Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

เพชรบูรณ์ เตรียมจัดงาน“ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน”

วันที่ 10 เมษายน 2567 เวลา 15.00 น. ที่ หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์  นายจิรวัตร์ มณีโชติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานแถลงข่าว  จัดกิจกรรม “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และคุ้มครองแหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยมี   นายอภินันท์ มุสิกพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์  นายณรงค์ศักดิ์ หอมมาลัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวไอลดา ยาท้วม ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวปิยะดา  วัชโรทยางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานพิษณุโลก ร่วมแถลงข่าว

สำหรับการจัดงาน “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน”  กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าและความสำคัญแหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพ เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ คุ้มครองแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าและความสำคัญแหล่งมรดกโลก เมืองโบราณศรีเทพ เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ คุ้มครองแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมที่สำคัญภายในงานประกอบด้วย ในวันที่ 26 เมษายน 2567 จะมีพิธีรับมอบใบประกาศการขึ้นทะเบียนมรดกโลก โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดตลาดสีเขียวเมืองโบราณศรีเทพ ที่เน้นสินค้าของชุมชน ในพื้นที่ สนับสนุนให้ยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชน พร้อมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยงดใช้โฟม ลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ลดปริมาณขยะ รณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก  ชมนิทรรศการ “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน”  พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม  ชุด “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ เมืองมรดกโลก แห่งศรัทธา”

ทั้งนี้ ยูเนสโก ได้ประกาศให้ เมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  ซึ่งถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 4 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 7 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566  จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมงาน “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567  ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
 

'นิชา' ภรรยาพลเอกร่มเกล้า ทำบุญครบ 14 ปี  โพสต์ยอมเป็น 'คนแพ้' เสียสละชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย 

(11 เม.ย.67) นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระ องค์ (พล.ร.21 รอ.) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ระหว่างการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ คนเสื้อแดง บริเวณแยกคอกวัว เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. 2553 โพสต์เฟซบุ๊กว่า….

10 เมษายน 2567 ปีนี้อากาศร้อนเหลือเกิน ต้องพยายามเรียกสติไม่ให้หลงไปกับความร้อน

‘ความพยายามนิ่ง’ ก็เป็นอีกหนทางที่หลายคนเลือกใช้ ในการรักษาจิตให้เย็นใจ

การนิ่ง ไม่ได้แปลว่า ไม่เจ็บ ไม่ร้อน ไม่คิด ไม่รู้สึก หากแต่ไม่ซ้ำเติมเพิ่มอุณหภูมิให้สิ่งต่าง ๆ ยิ่งร้อนไปมากกว่านี้

ตลอด 14 ปี ที่ผ่านมา ชีวิตประสบเรื่องราวมากมาย สิ่งใดพูดแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ต้องพยายามนิ่ง พยายามอดทนอดกลั้น พยายามอยู่อย่างสงบ ประคับประคองชีวิตให้ก้าวเดินไปได้ จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

จุดหมายชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ฝันของแต่ละคนก็ต่างกัน ไม่มีใครจะคิดแทนกันได้ สำหรับตัวเอง แค่ขอชีวิตไม่สุข-ไม่ทุกข์ ก็เป็นบุญนักหนาแล้ว แค่ขอใช้เวลาที่เหลือน้อยลงทุกวัน ทำหน้าที่อันพึงมี ตราบจนสิ้นชีวิต อาจได้พบความสงบสุขอีกครั้ง ถ้าทำบุญไว้มากพอ ฝันมีแค่นี้เอง

แต่ชีวิตเราก็มิอาจกำหนดได้ดั่งใจปรารถนา ตราบใดยังอยู่ในกระแสสังคมของมนุษย์ปุถุชนที่ให้ค่าการแพ้-ชนะในเกมส์ มากกว่าการให้เกียรติและให้คุณค่าความเป็นคน มนุษย์ที่อ่อนแออย่างเรา ก็จำเป็นต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัว รักษาจิต นับเป็นโชคดีที่พี่ร่มเกล้าให้คาถาป้องกันตัวไว้ว่า
จิตเดิมนั้นใสสว่างสะอาดและสงบ แต่กิเลสที่ห่อหุ้มทำให้มืดมัว

พี่ร่มเกล้าให้คาถาวิเศษนี้ไว้ จนอยากมอบให้กัลยาณมิตรทุกท่านที่อาจมีโอกาสได้ใช้ในยามชีวิตคับขันบ้างไม่มากก็น้อย

ท่ามกลางความทุกข์ยาก มีสิ่งหนึ่งที่เป็นความดีงามที่ดิฉันกับพี่ร่มเกล้าถือว่ามีบุญมหาศาลที่ได้รับ คือ ไมตรีอันบริสุทธิ์จากเพื่อนพี่น้องผู้เป็นกัลยาณมิตรที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ท่านได้ให้กำลังใจยิ่งใหญ่เสมือนญาติ

มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งเพิ่งบอกกับดิฉันว่า ไม่คิดว่าพี่ร่มเกล้าจากไป 14 ปีแล้ว แต่ยังคงมีพี่น้องที่เดินเข้ามาทักทายให้กำลังใจดิฉันด้วยน้ำตาแห่งความอาลัยคิดถึงพี่ร่มเกล้า พร้อมบอกว่า ยังคงทำบุญ ใส่บาตร อุทิศให้พี่ร่มเกล้าในศาสนาพุทธ หรือบางท่านก็ทำมิสซาในศาสนาคริสต์ หรือ บางท่านก็ขอพระเจ้าในศาสนาอิสลาม ดิฉันมักรำพึงในใจกับพี่ร่มเกล้าว่า พี่ทำให้เห็นว่าความตายไม่น่ากลัว และความตายที่งดงามเป็นอย่างไร

ในภาวะที่โลกเรากำลังแปรปรวน สงครามมีรูปแบบต่าง ๆ ที่มนุษย์เราไม่รู้ว่าจะเผชิญกับภัยใด ๆ อีก

วันที่ 10 เมษา สำหรับดิฉันก็เป็นอีกวันที่นอกจากทำบุญให้กับสามีผู้จากไปแล้ว ในปีนี้อยากขออนุญาตให้รำลึกถึงคำว่า ‘ความเสียสละ’

ในโลกนี้ มีคนอยากชนะ ไม่อยากแพ้ มีคนอยากเป็นฝ่ายได้ ไม่อยากเป็นฝ่ายเสีย แต่ถ้าเราหนึ่งคน ยอมที่จะแพ้ ยอมที่จะเสีย หรือที่เขาเรียกกันว่า เสียสละ อาจทำให้ธรรมชาติปราณีไม่ลงโทษให้อุณหภูมิโลกมนุษย์ร้อนระอุไปกว่านี้

ดิฉันกับพี่ร่มเกล้า เป็นสองคนที่ยกมืออาสายอมเป็นคนแพ้ ยอมเป็นฝ่ายเสีย

ยอมแบกทุกข์ ยอมสละชีวิต ยอมได้ทุกอย่าง เพื่อแผ่นดินไทยของเราร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารสืบไป

‘แพ้’ ไม่ทำให้เราตายหรอก แต่ต่อให้ต้องตายอย่างพี่ร่มเกล้า ใจเราก็ไม่เคยแพ้
พลเอกร่มเกล้า-นิชา ธุวธรรม

10 เมษายน 2567
ทำบุญครบรอบ 14 ปี
ณ วัดบวรนิเวศฯ

‘สุกฤษฏิ์ชัย-ปชป.’ แนะ!! ลดใช้แคดเมียม พัฒนาวัสดุทดแทน ชี้!! แม้มีประโยชน์มาก แต่โทษมหันต์ต่อมนุษย์ ถ้าคุมได้ไม่ดี

(11 เม.ย. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ปัจจุบันแคดเมียมถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยแร่แคดเมียมเป็นโลหะหนัก ได้มาจากการถลุงแร่สังกะสี ตะกั่วและทองแดง แคดเมียมสามารถนำไปทำประโยชน์ได้ อาทิ การชุบโลหะ เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน การสึกหรอ ป้องกันสนิม เป็นสารเคลือบ ใช้ในชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ทางทะเล เม็ดสี ทำแบตเตอรี่ ปุ๋ยและอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนแคเมียมจะมีประโยชน์ต่อการผลิตสิ่งต่างๆที่พวกเราต้องใช้งานกันชีวิตประจำวันของทุกคน

แต่เมื่อมีประโยชน์มาก โทษก็เยอะตามมาด้วย หากการบริหารจัดการแร่หรือกากแคดเมียมไม่ดีพอ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในปัจจุบันมักใช้วิธีฝังกลบกากลงดินในการทำลาย ก็เป็นเหตุให้สามารถปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศในบริเวณโดยรอบได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำยังเกิดกรณีการลักลอบขุดกากขึ้นมาขายต่ออีกที่กำลังเป็นข่าว และเกิดขึ้นในหลายจังหวัดรวมถึงเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นศูนย์กลางของประเทศ การลักลอบดังกล่าว ก็กระทำโดยผิดกฎหมาย ขาดองค์ความรู้และหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง ตลอดจนการเก็บในโกดังหรือคลังสินค้าก็ไม่ได้มาตรการ จึงเป็นความอันตรายและเป็นภัยต่อสังคมโดยองค์รวม

ในส่วนของความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากแคดเมียมนั้น มีหลายผลกระทบมาก ไม่ว่าจะเป็น การปนเปื้อนในดินและน้ำ หากยิ่งใกล้แหล่งน้ำไม่ว่าจะเป็นห้วย หนอง คลอง แม่น้ำ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ลดความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดความหลากหลายทางชีวภาพ ปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของสัตว์และสุขภาพของประชาชนในบริเวณโดยรอบ มลพิษทางอากาศ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขนย้ายกากอย่างไม่ได้มาตรฐานอาจปล่อยฝุ่นละออง เกิดการฟุ้งกระจาย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนได้ การสัมผัสหากมีปริมาณเกินไป ร่างกายจะสะสมพิษได้นานหลายปี มีผลร้ายต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น มีปฏิกิริยากับระบบไต ปอด กระดูกพรุน ก่อให้เกิดมะเร็ง ระบบสืบพันธุ์รวมถึงโรคอิไต อิไตด้วย

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ควรมีการลดใช้แคดเมียม ด้วยการเร่งพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาทดแทน ภาครัฐควรออกมาตรการควบคุมให้ธุรกิจรับซื้อของเก่า เศษเหล็ก, เศษพลาสติก, พอลิเมอร์ เพื่อนำไปรีไซเคิลหรือผ่านกระบวนการเพื่อนำกับมาใช้ซ้ำใช้ใหม่ รวมถึงโรงงานหลอมโลหะในทุกที่ทั่วราชอาณาจักร มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย มีกฎหมายออกมาบังคับเฉพาะ เพื่อเป็นการป้องปรามผู้กระทำความผิดในอนาคต ภาคเอกชนต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม บำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่สาธารณะ ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคประชาชนร่วมกันสอดส่องดูแลความเป็นไปในพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือให้ความรู้แก่ประชาชน ทางสาธารณสุข สุขอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัส การอยู่ใกล้ หากมีความจำเป็นต้องเข้าใกล้ ควรใส่หน้ากากป้องกันสารพิษ หลีกเลี่ยงอาหารที่มาจากแหล่งที่มาไม่ชัดเจน เพราะแคดเมียมเป็นโลหะหนักที่ขยับเข้าใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที อาจปนเปื้อนในอาหารที่เรากำลังรับประทาน ในน้ำที่เรากำลังดื่มหรือในอากาศที่เรากำลังหายใจอยู่ก็เป็นได้

'สุริยะใส' ยก 'สมณะโพธิรักษ์' ผู้บุกเบิกสังคมการเมืองแนวบุญนิยม ปลุกการเมืองที่เสียสละ จิตอาสา ถือเป็นแนวการเมืองใหม่ที่แท้จริง

(11 เม.ย. 67) นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าพ่อท่านโพธิรักษ์ ผู้บุกเบิกสังคมธรรมาธิปไตย การเมืองแนวบุญนิยม

ข่าวเศร้าวันนี้เมื่อพ่อท่าน (พระครูสมณะโพธิรักษ์) ได้ละสังขารด้วยโรคชราในวัย 90 ปี ผมทราบจากชาวโศกมาสักระยะแล้วว่าพ่อท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ผมมีโอกาสได้รับฟังเทศนาธรรมล่าสุดเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2566

ครั้งนั้นได้พาคณาจารย์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต จัดกิจกรรมโครงการวิจัยเชิงปฎิบัติการกับนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอกกว่า 30 คน ของชาวแพทย์วิถีธรรม สันติอโศกที่ราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี เป็นโครงการวิจัยร่วมกันหลายโครงการทั้งเรื่องสุขภาพ อาหาร ดนตรี เศรษฐศาสตร์ (สาธารณโภคี) การศึกษา สังคมธรรมาธิปไตย

โดยเฉพาะหลักการสาธารณโภคี เป็นความ ภาคภูมิใจและความ สำเร็จของพ่อท่านเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักการของ การกินร่วมกันการใช้ร่วมกัน เพื่อรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ท่านพ่อนำมาใช้ในที่ชุมนุมทุกครั้งซึ่งหลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับครัวกลางนั่นเอง

แม้ทราบดีว่าพ่อท่าน ไม่สบายชราภาพตามอายุขัยใกล้วัย 90 ปี แต่การเดิน การนั่ง การเทศนาธรรมยังคงสัมผัสได้ถึงพลังแห่งปัญญา น้ำเสียงสดใส หน้าตายิ้มแย้มเบิกบาน ทักทายสนทนากับพวกเรา โดยไม่คิดมาก่อนว่าพ่อท่านจะจากไปเร็วแบบนี้ แม้เข้าใจได้ว่าท่านอายุมากแล้วก็ตาม

สำหรับพ่อท่านผมเริ่มรู้จักตั้งแต่มีข้อพิพาทกับมหาเถรสมาคม เพราะเป็นคดีความที่สังคมสนใจ จากนั้นมาผมก็เข้าใกล้และรู้จักมากขึ้นผ่านบทบาทของลุงจำลอง ศรีเมืองและพรรคพลังธรรม ที่พยายามสร้างนวัตกรรมการเมือง จนสามารถสร้างผลสะเทือนทางการเมืองในช่วงหลังปี 2535 ต่อมาก็คุ้นเคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องชาวกองทัพธรรมในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จนมาใกล้มากขึ้นและได้สนทนากับพ่อท่านบ่อยขึ้น ในช่วงที่มีการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อเนื่องมาแม้กระทั่งขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะพ่อท่านถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยกันแต่ศาลยกฟ้องในที่สุด

สำหรับพ่อท่านถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่มีลูกศิษย์ลูกหา ผู้ศรัทธานับถือจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ สมัยการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพูดเรื่องการเมืองสะอาด การเมืองใหม่ผมจำได้ว่า พ่อท่านบอกกับผมว่า

“จริงๆ แล้วการเมืองใหม่ที่เราพูดกันอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่ไปประดิษฐ์ประดอยเสกสรรค์ปั้นแต่งกลไกใหม่ๆ หรือออกกฎหมายมากมายอย่างที่เข้าใจ แต่มันคือการเมืองเก่าหรือการเมืองดั้งเดิม คือการเมืองที่เป็นเรื่องของส่วนรวม การเมืองที่เสียสละ จิตอาสา นี่แหละสร้างแบบนี้ให้ได้นี่แหละคือการเมืองใหม่ที่แท้จริง”

ด้วยเหตุดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นบทบาทและวัตรปฎิบัติของพ่อท่านและชาวอโศกที่ผสมผสานทั้งทางโลกและทางธรรมเข้าด้วยกันยึดสัจจะ ความดี ซื่อสัตย์เสียสละ ความถูกต้องชอบธรรม เพราะความชอบธรรมคืออำนาจ อำนาจมิใช่ความชอบธรรม หรือที่เรียกกันว่า “วิถีสังคมธรรมาธิปไตย” ที่ไม่ใช่โลกาธิปไตย (เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ และอัตตาธิปไตย (ตนคือศูนย์กลางจักรวาลความถูกต้อง)

วันนี้ถือว่าสังคมไทยเราสูญเสียท่านผู้มีคุณูปการแก่ประเทศชาติสังคมไทย ตลอดจนสังคมโลกผู้หนึ่ง ชีวิตและผลงานของพ่อท่านน่าจะเป็นบทเรียนและจดจำเพื่อดำเนินชีวิตในแนวทางที่พ่อท่านได้แสดงเป็นตัวอย่างไว้มากมาย ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายและท้าทายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดโลกบุญนิยมสู้กับโลกทุนนิยมแบบลงมือค้นคว้า ลงมือทำ ลงมือพิสูจน์อย่างจริงจัง

ในวาระโอกาสนี้ขอน้อมกราบส่งพ่อครูสมณะโพธิรักษ์สู่สรวงสวรรค์ครับ🙏

‘น้องวรนุช’ ย่องเบาเข้าสภาฯ พร้อมเล่นน้ำสระมรกต สบายใจเฉิ่ม หลังปิดสมัยประชุม-หยุดสงกรานต์ ก่อนถูกจับคืนสู่ธรรมชาติ

(11 เม.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่อาคารรัฐสภาค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ปรากฏว่าช่วงเช้าที่ผ่านมา ปรากฏภาพ ‘น้องวรนุช’ หรือ ตัวเงิน ตัวทอง วัยฉกรรจ์ ลงเล่นน้ำบริเวณสระมรกต ซึ่งเป็นสระน้ำที่อยู่กลางอาคารรัฐสภา อย่างสบายใจ 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่พบเห็นครั้งแรกตกใจ คาดว่า ‘น้องวรนุช’ น่าจะขึ้นมาจากทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากลักษณะโดยรอบของรัฐสภาไม่เอื้อต่อการอาศัยอยู่ของสัตว์เหล่านี้ เนื่องจากมีทั้งตึก โรงงาน รวมถึงการเขตก่อสร้างด้วย ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่รัฐสภาได้จับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติแล้ว  

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ‘น้องวรนุช’ ตัวนี้ถือเป็นตัวแรกที่ถูกจับได้อย่างเป็นทางการ หลังแอบย่องเข้ามาในบริเวณรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งหลังจากก่อนหน้านี้ที่อาคารรัฐสภาแห่งเดิม ที่ติดกับสวนสัตว์เขาดิน ‘น้องวรนุช’ หลุดเข้ามาในบริเวณรัฐสภาหลายครั้ง

'กปน.' มั่นใจ!! น้ำประปาปลอดภัยจากสารแคดเมียม ตรวจสอบคุณภาพน้ำ-เฝ้าระวังสารพิษเป็นประจำ

(11 เม.ย. 67) จากกรณีที่พบกากแคดเมียมในกรุงเทพมหานคร การประปานครหลวง (กปน.) ยืนยันว่า น้ำประปาของ กปน. ยังคงสะอาด ปลอดภัย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำประปา และประชาชนสามารถอุปโภคบริโภคน้ำประปาได้อย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ กปน. ใช้แหล่งน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปา 2 แหล่ง คือ แม่น้ำเจ้าพระยา รับน้ำจากจุดรับน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานี และเขื่อนแม่กลอง รับน้ำจากจุดรับน้ำดิบท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

โดยนักวิทยาศาสตร์ กปน. ได้ตรวจวิเคราะห์สารพิษโลหะหนักเป็นประจำ ซึ่งคุณภาพน้ำดิบทั้ง 2 แหล่ง ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน ประเภทที่ 2-3 ไม่มีการปนเปื้อนจากโลหะแคดเมียม (Cd)

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเฝ้าระวังสารพิษโลหะหนักในน้ำประปา เป็นประจำทุกเดือน ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำประปาที่ผ่านมา พบว่า ไม่พบสารแคดเมียม หรือพบในปริมาณที่น้อยมาก มีค่าอยู่ในช่วง น้อยกว่า 0.0001-0.0004 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์แนะนำน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก (WHO) (ต้องไม่เกิน 0.003 มิลลิกรัมต่อลิตร) ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่บริการของ กปน. จึงมั่นใจได้ว่าน้ำประปาสามารถนำไปใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อนสารพิษโลหะแคดเมียม

เปิดข้อมูล 'กากแคดเมียม' อันตรายแค่ไหน? ถึงขั้นต้องประกาศเขตภัยพิบัติหรือไม่?

(11 เม.ย.67) จากเฟซบุ๊ก 'Sompob Pordi' ได้โพสต์ทำความเข้าใจถึงกากแคดเมียมที่พบเจอในไทยและทำให้ผู้คนเกิดความตระหนก ไว้ดังนี้...

กากแคดเมียม 

แคดเมียม (Cd) เป็นธาตุโลหะ ที่ปกติในธรรมชาติจะอยู่ร่วม/ปะปนกับธาตุโลหะอื่นเช่น สังกะสี ตะกั่ว ฯ มีจุดหลอมเหลวที่ 321 เซลเซียส หรืออุณหภูมิสูงกว่านํ้ามันทอดไก่เคเอฟซี 175 เซลเซียสเกือบสองเท่า มีจุดเดือดที่กลายเป็นไอที่ 767 เซลเซียส 

ปัจจุบัน ราคาแคดเมียม 99.99% วิ่งขึ้นลงอยู่ระหว่าง $4 ถึง $5 กว่า ๆ ต่อกก. ดังนั้นแคดเมียม 1 ตันหรือ 1,000 กก. จะมีราคาอย่างตํ่า ๆ ก็ $4,000 หรือเกือบ ๆ แสนห้าหมื่นบาท 

ดังนั้น ข่าวที่ว่ามีการแอบเก็บแคดเมียมที่เป็นอันตรายเป็นพิษต่อสุขภาพเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ตันก็คือการปั่นดี ๆ นี่เอง ไม่ต่างอะไรกับที่เคยปั่นสามกีบเรื่องกัมมันตรังสีจากซีเซียม จนหลอน แตกตื่น ชักดิ้นชักงอ เมื่อปีที่แล้ว 

เพราะแคดเมียมในข่าวเป็นแค่กากแคดเมียม หรือเศษดินหินจากเหมืองที่มีแคดเมียมปะปนอยู่ด้วยในปริมาณที่น้อยมากในรูปของ แคดเมียมซัลไฟด์ หรือ แคดเมียมคาร์บอเนต ซึ่งพบได้ในธรรมชาติ ที่มีปริมาณแคดเมี่ยมน้อยมากจนยังไม่คุ้มที่สกัดแยก/ทำให้บริสุทธิ์เพื่อการพาณิชย์

ส่วนเรื่องความเป็นพิษของแคดเมียมนั้นเป็นความจริง แต่เป็นความจริงที่มีเงื่อนไข คือ แคดเมียมต้องเข้าสู่ร่างกายของเราก่อน ถึงจะเป็นพิษภัยต่อสุขภาพ ถึงจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งก็มีแค่สองทางเท่านั้นที่จะเข้าสู่ร่างกายเราได้ คือ การกิน และ การหายใจเข้าไป 

การกิน ก็ตรงไปตรงมา ไม่มีใครกินแคดเมียมหรือกากแคดเมียมแน่นอน เพราะไม่อร่อย หน้าตาไม่น่ากิน ส่วนที่ห่วงว่าอาจจะละลายนํ้าแล้วเผลอกินก็ไม่ต้องห่วง เพราะแคดเมียมคาร์บอเนตไม่ละลายนํ้า และแคดเมียมซัลไฟด์ละลายนํ้าได้น้อยมาก

การหายใจเอาไอแคดเมียมเข้าสู่ร่างกาย ก็ยากไม่แพ้กัน เพราะแคดเมียมจะเป็นไอที่ 767 องศาเซลเซียส โอกาสเดียวคือ ไฟไหม้สถานที่เก็บเท่านั้น แต่ปริมาณที่น้อยนิดและสภาพเศษหินเศษดินที่กล่าวมาแล้วทำให้ความเสี่ยงน้อยลงเป็นทวีคูณ โกดังเก็บแบตเตอรี่และถ่านไฟฉายประเภท นิกเกิลแคดเมียม อันตรายมากกว่าเป็นล้านเท่า

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้บอกว่าการลักลอบเก็บกากแคดเมียมในเขตพื้นที่อยู่อาศัยและการพาณิชย์ตามข่าวเป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ ที่น่าชื่นชม แต่ต้องการบอกว่า มันไม่ได้เป็นอันตรายใหญ่โตอย่างที่ปั่น ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติอย่างที่ทำใด ๆ ทั้งสิ้น แค่ขนย้ายไปเก็บในที่ ๆ เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโกดังอุตสาหกรรม หรือลานซีเมนต์โล่ง ๆ ในเขตอุตสาหกรรม หรือเร่งให้เจ้าของส่งออกไปตามที่ตั้งใจ ก็จบแล้ว 

ไหน ๆ ก็โพสต์เรื่องพิษภัยของสารเคมีก็แถมให้หน่อยละกัน 

ความเป็นพิษของสารทุกชนิดต่อมนุษย์เราขึ้นกับ...

1. Exposure การได้รับหรือการสัมผัส

2. Concentration ปริมาณ/ความเข้มข้นที่ได้รับหรือสัมผัส

ยกตัวอย่างเช่น...

เกลือทะเล หรือ โซเดียมคลอไรด์ ถ้าเราไปสปา พนักงานเขาทำนํ้าเกลือเข้มข้นให้เราลงไปแช่ตัว หรือเอาเกลือทานวดตัว เหลือไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายเราทางผิวหนังได้ ก็ไม่สามารถเป็นพิษภัยอะไร

ถ้าเรากินเกลือในปริมาณปกติ ร่างกายเราก็ได้ประโยชน์ ถ้ากินมากไป นิดหน่อยร่างกายเราก็จะกำจัดและขับถ่ายออกมา แต่ถ้ามากเกินไปมาก ถึงจะเริ่มมีอาการ เริ่มเป็นอันตราย

ดังนั้น อย่ากลัว อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป เดี๋ยวชีวิตจะไม่มีความสุข

‘ธนกร’ ขอบคุณ ‘สุริยะ’ แก้ปัญหาตั๋วเครื่องบินแพงช่วงเทศกาล เชื่อ!! หากคุมได้ทั้งปี จะช่วยหนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ

(11 เม.ย. 67) นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและสะท้อนปัญหาราคาค่าตั๋วเครื่องบินแพงในช่วงเทศกาลไปยังนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องคร์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง  ล่าสุด นายสุริยะได้กำชับให้นโยบายกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบิน โดยมีการตอบรับอย่างดีจาก 6 สายการบินคือ การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย, บางกอกแอร์เวย์ส, ไทยไลอ้อนแอร์, นกแอร์ และไทยเวียตเจ็ท ได้เพิ่มเที่ยวบินในช่วงวันที่ 11-12 เมษายน และ 15-16 เมษายน รวม 104 เที่ยวบิน จำนวน 17,874 ที่นั่ง เพื่อสอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้มีวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้รวม 6 วัน และเพื่อแก้ไขปัญหาราคาบัตรโดยสารเครื่องบินแพงเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนด้วย โดยจะทำการบินไปยังสนามบินหลักให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั้ง ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย อุบลราชธานี อุดรธานี และขอนแก่น

นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้ทางกพท.ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลค่าโดยสารของวันที่ 12 เมษายน 2567 ซึ่งคาดว่าประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสงกรานต์เป็นวันแรก ใน 3 เส้นทางยอดนิยม คือกรุงเทพฯ-ภูเก็ต กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-กระบี่ 

พบว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต โดยมีค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 2,611 บาทต่อเที่ยว ส่วนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ค่าโดยสารเฉลี่ยที่ 2,346 บาทต่อเที่ยว และกรุงเทพฯ-กระบี่ มีค่าโดยสารเฉลี่ยเท่ากับ 2,797 บาทต่อเที่ยว ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาค่าบัตรโดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าราคาลดลง 3-14%  

นอกจากนี้ขอให้รมว.คมนาคมและกพท. ควบคุมกำกับดูแลเรื่องราคาบัตรโดยสารเครื่องบินในสายการบินที่เหลือ รวมถึงขยายมาตรการดังกล่าวออกไปในช่วงปกติที่ไม่ใช่เทศกาลด้วย เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีของรัฐบาลด้วย

“ขอขอบคุณท่านสุริยะ กระทรวงคมนาคม และกพท.รวมถึงขอบคุณผู้บริหารทั้ง 6 สายการบิน ที่ไม่ปล่อยผ่านความเดือดร้อนของประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก เรื่องค่าตั๋วเครื่องบินแพง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล จนนำมาซึ่งการควบคุมและแก้ปัญหาดังกล่าวได้สำเร็จ โดยเห็นว่าควรขยายมาตรการนี้ไว้ตลอดทั้งปี เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ทั้งยังเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเรื่องการท่องเที่ยวด้วย โดยเชื่อว่าในช่วงมหาสงกรานต์วันหยุดยาวครั้งนี้ จะเห็นการเดินทางของพี่น้องประชาชนและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเติบโตตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ได้อย่างแน่นอน” นายธนกร กล่าว

'วัชระ' กังขา!! กรมราชทัณฑ์ย้าย 'ข้าราชการ' ซื่อสัตย์สุจริต ชี้!! ไม่เป็นธรรม เพราะไม่เลียนักการเมือง วอน!! นายกฯ ช่วย

'วัชระ เพชรทอง' อึ้ง!! กรมราชทัณฑ์ย้ายบุคลากรที่เป็นที่ทราบกันดีว่า ซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา ยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเป็นข้าราชการที่ไม่เลียแข้งเลียขานักการเมือง สืบเนื่องจากไม่ตอบสนองนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้กับ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่

เมื่อวานนี้ (10 เม.ย. 67) ที่ศูนย์รับเรื่องราวทุกข์ของรัฐบาล 1111 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีการโอนย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญกรมราชทัณฑ์อย่างไม่เป็นธรรม โดยนายวัชระ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า

ตนในฐานะอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการผู้ไม่ประสงค์ออกนามว่า มีการโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมราชทัณฑ์ จำนวน 3 ราย อย่างไม่เป็นธรรม และไม่สมัครใจ 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากไม่ตอบสนองนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้กับ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหมายเลข 6650102668 ให้ได้รับการพักโทษตามประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ใช่หรือไม่ หรือไม่ตอบสนองต่อคำสั่งทางการเมืองของฝ่ายการเมืองที่ผ่านมา การถูกโยกย้ายฉับพลันทันด่วนโดยไม่รู้ตัวให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยราชการอื่น ดังนี้

1. นายสิทธิ สุธีวงศ์ ตำแหน่งรองอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับต้น) (ตำแหน่งเลขที่ 5) กรมราชทัณฑ์ ไปดำรงตำแหน่งรองอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับต้น) (ตำแหน่งเลขที่ 2) กรมคุมประพฤติ

2. นางสาวจุฑารัตน์ จินตกานนท์ ตำแหน่งรองอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับต้น) (ตำแหน่งเลขที่ 4) กรมราชทัณฑ์ ไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบัน (ประเภทบริหาร ระดับต้น) (ตำแหน่งเลขที่ 3) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ บุคคลทั้งสองที่มีคำสั่งโอนย้ายนั้น เป็นที่รู้กันในกรมราชทัณฑ์ว่าซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา ยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เป็นข้าราชการที่ไม่เลียแข้งเลียขานักการเมือง ดังนั้นขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีโปรดดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการโอนย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมราชทัณฑ์ จำนวน 3 ราย มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายระเบียบหรือไม่ ยึดหลักนิติรัฐนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับข้าราชการและเกิดความไม่ยุติธรรมในการบริหารงานบุคคลในยุครัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน หรือไม่ 

และไม่เป็นตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 หน้า 17 การดำเนินนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใสและตรวจสอบได้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นการเริ่มต้นขจัดข้าราชการที่ไม่ตอบสนองทางการเมืองให้กับนักการเมืองให้ข้าราชการกระทรวงอื่น ๆ ดูเป็นตัวอย่าง

'รมว.ปุ้ย' สั่ง 'ปลัดอุตฯ' เคลียร์ 'กากแคดเมียม' ซุกบางซื่อ 150 ตัน พร้อมกำชับค้นหากากที่เหลือให้เสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายน

เมื่อวานนี้ (10 เม.ย. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผย หลังจากได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมโรงงาน เพื่อตรวจสอบบริษัท ล้อโลหะไทย แมททอล จำกัด ตั้งอยู่ 1532/1 ซ.เรียงปรีชา ถนนประชาราษฎร์ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. หลัง ตำรวจ บก.ปทส. สืบสวนแกะรอยจนทราบว่า ที่โรงงานดังกล่าวมีการซุกซ่อนกากแคดเมียมไว้ จากการตรวจสอบพบว่า แคดเมียมที่ตรวจพบมีจำนวน 150 ตัน บรรจุในถุงบิ๊กแบ็กจำนวน 98 ถุง ซึ่งขณะนี้ได้ยึดอายัดไว้แล้ว โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย และได้สั่งการข้าราชการให้ตรวจสอบโรงหล่อ โรงหลอมทั่วกรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ รมว.พิมพ์ภัทรา ยังได้สั่งการให้ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งตรวจสอบ และค้นหากากแคดเมียมที่เหลือ ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และขยายผลไปยังต้นตอเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง โดยเมื่อวานนี้ นายณัฐพล ได้เข้าตรวจสอบ กากแร่แคดเมียมซ้ำที่บริษัทแห่งแรก ที่ตั้งอยู่ในหมู่ 2 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกที่มีการตรวจพบว่า รับซื้อกากแร่แคดเมียม และกากสังกะสี มาจากจังหวัดตาก 

โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจพบว่า ที่โรงงานแห่งนี้ ยังมีกากแคดเมียมจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ตามซอกหลืบต่าง ๆ ทั่วโรงงาน และยังมีบางส่วนทางโรงงานได้นำสิ่งของขนาดใหญ่มาตั้งบังไว้ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นครั้งแรก และพบว่ายังคงมีกากแร่แคดเมียมอยู่ในถุงบิ๊กแบ็กอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้ทำการตรวจนับ ทั้งที่อยู่ในอาคารและนอกตัวอาคาร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดไว้ทั้งหมดเพื่อเร่งทำการตรวจนับจำนวนให้แล้วเสร็จภายในเย็นวันเดียวกัน และได้ทำการยึดรถบรรทุกไว้ 2 คัน เพื่อรอตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนย้ายกากแคดเมียมและกากสังกะสีที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมดหรือไม่

“ดิฉันได้กำชับกับทางปลัดว่าให้เอกซเรย์ทุกพื้นที่ เพื่อค้นหากากแคดเมียมที่ยังหลงเหลือให้หมดภายในเดือนเมษายน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และดำเนินการส่งกากแคดเมียมและกากสังกะสีลับไปยังหลุมฝังกลบที่จังหวัดตาก และจะต้องขนส่งอย่างปลอดภัยด้วย ส่วนบ่อที่ตากนั้นพบว่ายังคงมีสภาพดีพร้อมนำเข้าสู่การฝังกลบดังเดิม” รมว.อุตสาหกรรม กล่าวย้ำ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top