Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

'วีรพล' ฮึด!! โชว์ก๊อกสอง ปาดซิว 'เหรียญเงิน' ยกน้ำหนักโอลิมปิก เจ้าตัวปลื้ม!! เป็นของขวัญวันเกิดที่ล้ำค่าอย่างมาก

(9 ส.ค.67) ผลการแข่งขันยกน้ำหนัก โอลิมปิก เกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม รุ่น 73 กิโลกรัมชาย ไทยส่ง 'เวฟ' วีรพล วิชุมา จอมพลังวัยแค่ 19 ปีลงชิงชัย

ผลปรากฏว่าเจ้าตัวพลาดในท่าสแนตช์ เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 148 กก. ยกผ่านไม่มีปัญหา แต่ครั้งที่ 2 เรียกที่ 152 กก. ยกไม่ผ่าน ครั้งที่ 3 เรียกเท่าเดิมหวังแก้ตัวก็ไม่รอด ทำให้ท่าแรกทำน้ำหนักไปเพียง 148 กก. โอกาสคว้าเหรียญในตอนนั้นริบหรี่เหลือเกิน เพราะรั้งอันดับ 9

อย่างไรก็ตามในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก วีรพล รวบรวมกำลังยกผ่านทั้ง 3 ครั้งที่ 190, 194 และ 198 กก. ซึ่งครั้งที่ 3 เจ้าตัวทำลายสถิติเยาวชนโลกที่ตัวเองเคยทำไว้เมื่อปี 2023 สรุปคะแนนรวมพุ่งมาที่ 346 กก. บวกกับที่ ฉี จือ ยง นักกีฬาของจีนแชมป์เก่าพลาดยกไม่ผ่านทั้ง 3 ครั้ง วีรพลแซงขึ้นมารั้งอันดับ 2 คว้าเหรียญเงินไปครองแบบน่าเหลือเชื่อ เป็นเหรียญที่ 3 ให้ทัพยกน้ำหนัก และเหรียญที่ 6 ให้ทัพนักกีฬาไทย

ภายหลังการแข่งขัน วีรพล เปิดเผยว่าตื่นเต้นกับการมาแข่งโอลิมปิกเป็นอย่างมากเพราะถือว่าเป็นครั้งแรกและสามารถคว้าเหรียญมาครองได้สำเร็จเป็นความภูมิใจส่วนตัวและความภูมิใจของครอบครัว

“เงินรางวัลที่ได้มาครองและยังไม่คิดว่าจะไปทำอะไรขอปรึกษาครอบครัวก่อน เนื่องจากตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาไม่ต้องมีภาระอะไร หนี้สินที่เคยมีก็ชำระทุกอย่างไปหมดแล้วจากเงินรางวัลที่ได้มาก่อนหน้านี้”

จอมพลังพลังหนุ่มไทย กล่าวต่อไปว่า นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก ซึ่งวันเกิดของผมคือวันที่ 9 สิงหาคมที่จะถึงนี้

สำหรับการได้เหรียญรางวัลในครั้งนี้เท่ากับว่าทีมยกน้ำหนักของไทยลงทำการแข่งขันสามรุ่นสามคนได้เหรียญมาครองทั้งหมด โดยยังเหลือนักกีฬาอีกหนึ่งคนซึ่งจะแข่งขันในวันที่ 11 สิงหาคมนี้

ส่อง 7 ข้าราชการตำรวจ ฮีโร่นักกีฬาโอลิมปิก 'PARIS 2024'

สำนักงานกำลังพลร่วมแสดงความยินดีและภาคภูมิใจในข้าราชการตำรวจทั้ง 7 นาย ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปีนี้ ข้าราชการตำรวจทั้ง 7 นาย ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถที่โดดเด่น ทั้งในหน้าที่การงานและวงการกีฬา ซึ่งนับเป็นเกียรติยศอย่างยิ่งที่พวกเขาได้เป็นตัวแทนของประเทศในการแข่งขันกีฬาระดับโลก มีใครกันบ้าง ไปทำความรู้จักกันเลย
1. ส.ต.ท.กุลวุฒิ วิทิตศานต์ (วิว) ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ป. 
ได้รับรางวัลเหรียญเงินในประเภทแบดมินตันชายเดี่ยว ซึ่งเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจและ เป็นประวัติศาสตร์ของแบดมินตันไทยในรอบ 32 ปี นับตั้งแต่ถูกบรรจุเข้าไปในกีฬาโอลิมปิก
2 .ส.ต.ต.หญิง รัชนก อินทนนท์ (เมย์)  ผบ.หมู่ ฝ่ายฝึกอบรม ศฝร.บช.ก.
โอลิมปิกปีนี้ น้องเมย์ได้เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายในประเภทแบดมินตันหญิงเดี่ยว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถและความพยายามที่ไม่มีที่สิ้นสุด 
3. ส.ต.ท.หญิง ใบสน มณีก้อน (ครีม)  ผบ.หมู่ ฝอ.ภ.จว.กาฬสินธุ์ 
ได้เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายในประเภทมวยสากลหญิง รุ่น 75 กิโลกรัม เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการกำปั้นไทย และทำให้เห็นถึงความเป็นนักสู้ในตัวเธอ 

4. ส.ต.ท.ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด (เหลิม) ผบ.หมู่ ฝอ.ภ.จว.พิษณุโลก 
ได้เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายในประเภทมวยสากลชาย เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามและการเตรียมพร้อมที่ดีเยี่ยม
5. ส.ต.ท.วีระพล จงจอหอ (เกมส์) ผบ.หมู่ ฝอ.ภ.จว.นครราชสีมา 
ได้เข้ารอบ 32 คนสุดท้ายในประเภทมวยสากลชาย รุ่น 80 กิโลกรัม มีความมุ่งมั่นและทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง จนสามารถคว้าตั๋วไปโอลิมปิกได้สำเร็จ
6. ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง สุเบญรัตน์ อินแสง (เบญ) รอง สว.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ สก.
ได้อันดับที่ 32 ในกีฬากรีฑาประเภทขว้างจักรหญิง ขว้างได้ดีที่สุดที่ 58.07 เมตร ทำให้เห็นความสามารถทางกายภาพและการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อโอลิมปิกในครั้งนี้
7. ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง สุธาสินี เสวตบุตร (หญิง)  รอง สว.ฝอ.1 บก.อก.บช.ก. 
ลูกเด้งสาวไทย ได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในประเภทเทเบิลเทนนิส ถือว่าเป็นนักเทเบิลเทนนิสผู้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นของความมุ่งมั่นในการไล่ตามความฝัน
            
ข้าราชการตำรวจเหล่านี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและเกียรติยศให้กับประเทศไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยสำนักงานกำลังพลพร้อมที่จะดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับนักกีฬาตำรวจทุกนายที่เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และสร้างความสุขให้กับคนไทยทุกคน และยังคงสนับสนุน ส่งเสริมศักยภาพของข้าราชการตำรวจในการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศชาติในอนาคต

“สำนักงานกำลังพล SUPPORTING OUR HEROES”

‘จุฬาฯ’ เปิดพิกัดเยี่ยมชม ‘สถาปัตยกรรม-พิพิธภัณฑ์-ดนตรี’ ในรั้วมหาลัย หวังเชิญชวน ‘นักท่องเที่ยวไทย-ต่างประเทศ’ มาสัมผัสเรียนรู้

(8 ส.ค.67) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำการเรียนการสอนเท่านั้น นอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและอันดับหนึ่งของประเทศแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมบนพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยที่ให้ประสบการณ์ที่น่าตราตรึงใจ หรือจะเป็นพื้นที่การแสดงดนตรีที่หลากหลาย ทั้งดนตรีไทย ดนตรีตะวันตก รวมถึงนิทรรศการแสดงงานศิลปะมากมายโดยนิสิตและศิลปินจากนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอนิทรรศการที่หลากหลายสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

ด้าน คุณกรรชิต จิตระทาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ กล่าวถึงสีสันของจุฬาฯ และพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ ที่อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมาสัมผัส อีกทั้งยังแนะนำประเภทกิจกรรมสำหรับผู้มาเยี่ยมชม ดังนี้

>> อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรม - ตัวอย่างสถานที่ที่น่าสนใจก็จะมี กลุ่มอาคารเทวาลัย แลนด์มาร์กสำคัญที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของจุฬาฯ ที่ทั้งนิสิตและผู้มาเยือนไม่ควรพลาดที่จะมาถ่ายภาพด้วย นอกจากนี้ยังมีหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเรือนภะรตราชา ที่ได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย

>> หลากหลายพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ทั่วพื้นที่ - ไฮไลต์ที่ขอแนะนำก็คือ พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 11 พิพิธภัณฑ์ของโลก และเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จัดแสดงร่างกายและชิ้นส่วนมนุษย์แบบ 3 มิติ ด้วยเทคนิคพลาสติเนชัน (Plastination) อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในห้องนิทรรศการนี้มีสัตว์ที่โดดเด่นที่สุดคือ ปูเจ้าพ่อหลวง (Potamonbhumibol Naiyanetr) ปูน้ำจืดตัวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย       

>> ดนตรีแสนไพเราะจากไทยและนานาชาติ - ที่จุฬาฯ มีการแสดงดนตรีสดให้รับชมรับฟังเป็นประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรีไทย ดนตรีคลาสสิก ดนตรีไทยร่วมสมัย การร้องประสานเสียง ไปจนถึงการแสดงพิเศษของคณะดนตรีจากต่างประเทศ ที่หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ ด้วยระบบแสง สี เสียงระดับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังมีรายการแสดงดนตรีในวาระพิเศษซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ได้แก่ คอนเสิร์ตใหญ่ของ CU Symphony Orchestra จัดขึ้นปีละสองครั้ง ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการแสดงของวงดนตรีไทยปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ซึ่งจัดในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 26 มีนาคม ของทุกปี 

หลังจากมาเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว เดินต่อเนื่องไปพื้นที่โดยรอบก็สามารถเพลิดเพลินกับอาหารสตรีทฟู้ดแบบไทยได้บริเวณถนนบรรทัดทองตลอดเส้น ที่มีทั้งแกลเลอรี คาเฟ่ ศูนย์การค้าทันสมัย วัดไทยตามแบบมหายานและเถรวาท โบสถ์ และศาลเจ้าจีน เรียกได้ว่า มาย่านเดียวได้สัมผัสครบทุกวัฒนธรรม ทั้งนี้ สามารถอ่านจุฬาฯ น่าเที่ยวฉบับเต็มได้ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/170475/ 

‘สมาคมซิงไฟจากฮ่องกง’ ขนทัพนักแสดงจัดอุปรากรจีนเยาวชนกวางตุ้ง เดินหน้าเผยแพร่วัฒนธรรม ‘งิ้วกวางตุ้ง’ ครั้งแรกในประเทศไทย

(8 ส.ค. 67) สมาคมส่งเสริมอุปรากรจีนกวางตุ้งซิงไฟ จากฮ่องกง เปิดการแสดงอุปรากรจีนเยาวชนกวางตุ้ง (Sing Fai Bangkok Premiere Cantonese Opera Heritage) ครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์งิ้วกวางตุ้งและมุ่งมั่นในการพัฒนานักแสดงรุ่นต่อไป ด้วยการส่งเสริมให้ศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความรักได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของงิ้วกวางตุ้ง โดยมีเป้าหมายที่จะนำศิลปะอันล้ำค่านี้ไปสู่ในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมางิ้วกวางตุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดยยูเนสโก ในปี 2009 ด้วยคุณค่าทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการรักษามานานหลายศตวรรษ โดยการแสดงฯ ในประเทศไทยได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ในกรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงในกรุงเทพมหานคร และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี โดยมีผู้สนใจจองบัตรเข้าชมเต็มทั้ง 2 วัน รวมเป็นจำนวนกว่า 1,200 คน

สำหรับการแสดงอุปรากรจีนกวางตุ้งในครั้งนี้ ได้นำเสนอในเรื่องที่ได้รับความนิยม อาทิ

1) ม้าเหล็กทวนทอง (Making a Mass Pledge) เมื่อบ้านเมืองโดนคนทรยศทำลาย ขุนนางที่ซื่อสัตย์ถูกฆ่า ประชาชนจึงต้องตามนายทหารที่เกษียณอายุให้มาช่วยเหลือและรวมพลังประชาชนเข้าต่อต้านกับข้าศึก
2) นางฟ้ามอบบุตร (Farewell by the Ash Tree) นางฟ้าคนที่ 7 พบรักกับชายหนุ่มยากจนในโลกมนุษย์ ต่อมาเง็กเซียนฮ่องเต้ทราบเรื่องจึงให้นางกลับสวรรค์ ก่อนไปนางจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีได้ทราบใต้ต้นไม้ 
3) หอรักนิรันดร์ (Departure) พระขนิษฐาของเจ้าชายเดินทางกลับบ้านเกิด แม่ทัพต่างแดนที่เป็นคู่รักได้มาส่ง และร้องเพลงรักจากลาซึ่งกันและกัน
4) สิบปีในวังสุย (Princess Le Chang) ตำนานของความรักและการเสียสละ เมื่อบ้านเมืองแพ้สงคราม องค์หญิงจึงต้องปลอมตัวถ่วงเวลาเพื่อให้ราชบุตรเขยได้หลบหนี ทำให้นายทหารนับถือในความกล้าและช่วยหลบหนีออกไป
5) ความฝันในหอโบตั๋น (The Phantom Union) หญิงสาวฝันว่าได้พบบัณฑิตหนุ่มรูปงาม ต่อมาหญิงสาวได้ป่วยตาย บัณฑิตได้พบหญิงสาวปรากฏตัวในความฝัน และบอกให้ชายหนุ่มมาเปิดโลงศพในปีหน้า เพื่อช่วยให้นางได้ฟื้นคืนชีพ
6) เหมยแดงคืนชาติ (Encountering a Beauty When Picking Plum Blossoms) ตำนานความรักผิดตัว บัณฑิตหนุ่มได้พบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีหน้าตาเหมือนหญิงที่ตนเคยหลงรัก และทำให้เกิดความรักครั้งใหม่ที่ไม่คาดคิด
7) ระบายทุกข์ในโรงเตี๊ยม (Venting the Grievances at the Inn from Revenge at Guang Chang Long)  เรื่องราวการร้องขอความเป็นธรรม พ่อค้าไปเข้าพักในโรงเตี้ยม และถูกผีสาวหลอก ผีได้เล่าเรื่องราวสาเหตุที่ทำให้นางต้องผูกคอตาย จึงรู้สึกเห็นใจและเข้าช่วยเหลือพานางไปฟ้องศาล
8) พบฝันที่ไทหวู (Meeting at Lake Tai in a Dream) คู่รักพบกันในความฝันที่ทะเลสาบไทอันลึกลับ แต่โศกนาฏกรรมยังคอยติดตามการกลับมาพบกันอีกครั้ง

โดยสมาคมซิงไฟ (Sing Fai Cantonese Opera Promotion Association Limited) นั้นเป็นองค์กรศิลปะที่ไม่แสวงหากำไร จดทะเบียนในฮ่องกง ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ ค.ศ. 2008 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักแสดงอุปรากรจีนกวางตุ้งรุ่นเยาว์ ให้สืบทอดรูปแบบศิลปะแบบดั้งเดิม ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้จัดการเรียนการสอนให้เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 2-24 ปี ไปแล้ว 6 รุ่น จำนวนกว่า 60 คน และยังได้เข้าร่วมการแข่งขันเพลงและอุปรากรจีนกวางตุ้งหลายครั้ง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี ค.ศ.2017 ได้ถูกเชิญไปร่วมแข่งขันในงานครบรอบ 20 ปี เขตปกครองฮ่องกง ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเกาลูน, มีส่วนร่วมในกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อให้ต่างชาติได้รู้จักความงดงามของอุปรากรจีนกวางตุ้ง รวมถึงการไปจัดแสดงที่ประเทศแคนาดา, สหรัฐ และสิงคโปร์ ซึ่งจากผลงานได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางสมาคมฯ ในการเผยแพร่ความงดงามของงิ้วกวางตุ้งสู่สากล การอุทิศตนในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และการพัฒนาเยาวชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามรดกของรูปแบบศิลปะอันงดงามนี้ จะยังคงเจริญรุ่งเรืองสำหรับคนในรุ่นต่อไป

‘บิ๊กป้อม’ ต่อสาย ‘โค้ชเช’ ขอบคุณพาไทยคว้าเหรียญทองเทควันโด พร้อมอวยพรวันเกิด ‘น้องเทนนิส’ ขอให้มีความสุข สมหวังทุกประการ

(8 ส.ค. 67) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังนายชัชชัย เช หรือโค้ชเช หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย โดยขอเป็นตัวแทนของคนไทยขอบคุณและแสดงความยินดีกับ เรืออากาศโทพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส โค้ชเช และสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองเทควันโด ประเภทหญิงเดี่ยวรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ให้กับประเทศไทย และยังเป็นการป้องกันแชมป์ได้อีกหนึ่งสมัยด้วย 

โดยพลเอกประวิตร ได้ฝากสุขสันต์วันเกิดน้องเทนนิส และขอให้มีความสุข สมหวังทุกประการ และขอต้อนรับการเดินทางกลับประเทศไทย ด้วยความชื่นชมยินดีและภาคภูมิใจที่ทีมเทควันโดได้สร้างความสุขให้กับประชาชนคนไทย

ขอนแก่น - "ทีมนิติฯ มข." คว้ารางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ1 แข่งขันตอบปัญหากฎหมายเนื่องในวันรพี

ตัวแทนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มข. คว้ารางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันตอบปัญหากฎหมายเนื่องในวันรพี วันที่ 7 สิงหาคม วันรำลึกพระบิดาแห่งกฎหมายไทย จัดโดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ ศาลจังหวัดขอนแก่น และศาลแขวงขอนแก่น
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า ในวันรพี ประจำปี 2567 ที่ผ่านมา ตัวแทนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าร่วมแข่งขันตอบปัญหากฎหมายเนื่องในวันรพี ประจำปี 2567 โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในจังหวัดขอนแก่นเข้าร่วมจำนวน 12 ทีม ผลปรากฎว่าตัวแทนจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ 1.นางสาวปวันรัตน์ รัตนวุฒิชัย นักศึกษาชั้นปี 4,และ 2.นายริฎวัน จีนา นักศึกษาชั้นปี4 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ได้แก่ 1.นายนันทิพัฒน์ วัดไธสง นักศึกษาชั้นปี4 และ 2.นายปรวรรตน์ พลกุล นักศึกษาชั้นปี3 การแข่งขันในครั้งนี้มี อาจารย์อาภาพรรณ วิเศษ อาจารย์พิทักษ์ ไทยเจริญ และอาจารย์ ดร.สุชาติวัฒน์ ณัฎประเสริฐ เป็นที่ปรึกษา ซึ่งตัวแทนนักศึกษาทั้ง 2 ทีม ได้รับสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายในระดับภูมิภาคต่อไป
ด้านรองศาสตราจารย์วนิดา แสงสารพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้แสดงความชื่นชมยินดีกับผู้ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ และขอบคุณศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ ศาลจังหวัดขอนแก่น และศาลแขวงขอนแก่น ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ พัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับนักศึกษาสู่การเป็น Smart Lawyers ต่อไปในอนาคต

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567

กองทัพเรือ กำหนดให้ทัพเรือภาคที่ 1 เป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยในวันพุธ ที่ 7 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลเรือโท สุระศักดิ์  สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 นำกำลังพลจิตอาสาหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ โดยมีผู้แทนหน่วยและกำลังพลจิตอาสาจาก กองเรือยุทธการ  ทัพเรือภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  กรมสรรพาวุธทหารเรือ  กรมอู่ทหารเรือ  ฐานทัพเรือสัตหีบ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ  ศูนย์ส่งกำลังบำรุง กรมพลาธิการทหารเรือ สถานีอุทกศาสตร์สัตหีบ กรมอุทกศาสตร์  โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ 3 กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ  และ  ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม จำนวน 200 คน ณ ห้องภูหลวง ชั้น 3 หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยในช่วงเช้า เป็นกิจกรรมการบริจาคโลหิต จากจิตอาสาหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ ร่วมกันบริจาคโลหิต ณ ห้องรับบริจาคโลหิต โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ทั้งนี้ พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมการบริจาคโลหิตของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบครั้งนี้ ได้เริ่มการบริจาคโลหิตตั้งแต่ 5 – 9 สิงหาคม 2567 ในช่วงบ่าย เป็นการร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ จำนวน 250 คน ณ วัดบางเสร่คงคาราม ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี กรัณย์  กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมผู้บังคับบัญชาของทัพเรือภาคที่ 1 และผู้แทนหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การทำความสะอาดโดยรอบอุโบสถ ตัดหญ้า ตกแต่งกิ่งไม้และต้นไม้ เก็บกวาดขยะโดยรอบวัด และล้างห้องน้ำ

#ทรงพระเจริญ
#ทัพเรือภาคที่1
#จิตอาสาพัฒนา
#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_for_the_Future 

(สุรินทร์) มณฑลทหารบกที่ 25 ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม

(8 ส.ค.67) ที่ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานพิธีเปิดกรวย ถวายราชสักการะ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดพิธีวางพานพุ่ม ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 

เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากนั้น พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ได้นำกำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบก ที่ 25 โรงพยาบาลค่ายนวีรวัฒน์โยธิน และองค์การทหารผ่านศึกสุรินทร ร่วมกิจกรรม ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ในพื้นที่แปลงนา โครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 25 

โดยการโยนพันธุ์ต้นกล้าข้าว หอมมะลิ 105 พระราชทาน เพื่อปลูกเก็บไว้ทำพันธุ์แจกจ่ายแก่ชุมชนรอบค่าย จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยปลานิล ปลายี่สก และปลาตะเพียน จำนวน 4,000 ตัว ภายในสระโครงการฯ อีกด้วย

เปิดโมเมนต์สุดประทับใจของ ‘โค้ชเช-เทนนิส’ หลังศิษย์รักส่งท้ายการเป็นนักกีฬาเทควันโด

(8 ส.ค.67) เปิดภาพสุดประทับใจ ‘โค้ชเช’ ชัชชัย ชเว กับ ‘เทนนิส’ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หลังศิษย์รักส่งท้ายการเป็นนักกีฬาเทควันโด คว้าเหรียญทองในโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาครองได้สำเร็จ โดยถือเป็นเหรียญทอง 2 สมัยติดต่อกันของเธอ กลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ 3 ครั้งซ้อน

‘นายกฯ’ ขอบคุณ ‘เทนนิส-ฟ่าง-ออย’ หลังคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิก ชี้!! ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของไทย ที่กวาด ‘3 เหรียญ’ ในวันเดียว

(8 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความชื่นชม ‘เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ , ‘ฟ่าง ธีรพงศ์ ศิลาชัย’ และ ‘ออย สุรจนา คำเบ้า’ ที่คว้าเหรียญจากการเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิก 2024 ว่า…

“เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ พาคนไทยใจฟูอีกแล้ว รอบนี้เอาชนะคู่แข่งจากจีน ในการแข่งขันกีฬาเทควันโดรุ่น 49 กิโลกรัม หญิง คว้าเหรียญทองแรกในโอลิมปิก 2024 ให้ไทย แถมเป็นเหรียญทองในวันเกิดของน้องด้วย สุดยอดเลย

เรายังได้เหรียญเงิน จาก ฟ่าง ธีรพงศ์ ในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 61 กิโลกรัม ชาย ปีนี้น้องเพิ่งมาโอลิมปิกครั้งแรกก็คว้าเหรียญเลย น้องอายุ 20 เท่านั้น อนาคตไกล

ขณะที่ ออย สุรจนา ก็คว้าเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักรุ่น 49 กิโลกรัม หญิง มาให้คนไทยด้วย น้องยกลูกเหล็กได้ถึง 200 กิโลกรัม แกร่งมาก ๆ

ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันของไทยครับ ที่เราได้ 3 เหรียญในวันเดียว ผมขอแสดงความยินดีกับทุกคนจริง ๆ ทุกเหรียญรางวัลที่ได้รับ คือความสำเร็จ และความภาคภูมิใจของเราชาวไทย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top