Wednesday, 29 July 2026
NEWS FEED

‘บิ๊กตู่’ ย้ำรัฐบาลพร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบโควิดทุกกกลุ่ม มอบหน่วยงานออกมาตรการเก็บตกเป็นระยะ พร้อมสั่งคืนเงินผู้ปกครอง ถ้าพบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินจริง ช่วงเรียนออนไลน์

‘บิ๊กตู่’ ย้ำรัฐบาลพร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบโควิดทุกกกลุ่ม มอบหน่วยงานออกมาตรการเก็บตกเป็นระยะ พร้อมสั่งคืนเงินผู้ปกครอง ถ้าพบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินจริง ช่วงเรียนออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การหารือวันนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ทั้ง เรื่องวัคซีน การจัดสรรงบประมาณ และเรื่องแรงงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหากฎหมาย ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ไปพิจารณาตรงนี้จะเห็นมาตรการต่างๆ ออกมา และไปเก็บตกในส่วนที่มีปัญหาอยู่ จึงจำเป็นต้องทยอยดำเนินการไปเป็นระยะ

ส่วนแนวทางในการช่วยเหลือผู้ปกครอง โดยเฉพาะปัญหาการเรียกเก็บค่าเทอม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปิดให้มีการเรียนออนไลน์แต่เก็บค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเต็ม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ได้มีการตรวจสอบโรงเรียนเอกชนดังกล่าวแล้ว หากพบว่ามีอะไรที่เกินความจําเป็นก็จะคืนเงินผู้ปกครองต่อไป โดยเฉพาะค่าจ่ายที่ไม่จำเป็นต้องเก็บในการเรียนออนไลน์ เช่นค่าอาหารและค่ารถ

ขณะที่มาตรการเยียวยาผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณพิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้ว

"จะเห็นได้ว่ามีมาตรการต่างๆทยอยออกมาเรื่อย ซึ่งเป็นการเก็บตกที่จะมีการออกมาตรการเรื่อย ๆ เป็นระยะ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

รมว.คมนาคม ระบุ จ่อชงแผนปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ 162 เส้นทาง รองรับการขยายตัวของเมือง เชื่อมต่อระบบขนส่งอื่นในอนาคต คาดนำเข้าครม.พิจารณาพร้อมแผนฟื้นฟูขสมก

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2564 วานนี้ (1 ก.พ. 2564) ว่า ที่ประชุม คจร.เห็นด้วยกับแผนปฏิรูปเส้นทางเดินรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 162 เส้นทาง แบ่งเป็น เส้นทางของ ขสมก. จำนวน 108 เส้นทาง และเส้นทางของเอกชน จำนวน 54 เส้นทาง เพื่อพัฒนาโครงข่ายเส้นทางรองรับการขยายตัวของเมือง และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นตามความจำเป็นในอนาคต

อย่างไรก็ตามในส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความเป็นห่วงผู้ที่มีรายได้น้อย และเคยเสียค่าโดยสารน้อยกว่า 30 บาท จะทำอย่างไรนั้นมองว่า เป็นประเด็นเดียวกับที่กระทรวงคมนาคมให้การดูแลอยู่แล้ว โดยเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เป็นผู้พิจารณาค่าโดยสาร

โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ คือ ตั๋วเที่ยวเดียว ราคา 15 บาท ซึ่งคิดราคาบนพื้นฐานอัตราค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศตามระยะทางในปัจจุบัน (ประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2561) ราคาค่าโดยสารขั้นต่ำสุดสำหรับรถปรับอากาศ (ใหม่) คิดที่ ระยะทาง 0 - 4 กม. ราคา 15 บาท

"มติที่ประชุม คจร. ให้เพิ่มเติมข้อความเกี่ยวกับราคาค่าโดยสาร เป็นราคาค่าโดยสาร 30 บาท/วัน และให้คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณากำหนดราคาค่าโดยสารให้เหมาะสมกับทุกกลุ่ม" นายศักดิ์สยาม กล่าว

รายงานข่าวข่าวแจ้งว่าสำหรับแผนปฏิรูปเส้นทางเดินรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 162 เส้นทาง นั้นกระทรวงคมนาคมจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาพร้อมแผนฟื้นฟู ขสมก.

อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ‘ณฐพร โตประยูร’ ยื่น กกต. ยุบพรรคก้าวไกล ปมประกันตัวม็อบแก้ ม.112 ระบุเป็นพฤติกรรมปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ยันหลักฐานชัดเจนครบถ้วน

นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องให้กกต. พิจารณาวินิจฉัยกรณีพรรคก้าวไกลมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จากกรณีการแสดงความเห็นทางการเมือง การเข้าร่วมกับผู้ชุมนุม และการประกันตัวผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง ถือเป็นการกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

รวมทั้งกรณีพรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึงมาตรา 112, ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560, และร่างแก้ไข พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ตลอดจนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับไอลอว์ ซึ่งการกระทำของพรรคก้าวไกล ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 45 และมาตรา 92 (2) (3) จึงขอให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัย และเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค

นายณฐพร กล่าวว่า ที่มายื่นร้องเนื่องจากพรรคก้าวไกลมีการกระทำใน 2 ประเด็น ยุยงส่งเสริม สนับสนุนให้มีการชุมนุม ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และมีการประกันตัวผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งการกระทำเหล่านี้ตนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานมานาน และมีหลักฐานครบทั้งหมด จึงมายื่นให้ กกต.พิจารณา และศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าหลักฐานดังกล่าวเป็นความผิดที่สามารถสั่งยุบพรรคได้หรือไม่

ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการตรวจสอบการทำงานของพรรคการเมือง ในฐานะประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 51 กำหนด ส่วนที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลยืนยันว่าการประกันตัวผู้ต้องหาและการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ตนขอถามกลับว่าหากตนไปหมิ่นประมาท แม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.พรรคก้าวไกลจะประกันตัวให้ตนหรือไม่ ส่วนการแก้ไขมาตรา 112 การเป็นนักการเมืองจะทำอะไรก็ต้องศึกษา ว่ามาตราดังกล่าวมีผลร้ายต่อประเทศและประชาชนอย่างไร และกฎหมายมาตรานี้ไม่ใช่เพิ่งมีแต่มีมานานแล้ว และทั่วโลกก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุข เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาชุมนุมกัน ซึ่งการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ไม่ใช่เพียงเรื่องการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อขอแก้ไขกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีการโยงใยไปถึงการล้มล้างระบอบการปกครองซึ่งเรามีหลักฐาน

“พฤติกรรมหลายๆอย่างที่ทำมา มันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างเช่น หัวหน้าพรรคก้าวไกลยื่นประกันตัวนายอานนท์ นำภา ทนายความที่ละเมิดต่อมาตรา 6 ของกฎหมายอาญา ซึ่งการไปประกันตัวบุคคลพวกนี้ถือว่าละเมิดหรือไม่ แม้จะอ้างว่าศาลยังไม่ตัดสินแต่ความผิดซึ่งหน้ามันชัดเจนว่าทำผิด และยังมีการละเมิดสิทธิบุคคลอย่างกรณีสถาบันถูกละเมิดอย่างแรง กรณีการฉีกรูปพระบรมฉายาลักษณ์ อย่างไรก็ตามบอกได้เลยที่มายื่นวันนี้หลักฐานชัดเจน ไม่มีหลักฐานที่คลุมเครือ อันไหนที่ต้องตีความกันเราไม่ยื่น เอกสารหลักฐานต่างๆเราขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเรื่องการโอนเงินก็มีหลักฐานว่าพวกที่ชุมนุมได้เงินจากใคร ใครโอนเงินให้ ใครจ่ายเงินให้ จ่ายเงินที่ไหน เรามีหลักฐานครบทุกอย่าง ทั้งนี้เราเชื่อว่าเราจะพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าที่เรายื่นไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่มีหลักฐานเพียงพอ” นายณฐพร กล่าว

นายณฐพร ยังยืนยันว่า การยื่นยุบพรรคก้าวไกลในวันนี้ไม่ได้โกรธแค้นส่วนตัวกับใคร แต่ทำในฐานะประชาชนที่มีหน้าที่ ที่รวบรวมพยานหลักฐานมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญตนก็ยื่นเสนอศาลรัฐธรรมนูญทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เราเอากฎหมายเป็นหลัก บ้านเมืองมีกฎหมายถ้าเรายกการบังคับใช้กฎหมายให้คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ก็จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ต้องจ้องยุบพรรค แต่มีกฎหมายชัดเจนว่าการทำหน้าที่ส.ส. ไม่ใช่จ้องล้มล้างสถาบันเพื่อจะเอาใจคนใดคนหนึ่ง

'บิ๊กตู่' โพสต์รัวๆ รับปากหาทางออก เรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุ ‘อ้อน’ ขอคุณตาคุณยายไม่ต้องห่วง ยันเข้าใจความรู้สึกดีไม่ได้ทำอะไรผิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ ข้อความบน Facebook ส่วนตัวถึงความคืบหน้า หลังเกิดปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุถูกเรียกคืนว่า เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อน และให้ชะลอการเรียกคืนหรือฟ้องร้องเอาไว้ก่อนแล้ว ตอนนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบและแก้ไขความคลาดเคลื่อนของข้อมูลต่าง ๆ กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมที่ดูแลเรื่องผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นคนจ่ายเงิน และกรมบัญชีกลางที่ดูเรื่องการเบิกจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทุกฝ่ายกำลังคุยกันว่าจะมีทางออกอย่างไร

“ขอให้คุณตาคุณยายไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมรับปากจะดูแลให้ ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านดี ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำตามระเบียบ อย่างไรก็ดี ทางออกมีอยู่แล้วโดยไม่มีใครต้องเดือดร้อน รอสักหน่อยนะครับ และไม่ต้องกังวลว่าจะต้องไปหาเงินมาใช้คืนหลวงหรือจะต้องขึ้นศาล ผมจะจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยครับ”

ส.ส.ก้าวไกล ‘เบญจา แสงจันทร์’ เผยไม่แปลกใจ พล.อ. ประยุทธ์เข้าข้างทหารเมียนมา เพราะมาจากการยึดอำนาจเหมือนกัน

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ก่อนอื่น ขอแสดงออกเพื่อยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างประชาชน และนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยชาวเมียนมา ไม่มีเหตุผลใดมีความชอบธรรมเพียงพอในการใช้กำลังโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามครรลองประชาธิปไตย

โดยเบญจากล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่างไรก็ตาม สำหรับรัฐบาลไทยนั้น การนิ่งเฉยต่อการรัฐประหารในเมียนมา และการใช้กำลังสลายการชุมนุมและจับกุมดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาเมื่อวานนี้(1 กุมภาพันธ์ 2564) ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นเลือกปกป้องและยืนอยู่ข้างระบอบเผด็จการ และการรัฐประหารในเมียนมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะในปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ก็เข้าสู่อำนาจโดยการใช้กำลังยึดอำนาจ ทำรัฐประหารในประเทศไทยเช่นกัน”

เบญจากล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าเหตุการณ์การชุมนุมหน้าสถานเอกอัคราราชทูตเมื่อวานว่า ได้มีการนัดรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านการรัฐประหารเมื่อช่วงเย็นเวลา 15.00 น. ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งคนไทยและชาวเมียนมา โดยภาพรวมของการแสดงออกเป็นไปอย่างราบรื่น มีการปราศรัยถือป้ายผ้าสัญลักษณ์ของพรรค NLD พร้อมชู 3 นิ้วเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร

หลังจากนั้นช่วงเวลา 17.00 น. ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมและให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเดินตั้งแถวขยับเข้าหาผู้ชุมนุม จากนั้นก็เดินหน้าสลายการชุมนุมทันที ทำให้เกิดความแตกตื่น ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้น ก่อนที่ตำรวจจะใช้ความรุนแรงและท่าทีที่เกินกว่าเหตุในการเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุม 3 คน และถูกพาตัวไปที่ สน. ยานนาวา โดยมี เคท ครั้งพิบูลย์ อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ขึ้นรถตำรวจ ไปด้วย ผู้ชุมนุม 3 รายถูกนำตัวมาถึง สน. ยานนาวา เวลาประมาณ 18.00 น. และถูกนำตัวเข้าไปคุมขังทันที โดยไม่ให้พบทนาย

จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น .มีผู้ถูกจับกุมมาเพิ่มอีก 1 รายถูกนำตัวมาที่ สน. ยานนาวา เพื่อเปรียบเทียบปรับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ. จราจร จากการนำน้ำมาแจกในที่ชุมนุม บริเวณหน้าสถานทูตเมียนมา รวมมีผู้จับกุมจากการชุมนุมครั้งนี้ 4 คน

ตำรวจควบคุมตัวผู้ชุมนุมไว้เกือบ 4 ชั่วโมง ในขณะที่ทนายและญาติ ร้องขอสิทธิในการเข้าพบผู้ที่ถูกควบคุมตัวเป็นระยะ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่อนุญาต โดยเบี่ยงเบนว่าไม่ให้พบผู้ถูกจับกุมโดยอ้างว่าผู้ชุมนุมหน้า สน. อาจจะก่อความไม่สงบ และอาจจะขอนำผู้ถูกควบคุมตัวไปทำการสอบสวนที่ ตชด.ภาค1 จนกระทั่งเวลา 21.50 น. ผู้ถูกควบคุมตัวจึงได้พบทนาย และญาติ และเริ่มสอบคำให้การ เวลา 23.00 น.

จนกระทั่งทำบันทึกจับกุม และสอบคำให้การเสร็จเรียบร้อยเวลา 00.40 น. จึงใช้ตำแหน่ง ส.ส. และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ยื่นประกัน แต่พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน

ผู้ชุมนุมถูกแจ้งข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ 1 ราย จะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลแขวงพระนครใต้

อีก 2 ราย ถูกแจ้งข้อหามั่วสุมเกินกว่า 10 คน - ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ -ใช้กำลังทำร้ายเจ้าพนักงาน - ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป

ทำให้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 ราย ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน. ยานนาวา ตลอดคืน

โดยในวันนี้ มี ส.ส. จากพรรคก้าวไกลเดินทางไปที่ศาลแขวงพระนครใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อรอใช้ตำแหน่ง ส.ส. ขอประกันตัวผู้ถูกดำเนินคดี โปรดติดตามความคืบหน้าต่อไป เบญจากล่าวทิ้งท้าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลั่นจัดการม็อบประท้วงเมียนมาไม่ใส่แมส ฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโควิด-19 ย้ำปัญหาบ้านโน้น อย่าเอามายุ่งบ้านนี้ ส่วนปมได้วัคซีนโควิดช้า เพราะไม่อยากให้คนไทยเป็นหนูทดลอง ต้องได้ของที่ผ่านมาตรฐานเท่านั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณี มีการรัฐประหารในประเทศเมียนมาร์ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังตามแนวชายแดนหรือไม่ว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทย และเมียนมาเฝ้าระวังเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาอย่างเต็มที่โดยจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง

เมื่อถามว่าปัจจุบันมีการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทยกังวลจะมีการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่เพราะความกังวลเกี่ยวกับแพร่ระบาดโควิด -19 มีทุกวัน จึงต้องดูถ้ามีการชุมนุมแล้วไม่ใส่หน้ากากอนามัยก็ต้องจัดการ ปัญหาบ้านโน้น จะมายุ่งอะไรกับบ้านนี้"

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงการจัดหาวัคซีนกำหนดการส่งมอบยังเป็นเช่นเดิมหรือไม่ ว่า "เราพยายามอย่างเต็มที่แต่คำว่าคงเดิมนั้นคือเดือนมิ.ย. จะพยายามอย่างเต็มที่ ให้ได้เร็วที่สุด ถ้ามาก่อนเดือนมิ.ย.คือความพยายาม อย่าเอาประเทศไทย ไปเทียบกับประเทศอื่น"

"คนที่ชอบพูดว่าประเทศอื่นได้รับแล้วต้องไปดูรายละเอียดของแต่ละประเทศ เพราะบางประเทศได้รับในฐานะที่ยอมให้ประชาชนของเขาได้รับการทดลองวิจัยวัคซีน ไม่ใช่เป็นผู้ซื้อ และเขามีผู้ป่วยเพียงพอในการทดลอง ซึ่งประเทศไทยมีผู้ป่วยไม่พอ และไม่เคยอยู่ในหัวของรมว.สาธารณสุขคนนี้ ที่จะเอาคนไทยมาเป็นผู้ที่จะถูกการทดลอง เราไม่ได้อยู่ในสภาพนั้น เพราะประเทศไทยควบคุมได้ ลองนึกสภาพดูว่าหากฉีดแล้วเหมือนในยุโรป และ สหรัฐอเมริกา ที่เมื่อฉีดแล้ว ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใครจะเป็นผู้อธิบาย เมื่อเรามีเวลาและโอกาสเลือกสิ่งที่ปลอดภัย ทำไมจะไม่ทำ"

ส่วนจังหวัดสมุทรสาครที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงอยู่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า "เป็นเพราะการตรวจเชิงรุก คนป่วยก็แยกออกมารักษาและควบคุมอย่างดี ไม่ใช่กระจายไปทุกจังหวัด และดีที่สังคมช่วยกันดูแล พวกจัดปาร์ตี้ก็น้อยลง ใครที่ทำอยู่ก็ไม่มีใครออกมาสรรเสริญและตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่ทำความเสื่อมเสียให้กับตัวเอง รัฐบาลก็พยายามผ่อนปรนมาตรการให้มากที่สุดที่จะทำได้"

ขณะที่การแพร่ระบาดจากเหตุโต๊ะแชร์ที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งถือว่าเป็นคลัสเตอร์ใหม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "อย่างที่บอกเวลาเหล้าเข้าปาก ก็เป็นเช่นนี้ บางจังหวัดไม่ได้ห้ามดื่มเหล้า แต่ต้องเว้นระยะห่าง บางคนบอกว่าถ้ากินเหล้าแล้วใครจะมีระยะห่างได้ ก็อย่ากิน ส่วนการดำเนินคดีผู้ปกปิดข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคนั้นนายอนุทิน กล่าวว่า ก็ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่กทม.ได้ไปแจ้งความไปแล้ว"

"ส่วนทางโรงแรมที่ถูกฟ้องก็ส่งข้อมูลยืนยันว่าไม่มีการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ แต่มีการเสิร์ฟน้ำแอปเปิล น้ำส้มคั้น น้ำบ๊วย ทุกอย่างสั่งปิดก่อนเวลา 3 ทุ่ม ก็ต้องไปดูว่าผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจ ถ้าเป็นตามนั้นก็ให้สังคม ประชาชนตัดสิน ถ้าจะปาร์ตี้จริง ๆ จะกินน้ำส้มคั้น น้ำแอปเปิล น้ำบ๊วย ก็กินกันไป อย่ากินเหล้าก็แล้วกัน" รองนายกฯ กล่าว

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์รัฐประหารประเทศเมียนมา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างกันมากนัก เพราะสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมา ก็ยังเปิดให้บริการเป็นปกติ

ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์ไทยในเมียนมา ได้รายงานสถานการณ์ว่า ตอนนี้การค้าบริเวณด่านพรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมาได้กลับมาให้ส่งออกและนำเข้าสินค้าได้ตามปกติ แต่คาดว่าจะมีการจำกัดเวลาบ้าง จึงต้องติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวันกันต่อไป

สำหรับปริมาณการค้าของทั้ง 2 ประเทศในปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 164,000 ล้านบาท โดยไทยส่งออกสินค้าไปเมียนมากว่า 84,000 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากเมียนมากว่า 77,000 ล้านบาท โดยไทยได้ดุลการค้า ซึ่งการค้าระหว่างกันจะผ่านใน 3 ด่าน ได้แก่ ด้านแม่สาย มีมูลค่าการค้าในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ด่านแม่สอด จังหวัดตาก มีมูลค่าอยู่ที่ 74,000 ล้านบาท และด่านระนองมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท

ขณะที่ภาคเอกชนไทยส่วนใหญ่ ยังขอรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขอประเมินสถานการณ์ก่อน โดยหวังว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่กระทำการใด ๆ ที่กระทบต่อการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า ต้องติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีผลกระทบต่อสินค้าไทยหรือไม่ รวมไปถึงเรื่องการลงทุนก็ต้องติดตามด้วยเช่นกัน

เบอร์ลิน มาร์คุส เซอเดอร์ มุขมนตรีแห่งรัฐบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมนี ออกมาเรียกร้องทางการยุโรปพิจารณาการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของจีนและรัสเซีย เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนวัคซีนในขณะนี้

"หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปควรทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนของรัสเซียและจีนโดยเร็วที่สุด" เซอเดอร์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ดีเวลท์ (Die Welt) "คุณภาพของกลยุทธ์ป้องกันโรคโควิด-19 ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถควบคุมปัญหาการฉีดวัคซีนได้เร็วเพียงใด"

เซอเดอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคคริสเตียนสังคมประชาธิปไตย (CSU) ของเยอรมนี ได้ปรับใช้มาตรการอันเข้มงวดและเหมาะสมกับการควบคุมโรคระบาดใหญ่ในรัฐบาวาเรีย โดยการเรียกร้องของเซอเดอร์ครั้งนี้เกิดขึ้นขณะยุโรปและผู้ผลิตวัคซีนอย่างแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการจัดส่งวัคซีนล่าช้า ส่วนวัคซีนของไฟเซอร์ - ไบออนเทค (Pfizer - BioNTech) ถูกจัดส่งมาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้หลายประเทศในยุโรปได้ชะลอหรือระงับการฉีดป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัคซีน ขณะในเยอรมนีประชาชนอาจต้องเผชิญกับความล่าช้าของการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 10 สัปดาห์

ด้านเยนส์ ชปาห์น รัฐมนตรีกระทรวงฯ กล่าวว่าเขายินดีจะใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากรัสเซียหรือจีน หลังข้อพิพาทเกี่ยวกับความพร้อมของวัคซีนทวีความรุนแรงมากขึ้น

"หากวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะผลิตในประเทศใดก็สามารถเอาชนะโรคระบาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน" ชปาห์น กล่าว


ที่มา: https://www.xinhuathai.com/high/173743_20210201

นายโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ออกมาแซะ ‘บิ๊กตู่’ และ ‘ทหาร’ จากกรณีดราม่าเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

นายโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ออกมาแซะ ‘บิ๊กตู่’ และ ‘ทหาร’ จากกรณีดราม่าเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากผู้สูงอายุที่ได้รับเงินซ้ำซ้อนกับเงินพิเศษต่างๆ ในทวิตเตอร์ ‘Oak Panthongtae’ ว่า

.

คุณลุง-คุณป้า คุณตา-คุณยาย

คนชราผู้มี “ความยากจน”

รับเงินเดือนละพัน ซ้ำซ้อนกันไม่ได้

.

แต่ลุงตู่..คนชราผู้มี “อำนาจรัฐ”

> อยู่บ้านพักนายก

ควบคู่บ้านพักทหารได้

> รับเงินเดือนกองทัพ ซ้อนกับ

คสช.เดือนละหลายแสนได้

.

อยากเป็นนายกของประชาชน

ควรทำประโยชน์ให้ประชาชน

“ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง”


ที่มา: https://twitter.com/oak_ptt/status/1356165746204659712?s=06

กระทรวงการคลัง เปิดเงื่อนไขมาตรการเยียวยามนุษย์เงินเดือนมาตรา 33 ต้องอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี มีรายได้ไม่เกิน 3 แสนบาทต่อปี หรือ 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน มีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ได้หารือร่วมกับกระทรวงแรงงานแล้ว และจะมีการพิจารณาพิจารณารายละเอียด และหลักเกณฑ์กับกระทรวงแรงงานกันอีกครั้ง โดยเฉพาะ จำนวนเงินที่จ่ายชดเชย รวมไปถึงจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิ เช่นเดียวกับเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งจะรีบทำให้ได้ข้อสรุปเร็วที่สุด เบื้องต้น ในรูปแบบการจ่ายเงินอาจทำผ่านระบบประกันสังคม ซึ่งอาจมีรูปแบบคล้าย ๆ กับโครงการเราชนะ

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือดังกล่าว ที่ผ่านมา ทางรมว.แรงงานเคยระบุว่า ได้กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข เอาไว้เบื้องต้น คือ 1.) มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

2.) มีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปีหรือเฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 25,000 บาท

3.) มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท

4.) ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้สิทธิ ซึ่งจะครอบคลุมแรงงานตามมาตรา 33 จำนวน 11 ล้านคน

“คลังจะรีบทำให้ได้ข้อสรุปเร็วที่สุด ซึ่งการจ่ายเงินอาจมีรูปแบบคล้ายๆ โครงการเราชนะ ที่จ่ายเงินผ่านทางแอพพลิเคชัน โดยพิจารณาจากข้อมูลของผู้ที่มีสิทธิ์ตามฐานข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม จากนั้นจึงเอามาประยุกต์ใช้กับการจ่ายเงินของกระทรวงการคลัง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top