Thursday, 2 July 2026
NEWS FEED

ผบ.ทรภ.1 เยี่ยมกำลังพลและครอบครัว ในสังกัดสังกัด รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สร้างขวัญกำลังใจ

พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมกำลังพลและครอบครัว ในสังกัดทัพเรือภาคที่ 1 ที่เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จำนวน 2 นาย 1. พันจ่าเอก วรวุฒิ ยันตะพันธ์ (ภรรยาคลอดบุตร) 2. พลทหาร วีระพล  มรรคผล (ผ่าตัดไส้ติ่ง) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล และ ครอบครัวของผู้ใต้บังคับบัญชา “ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องมีขวัญ กำลังใจ และสวัสดิการที่ดี”

การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ “ผู้บังคับหน่วยต้องให้ความสนใจ ดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างสม่ำเสมอ

พังงา หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ส่งชุดครูฝึกฯ ฝึกทบทวน USAR TEAM

ที่ กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งและกองพันรักษาฝั่งที่ 11 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3,นาวาโท ศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 ,นาวาโท กัณฑภณ ศุกระรงคะ ผู้บังคับกองพันรักษาฝั่งที่ 11,นาวาโท พุทธพร สุขอนันต์ รองผู้บังคับการ กองฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลและชายฝั่ง และชุดครูฝึกค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง(USAR TEAM)ได้ฝึกการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติฝึกทบทวน USAR TEAM 

เป็นการพัฒนาศักยภาพการกู้ชีพและแนะนำอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยโดยระบบเชือกขั้นพื้นฐาน และการบำรุงรักษาอุปกรณ์,ระบบบัญชาการณ์เหตุการณ์ และการปฏิบัติงานค้นหาและกู้ภัย,การใช้เปลตะกร้าและเปลSked, การค้นหาและกู้ภัยอย่างรวดเร็ว( ASR3 )การค้นหาทางกายภาพ,เทคนิคการตัดเจาะ,เทคนิคการเคลื่อนย้ายวัตถุหนักออกจากผู้ประสบภัยและการทำระบบเชือกในแบบต่างๆผู้เข้าฝึกในครั้งนี้จำนวน 36 คน การอบรมครั้งนี้อบรมตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566ถึง 2 ธันวาคม2566 รวมเป็นระยะเวลา 11 วันและวันนี้มีการตรวจเยี่ยม ชมการสาธิตต่างๆ การกู้ภัยให้กับ ชุด USAR TEAM ของกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 และมีหน่วยงานต่างๆเข้าชม การสาธิตครั้งนี้ด้วย

นาวาโท ศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กล่าวว่า การจัดตั้งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue: USAR) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถสำหรับเป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสนับสนุนในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ในส่วนงานด้านการค้นหาและกู้ภัยหรือ สปฉ.9โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งจะถูกสถาปนาขึ้นเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการค้นหาและกู้ภัยของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเมื่อเกิดสาธารณภัยระดับ 3และ 4 และ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด สำหรับสาธารณภัยระดับ 1 และ 2 ดังที่ระบุไว้ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ผบ.ทร. และหน่วยควบคุมทางยุทธการโดย ผบ.ทรภ.3 ที่ต้องการมีหน่วยที่จะใช้งานในการค้นหาและช่วยชีวิตในเขตเมืองในภาวะวิกฤติ นอกจากกำลังพลของ ทร.ปกติที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนทุกครั้งเมื่อเกิดความเดือดร้อนต่างๆ ที่กระทำในทันทีที่มีภัย  ดังนั้น สอ.รฝ.จึงได้จัดให้มีชุดครูฝึก USAR 

เพื่อมาทบทวนและเพิ่มขีดความสามารถให้กับกำลังพลชุด USAR ในพื้นที่ ได้เกิดความมั่นใจในการดำเนินการเมื่อมีภัยเกิดขึ้นในพื้นที่ และ ชุด USAR ที่เป็นกำลังพลของ พัน.สอ.22 และ พัน.รฝ.11ที่จัดเตรียมไว้สำหรับใช้สนับสนุนงานการค้นหาและช่วยชีวิตในเขตเมืองที่สามารถใช้ทำงานร่วมสนับสนุนการช่วยชีวิตประชาชน เมื่อเกิดภัยได้อย่างทันทีที่ได้รับการร้องขอจากจังหวัดภูเก็ต และพังงา เพื่อให้การค้นหาและช่วยชีวิตใน เขตเมืองในพื้นที่ภูเก็ต พังงา มีประสิทธิภาพและทันท่วงที และมีกำลังพลที่รับการฝึกจัดจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 และกองพันรักษาฝั่งที่ 11 หน่วยละ 1 ทีม ๆ ละ 18 นาย ประกอบด้วยนายทหารสัญญาบัตร 1 นาย และนายทหารประทวน จำนวน 17 นาย โดยได้รับการสนับสนุนทีมครูฝึกจาก สอ.รฝ. ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ร่วมกับ สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาและทีมกู้ภัยทางสูงจาก เซาท์เทิร์น โรปทีม (Southern Rope Team)ตัวแทนจาก ระนองและพังงา

สำหรับผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้จัดการอบรมภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือครั้งนี้เป็นการอบรมครั้งที่ 2 และครั้งนี้ทางกองพันรักษาฝั่งที่ 11เป็นชุดออกปฏิบัติงานหลักร่วมกับกองพันต่อสู้อากาศยาน ที่22 

ในการฝึกและสาธิตครั้งนี้กองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่1จัดชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองหรือชุด USAR TEAM โดยให้กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดกำลังพลเป็นชุด USAR TEAM ในการบัญชาการณ์เหตุการณ์และพร้อมให้การช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เมื่อได้รับการแจ้งจากทัพเรือภาคที่ 3

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขานรับ ตำรวจสากล ออกระเบียบ ระวังการส่งต่อข้อมูลล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หลังพบสถิติเด็กถูกล่วงละเมิดซ้ำทางโซเชียลมีเดีย สร้างรอยแผลทางใจแม้ว่าเหยื่อจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ภาพความทรงจำยังคงอยู่ในระบบ ลบยาก

ปิดฉากลงแล้วสำหรับ การประชุมสมัชชาใหญ่ตำรวจสากล (INTERPOL) ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน โดยมีซึ่งกลุ่มประเทศสมาชิกกว่า 195 ประเทศ และประเทศที่เพิ่งเข้าร่วมใหม่ล่าสุดอีกหนึ่งประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียงเพื่อฟังรายงานการดำเนินงานของตำรวจสากล (INTERPOL) ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในประเด็นการใช้งบประมาณที่ได้จากการสนับสนุนของกลุ่มประเทศ ปีละกว่า 8000 ล้านบาท ในการจัดการปัญหาอาชญากรข้ามชาติ

นอกจากการรับฟังผลการดำเนินการมาตลอดทั้งปีแล้วที่ประชุมยังได้เสนอแผนงานที่จะทำร่วมกันในปีต่อไปในแต่ละด้าน โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ตามสังคมยุคใหม่ ทำให้การก่ออาชญากรรมทำได้อย่างรวดเร็วและมีการส่งต่อข้อมูลดิจิทัล ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็ มีช่องทางในการหลบหนีออกนอกประเทศหลังการกระทำผิด หรือไปกบดานตามประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อติดต่อกลุ่มเครือข่าย

ล่าสุดมีการนำเสนอคลิปวิดีโอสั้นที่เผยแพร่อยู่ในประเทศเยอรมนีและปิดบังการเข้าถึงของประเทศไทยภายในคลิปแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการค้ามนุษย์ของกลุ่มคนร้าย ซึ่งแม้ว่ากรณีนี้จะมีการจับกุมตัวคนร้ายได้ แต่หนึ่งในบางท่อนของคลิปวิดีโอระบุชัดว่า คนร้ายยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่ข้าราชการเพื่อเปิดช่องทางในการหลบหนีออกจากประเทศไทย ไปยังประเทศปลายทางซึ่งเป็นแหล่งกบดาน

ที่ประชุมยังได้ เสนอที่จะออกระเบียบควบคุมการส่งต่อข้อมูลการล่วงละเมิดทางเพศของเด็กผ่านช่องทางต่างๆโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เพื่อให้มีความรัดกุมป้องกันข้อมูลหลุดรอดออกจากระบบไปถึงผู้ใช้รายอื่น รวมถึงการใช้ข้อมูลระหว่างประเทศเพื่อติดตามคนร้าย ป้องกันการกระทำซ้ำในรูปแบบของเครือข่าย 

ซึ่งเรื่องนี้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวในเวทีการประชุม ว่า เห็นด้วยกับแนวทางการจัดการปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศกับกลุ่มเยาวชน ซึ่งพบว่าที่ผ่านมามีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะเด็กในกลุ่มเอเชีย จะตกอยู่ในเป้าหมายของกลุ่มคนร้าย ทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ การถ่ายทำคลิปวิดีโออนาจาร และการล่อหลวงไปขายประเวณี 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังย้ำด้วยว่า คลิปวิดีโอการกระทำผิดถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็วทางโซเชียลมีเดีย จนยากจะลบออกจากระบบ ทำให้เหยื่อถูกกระทำอนาจารซ้ำซาก แม้ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ ภาพการถูกกระทำก็ยังฝังอยู่ในระบบ และมีข้อมูลไม่น้อยถูกส่งต่อโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ระมัดระวังในการใช้ข้อมูล ทำให้ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐตกไปอยู่ในมือของกลุ่มของคนร้าย

ดังนั้นจึงเห็นด้วย ที่จะออกระเบียบให้ทุกประเทศ เข้ามาร่วมกันจัดการปัญหาการส่งต่อข้อมูลเหยื่อถูกกระทำอนาจารอย่างระมัดระวัง และเปิดให้เข้าถึงข้อมูลในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่การส่งต่อคลิปวิดีโออนาจารต้นฉบับ เข้าไปในระบบ 

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประเทศต้นทางของผู้ต้องหาและประเทศใกล้เคียง ร่วมกันสร้างแนวทางสกัดกั้นการหลบหนีของคนร้ายจากประเทศปลายทาง โดยให้กระทำอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลหมายจับ เส้นทางทรัพย์สิน รวมไปถึงกลุ่มเครือข่าย
เพื่อไม่ให้กลุ่มคนร้ายสามารถไปรวมตัวกันได้ และกระทำการอนาจารซ้ำไปซ้ำมา จนยากที่จะแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นไป

ทั้งนี้ผลจากการส่งต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีในช่วงสามปีที่ผ่านมา โดยศูนย์เพื่อเด็กหายและถูกฉวยผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (U.S. National Center for Missing and Exploited Children หรือ NCMEC) และคณะทำงานปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดต่อเด็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย (Thailand Internet Crimes Against Children หรือ TICAC) ซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลเพื่อต่อต้านการแสวงประโยชน์จากเด็ก ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย สามารถเข้าถึงรายงานของ NCMEC เกี่ยวกับคดีการแสวงประโยชน์จากเด็กอย่างรวดเร็ว 

และแม้ว่าปัจจุบัน TICAC จะได้รับข้อมูลจาก NCMEC ผ่านสำนักงานในไทยของหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา แล้ว แต่การได้รับข้อมูลโดยตรง จะช่วยให้ TICAC สามารถปฏิบัติการได้รวดเร็วฉับไวต่อกรณีฉุกเฉินและเข้าถึงข่าวกรองด้านอาชญากรรมได้โดยตรง เช่น การปราบปรามการแสวงประโยชน์จากเด็ก

และนี่ทำให้สถิติการแก้ปัญหาในประเทศไทย ดีขึ้นตามลำดับ โดยพบว่า ในปี 2021 มีสถิติการจับกุมจากข้อมูล 79 เคส มีการขยายผลไปสู่ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 589 ข้อมูล กระทั่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้ามาดำเนินการแก้ปัญหา ก็พบว่าในปี 2022 มีการจับกุมเพิ่มขึ้นจากข้อมูล 482 เคส มีการขยายผลไปสู่ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 9569 ข้อมูล ขณะที่ในปี 2023 จนถึงปัจจุบันมีการจับกุมจากข้อมูล 461 เคส มีการขยายผลไปสู่ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 8328 ข้อมูล ทำให้คลิปที่ปรากฏอยู่ในระบบเกือบ 600000 คลิป ลดลงมา เหลือเพียง 332639 คลิป ในปีปัจจุบัน

ขณะที่ นายเจอร์เก้น สต๊อก เลขาธิการตำรวจสากล  อินเตอร์โพล กล่าว ขอบคุณกลุ่มประเทศสมาชิกทั้ง 196 ประเทศที่ให้ความร่วมมือเข้ามาติดตามประเมินผลการบริหารงาน ของตำรวจสากล ซึ่งในปีนี้มีผลงานการดำเนินการที่ก้าวกระโดดจากการ แสวงหาความร่วมมือร่วมกัน และเชื่อมั่นว่าในปีต่อไปก็จะประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นโดยในปีหน้าจะย้ายสถานที่การประชุมไปที่ประเทศสกอตแลนด์เป็นครั้งที่ 93 หรือปีที่ 101 ของการก่อตั้ง ตำรวจสากล

'ดร.นิว' ถาม!! 'ธนาธร' 1 ธันวาบอกลาเครื่องแบบ แต่ผ่านมา 3 ปี ลูกๆ คุณบอกลาเครื่องแบบหรือยัง

(2 ธ.ค.66) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "ครบรอบ 3 ปีแล้วนะครับ วันนี้คุณธนาธรให้ลูกๆ ของตัวเองใส่ชุดปกติไปโรงเรียนแล้วหรือยัง? ลูกๆ ของคุณธนาธรบอกลาเครื่องแบบที่เป็นวัฒนธรรมแห่งการกดขี่แล้วหรือยัง? อย่าบอกนะว่าคุณธนาธรเก่งแต่ยุลูกชาวบ้าน? ลูกตัวเองเป็นเทวดาหรืออย่างไร? ทำไมเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม? ไหนว่าคนเท่ากัน?"

ทั้งนี้เมื่อ 1 ธ.ค.2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "ชื่นชมในความกล้าหาญของนักเรียนที่ใส่ชุดปกติไปโรงเรียน

ทุกคนในวันนี้ วัฒนธรรมแห่งการกดขี่กำลังถูกทำลายในทุกที่ช่วยกันห้ามไม่ให้มีใครถูกดำเนินคดี/ถูกไล่ออก หรือถูกลงโทษ เพียงเพราะยืนหยัดต่อสู้ระบอบอำนาจนิยม #1ธันวาบอกลาเครื่องแบบ"

นราธิวาส-ดีเดย์...ไอแบงก์เปิดบริการ “ibank Appication” สะดวกกว่า ง่ายกว่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมไร้เ​งิน​สด​บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง  

เมื่อวันที่ 1 ธค.  ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ไอแบงก์เปิดตัว "ibank Application" บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง อย่างเป็นทางการ โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.คลัง ให้เกียรติส่งสารแสดงความยินดีผ่านบันทึกวีดิทัศน์ว่า "ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ถือเป็นสถาบันการเงินหลักของรัฐที่ให้การดูแลพี่น้องมุสลิมด้านธุรกรรมทางการเงินที่ปลอดดอกเบี้ยและถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลาม ขอแสดงความยินดีกับ ไอแบงก์ ที่สามารถยกระดับการให้บริการลูกค้าผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 40 ล้านคน เป็นบริการที่เข้ากับการใช้ชีวิตของคนยุคสมัยนี้ อำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างสะดวกกว่า ง่ายกว่า และปลอดภัย ที่สำคัญคือ ถูกต้องและสอดคล้องกับวิถีมุสลิม" โดยมีลูกค้า แขกผู้เกียรติ สื่อมวลชน ร่วมงานและร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ดร..ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เผยว่า ขณะนี้ไอแบงก์พร้อมให้บริการ “bank Application” 

ซึ่งเป็นโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารที่อยู่บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง (Paotang) โดยไอแบงก์ได้ร่วมออกแบบและพัฒนาระบบกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับการให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัล ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบาย เข้ากับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลของลูกค้าธนาคาร “เป็นอีกปรากฏการณ์ของไอแบงก์ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งถือเป็นแอปพลิเคชั่นแรกของสถาบันการเงินในประเทศไทยที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ วันนี้ไอแบงก์ได้รับเกียรติให้เปิดตัวบริการ ibank Application ที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เพราะนอกจากจะเป็นศาสนสถานทางศาสนาอิสลามที่งดงามที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามของมุสลิมไทยทุกคนแล้ว มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานียังเป็นจุดศูนย์กลางของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญของไอแบงก์อีกด้วย 

ในระยะแรกนี้ ผู้ใช้บริการ ibank Appication สามารถโอนเงินจากแอปพลิเคชันไปยังบัญชีบุคคลอื่นในธนาคาร บัญชีธนาคารอื่น และโอนเงินไปยังหมายเลขพร้อมเพย์ เรียกดูข้อมูลบัญชี และรายการย้อนหลัง อีกทั้งยังสามารถคำนวณซะกาตซึ่งถือเป็นหน้าที่ทางศาสนาของมุสลิมทั้งหมดที่มีทรัพย์สินตรงตามเงื่อนไข การค้นหาสาขาและเอทีเอ็มของธนาคาร รวมถึงช่องทางในการติดต่อธนาคารอีกด้วย ธนาคารมุ่งหวังให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด จึงจะพัฒนาบริการ ibank Application อย่างต่อเนื่อง และทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติมในระยะต่อไป เช่น การจ่ายบิล การเติมเงิน การบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ การสแกนเพื่อซำระเงิน การจัดการรายการโปรด บริการแจ้งเตือน การจัดการบัญชีสินเชื่อ การตั้งรายการโอนเงินล่วงหน้า การสร้างคิวอารโค้ดเพื่อรับเงิน การสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ การถอนเงินไม่ใช้บัตร การเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม และการเปิดบัญชีออนไลน์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้าให้มากกว่าเก่า และให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลูกค้าไอแบงก์ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว สามารถลงทะเบียนใช้บริการ 'bank Application' บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป่าตังก่อนใช้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ibank Contact Center โทร. 1302 หรือแชททาง Messenger @ibank.h และ LINE @ibank ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'ดร.หิมาลัย' จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 5 ปี 2566 ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล

'ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ' คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประธานจัดโครงการฯ นำคณะเข้าพิธีบรรพชาและพิธีอุปสมบทหมู่ ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ที่ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย บริษัทรักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ 'มูลนิธิพระราหู' นำคณะผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 43 ท่าน เข้าพิธีบรรพชา ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเข้าพิธีอุปสมบทหมู่ ณ พระอุโบสถ วัดไทยพุทธคยา ตามโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 5 ปี 2566 ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.– 13 ธ.ค.66 

โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค )/ประธานที่ปรึกษา 'มูลนิธิพระราหู'/ประธานจัดโครงการอุปสมบทหมู่ และประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 1 ให้เกียรติมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย คุณพจน์ บุญดวงประเสริฐ คุณไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร กรรมการบริหาร บริษัท อสทม.จำกัด (มหาชน) คุณนรินทร สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มขายเส้นทางเอเชียใต้และประเทศตะวันออกกลาง รวมทั้ง คณะญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีฯ

ทั้งนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ วีรยุทธ วีรยุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าธรรมทูต สายประเทศอินเดียเนปาล เมตตาเป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูอุดมโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพระรามอโยธยาราชธานี หัวหน้ากองงานกิจการพิเศษ พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เมตตาร่วมพิธีฯ

หลังจากนั้น ในระหว่างวันที่ 1-13 ธ.ค.66 คณะพระนวกะโพธิ และคณะแม่ชี ที่ร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ฯ รุ่นที่ 5 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ จะร่วมเดินทางไปปฏิบัติธรรม เพื่อตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล เป็นลำดับต่อไป

'นายกฯ' ลุยภูเก็ต!! สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ติดตามฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

‘นายกฯ เศรษฐา’ ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามการฝึกซ้อมแผนบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล-เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ CCTV หาดบางลา สั่งการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการทั้งจังหวัด เพิ่มศักยภาพการทำงานให้ครอบคลุม ย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

(1 ธ.ค. 66) ที่บริเวณโรงแรม Kudo Hotel and Beach Club ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามการฝึกซ้อมแผนการบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลสถานการณ์กรณีนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนจุดห้ามเล่นน้ำ จมน้ำ เกิดเหตุสภาพอากาศแปรปรวน คลื่นสูง เรือโดยสารโดนกัน มีผู้บาดเจ็บและลอยคอในทะเล โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปแผนการบริหารจัดการฯ ซึ่งจากการมีแผนการบริหารช่วยเหลือฯ ทำให้นักท่องเที่ยวประสบภัยทางทะเลเป็นศูนย์

ทั้งนี้ นายกฯ ชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองนักท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ให้รู้สึกว่ามาพักผ่อนแล้วเกิดความปลอดภัยและมีความสบายใจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเพิ่มขึ้น 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทางทะเล โดยได้กล่าวให้กำลังใจต่อความเสียสละทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ CCTV หาดบางลา ซึ่งได้ประยุกต์ใช้ระบบ AI เสริมประสิทธิภาพการทำงาน สามารถตรวจสอบบุคคล ตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหาดบางลา หากพบบุคคลมีหมายจับ หรือรถต้องสงสัย ระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังจุดหมายเพื่อทำการตรวจค้นจับกุม รวมถึงระบบสามารถสืบค้นหานักท่องเที่ยวที่หลงทางได้อีกด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการทั้งจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ลำปาง-บริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม 2566

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00  น. มณฑลทหารบกที่ 32/ศูนย์อำนวยการ จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32  พร้อมหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง นักศึกษาวิชาทหาร ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32  จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้  กิจกรรมสำคัญนี้หน่วยเชิญชวนกำลังพลจิตอาสาร่วมใจกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลลำปาง เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง  ที่ขาดแคลนโลหิตสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วย โดยมีกำลังพลจิตอาสาของหน่วยเข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 74 นาย  สามารถบริจาคโลหิตได้ 36 นาย ได้ปริมาณโลหิต 14,400 ซีซี และมีกำลังพลบริจาคดวงตา, บริจาคอวัยวะ จำนวน 24 นาย ณ สโมสรนายทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง  จังหวัดลำปาง 

ในการนี้ พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 เดินทางเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกำลังพล และนักศึกษาวิชาทหาร ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32 ที่ร่วมกิจกรรม พร้อมได้พบปะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลำปาง สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง  อีกทั้งให้ความเชื่อมั่นที่จะร่วมมือกันดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ทหาร จะเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ตอก ‘เพชร ก้าวไกล’ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่า

จากกรณีที่นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ ต้อม ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ก่อนหน้านี้ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีข้อความระบุ ถึง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล คู่กรณีคดีหมิ่นประมาท ว่าวันนี้ ผมมาถึงศาล ทุกคนก็มาถึงกันหมดแล้ว ทนายของเพชร ลองมาต่อรองกับผมเป็นครั้งสุดท้าย ว่าจะให้จบแบบคดีรักชนกได้มั้ย แต่ผมบอกทนายไปว่า กรณี รักชนก ตัวผมยังไม่ยอมจบแค่นั้นนะ และยังยืนยันคำเดิมว่าคดีของเพชร ผมไม่ต้องการคำขอโทษ ผมต้องการเงินค่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คือ 5 ล้านเท่านั้น เมื่อตกลงกันไม่ได้ เรากลับเข้าไปในศาล แต่สุดท้ายเพชร ขอเปลี่ยนคำให้การเป็นยอมรับสารภาพผิด และทำการวาง ‘เงินบรรเทาผลร้าย’ ให้ผมเป็นจำนวน 5 หมื่นก่อนเบื้องต้น เพื่อประกันการมาฟังคำตัดสินของศาลในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค. 66) ต้อม ยุทธเลิศ เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ศาลได้สั่งจำคุกเพชร กรุณพล เป็นเวลา 6 เดือน ฐานหมิ่นประมาทตนเอง โดยต้อม ยุทธเลิศ ระบุด้วยว่า ศาลพิพากษาวันนี้ครับ ถือเป็นข่าวดีของผม แน่นอนนี่คือข่าวร้ายของพวก สส.ปากดีทั้งหลาย พวกมึงจำใส่กะลาหัวไว้ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่าครับ อิโดก! ส่วนค่าเสียหายที่ได้ติดปลายนวมมา ผมจะพา FC ไปเลี้ยงที่ร้านเยี่ยมใต้ของคุณเต้นเค้าครับ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ศาลได้สั่งจำคุก เพชร กรุณพล 6 เดือน แต่โทษรอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งจ่ายค่าเสียหายให้ต้อม ยุทธเลิศอีก 150,000 บาท

‘วิกรม กรมดิษฐ์’ เจ้าของ ‘อมตะ คอร์ปอเรชัน’ ติดทำเนียบ ‘มหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023’

เมื่อวานนี้ (29 พ.ย. 66) ฟอร์บส์ เอเซีย ได้เปิดเผยทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญปี 2023 ของเอเชีย แปซิฟิก โดยมีรายชื่อทั้งหมด 15 คน ที่บริจาคให้กับการกุศล โดยมีรายชื่อ เช่น แอนดรูว์ ฟอร์เรสต์ นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย, ทาเคมิตสึ ทากิซากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น, เหอ เสี่ยงเจี้ยน นักธุรกิจชาวจีน ผู้ก่อตั้งบริษัทเหม่ยตี้ (Midea) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรายใหญ่ของจีน, โล ตั๊ก กวง เศรษฐีชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานผู้อำนวยการของ Bayan Resources บริษัทเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย เป็นต้น

ขณะที่ประเทศไทย ‘วิกรม กรมดิษฐ์’ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม เป็นมหาเศรษฐีไทยคนเดียวที่ถูกจัดให้ติดทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023

โดย ฟอร์บส์ เอเซีย ระบุว่า วิกรม กรมดิษฐ์ ฉลองวันครบรอบอายุ 70 ปีของเขาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยการเซ็นพินัยกรรมที่ระบุว่า หลังจากที่เสียชีวิต เขาจะบริจาคทรัพย์สินส่วนตัว 99% ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาทแก่มูลนิธิอมตะ มูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดยรวมไปถึงหุ้นอมตะ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านบาทด้วย

สำหรับ มูลนิธิอมตะ ได้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน ที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ได้เรียนต่อในระดับมัธยม และมหาวิทยาลัย รวมถึงมอบทุนส่งเสริมด้านศิลปะและวรรณกรรมไทยด้วย ทั้งนี้ นายวิกรม ยังสร้างคฤหาสน์ในชื่อ อมตะคาสเซิล ในเขตนิคมอุตสาหกรรมทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ และให้มูลนิธิใช้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์และหอจัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปีนี้

“แรงบันดาลใจของผมมาจากประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก” วิกรม ให้สัมภาษณ์ฟอร์บ ผ่านอีเมล และว่า พวกเราเกิดมาจากศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) และก็จะจากไปกับศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) ฉะนั้นระหว่างนี้เราควรสร้างประโยชน์ และสิ่งที่มีคุณค่าแก่สังคม เพราะมันจะคงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ วิกรม กรมดิษฐ์ เป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 4 ของอมตะ นิคมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,000 เฮกตาร์ในไทยและเวียดนาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top