Thursday, 5 November 2026
NEWS FEED

‘นักเรียนประถม’ ถูกไฟดูดกลางป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 ล่าสุดเอ็นขาด ค่ารักษาเฉียดแสน หลังสะบัดมือไปโดนเหล็ก

(16 ส.ค.67) จากกรณีที่เพจดัง 'อีซ้อขยี้ข่าว3' โพสต์ข้อความระบุว่า "เด็กนักเรียนชายถูกไฟดูดที่เสาแล้วสะบัดมือออกไปโดนเหล็กบาด จนเอ็นขาด บริเวณป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 (กรุงเทพฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว )"

ต่อมาพบว่า นักเรียนที่ถูกไฟฟ้าดูดนั้น เป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาเท่านั้น โดยนักเรียนรายนี้ เรียนโรงเรียนอนุบาลชื่อดังในซอยสุขุมวิท 71 ต่อมาทางเพจ 'อีซ้อขยี้ข่าว3' ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 ลูกชายโดนไฟดูดแล้วสะบัดมือไปโดนเหล็กบาด เอ็นขาด รอเย็บ ค่าใช้จ่าย 85,000 บาท พร้อมทั้งโพสต์ภาพป้ายรถเมล์ พร้อมระบุว่า "ป้ายรถเมล์ที่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอให้ตายถึงเป็นข่าวนะคะ"

งานนี้ชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ข้อความออกไปจำนวนมาก พร้อมทั้งขอให้เด็กที่บาดเจ็บปลอดภัย หายไวไวอีกด้วย 

พิพัฒน์ หนุนจ้างงานอุตสาหกรรมการบิน หารือไทยเวียตเจ็ทนำเครื่องพร้อมนักบินเข้า ลดค่าตั๋วบิน เสริมท่องเที่ยวในประเทศ

เมื่อวันที่ (14 ส.ค.67) เวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยเวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด ในโอกาสเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือการส่งเสริมการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการบินเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมี นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เข้าร่วม ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ผมขอขอบคุณคณะผู้บริหารบริษัท ไทยเวียตเจ็ทฯ ที่มาเยี่ยมเยียนกระทรวงแรงงานในวันนี้ รวมถึงหารือกันในประเด็นการขอเพิ่มจำนวนนักบินและเครื่องบินนำเข้ามาในประเทศเพื่อให้แรงงานมีงานทำ มีรายได้มากขึ้นในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งในเรื่องนี้ผมได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการจัดหางานไปหารือในรายละเอียดข้อกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการออกประกาศ เพื่อให้นักบินต่างชาติเข้ามาบินได้ในระยะเวลาสั้นๆ เช่นระยะ 6 เดือน เพื่อทำให้ช่วยแก้ไขปัญหาสายการบินขาดแคลนนักบิน ขณะเดียวกันจะเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่สำคัญจะทำให้ค่าตั๋วโดยสารมีราคาถูกลงจากปัจจุบันลงได้

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะการออกมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผมขอขอบคุณและชื่นชมผู้บริหารบริษัทไทยเวียตเจ็ท ที่บริษัทมีแนวทางการพัฒนานักบิน ส่งเสริมการจ้างงานในอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง เป็นผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตและฟื้นตัวโดยเร็ว สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในปัจจุบัน 

ด้าน นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด กล่าวว่า ในนามบริษัท ไทยเวียตเจ็ทฯ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะที่เปิดโอกาสให้เข้าพบและหารือเรื่องการจ้างงานในอุตสาหกรรมการบินในวันนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไทยเวียตเจ็ทเราเป็นบริษัทสายการบินที่ไม่เคยปลดพนักงานมาก่อน และเราดูแลพนักงานอย่างดีที่สุด แม้ตั้งแต่ช่วงโควิดที่ผ่านมาหลายบริษัทลดกำลังการผลิตลง แม้กระทั่งธุรกิจสายการบินเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่บริษัทขอชื่นชมนโยบายรัฐบาลที่มีมาตรการต่างๆ ออกมาอย่างชัดเจน เช่น ฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยกระตุ้นและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็ว ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนนักบินให้ได้ 300 คน เพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 2,500 - 3,000 อัตรา ภายใน 5 ปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การจ้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

‘หนุ่มไทยใจดี’ ช่วยแกะสติกเกอร์บนเสาเหล็กภูเขาฟูจิให้แล้ว หลังเพจท่องเที่ยวนำไปแปะจนทัวร์ลงสนั่น เหตุ!! ไม่เหมาะสม

(15 ส.ค. 67) จากกรณีเฟซบุ๊กเพจท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามกว่า 30,000 คน ได้โพสต์ภาพแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงานบนยอดเขาฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งได้โพสต์ภาพที่แฟนเพจทักอินบ็อกซ์มาชื่นชมด้วยที่เจ้าของเพจนำสติกเกอร์ข้อความเดียวกับชื่อเพจไปติดบนเสาที่ใช้กั้นเขตทางเดินบนภูเขาฟูจิ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย อาทิ ไม่ควรทำเพราะเป็นสถานที่ที่คนญี่ปุ่นเคารพและศักดิ์สิทธิ์

ด้านเจ้าของเพจชี้แจงว่า ได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่แล้ว และเป็นสถานที่ที่สามารถติดสติกเกอร์ได้ ไม่ได้มีเธอติดคนเดียว อย่างไรก็ตามทางเพจได้ปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไปแล้ว

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ‘ลองวิเคราะห์ดู’ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3.5 แสนคน เปิดเผยว่า “มีลูกเพจท่านหนึ่งแกเห็นโพสต์พอดีตอนปีนขึ้นเขามา แกเลยแกะออกโดยไม่ได้คิดไรเยอะแกว่า ถ่ายไว้ด้วย แอดเลยขอภาพขอคลิปเขามา”

“ขอขอบคุณความมือบอนของคุณ สำหรับแอดมันดีมากเลยนะ บางครั้งการทำลายมันก็เป็นเรื่องที่ดี ยิ่งการทำลายสติกเกอร์ที่ไปติดตามสถานที่ท่องเที่ยวนี่ยิ่งดีเลย ไม่รู้จะพูดยังไง นอกจากขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ”

“ปล. แอดอาจพิมพ์อะไรตกหล่นไปนะ เรื่องสติกเกอร์ติดตามสถานที่ท่องเที่ยวมันก็มีประเทศอื่นด้วยแหละ แต่มันไม่ได้แปลว่าต้องทำตาม และก็ขึ้นอยู่ว่าสถานที่นั้นให้ติดได้หรือไม่ (พูดเผื่อว่าบางที่มีไว้สำหรับติด)”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้มีผู้เข้าไปขอบคุณ และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่นว่า อยากบอกว่า กราบขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะ, พล วิก มาเก็บงาน, ขอบพระคุณจากใจจริง ๆ, เอาจริง ๆ เที่ยวธรรมชาติก็อย่าไปหาทำอะไรที่ทำลายธรรมชาติเลย ไม่ว่าทิ้งขยะหรือสลักชื่ออะไรลงไป

'เรือด่วนเจ้าพระยา' แจงเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวเฉี่ยวชนเรือด่วนเจ้าพระยา 'นักท่องเที่ยว-ประชาชน' ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ส่ง รพ. ปลอดภัยแล้ว

(15 ส.ค. 67) บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เผยถึงกรณีเรือท่องเที่ยวเฉี่ยวชนกับเรือด่วนเจ้าพระยา บริเวณใกล้ท่าเรือพระปิ่นเกล้า (ปากคลองบางกอกน้อย) ในวันที่ 15 สิงหาคม 2567 เวลา 11.50 น. โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมดทันที ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คนจากการกระแทกกันของเรือ ทางกรมเจ้าท่าพร้อมหน่วยกู้ภัยและบริษัทฯ ได้ดำเนินการนำส่งผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลเพื่อดูแลรักษา และปัจจุบันผู้บาดเจ็บทุกคนได้รับการดูแลโดยคณะแพทย์และอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว และผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ 3 รายได้เดินทางกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อย 

อนึ่ง บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการหารือกับทางกรมเจ้าท่าและบริษัทเรือท่องเที่ยว (คู่กรณี) โดยทางกรมเจ้าท่าได้ดำเนินการสอบสวนและลงบันทึกรายงานเบื้องต้น โดยจะมีการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

บริษัทฯ มีนโยบายและมาตรการที่ต้องปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งพนักงานได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน และบริษัทฯ ได้มีมาตรการที่เข้มงวดด้านความปลอดภัยในการเดินเรือ และดำเนินการวางแผนงานการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก หากท่านใดพบเห็นเหตุการณ์หรือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โปรดแจ้งมายัง Line Official Account: @cpxcare (มี @) หรือเฟซบุ๊ก Chao Phraya Express Boat - เรือด่วนเจ้าพระยา

‘ชาวเน็ต’ ติง!! ‘เพจท่องเที่ยว’ หลังแปะสติกเกอร์บนเสาเหล็กภูเขาฟูจิ ชี้!! ‘การเคารพ-ให้เกียรติสถานที่’ เป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวควรทำ

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 67) กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กท่องเที่ยว ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 37,000 คน ได้เผยภาพโมเมนต์แฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงานบนยอดเขาฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้โพสต์ภาพที่ลูกเพจทักอินบ็อกซ์มาชื่นชมด้วยที่เจ้าของเพจนำสติกเกอร์ข้อความเดียวกับชื่อเพจไปติดบนเสาที่ใช้กั้นเขตทางเดินบนภูเขาฟูจิ

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างมากว่าเป็นการกระทำที่อาจจะไม่เหมาะสมหรือไม่ บ้างก็มองว่าเป็นเพจท่องเที่ยวอาจจะต้องมีการศึกษากติกาก่อนว่าทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ ภูเขาฟูจิ และเสาโทริอิ ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่นด้วย แม้จะอ้างว่าสอบถามคนแถวนั้นก่อนติดแล้ว แต่จริง ๆ อาจจะต้องขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่หรือไม่

- อ้างว่าได้ขออนุญาตจากร้านค้าแถวนั้นแล้ว พอติดเสร็จก็เอาออกเลย (แต่ก็ไม่รู้ว่าได้แกะออกจริงหรือเปล่า) ประเด็นสำคัญคือ คุณไม่ควรคิดที่จะไปติดตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว แค่คิดก็ผิดแล้ว การเคารพการให้เกียรติต่อสถานที่ เป็นเรื่องที่ควรทำสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเหมือนเป็นการให้เกียรติกับตัวเองด้วย
- ตอนเที่ยวไม่ได้ศึกษาก่อนเหรอว่าอันไหนสมควรหรือไม่?
- เมื่อคืนเจอดรามาในต็อก ๆ แต่หาต้นตอไม่เจอ ตอนนี้เจอละ
- แบบนี้ก็เคยเป็นข่าวแล้วไม่ใช่หรอ อย่างว่าอุทาหรณ์ ไม่ได้มีไว้สอนคนจริง ๆ

ทั้งนี้ ทางเจ้าของเพจได้ชี้แจงว่า “ขออนุญาตเจ้าหน้าที่แล้ว เป็นพื้นที่ที่เขาสามารถติดได้ และไม่ใช่พลอยติดคนเดียว ท่านอื่น ๆ ขอติดได้ ลองขึ้นไปถึงจุดติด พอครบ 1 ปีจะแกะออกตามปกติ ขอบคุณและน้อมรับ”

ล่าสุดโพสต์ดังกล่าวถูกลบ และเพจไปเที่ยวกับพลอยมั้ย PlayLand ได้ปิดไปแล้ว

'กรมอุทยานฯ' สานต่อความสำเร็จจับมือเครือข่ายภาคปชช. มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ย้ายลิงเมืองเพชรรอบที่ 3 ดร.ยุทธพล ติ้งพ่อเมืองเพชรควรออกมาช่วยกันแก้ปัญหา

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.67) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในฐานะประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำร่องย้ายลิงสู่ที่พักพิงใหม่ ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี โดยมี นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี 

พร้อมด้วย อำนวยการส่วน หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม และเจ้าหน้าที่ น.ส.จันทร์แสง สร้างนานอก ประธานมูลนิธิเพื่อสัตว์ป่า นายเอ็ดวิน เจ วิค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบเขาวังเพชรบุรีเข้าร่วมในพิธีกว่า 300 คน ครั้งนี้ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงแสมบริเวณโดยรอบเขาวังเพชรบุรี (พระนครคีรี) เป็นครั้งที่ 3 เพิ่มอีกจำนวน 156 ตัว เคลื่อนย้ายทั้ง 3 ครั้งร่วม 565 ตัว ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าฯได้จัดเตรียมกรงพักพิงลิงที่ได้รับการสนับสนุนและจัดสร้างโดยมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า บนพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ไว้เป็นสถานที่สำหรับพักพิงลิงแสม โดยได้นำลิงแสมที่เคลื่อนย้ายในวันนี้ นำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดความก้าวร้าว รุนแรง พร้อมได้จัดทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ มาทำการตรวจสุขภาพและดำเนินการทำหมันลิงแสม เพื่อเป็นการควบคุมประชากรลิง ไปพร้อมกันด้วย 

ทั้งนี้เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลิงแสมแล้ว ก็จะได้หาแหล่งที่อยู่ที่เหมาะสมในการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งยึดถือเป้าหมายที่สำคัญคือการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดจากการรบกวนของลิงแสมของจังหวัดเพชรบุรี  ถือว่าเป็นโครงการนำร่องที่ประสบผลสำเร็จ นำไปใช้เป็นโมเดลให้กับจังหวัดอื่นๆในการแก้ปัญหาลิงล้นเมืองได้

ด้าน ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ในฐานะประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า 
รอบนี้เป็นรอบที่ 3 แล้ว รอบแรก 200 ตัว รอบที่สอง 200 ตัว รอบที่สามก็ยากได้ 200 ตัว แต่เนื่องจากกรงที่มีอยู่ค้อนข้างแออัด รอบที่สามนี้จึงได้แค่ 156 ตัว โดยละแวกตัวเมืองเพชรบุรีคงคลี่คลายปัญหาลิงล้นเมืองไปได้เยอะ สิ่งที่ชาวเพชรบุรีต้องการจริงๆคือท้องถิ่นต้องเข้ามาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่  ไม่ใช้ให้มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า และกรมอุทยานฯเดินหน้าแก้ไขปัญหาตามลำพัง หากท้องถิ่นเข้ามาร่วมช่วยแก้ปัญหา จัดสรรงบประมาณในพื้นที่ก็จะรวดเร็วกว่าไปของบส่วนกลางมาดำเนินการ กฎหมายระเบียบต่างๆทางรัฐมนตรีได้มอบอำนาจให้ท้องถิ่นได้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาลิงร่วมกับกรมอุทยานไปแล้ว ปัญหาจะได้คลี่คล้ายลง หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือพื้นที่ อ.บ.ต.เทศบาลไหน ไม่มีงบประมาณเพียงพอ ก็สามารถจะได้รับงบประมาณสนับสนุนหรืออุดหนุน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือทางจังหวัดเพชรบุรี ได้อยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญส่งผลกระทบต่อเศรฐกิจ กระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรี จึงวอนท้องถิ่นให้เข้ามาแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป  

‘หนุ่มใหญ่รัสเซีย’ สูญทั้ง ‘เงิน-บ้าน-รถ’ ต้องมาสู้ชีวิตที่ จ.ภูเก็ต หลังแยกทางภรรยา เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว วอน!! คนใจดีช่วยหางานทำ

(15 ส.ค. 67) Phuket Times เผยข้อมูลของ Mr. Oleg Magdeev ซึ่งระบุว่าตนเป็นชาวรัสเซีย อายุ 57 ปี มาทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต โดยขับเรือยนต์ขนาด 60 ฟุต เป็นเวลา 4 ปี แต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด เกิดวิกฤติ ตนได้ขายบ้าน และย้ายไปอยู่ที่ จ.ชัยนาท สร้างบ้านในที่ดินภรรยา (จดทะเบียน) และซื้อรถใช้ชื่อภรรยา ปัจจุบันรถถูกยึด ภรรยาเอารถไปไว้ไฟแนนซ์ไม่ผ่อนรถเลยถูกยึด ปัจจุบันแยกกันอยู่กับภรรยา

ปัจจุบันมาขอเช่าบ้านอยู่แถว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต แต่ไม่ได้จ่ายค่าเช่ามาหลายเดือนแล้ว ขอเช่ารถจักรยานยนต์เพื่อได้พาลูกไปโรงเรียนและได้ค้างค่าเช่ามาหลายเดือนแล้วเช่นกัน ปัจจุบันลูกชายอายุ 5 ปีอยู่ชั้นอนุบาล

ตอนนี้ต้องการทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูบุตร โดย Mr. Oleg มีความสามารถดังนี้ ขับเรือยนต์ และซ่อมเรือขนาดไม่เกิน 60 ฟุต แต่ปัจจุบันใบอายุใบขับขี่เรือขาดอายุ มีความสามารถในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม ตู้เย็น  ปั๊มน้ำ และระบบไฟฟ้า

ตอนนี้ ผู้เช่าก็ให้พักอยู่ แม้ยังไม่มีเงินจ่าย และทราบว่าก็ไปต่อจั้มวีซ่าที่ระนอง ตอนนี้อยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เพื่อจะได้มีงานทำ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูก

บ.ไหน หรือท่านใดอยากช่วยเหลืออนุเคราะห์ สามารถติดต่อไปได้ที่คุณเอกวิทย์ สุรัตวดี 090-485-8422

‘เศรษฐา’ เคลื่อนไหวผ่าน X หลังพ้นสถานะ ‘นายกฯ’ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ สวมถุงเท้าแดง-มีสุนัขตัวโปรด

(15 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่หลังจากพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี โดยในแอปพลิเคชัน X หรือ ทวิตเตอร์ ได้ใส่แฮชแท็กว่า #NewProfilePic โดยรูปภาพดังกล่าวเป็นรูปในลักษณะพักผ่อนอิริยาบถสบาย ๆ นั่งอยู่กับสุนัขตัวโปรด โดยในรูปนายเศรษฐาสวมถุงเท้าสีแดง ซึ่งเป็นสีที่เจ้าตัวชื่นชอบ

ทางด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายเศรษฐา ได้มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก อาทิ เป็นกำลังใจให้ท่านนายกค่ะรู้สึกเสียดาย, ท่านคือแบบอย่างที่ดีงามในทุกด้าน, นายกที่ขยันและแข็งแกร่งที่สุด นายกในดวงใจค่ะ my role model,นายกที่ทำงานเยอะที่สุด คนนึง ใจเย็น พูดจาดีไพเราะ และเก่งมาก ๆ คนหนึ่ง เสียดายค่ะ และ ขอบคุณการทำงานอย่างหนักเพื่อประเทศชาติในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาครับ เป็นต้น

โดยวันนี้บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันเดียวกันนี้ เป็นไปอย่างเงียบเหงามีเพียงบรรดาสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ และข้าราชการที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ในส่วนของนักการเมืองยังไม่มีบุคคลใดเข้ามา 

ส่วนบรรยากาศบนตึกไทยคู่ฟ้า ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ประตูยังคงปิดเงียบไม่มีบุคคลใดเข้าและออก  และในเวลา 14.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีรักษาการเป็นครั้งแรกที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

'สมภพ' แนะ!! คนไทยบางกลุ่มที่กำลังสิ้นหวังกับประเทศไทย อย่าฝืนใจทนทุกข์ต่อไป แต่ 'สละสัญชาติ-ความเป็นคนไทย' ก่อน

(15 ส.ค. 67) จากเฟซบุ๊ก 'Sompob Pordi' ของ นายสมภพ พอดี นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความแนะนำ 'เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน' ที่นำเสนอเนื้อหาในหัวข้อ #วันที่บ้านดูไร้ความหวัง ระบุว่า...

วันนี้เรียกหาเด็กเก่ง เด็กดี

วันก่อนเห็นบอกว่า...
- อย่าสอนให้ปลาขึ้นต้นไม้
- อย่ากดดันเด็กเรื่องเรียน
- อย่าสอบวัดผลการเรียนของเด็ก
- อย่าบังคับฝืนใจเด็กด้วยเครื่องแบบ ทรงผม
- อย่าลงโทษเด็กเมื่อทำผิด
ฯลฯ

เด็กเก่ง เด็กดี ไม่ได้เกิดขึ้นเองจากอากาศธาตุ ต้องใช้เวลาสร้าง ต้องใช้ความรู้สติปัญญา ความรัก ความใส่ใจ ดูแล อบรม สั่งสอน ปลูกฝัง

เด็กเก่ง เด็กดี ไม่ใช่เด็กที่อ่อนแอ อ่อนไหว ใจเสาะ เปราะบาง เหมือนแก้วเจียระไน ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้จักกฎ ไม่ยอมรับกติกา ไร้วินัย ไม่มีมารยาท ไม่รู้จักกาลเทศะ เนรคุณ ชังชาติ ดูถูกดูแคลน เหยียดหยามแผ่นดินเกิด

คนไทยคนไหนใครสิ้นหวัง ไม่ว่าจะหัวหงอกหัวดำก็ไปซะเถอะ อย่าฝืนใจต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ต่อเลย สละสัญชาติ สละความเป็นคนไทยก่อนด้วย

แล้วให้คนที่ไม่สิ้นหวัง ที่เคยช่วยกันสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล สร้างถนน รถไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน ไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม สร้างศิลปวัฒนธรรม สร้างความเป็นไทย ที่คนทั้งโลกเขาเห็น เขาชื่นชม สร้างต่อไป

แต่ขอว่าอย่ากลับมาละกัน

จัดยิ่งใหญ่! สถาบันพระปกเกล้า-วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เปิดสนามศุภชลาศัย เตรียมระเบิดศึก ฟุตบอลประเพณี “รักเมืองไทย” ครั้งที่ 2

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.67) ที่ โรงแรม Siam At Siam Hotel รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาธิการ ในฐานะ (ผู้แทนเลขาธิการ) สถาบันพระปกเกล้า พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร คุณอรรถพล เสื้อคำรณ ประธานจัดงาน ปปร.27 พล.ท.ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ อดีตประธานรุ่น และประธานที่ปรึกษา วปอ.66 คุณวิกร ภูวพัชร์ ประธานจัดงาน วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ หัวหน้าทีมฟุตบอล สถาบันพระปกเกล้า และ พลเรือตรี วิชาญ วันทนี่ยกุล หัวหน้าทีมฟุตบอล วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลประเพณี "รักเมืองไทย" ครั้งที่ 2 โดย สถาบันพระปกเกล้า และ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาฯ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อ และสร้างจิตสำนึกให้สังคมเห็นถึงความปรองดองสมานฉันท์ นำพาประเทศ ก้าวข้ามความขัดแย้งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ เนื่องจากทั้ง 2 สถาบัน เป็นสถาบันหลักของประเทศที่ให้ความรู้ และผลิตบุคลากรของชาติ ระดับคุณภาพอย่างมากมาย ซึ่งการแข่งขัน ยึดรูปแบบฟุตบอลประเพณี "จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์" ที่โด่งดังมาช้านาน เป็นโมเดล

ด้าน พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
เปิดเผยว่า การแข่งขันฟุตบอลประเพณี “รักเมืองไทย” ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นจากความสำเร็จจากกิจกรรมครั้งที่ 1 เป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาในอดีตและปัจจุบันของทั้งสองสถาบัน ได้พบปะและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านประชาธิปไตยและความปรองดองในสังคม ผ่านกีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ 

งานนี้เป็นความร่วมมือจากนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน โดยเฉพาะ นักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่น 27 และ วปอ. รุ่น 66 ที่เป็นเหมือนเจ้าภาพและแกนหลักการจัดงาน รวมถึงพลังความร่วมมือจากนักศึกษาหลักสูตรต่างๆจากสองสถาบัน อาทิ สสสส. ปรม. ปศส. ปนป. SML วปอ.บอ.

ทางด้าน คุณวิกร ภูวพัชร์ ประธานจัดงาน วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เปิดเผยว่า การแข่งขันฟตบอลประเพณี "รักเมืองไทย" ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2566 ณ สนามศุภชลาศัย กรีทาสถานแห่งชาติ แข่งขันกัน 2 ประเภท คือ Junior กับ Senior ในครั้งนี้มีการแข่งขันประเภท Young เพิ่มเข้ามา เพื่อผลักดันคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในทางกีฬา และเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของรุ่นก่อน สืบไปในอนาคต

คุณอรรถพล เสื้อคำรณ ประธานจัดงาน ปปร.27 เปิดเผยว่า ฟุตบอลประเพณี "รักเมืองไทย" ครั้งที่ 2 เริ่มแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2567 ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่เวลา 15:30 น. จะมีการแข่งขันฟุตบอลคู่แรก ประเภท Young และการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่ 2 ประเภท Junior ในเวลา 16.45 น. และจะทำพิธีเปิดการแข่งขันพร้อมการแสดงขบวนพาเหรดของศิษย์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร - สถาบันพระปกเกล้า และการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ก่อนจะมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่สาม ประเภท Senior ในเวลา 19.00 น และพิธีมอบรางวัล ในเวลา 20.35 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top