ้งและมีกิริยาน่าเอ็นดูเหมือนน้องหยก มีวาจาคมคายเหมือนคุณไอซ์ค่ะ 🤗🤗🤗

ตร.ไซเบอร์รวบแก๊งหลอกขายกล่องสุ่ม อ้างโอน 1 พันได้รถยนต์ สุดท้ายหมดตัวกว่า 2 แสน

สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ว่ามีคนร้ายสร้างเพจปลอมชื่อ “เเม่ตั๊ก กรกนก”  อ้างเป็นอินฟลูเอนเซอร์ร้านทองชื่อดัง โพสต์โฆษณาจำหน่ายกล่องสุ่ม โดยให้โอนเงินตั้งแต่หลักพันขึ้นไป เพื่อลุ้นรางวัลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ เงินสด ไปจนถึงรถยนต์ เป็นต้น

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินสั่งชื้อกล่องสุ่ม ในราคา 1,000 บาท ในครั้งแรก ต่อมา คนร้ายหลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ โดยมีข้อแม้ว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินค่าจดทะเบียน และยังอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อให้โอนเงินค่าดำเนินการอื่นๆ เพิ่มเติมอีก ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 283,457 บาท สุดท้ายโดนบล็อกและไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีดังกล่าว

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัตน์ตา ผบก.สอท.5 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้

ต่อมา พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม ผกก.1 บก.สอท.5 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม น.ส.กรวรรณฯ อายุ 44 ปี บตามหมายจับศาลอาญาชาวกรุงเทพ โดยควบคุมตัวได้บริเวณหน้าตลาดสายเนตร แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จึงนำส่งพนักงานสอบสวน  กก.3 บก.สอท.1 เพื่อนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดกระบี่ ตามขั้นตอนต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้กำลังใจพี่น้องที่ประสบภัยจากเหตุโกดังเก็บพลุระเบิดที่ตลาดมูโนะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะมาเยี่ยมและให้กำลังพี่น้องที่ประสบภัยจากเหตุโกดังเก็บพลุระเบิดที่ตลาดมูโนะ อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส  มอบเงินให้กับญาติผู้ที่เสียชีวิต จำนวน 11 ราย เยี่ยม ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก จำนวน 10 ราย มอบวัสดุสร้างบ้านปูนซีเมนต์จำนวน 1,000 ถุงสังกะสี 1,000 แผ่น และอิฐบล็อคจำนวน 12,000 ก้อน ตลอดจนเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ สนามกีฬา อบต.มูโนะ 

ในการนี้ รัฐมนตรีฯ ได้ไปพบเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่ด่านศุลกากรสุไหงโกลก เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวในโอกาสต่อไป

เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยมีนบุรี  กระบวนการยุติธรรมทางเลือก ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งภาคประชาชน

วันที่ 5 สิงหาคม ที่หมู่บ้านพนาสนธิ์ การ์เด้นโฮม 4 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯอาจารย์ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) เป็นประธานร่วมกับคุณรัตนาภรณ์ ปานรัตน์ ประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน(นิมิตรใหม่)แขวงมีนบุรี ทำพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน(นิมิตรใหม่)

โดยช่วงเช้าได้มีพิธีการสงฆ์ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ จากนั้นทำพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมทั้งลงนาม MOU ร่วมกับมูลนิธิสถาบันศึกษาและ พัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) 

ทั้งนี้ อาจารย์ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพรบ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทพศ.2562 ให้กับกรรมการศูนย์ไกล่เกลี่ย และผู้เข้าร่วมงาน รวมทั้ง ส.ส.วิชาญ มีชัยนันท์ ได้รับฟัง

คุณรัตนาภรณ์ ปานรัตน์ กล่าวว่า สาเหตุที่นำบ้านมาใช้เป็นศูนย์ไกล่เกลี่ย เพราะเราไม่ใช่หน่วยราชการที่ทำกันทั่วๆไป เพราะบ้านสามารถรับเรื่องได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ปิดกั้นใครที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ 

ด้านอาจารย์ประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิสถาบันศึกษาและ พัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) ก่อตั้งขึ้น 10 กว่าปีแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมช่วยเหลือให้การแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางการไกล่เกลี่ย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ และสังคมไทย เพื่อเกิดความสงบสุขสมานฉันท์ 

การที่มูลนิธิฯได้มาเซ็น MOU ครั้งนี้ มุ่งเห็นว่าศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนเป็นหน่วยงานภาคเอกชน ที่เกิดจากผู้มีจิตอาสา น่าจะเข้าถึงประชาชน ที่มีปัญหาข้อพิพาท สามารถหาข้อยุติความขัดแย้ง ทางมูลนิธิฯจึงอยากสนับสนุนองค์ความรู้และเทคนิคด้านต่างๆ ให้กับผู้ที่จะมาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้มูลนิธิฯยังจัดอบรมให้ความรู้การไกล่เกลี่ยร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ให้หน่วยงานรัฐ และสถานศึกษา ไปหลายรุ่น

การแก้ปัญหาข้อพิพาท โดยที่ไม่มุ่งไปที่ศาลอย่างเดียว หันมาใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือก สามารถลดความขัดแย้งกับความเห็นต่างลงได้ 

‘ป่าภูเขียว-อช.น้ำหนาว-ภูกระดึง’ ได้ขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียน ภาครัฐฯ พร้อมเดินหน้าคุ้มครอง-รักษาสภาพธรรมชาติอย่างยั่งยืน

(5 ก.ค. 66) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 34 (34th Meeting of the ASEAN Senior Officials on the Environment : 34th ASOEN) วันที่ 1 สิงหาคม 2566 ได้พิจารณารับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park : AHP) ของประเทศไทย จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นอุทยานมรดกอาเซียนแห่งที่ 56 
- อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นอุทยานมรดกอาเซียนแห่งที่ 57

ได้พิจารณารับรองให้โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน เข้ารับรางวัลโรงเรียนที่มีกระบวนการจัดการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมดีเด่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ กลุ่ม ASEAN ‘ASEAN Eco-Schools’ ระดับมัธยมศึกษาและระดับประถมศึกษา รวมทั้งรับรองให้นายมนตรี เจือไธสง เข้ารับรางวัลนักวิจัย / ครูผู้สอนสิ่งแวดล้อมศึกษาดีเด่น ระดับชาติและระดับนานาชาติ กลุ่ม ASEAN ‘ASEAN Youth Eco-Champions Award’

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียน ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลันและอ่าวพังงา กลุ่มป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง และอุทยานแห่งชาติเขาสก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการนำเสนอ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 หลายภาคส่วนได้ร่วมกันเตรียมเอกสารนำเสนอข้อมูลพื้นที่ ตลอดจนเร่งระดมสรรพกำลังเพื่อให้สามารถผ่านเกณฑ์การประเมินได้ ซึ่งไทยมีความโดดเด่นหลายประการ อาทิ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ มีพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น

“โลกมีการตื่นตัวเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและเร่งพัฒนาแนวความคิดของคนไทยอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ การสนับสนุนให้พื้นที่ในประเทศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นพื้นที่คุ้มครอง รักษาสภาพธรรมชาติ ร่วมกับให้เกิดประโยชน์กับมนุษย์ควบคู่ไปด้วย ซึ่งอุทยานแห่งชาติจะช่วยรักษาสภาวะสมดุลธรรมชาติ พร้อมกันนี้ รัฐบาลสนับสนุนให้ระบบการศึกษาไทยให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม สร้างการตระหนักรู้ตั้งแต่เยาวชน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะส่งผลต่อการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต” นางสาวรัชดาฯ กล่าว

‘ครูใหม่’ ได้บรรจุที่โรงเรียนในชุมชนไร้แผ่นดิน-น้ำประปาไม่มี แต่จะสู้ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู เพื่อนักเรียน 28 ชีวิต

เมื่อไม่นานนี้ ได้มีผู้ใช้งาน TikTok บัญชี kongphop_q แชร์เรื่องราวของคุณครูบรรจุใหม่ท่านนึง ที่ได้เล่าเรื่องราวการบรรจุครูครั้งแรกของตัวเอง ซึ่งขอบอกเลยว่า การมาบรรจุและสอนที่นี่เป็นอะไรที่มีความท้าทายมากๆ เรียกว่าเป็นคุณครูที่มี ‘จิตวิญญาณเต็มเปี่ยม’ ถึงเส้นทางจะดูไม่เรียบหรู ออกแนวจะต้องมีความลำบากในการใช้ชีวิต แต่คุณครูก็พร้อมที่จะสู้ไปพร้อมกับเด็กนักเรียนเลยทีเดียว

โดยคุณครูได้บรรยายคลิปเพิ่มเติมว่า “เมื่อเราได้บรรจุเป็นครูโรงเรียนกลางน้ำ นี่มันคิดถึงวิทยาชัดๆ”

ซึ่งในคลิปคุณครูได้เล่าว่า ได้บรรจุที่โรงเรียนวัดบางชัน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่บนชุมชนไร้แผ่นดิน ซึ่งคุณครูหาที่ติดต่อทางโรงเรียนไม่ได้ ไม่มีข้อมูลพื้นฐานบนโลกออนไลน์เลยด้วย โดยคุณครูได้ทำการติดต่อที่พักโฮมสเตย์ในพื้นที่ และขอข้อมูลติดต่อผู้ใหญ่บ้าน และก็ได้รู้ว่า ที่นั่นไม่มีน้ำประปา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวย มีเรือขายน้ำจืด ที่พักเสียค่าน้ำและค่าไฟเอง แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่สละสิทธิ์ โดยคุณครูคิดว่าถ้าสละสิทธิ์แล้วเด็กนักเรียนที่นั่นจะมีครูสอนมั้ย เพราะเด็กที่นั่นมีนักเรียนเพียงแค่ 28 คน มีครูอยู่ 4 คน

หลังจากที่คลิปของคุณครูได้ถูกแชร์ออกไป ก็เรียกว่ากลายเป็นคลิปไวรัลที่มียอดเข้าชมมากกว่า 3.1 ล้านครั้ง ยอดไลก์มากว่า 326,000 ครั้ง และยังมีคอมเมนต์อีกมากมายที่เข้ามาชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับคุณครูกันอย่างล้นหลาม เช่น

“เชื่อว่าครูที่มีแพชชั่นในการสอนมีเยอะมาก แต่สิ่งที่ขาดคือการสนับสนุนด้านศึกษาทั้งฝ่ายผู้เรียนและผู้สอนจากรัฐบาล”
“ขอให้เป็นที่รักของเด็กๆและผู้ปกครองนะ”
“จันทบุรียินดีต้อนรับค่ะ ถึงจะลำบากหน่อย แต่คนที่นี่น่ารักนะคะ”

‘ตะวันฉาย’ ต่อยคิกบ็อกซิ่งครั้งแรก ในศึก ONE Fight Night 13 โชว์หวดแข้งซ้ายน็อกนักชกจอร์เจีย ยก 3 คว้าโบนัส 1.75 ล้านบาท!!

(5 ส.ค. 66) ‘ตะวันฉาย’ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ราชันมวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ซึ่งย้ายข้ามมาทำการแข่งขันในกติกาคิกบ็อกซิ่ง เป็นครั้งแรก ในศึก ONE Fight Night 13 ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยพบกับ ‘ดาวิต คิเรีย’ นักชกรุ่นเก๋าชาวจอร์เจีย

โดยยกแรก เป็น ตะวันฉาย ที่ดักเตะแข้งซ้ายเข้าลำตัว เเละเจาะยาง ทำให้ ดาวิต คิเรีย ออกอาวุธไม่ถนัด แม้จะเป็นฝ่ายเดินเข้าหา เข้าสู่ขึ้นยก 2 ดาวิต คิเรีย ยังเดินเข้าหาต่อยหมัดหวังเผด็จศึกให้ได้ แต่ยังถูก ตะวันฉาย ที่ดักเตะซ้าย เข้าลำตัวอย่างหนักหน่วง ก่อนจะต่อยซ้ายตรงจน ดาวิต คิเรีย ก้นเตี้ย แต่ทว่าช่วงปลายก มีจังหวะที่ ดาวิต คิเรีย ต่อยเข้าใบหน้าตะวันฉายได้ลุ้นเลยทีเดียว

ทว่าขึ้นยกที่ 3 ตะวันฉาย ได้โอกาสเตะซ้ายเข้าลำตัว ดาวิต คิเรีย เป็นจังหวะที่โดนแขนของ ดาวิต เอาชนะ TKO ไปได้ในยกที่ 3 รับโบนัส 50,000 หมื่นเหรียญ (1.75 ล้านบาท) พร้อมประกาศพร้อมเจอ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ

‘บิ๊กป้อม’ เตรียมนำทีม พปชร. ลงใต้ ลุยนราธิวาส 7 ส.ค.นี้ เยี่ยม ปชช.-ผู้บาดเจ็บ เหตุโกดังพลุระเบิด พร้อมให้กำลังใจ จนท.

(5 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า พล.อ.ประวิตร พร้อมนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิด ในพื้นที่ตำบลบ้านมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และให้กำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน ในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 10.40 น. ที่ศูนย์บัญชาการพื้นที่เกิดเหตุ ตำบลบ้านมูโนะ อำเภอสุไหง โก-ลก จังหวัดนราธิวาส จากนั้นเวลา 12.00 น. จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บและให้กำลังใจทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงาน ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ก่อนเดินทางกลับกทม.ในวันเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตร จะเป็นประธานประชุม สส.พรรค พปชร.วันที่ 8 ส.ค.นี้ หลังจากที่งดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากติดช่วงวันหยุดยาว โดยจะหารือถึงสถานการณ์ทางการเมือง และทิศทางของพรรค พปชร.ในการโหวตนายกฯ รวมถึงติดตามการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ มีรายงานว่าวันในการประชุม สส.ได้เตรียมอวยพรวันเกิดให้ พล.อ.ประวิตร เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 78 ปี วันที่ 11 ส.ค.ที่จะถึงนี้

‘ดร.สุวินัย’ เตือน!! หากเยาวชนยังเชื่อคำพูดของ ‘ผู้นำทิพย์’ ชีวิตที่อ่อนต่อโลก ย่อมเดินเข้าสู่ด้านมืดและวิถีมืดโดยง่าย

(5 ส.ค. 66) ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ‘วิถีก้าวไกล : วิถีมืดของกูรูมืด’ โดยระบุว่า…

ถ้าเชื่อคำพูดของ ‘ผู้นำทิพย์’ จอมกะล่อนที่ภาพลักษณ์ดีอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ชีวิตของเยาวชนที่อ่อนต่อโลก ย่อมเดินเข้าสู่ด้านมืดและวิถีมืดได้โดยง่าย

วิถีมืดของกูรูมืดพวกนี้ มีลักษณะร่วมกันอยู่ 4 อย่างคือ

‘หลอกลวง ครอบงำ ควบคุม และครอบครอง’

1.) อย่างแรก คือ ‘โกหก หลอกลวง’ ถ้าเป็นยุคนี้คือการหลอกลวงผ่านเฟคนิวส์ เงื่อนไขนี้มาก่อนเลย ถ้าหลอกลวงด้วยเฟคนิวส์ได้แล้ว

2.) สิ่งที่ตามมาอย่างที่สอง คือ ‘การครอบงำความคิดของสาวก’ ที่หลงเชื่ออย่างเนียนๆ แทบไม่รู้ตัวในโลกโซเชียลโดยเฉพาะ TikTok กับทวิตเตอร์… จนถลำลึกมากยิ่งขึ้นทุกที

TikTok กับทวิตเตอร์จึงเป็นเครื่องมือที่สะดวกที่สุดในยุคนี้ในการครอบงำความคิดของสาวก

พอครอบงำความคิดจนเกิดอุปทานหมู่ หลงเชื่อตามๆ กัน โดยมีกลไกหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อที่ตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดเวลา

3.) ก็จะมาสู่อย่างที่สามคือ ‘การควบคุมพฤติกรรมของสาวก’ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านการ ‘ชี้นำพฤติกรรม’ ให้แชร์ ให้ทวิต ติดแฮชแท็ก แบบแห่ตามกันเป็นฝูง

4.) ขั้นต่อไปคือ ‘ยุยงให้ใช้ hate speech’ พาไปเอาทัวร์ลง บูลลี กดดัน ถล่มผู้คนที่เห็นต่าง ไม่ทำตามใจพวกตน

โดยที่ในขั้นสุดท้ายนี้ คือ ‘การครอบครองร่างกายและชีวิตจิตใจรวมทั้งจิตวิญญาณของผู้นั้นอย่างสิ้นเชิง’

จะใช้ให้ทำอะไรก็ได้ จะให้ก่อการร้าย ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือจะให้ฆ่าตัวตายรวมหมู่ก็ยังได้

กูรูมืดมีหลายระดับและหลายวงการก็จริง แต่แค่หลอกลวงด้วยเฟคนิวส์ก็ถือว่าเริ่มเข้าสู่วิถีของกูรูมืดเต็มตัวแล้ว

สังคมที่ปล่อยให้เฟคนิวส์อาละวาด โดยที่ทางการอ่อนแอทำอะไรไม่ได้เลย

คือสังคมที่อ่อนแอทางสติ อ่อนแอทางปัญญาความคิดวิเคราะห์ และอ่อนแอทางจิตวิญญาณ

มหาวิทยาลัยที่ปล่อยให้พวก ‘กูรูมืด’ มาล้างสมองนักศึกษาใหม่ของตน โดยไม่แยกแยะกลั่นกรองให้ดีก่อน

มหาวิทยาลัยนั้นย่อมตกต่ำทางจิตวิญญาณ จนเกินกว่าจะมาชี้นำสังคมด้วยสติและปัญญาญาณเหมือนในอดีตได้

มหาวิทยาลัยแห่งนั้นได้ทำตัวเองให้เสื่อมเองแท้ๆ

คนยุคนี้ ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาท เพราะกูรูมืดแฝงอยู่ในทุกวงการ

ในทางการเงิน กูรูมืดคือเจ้าพ่อแชร์ลูกโซ่ หรือ เทรดเดอร์โฟโต้ช็อปที่สร้างภาพว่าเป็นเทพ

ในทางการเมือง กูรูมืดคือพวกแกนนำในขบวนการทางการเมืองที่สร้างวาทกรรมปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังประเทศตนเอง และสถาบันหลักๆ ของประเทศอาฆาตอย่างรุนแรง แถมยังขายชาติด้วยการคิดชักศึกเข้าบ้าน

จงอย่าให้ชีวิตของตนเองและครอบครัวต้องพังพินาศ เพราะหลวมตัวไปหลงเชื่อกูรูมืด เข้าสู่วิถีมืดเป็นอันขาด

ถ้าใช้หลักเกณฑ์ 4 ข้อ เรื่อง ‘หลอกลวง ครอบงำ ควบคุม ครอบครอง’ ที่ยกมาข้างต้น คงน่าจะช่วยแยกแยะได้ว่าใครเป็นกูรูมืด

แต่ถ้ายังไม่ได้คิด หรือคิดไม่ได้ ก็ต้องเตรียมรับผลกระทบในชีวิตที่จะตามมา

‘เอกชน’ ยัน!! พร้อมทำงานทุกขั้ว วอนตั้งรัฐบาลใหม่เร็วที่สุด หวั่นยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจ พร้อมเร่งเดินหน้าวางแผนรับมือ

(5 ส.ค. 66) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้พิจารณากรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกำหนดวันนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 ส.ค. จากเดิมวันที่ 3 ส.ค. ว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทำให้ศาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี และการฟอร์มคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ยังอยู่ในช่วงเวลาที่เคยประเมินไว้ ซึ่งยังไม่ถือว่าล่าช้าจนเกินไป

ทั้งนี้ หากศาลมีคำสั่งว่ากรณีดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าหลังจากนั้น รัฐสภาคงจะดำเนินการให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุดต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นวันที่ 17-18 ส.ค. 2566ดังนั้นอาจจะได้ ครม.ชุดใหม่ ช่วงปลายเดือน ส.ค.- กลางเดือน ก.ย. หากไทม์ไลน์เป็นเช่นนี้ ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่ คงจะต้องเร่งจัดทำงบประมาณประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อดึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนกรณีหากศาลมีคำสั่งว่าการดำเนินการของรัฐสภาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ก็คงต้องรอความชัดเจนว่า จะส่งผลให้การเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีทิศทางเป็นอย่างไร และมีช่วงเวลานานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องมาประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง แต่เชื่อมั่นว่าศาลจะมีการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ด้วยความรอบคอบและรวดเร็วที่สุด เพราะการมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเร็ว เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากในสถานการณ์เช่นนี้

สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเองนั้น นายสนั่น มองว่า ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะต้องดำเนินกระบวนการตามกรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ และหาก พท. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจนสำเร็จ ก็เชื่อว่าน่าจะสามารถเร่งดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจได้ทันที เพราะ พท. เคยมีประสบการณ์ในด้านการบริหารประเทศมาก่อนหน้านี้ และหลายนโยบายในสมัยที่เป็นรัฐบาลก็สามารถดำเนินการจนประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ดี ในส่วนประเด็นความเห็นต่างและการชุมนุมที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิทธิของประชาชนที่จะแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย โดยหากไม่มีการชุมชนที่ยืดเยื้อ หรือสถานการณ์ที่รุนแรง ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

“ภาคเอกชนนั้น ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็พร้อมทำงานร่วมกัน โดยที่ผ่านมาได้ส่งสัญญาณต่อเนื่องว่า สิ่งสำคัญคือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งล่าช้ายิ่งไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจประเทศ” นายสนั่นกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top