Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘ขสมก.’ เตรียมจัดเดินรถเฉพาะกิจ ‘ฟรี 5 เส้นทาง’ บริการประชาชนร่วมงานเฉลิมพระเกียรติฯ สนามหลวง

(4 ก.ค.67) ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถโดยสารให้บริการฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนเดินทางไปร่วมงานมหรสพสมโภชเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย ‘ราชรถยิ้ม’ ของกระทรวงคมนาคม ในการสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนใช้บริการรถโดยสารด้วยรอยยิ้มและมีความสุข 

โดยนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก. ได้เตรียมจัดเดินรถโดยสารเฉพาะกิจให้บริการฟรี (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางไปร่วมงานมหรสพสมโภชฯ ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 ณ สนามหลวง จำนวน 5 เส้นทาง ให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. โดยมีจุดจอดรับ-ส่ง บริเวณหน้าศาลฎีกา ดังนี้…

1) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งเกาะพญาไท)
2) สายใต้ใหม่
3) หมอชิต 2
4) วงเวียนใหญ่
5) เดินรถเป็นวงกลม เส้นทางสนามหลวง - ท่าช้าง - ท่าเตียน

นอกจากนี้ ขสมก. ได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ และนายตรวจประจำจุดจอดรับ-ส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลความปลอดภัย หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ข้อมูลเส้นทางรถโดยสารประจำทาง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1348 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 - 22.00 น.   

ทั้งนี้ งานมหรสพสมโภชฯ จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรม มีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ แบ่งเป็น 2 เวที คือ เวทีกลาง จัดแสดงวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 เวลา 18.30 - 22.00 น. อาทิ การแสดงมหาดุริยางค์ไทยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ การแสดงโขนสด และการแสดงละครนอกเฉลิมพระเกียรติฯ ส่วนเวทีย่อย จัดแสดงวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2567 เวลา 17.00 - 18.30 น. อาทิ การแสดงของสมาคมศิลปะพื้นบ้าน การแสดงรำวงพื้นบ้าน รวมทั้งมีตลาดวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารไทย อาหารพื้นถิ่น มีการสาธิตอาหารในรูปแบบตลาดย้อนยุค และการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เช่น นวดไทย ทำว่าวไทย เป็นต้น

รองผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติอเมริกา

เมื่อวันที่ (2 ก.ค.67) พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติอเมริกา ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมี นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (H.E. Mr.Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และภริยา เป็นเจ้าภาพ ณ Topgolf Megacity อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ไทยกับสหรัฐอเมริกา สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2376 นับเป็นระยะเวลา 190 ปี โดยความสัมพันธ์ทางทหารและความมั่นคงนั้น ไทยได้รับสถานะเป็น Major Non-NATO Ally (MNNA) ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๖ โดยกรอบความร่วมมือทางด้านการทหารและความมั่นคงมีหลายระดับ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเป็นไปด้วยดีในหลายมิติ ดังนี้

1. การเยี่ยมเยือนของผู้บังคับบัญชา กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐ มีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

2. การศึกษา กองทัพเรือสหรัฐ ให้การสนับสนุนที่นั่งการศึกษาหลักสูตรที่สำคัญ ได้แก่ นักเรียนนายเรือสหรัฐ , นักเรียนนายเรือยามฝั่งสหรัฐ , นักทำลายใต้น้ำจู่โจมสหรัฐ , เสนาธิการทหารเรือสหรัฐ , วิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐ , เสนาธิการนาวิโยธินสหรัฐ และ Basic Officer (Infantry) นาวิกโยธินสหรัฐ เป็นต้น

3. การประชุม แบ่งเป็น
 - การประชุม Maritime Cooperation Talks (MCT) เป็นการประชุมระดับนโยบายของผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรือไทยและกองกำลังทางเรือสหรัฐ ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก
- การประชุม MCT Mid-Term Review ซึ่งเป็นการประชุมในระดับ
ผู้ปฏิบัติ

4. การฝึก เช่น การฝึกร่วมผสม COBRA GOLD , การฝึกผสม CARAT โดยจะมีการฝึก CARAT Multilateral 2024 ในพื้นที่อ่าวไทย ระหว่าง 18 - 27 ก.ค.67 , การฝึก GUARDIAN SEA , การฝึก SEACAT , การฝึก SEA SURVEX, UNDERSEAL, MTWS, FLASH TORCH, RIMPAC และการฝึก PASSEX เป็นต้น

5. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร (Intelligence Exchange Conference: IEC) ระหว่างกองทัพเรือไทย – กองทัพเรือสหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง

6. การช่วยเหลือทางทหาร กำหนดเป็นโครงการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security Initiative: MSI) จำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (ศรชล.) , โครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบตรวจการณ์ บ.DO-228 , โครงการจัดหาระบบสื่อสารแบบ CENTRIXS , โครงการฝึก ศึกษาด้านความมั่นคงทางทะเล , โครงการระบบรวบรวมข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ลำน้ำ , โครงการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งสนามบินอู่ตะเภา และโครงการจัดหาเรือยางท้องแข็ง

จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมาอย่างยาวนานส่งผลให้กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐมีความร่วมมือที่ดีในหลายมิติด้านความมั่นคงทางทะเล เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีบทบาทนำด้านความร่วมมือ และความมั่นคงในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

‘เพจดัง’ อัปเดต!! งบจัดซื้อจัดจ้าง ‘ทุ่นลอยน้ำ’ กทม.แพงเกินจริง โป๊ะ!! ผู้จัดซื้อเจ้าเดิมได้งาน พร้อมส่วนต่างแพงกว่าตลาดครึ่ง

(3 ก.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย’ โพสต์ภาพทุ่นลอยน้ำกรุงเทพมหานคร (กทม.) 2.5 ล้าน ระบุว่า…

ทุ่นลอยน้ำ กทม. 2.5 ล้าน แพงเกินครึ่ง

ตามกันต่อส่อพิรุธจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริงของ กรุงเทพมหานคร ล่าสุดพบเจอความผิดปกติกรณีจัดซื้อจัดจ้างทุ่นลอยน้ำ บริเวณสวนลุมฯ และสวนเบญจกิติ

สืบเสาะข้อมูลพบว่าชื่อโครงการซื้อทุ่นลอยน้ำพร้อมอุปกรณ์ยึดต่อสำหรับเทียบเรือ จำนวน 2 ชุด โดยวิธีคัดเลือก หน่วยงาน กองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ราคากลาง 5,000,000 บาท ราคาจ้าง 4,998,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 2,000 บาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าติดตั้งจำนวน 2 จุด มีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 7.5 เมตร และทางกว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตร คำนวนคร่าว ๆ ประมาณ 160 ตร.ม. จากการสืบราคาตลาดพบว่าราคาทุ่นเทียบเรือรุ่นดังกล่าว อยู่ที่ ตร.ม. ละ 5-7 พันบาท ก็ราว ๆ ล้านนิด ๆ แต่ กทม.จัดซื้อ 2.5 ล้านต่อจุด งานนี้คำนวนส่วนต่างครึ่ง ๆ

เมื่อดูในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ พบว่าโครงการฯ นี้ ใช้วิธีการคัดเลือก แทนที่จะต้องใช้วิธีการประมูลแบบอีบิดดิ้ง ตามระเบียบฯ กรมบัญชีกลาง The Comptroller General’s Department มีเอกชน 3 ราย ยื่นซองเสนอราคา คือ

1. บริษัท ไอ คอมเมิร์ซ จำกัด เสนอราคา 5,300,000 บาท

2. บริษัท วาล็อค สปอร์ต อีควิปเม้นท์ จำกัด เสนอราคา 4,998,000 บาท

3. บริษัท ทรี สปอร์ตฟลอริ่ง จำกัด เสนอราคา 5,500,000 บาท

บริษัท วาล็อค สปอร์ต อีควิปเม้นท์ จำกัด ที่จัดซื้อเครื่องออกกำลังกายแพง ๆ เสนอราคาต่ำสุดได้รับงานไป ส่วนรายอื่น ๆ เสนอราคาสูงกว่าราคากลาง แต่ กทม. ไม่เอา ทั้งนี้จากการตั้งข้อสังเกตในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พบแต่ชื่อไฟล์ แต่ไม่มีข้อมูล ซึ่งตามระบบแล้วจะต้องอัพเดทเข้าไปในระบบ

อีกโพสต์หนึ่ง ระบุว่า "ทุ่นลอยน้ำสวนรถไฟ ส่วนต่างครึ่ง ๆ เจออีก…ทุ่นลอยน้ำ กทม.ที่สวนรถไฟจัดซื้อส่อแพงเกินจริง ชื่อโครงการจัดซื้อทุ่นลอยน้ำพร้อมอุปกรณ์ยึดต่อสำหรับเทียบเรือ ขนาดไม่น้อยกว่า 46 ตารางเมตร (ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 495,000 บาท หน่วยงานที่จัดซื้อ กองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สืบราคาตลาดรวมหมุดสกรูแล้วตก ตร.ม.ละ 5,400 บาท คำนวนคร่าว ๆ คูณด้วย 46 ตร.ม. เป็นเงิน 248,400 บาท แต่ กรุงเทพมหานคร เบิก 495,000 ไม่มีลดสักบาท...ครึ่ง ๆ แบบนี้เป็นของหวานให้ ผอ.กอง-เขต ต่าง ๆ"

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ได้โพสต์ข้อความว่า "สวัสดีตอนเช้า ผ่านมา 27 วันแล้ว ตั้งแต่ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครแถลงข่าวจนบัดนี้ ยังไม่ทราบผลสอบจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายแพงเกินจริง ๆ"

เป็นการกล่าวถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. โดยกล่าวว่า “ผิด ก็ยืนยันว่าผิด กระบวนการในการตรวจสอบราคากลาง คงต้องให้เข้มงวดขึ้นและสามารถให้สังคมตรวจสอบได้ และขบวนการต่าง ๆ ต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจน ของฝ่ายบริหารเองก็ไม่มีนโยบายไปก้าวก่ายฝ่ายอื่นหรือคณะกรรมการราคากลางอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบและให้ประโยชน์ต่อประชาชนกับราชการ ของเราเองก็มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร (ศปท.กทม.) ก็จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป”

‘นักร้องหนุ่ม’ โชว์สปิริต ร้องเพลงท่ามกลาง ‘ฝูงแมลงเม่า’ รับ!! ไม่อยากให้แขกในงานเซ็ง แม้บินเข้าปากไป 3-4 ตัว

(3 ก.ค. 67) จากกรณีคลิปวิดีโอว่อนโซเชียล นักร้องหนุ่มร้องเพลงท่ามกลางแมลงเม่านับแสน จนมีคนแชร์และเข้าไปให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ชาวเน็ตต่างเข้าไปให้กำลังใจนักร้องขณะร้องเพลงในเพจมงคลซาวด์ & อาลาไก สตูดิโอเป็นจำนวนมาก หลังมีคนนำคลิปบรรยากาศการร้องเพลงของวงอนุบาล 3 ไปโพสต์

เป็นภาพที่นักร้องหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งถือไมค์ร้องเพลง อีกมือหนึ่งเอาไว้ปัดแมลงเม่า ซึ่งคาดว่ามีนับแสนตัวมารุมอยู่บนเวทีขณะร้องเพลง ชาวเน็ตหลายคนมาคอมเมนต์และให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก บางคนบอกว่าสงสาร บางคนบอกว่า ‘ร้องเพลงจบอิ่มพอดี’

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า นักร้องคนที่อยู่ในคลิป ชื่อ นายวิทยา สิวกระโทก หรือเต็งหนึ่ง อายุ 29 ปี เล่าว่า ตั้งวงดนตรีชื่อวง ‘อนุบาล 3’ จะรับเล่นดนตรีตามรถแห่ที่เขาจ้างไปหรือรับงานตามงานเลี้ยงต่าง ๆ

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมาไปรับงานเลี้ยงที่บ้านชุมทอง ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังเช็กซาวด์ คือจะต้องร้องก่อนประมาณ 4-5 เพลง ระหว่างที่กำลังร้องได้เพลงที่ 3 ได้มีแมลงเม่าไม่รู้ว่ามาจากไหน บินมารุมตนเองขณะร้องเพลงอยู่

แต่ทำอะไรไม่ถูก นักดนตรีก็เล่นไปเพราะไม่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าน่าจะลืมคิดถึงนักร้อง จึงตัดสินใจร้องไปเรื่อย ๆ ประกอบกับไม่อยากให้แขกในงานเกิดอาการเซ็ง ร้องไปเอามือปัดแมลงเม่าไป

ประมาณ 30 นาทีแมลงเม่าที่ปีกหลุดก็หายไป แต่ยอมรับว่าระหว่างที่ร้องอยู่นั้นได้กินแมลงเม่าไปประมาณ 3-4 ตัว รู้สึกมันดี ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ร้องเพลงในฝูงแมลงเม่า และเป็นครั้งแรกที่ได้กินแมลงเม่าตัวเป็น ๆ

ขณะที่ นายมงคล ก่อแก้ว เจ้าของรถแห่มงคลซาวด์ เล่าว่า ปกตินักร้องไม่เคยจะเจอแมลงเม่าแบบนี้ วันนั้นเห็นนักร้องร้องเพลงด้วยความลำบาก จึงถ่ายคลิปไว้ดูกระทั่งเอาไปโพสต์ลงในเพจไม่คิดว่าจะมีคนมาสนใจและรู้สึกดีกับนักร้องแบบนี้

ส่วนการแก้ไขปัญหาแมลงเม่าระหว่างการแสดงนั้น ยังไม่มีวิธีเพราะแมลงเม่าถ้าออกมาแล้วไม่นานปีกจะหลุดแล้วเดินหายไปอยู่แล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบรรยากาศแปลกที่หาดูได้ยากของการแสดงดนตรีได้อีกมุมหนึ่ง

สวนสัตว์ขอนแก่น ผ่านการรับรองมาตรฐานท่องเที่ยวไทย มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว ประจำปี 2567

สวนสัตว์ขอนแก่น ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 สวนสัตว์ขอนแก่น เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยนางทิพาวดี กิตติคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ทั้งนี้สวนสัตว์ขอนแก่น ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี ซึ่งสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวระดับสากลในครั้งนี้ ใช้แบบประเมินโดยมีเนื้อหาและกรอบดัชนีวัดคุณภาพมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะ 5 องค์ประกอบ 28 เกณฑ์ และ 90 ตัวชี้วัด ซึ่งครอบคลุมในด้านความสะอาด ความปลอดภัย ความสะดวก การออกแบบ และการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการคุณภาพการบริการ

นางทิพาวดี กิตติคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น กล่าวว่า สวนสัตว์ขอนแก่นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เข้าร่วมพิธีรับมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2567 มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งสวนสัตว์ขอนแก่นเห็นถึงความสำคัญของห้องน้ำ ในการให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่สวนสัตว์ขอนแก่น ที่สามารถเข้าถึงการใช้บริการห้องน้ำที่ “สะอาด พอเพียง ปลอดภัย” และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมในการใช้ห้องน้ำที่ถูกต้องและต้องมีจำนวนห้องน้ำที่พอเพียงสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ที่สามารถพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ รวมถึงจัดให้มีส้วมที่เหมาะสมทุกคนสามารถใช้บริการได้ง่ายและปลอดภัย มาอยู่ในที่ลับตาแสงสว่างพอเพียง แยกเป็นสัดส่วนชายหญิง สามารถให้ความช่วยเหลืออย่างยังทันท่วงทีในกรณีเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งห้องน้ำของสวนสัตว์ขอนแก่นเป็นห้องน้ำรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านความสะอาดพร้อมทั้งมีบรรยากาศโปร่งโล่งสบายและยังมีการให้ความรู้เผยแพร่ในห้องน้ำเช่นความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่าง ๆ การเที่ยวชมสวนสัตว์ติดไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้อ่านในช่วงมาใช้บริการอีกด้วย

‘รัฐบาล’ ไฟเขียว!! เพิ่มงบเหมาจ่ายดูแล ‘ผู้มีภาวะพึ่งพิง’ อีก 4 พันบาท พร้อมขยายการดูแลเพิ่มอีก 2 กลุ่มเป้าหมาย เคาะ!! 'อปท.' ดูแล

(3 ก.ค. 67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในแต่ละปีจะมีผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลจากภาครัฐอยู่ที่จำนวน 320,000 คนต่อปี แต่พบว่ายังมีผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงกลุ่มอื่น ๆ ในชุมชนเพิ่มเติมอีก เช่น 1.กลุ่มที่มีภาวะสมองเสื่อม และ 2.กลุ่มผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) เป็นต้น ซึ่งมีความจำเป็นหรือความต้องการที่ต้องได้รับการดูแลเหมือนกับกลุ่มที่มี ADL เท่ากับหรือต่ำกว่า 11 ดังนั้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้มีภาวะพึ่งพิงให้ได้รับบริการที่บ้านหรือในชุมชนเพิ่มขึ้น คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบให้ขยายกลุ่มเป้าหมาย โดยให้ครอบคลุมกลุ่มที่มีภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่ระยะปานกลางและกลุ่มผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วย โดยคาดการณ์ว่า จะทำให้มีผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงที่ได้รับการดูแลในระบบเพิ่มรวมเป็นจำนวนประมาณ 6 แสนคน

นายคารมกล่าวว่า นอกจากนี้ บอร์ด สปสช. ได้อนุมัติเพิ่มงบประมาณค่าบริการจากเดิมเหมาจ่ายการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ จากจำนวน 6,000 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มเติมเป็นจำนวน 10,442 บาทต่อคนต่อปี (เพิ่มขึ้น 4,442 บาทต่อคนต่อปี) ซึ่งจะทำให้ อปท. มีงบประมาณสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ ทำให้หน่วยบริการสามารถจัดบริการได้ดีขึ้น รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วย ขณะเดียวกันยังทำให้เกิดแรงจูงใจหน่วยบริการที่มีศักยภาพ เช่น สถานชีวาภิบาลที่อยู่กระจายในชุมชนเข้าร่วมให้การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในระบบ

“รัฐบาลมุ่งดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น รองรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย ผ่านการจัดสรรงบประมาณ โดยมอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นหน่วยงานดำเนินการให้ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็น ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผ่านกลไก ‘ระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่’ (Long Term Care : LTC )” นายคารมกล่าว

สมาคมนักเรียนเก่า เอ เอฟ เอส ประเทศไทย คว้ารางวัล Moral Awards 2022 เป็นองค์กรต้นแบบที่ร่วมขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย

เมื่อวานนี้ (2 ก.ค.67) ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) นำโดย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม มอบโล่รางวัล Moral Awards 2022 และเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ให้แก่ สมาคมนักเรียนเก่า เอ เอฟ เอส ประเทศไทย เนื่องด้วยเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมด้วยโครงการตามรอยพระราชาอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย) เป็นผู้รับมอบ ณ ห้อง Auditorium สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park

รางวัล Moral Awards 2022 เป็นรางวัลที่ยกย่ององค์กรที่เป็นแบบอย่างด้านคุณธรรม ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรมได้เล็งเห็นความสำคัญของพลังความดีที่ขับเคลื่อนคุณธรรมของสมาคมนักเรียนเก่า เอ เอฟ เอส ประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ดำเนินการมอบโล่รางวัลพิเศษ เพื่อต้องการยกย่อง ชื่นชม ให้แก่ สมาคมนักเรียนเก่า เอ เอฟ เอส ประเทศไทย เนื่องด้วยให้การสนับสนุนโครงการตามรอยพระราชา ซึ่งเป็นโครงการน้อมนำพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นโครงการเรียนรู้อย่างครบวงจร ทั้งการศึกษาดูงาน การลงมือทำกิจกรรมเสริมทักษะเรียนรู้ และต่อยอด พร้อมสร้างความเข้าใจและเข้าถึงคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู 

โดยมีกลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ บุคลากรทางการศึกษา ครู อาจารย์ นักธุรกิจ จากทั่วประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการมากว่า 39 ครั้ง มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 5,000 คน โดยสมาคมฯ ได้สนับสนุนให้คณะคุณครูเข้ามาร่วมกิจกรรม boardgame นวัตกรรมศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล (from SEP to SDGs) พร้อมส่งมอบเครื่องมือชุด The King’s Journal: Learn English ให้กับตัวแทนคุณครูที่มีความตั้งใจ และมีความพร้อมจะนำไปขยายผลกับเด็กนักเรียนที่โรงเรียน ต่อไป 

อีกทั้งสมาคมฯ ยังให้ความสำคัญในการทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง โดยให้สมาชิกเก่า สมาชิกปัจจุบัน ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ศักยภาพ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ กิจกรรมค่ายพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ “TRAFS English Camp” กิจกรรมส่งมอบจักรยานสำหรับนักเรียนในต่างจังหวัดที่ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลไป-กลับโรงเรียน “TRAFS Bike for Kids” กิจกรรมที่ดำเนินโครงการโดยสมาชิกเอง อาทิ กิจกรรมส่งเสริมการอ่านทดแทนคุณแผ่นดิน “โครงการนักอ่านบ้านนา” กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม “รักไหมสุรินทร์” กิจกรรมมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนคนดีที่ขาดแคลนกองทุน “ปันบุญ” กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจพัฒนาภาวะผู้นำให้เยาวชน “2000 วัน ปั่นรอบโลก” เป็นต้น ถือเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย และสร้างแรงกระเพื่อมให้แก่สังคมสืบไป

#ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

สตม. รวบหนุ่มเมืองเบียร์ OVERSTAY พบประวัติก่อคดีพยายามฆ่าเพื่อนร่วมชาติ

กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม นายอัลเมด (นามสมมติ) อายุ 28 ปี สัญชาติเยอรมัน ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าว อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินการคดีกฎหมาย สถานที่จับกุม โรงแรมภายในซอยสุขุมวิท ๔ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 

กก.2 บก.สส.สตม. ได้รับการร้องเรียนว่ามีโรงแรมภายในซอยสุขุมวิท 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ บางแห่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยแล้วไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทราบ จึงได้ไปตรวจสอบ โดยระหว่างตรวจสอบพบนายอัลเมด จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางและข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว จึงได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่า นายอัลเมด เป็นหนึ่งในสมาชิกองค์กรอาชญากรรม ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทและได้พยายามฆ่าโดยใช้อาวุธปืนยิงฝ่ายตรงข้ามจำนวน 4 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส กก.2 บก.สส.สตม.จึงทำการจับกุมดำเนินคดีในข้อกล่าวเป็น คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และหลังจากคดีสิ้นสุดจะได้ส่งนายอัลเมดกลับไปยังประเทศเยอรมนีต่อไป 

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สตม. รวบหนุ่มเวียดนาม ไกด์เถื่อน ปล้นเพื่อนร่วมชาติ มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท

วันนี้ (3 ก.ค. 67) เวลา 13.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัยผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

สตม. รวบหนุ่มเวียดนาม ไกด์เถื่อน ปล้นเพื่อนร่วมชาติ มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาทกก.สส.บก.ตม.3 จับกุม MR.NONG (นามสมมติ) อายุ 25 ปี สัญชาติเวียดนาม ตามหมายจับศาลอาญา พระโขนง ที่ จ.501/2566 ลงวันที่ 28 ส.ค.2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุมริมถนนเศรษฐกิจ 1 ม.2 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร จว.สมุทรสาคร สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2566 เกิดเหตุปล้นทรัพย์ในท้องที่ สน.พระโขนง จากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่นสัญชาติเวียดนาม มีพฤติการณ์หลอกเหยื่อว่าเป็นไกด์นำเที่ยว โดยจะเลือกเหยื่อสัญชาติเวียดนามเนื่องจากสามารถสื่อสารกันเข้าใจ วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.66 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อมา MR.NAM ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นชาวเวียดนามผู้ก่อเหตุ ได้รับการติดต่อจาก MR.TRAN (ผู้เสียหาย) สัญชาติเวียดนามกับเพื่อนรวม 8 คน ให้เป็นไกด์นำเที่ยว โดย MR.TRAN กับเพื่อนทั้ง 8 คน ได้เช่าบ้านพักอยู่ในซอยสุขุมวิท 101 ถนนปุณณวิถี 49 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 21 ส.ค.2566 MR.NAM พร้อมพวกจำนวน 7 - 8 คน ได้เข้ามาที่บ้านพักดังกล่าวแล้วใช้อาวุธมีดปลายแหลม ขู่บังคับให้ MR.TRAN กับเพื่อนให้เข้าไปอยู่ในห้องพัก จากนั้นใส่กุญแจมือและใช้โซ่เหล็กล่ามขา MR.TRAN กับเพื่อนไว้ในห้อง แล้วได้ทำร้ายร่างกายและบังคับให้ MR.TRAN กับเพื่อนส่งมอบเงินสดและโทรศัพท์มือถือให้  

ในเวลาต่อมาได้มีเพื่อนของ MR.TRAN มาเรียกที่บริเวณหน้าบ้านพัก MR.NAM กับพวกจึงได้พากันหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ MR.TRAN จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นชาวเวียดนาม ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยทางจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 2 ในวันที่ 26 ส.ค.2566 ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพระโขนงออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้จำนวน 13 ราย กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ประสานข้อมูลกับ สน.พระโขนง เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทราบว่า MR.NONG  หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นชาวเวียดนามผู้ก่อเหตุและศาลได้อนุมัติหมายจับ ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยและได้หลบหนีหมายจับไปพักอาศัยอยู่ในท้องที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงได้ติดตามจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘ภูมิธรรม’ หนุน ’คนรุ่นใหม่เมืองย่าโม‘ ยก โคราชโมเดลธุรกิจครบวงจร เตรียมยกระดับสินค้าชุมชนผ่าน E-Commerce Alibaba

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือกับ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Entrepreneurs Chamber of Commerce: YEC) กลุ่มผู้แทนเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัด(Young Smart Farmer: YSF) และเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ของจังหวัดนครราชสีมา หารือถึงปัญหาอุปสรรคในการทำธุรกิจ รวมไปถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาครัฐ สนับสนุนเอกชนทำรายได้ให้ประเทศ เตรียมจัดงาน Live E-Commerce ที่จะนำสินค้าของไทยทั่วทุกภาค ให้ทั่วโลกรู้จักผ่าน Influencer ระดับประเทศ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ YEC กลุ่ม MOC Biz Club และกลุ่ม Young Smart Farmer ของจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรม AISANA อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา โดยในการหารือมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์จริญ ประธาน YEC นครราชสีมา นายสุดที่รัก พันธุ์สายเชื้อ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นางสาวปุณยนุช เขียนนอก เลขานุการ YSF ผู้ประกอบการ Logistics นครราชสีมา คุณเจนจิรา กงทอง นายปราโมศวร์ ตัณฑเศณีวัฒน์ ประธานเครือข่ายธุรกิจ Moc Biz Club จังหวัดนครราชสีมา ร่วมด้วย

นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ตนมีความสนใจและให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ YEC YSF MOC Biz Club เพราะคนกลุ่มนี้มีพลัง มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจ มีโอกาส และมีพื้นฐานความรู้เรื่องโลกสมัยใหม่อยู่กับเทคโนโลยี เคยเห็นโลกกว้าง วันข้างหน้าจะเป็นโลกของคนรุ่นใหม่ อนาคตของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ ที่มีโอกาสอีกเยอะ ส่วนหนึ่งก็มาจากพวกท่าน ท่านนายกฯให้นโยบายภาครัฐเป็นรัฐสนับสนุนให้เอกชนเป็นทัพหน้าทำเงินเข้าประเทศ เรารอดูความสำเร็จ“

ด้านผู้ประกอบการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช มีทั้งสินค้าและสถานที่ที่พร้อมจะนำเสนอให้กับผู้ซื้อและนักท่องเที่ยว เพราะมีทั้งแหล่งวัฒนธรรม และ Soft Power มีความพร้อมที่อยากให้คนทั่วโลกได้สัมผัส โดยกระทรวงพาณิชย์ มีฑูตพาณิชย์ประจำประเทศต่างๆ อยู่แล้ว จึงอยากให้มีคนกลางไปช่วยโปรโมท ในตลาดต่างประเทศ รวมถึง การจัดกิจกรรม “Big Match ยกระดับเศรษฐกิจ@นครราชสีมา” ในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช โดยรองนายกฯ ได้ให้การสนับสนุน และจะมีการจัดกิจกรรมคล้ายๆ โครงการYEN-D ของกรมการค้าต่างประเทศ โดยฟื้นกิจกรรมนี้มาเพื่อสร้างเครือข่ายในประเทศ ให้แนวคิดให้ “คิดให้ลึกและให้ทำต่อ” โดยจะทำคู่ขนานกันไปกับการสร้างความแข็งแรงให้กับผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ในส่วนของ YEC มีการร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา เฟ้นหาสินค้าชุมชน และนำพัฒนาจัดภาพลักษณ์ของสินค้า เนื่องจากสินค้าหลาย ๆ ตัว เป็นสินค้าที่ชุมชนผลิตออกมาได้ดีมาก แต่ยังขาดการจัดการ และการ promote ประชาสัมพันธ์ จึงต้องมีการนำเอกลักษณ์สินค้ามาพัฒนาเป็นคาแรกเตอร์ดีไซน์ ปัจจุบันเราได้มีกิจกรรม Koratmonogram  ซึ่งสินค้าที่ถูกพัฒนาภายใต้โครงการนี้เป็นสินค้าที่มีลายเป็นเอกลักษณ์ อย่างเช่นกางเกงแมว หรือ Art Toy รูปแมว ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด โดยเราได้สร้างคาแรกเตอร์เฉพาะ คือ “แมวเมื่อย” และเราสร้าง story ให้กับสินค้า ในปัจจุบันนี้มีการเลือกสินค้ามาใช้กับคาแรกเตอร์ดังกล่าวประมาณ 40 สินค้า และปัจจุบันได้มีการศึกษาการร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวกับสินค้า อย่างเช่นที่ประเทศญี่ปุ่นมีตัว “คุมะมง” นำเที่ยวในเมืองคุมาโมโตะ ของประเทศญี่ปุ่น จึงอยากนำมาพัฒนากับไทยโดยสร้างคาแรกเตอร์ดีไซน์ขึ้นมาโดยถือว่าเป็น KOL สำหรับจังหวัดโคราชที่จะใช้กับสินค้าและสถานที่ต่างๆในจังหวัด

ในส่วนของการผลักดัน E-Commerce นายภูมิธรรมฯ กล่าวว่า “การจัดขายออนไลน์แพลตฟอร์ม E-Commerce กระทรวงพาณิชย์ได้จัดมาบ้างแล้ว หลังจากที่ผมได้เข้ามา ผมก็ได้เดินทางไปประเทศจีนเพื่อเจาะตลาดรายมณฑลจากที่ผมได้เดินทางไปเอง เกือบ 10 มณฑลแล้ว และขณะนี้ผมได้ตั้งทีมอินเดีย เพื่อเจาะตลาดรัฐของอินเดีย ซึ่งมีความต้องการสินค้าไทยสูง โดยในเดือนกันยายนนี้ จะมีการจัดมหกรรม Live E-Commerce จะเชิญอินฟลูเอนเซอร์ระดับTOP 3 ทั้งไทยและต่างประเทศ มาเลือกดูสินค้าของไทย โดยเฉพาะจะมีการเชิญ Alibaba ที่เป็นแพลตฟอร์มการขายสินค้าE-Commerce ของจีน เข้ามาดูสินค้าระดับพรีเมี่ยมของไทย และจะมีการคัดเลือกสินค้าจากทั่วทุกภาคในประเทศไทย ไปวางขายในแพลตฟอร์ม Alibaba ของจีน
และสร้างแบรนด์ไทย ให้ชาวโลกต้องการ”

“ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องช่วย SME ที่เป็นฐานของเศรษฐกิจของประเทศได้มีโอกาสในตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ  อีกอย่างคือ ผมฝากสินค้าตัวรอง ให้คนรุ่นใหม่นำมาดูตลาด เพราะต้นทุนราคาสินค้าต่ำ แต่มีโอกาสในตลาดมาก หากเข้าได้ถูกทางโดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วย นโยบายของรัฐบาล คือช่วยคนตัวเล็ก อย่างเช่น SME ที่ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตขึ้นให้ได้ เมื่อเศรษฐกิจพื้นฐานเติบโต กำลังซื้อเติบโตการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น โดยการหมุนเวียนในห่วงโซ่เศรษฐกิจนี้ ต้องพึ่งพากัน” นายภูมิธรรม กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top