Wednesday, 29 July 2026
NEWS FEED

กองทัพเรือ ปฏิบัติการเชิงรุก เปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก 'เรือดำน้ำไทย Thai Submarines' พร้อมตั้งทีมงาน 'ป้อนข้อมูล' ที่ถูกต้อง หวังสร้างความเข้าใจกับประชาชน ลดกระแสต่อต้าน

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.จากกระแสข่าวจัดทำงบประมาณ 2565 ของกองทัพเรือ ที่ไม่ได้บรรจุรายการ จัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และลำที่ 3 หลังถูกชะลอไปในปีงบประมาณ 2564 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโวิด 19

ล่าสุด กองทัพเรือ โดย พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ ได้จัดตั้ง facebook fanpage “เรือดำน้ำไทย Thai Submarines” มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องเรือดำน้ำแก่สาธารณชนผู้สนใจ โดยการจัดตั้งสื่อกลางในรูปแบบ Social Media เนื่องจากกองทัพเรือไม่เคยจัดตั้งสื่อกลางใน Social Media เพื่อการค้นคว้าหาความรู้เรื่องเรือดำน้ำขึ้นมาโดยเฉพาะมาก่อน

ทั้งนี้ กองทัพเรือเข้าใจดีว่า ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับเรือดำน้ำนั้น มีองค์ประกอบหลายด้านที่มากกว่าการเป็น “ยุทโธปกรณ์” และมีเนื้อหาสาระ ความรู้ ที่สาธารณชนผู้สนใจทั่วไปสามารถรับรู้ร่วมกันได้ ประกอบกับหนึ่งในบทบาทสำคัญของกองทัพเรือ คือเป็นหน่วยงานที่มีส่วนในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้

สำหรับหัวข้อที่จะนำเสนอใน Facebook Fanpage “เรือดำน้ำไทย Thai Submarines” ที่สำคัญได้แก่ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเรือดำน้ำ, ประวัติศาสตร์เรือดำน้ำ ทั้งของสากลและของไทย, สารคดีเกี่ยวกับเรือดำน้ำ, ข่าวสารทั่วไปเกี่ยวกับเรือดำน้ำทั้งในและต่างประเทศ, บทความทั่วไป บทวิเคราะห์ บทความทางวิชาการ,ข้อถามตอบ/แลกเปลี่ยนความคิดเห็น, นำเสนอกิจกรรมที่เกิดขึ้น, link ต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรือดำน้ำ, การแถลงข่าวของกองทัพเรือ

สำหรับแนวทางการดำเนินงาน กองทัพเรือจัดตั้งทีมงานขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อเป็นผู้รวบรวมประสานงาน นำเสนอข้อมูลเสนอใน Facebook Fanpage “เรือดำน้ำไทย Thai Submarines” อย่างต่อเนื่อง พร้อมมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในภายนอกกองทัพเรือร่วมสนับสนุนข้อมูล ทั้งยังเปิดกว้างยังสาธารณในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ร่วมกัน

ทั้งนี้ กองทัพเรือ มีความตั้งใจและปรารถนาดีที่จะได้นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ดังที่กล่าวข้างต้นเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยความตระหนักถึงพี่น้องประชาชน และด้วยกองทัพเรือ คือหนึ่งในเครื่องมือความมั่นคงของชาติ ที่เราจะได้เรียนรู้ถึงบทบาทของกองทัพเรือร่วมกัน

'โฟกัส' แนะลดงบประมาณกองทัพ เจียดเงินช่วยประชาชน พร้อมวางแผนเยียวยาแบบยั่งยืน ดีกว่าช่วงแบบแจกเงินส่ง ๆ

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 โฟกัส จีระกุล ดารานักแสดง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ โดยระบุว่า...

เพียงลด ‘งบประมาณ’ ที่ ‘ไม่จำเป็น’ นำมาพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ นำมาทำแผนเยียวยาแบบยั่งยืน ที่ไม่ใช่การแจกเงินส่ง ๆ สอนให้คนรู้จักทำงาน หาช่องทางทำงานให้เค้า เยียวยาธุรกิจเล็ก ๆ ช่วยเหลือคนตกงาน

ลองเริ่มจากลดงบ ‘กองทัพ’ ดูค่ะ งบที่มากมายขนาดนั้น เงินมากมายที่ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด เจียดเงินมาช่วยเหลือประชาชนบ้างเถอะค่ะประชาชนจะได้ไม่อดตาย

ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ เป็นนักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา สังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก 'ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์' เกี่ยวกับความเด็ดขาดในประเทศรัสเซีย ที่ผู้นำจัดการกลุ่มต่อต้าน

โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานเป็นหุ่นเชิดให้ต่างชาติมาคอยแทรกแซงประเทศว่า...

"รัสเซียมีข้อมูลว่า 'อะเล็กเซย์ นาวัลนี' (Alexei Navalny) และบริวารเป็นหุ่นเชิดของชาตินักล่าอาณานิคมตะวันตกที่พยายามทำลายความเชื่อถือของ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย >> เป็น 'หุ่นเชิด' ที่ทำงานให้ต่างชาติ

โดยเขาไม่ใช่ฝ่ายค้านเหมือนฝ่ายค้านของรัฐบาลทั่ว ๆ ไป จึงถูกรัฐบาลวลาดิเมียร์ จัดการเสียอยู่หมัด ต้องเข้าคุกไม่น้อยกว่า 3 ปีครึ่ง ป่านนี้ คงเข้าใจหลักอนิจจัง ทุกขังและอนัตตามากขึ้นแล้วครับ"

สำหรับ นาวัลนี ถูกมองว่าเป็นหอกข้างแคร่ของเครมลินมานานกว่า 10 ปี โดยพยายามเปิดโปงสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นการทุจริตฉ้อฉลขนานใหญ่ และยังระดมมวลชนคนหนุ่มสาวให้ออกมาต่อต้านรัฐบาลอยู่เนือง ๆ

อย่างไรก็ตาม ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) ต่างประณามการตัดสินดังกล่าวของรัสเซีย และเรียกร้องให้ปล่อยตัว นาวัลนี ทันที ขณะที่รัฐบาลรัสเซียก็สวนกลับอย่างไวว่า "นี่เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน"


ที่มา:

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3590418241006110&id=626734224041208

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2025776

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สานความสัมพันธ์ 46 ปี ‘ไทย - จีน’ จัดเทศกาลตรุษจีนในรูปแบบ New Normal ตอกย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้นยาวนานของทั้ง 2 ประเทศ

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดไฟประดับตกแต่งในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ร่วมด้วย นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟ จำกัด (มหาชน) ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

โดย ททท. ได้จัดการตกแต่งประดับไฟฟ้า เส้นทางตั้งแต่มูลนิธิเทียนฟ้าถึงแยกเฉลิมบุรี ระยะทาง 200 เมตร เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่งเติมสีสันแห่งการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนในย่านเยาวราช ซึ่งถือเป็นย่านชุมชนวัฒนธรรมไทย - จีน อันสำคัญ ที่ได้รับผลกระทบด้านการค้าและการท่องเที่ยวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

สำหรับการประดับไฟเนื่องในเทศกาลตรุษจีนปี 2564 ตกแต่งภายใต้แนวคิด “เฉลิมฉลองวันตรุษจีน ต้อนรับปีวัวทอง กับถนนสายมังกรเยาวราช” สร้างสรรค์เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน อาทิ มังกร นางฟ้า ดอกเหมย

ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานโคมไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 67 นิ้ว (เท่ากับพระชนมายุ 67 พรรษา) จำนวน 4 ลูก ให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อประดับตกแต่งบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมการตกแต่งประดับไฟในเทศกาลตรุษจีนได้ตั้งแต่วันที่ 11-28 กุมภาพันธ์ 2564 ตั้งแต่เวลา 18.00 - 24.00 น.

เปิดสถิติธุรกรรมการเงินยุคโควิด พบคนไทยใช้โมบายแบงกิ้งอันดับหนึ่งของโลก ส่วนเรื่องช็อปไม่แพ้ใคร ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ ผ่านสมาร์ทโฟนเป็นอันดับ 2 ของโลก

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงไลฟ์สไตล์คนไทยยุคโควิด โดยอ้างอิงมูลจาก We Are Social และ Hootsuite พบว่าในปี 2563 คนไทยทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้งเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็น 68.1% ต่อเดือน ส่วนการซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซผ่านสมาร์ทโฟน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก คิดเป็น 74% และมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เฉลี่ย 5 ชั่วโมง 7 นาทีต่อวัน

ส่วน K PLUS ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน โมบายแบงกิ้ง ของธนาคารกสิกรไทย ยังได้กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ลูกค้าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนในปัจจุบันที่ลดการเดินทางออกนอกบ้าน เลี่ยงจับเงินสด และใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

โดยในปี 2563 มีลูกค้าใช้งาน K PLUS มากถึง 5 ล้านรายต่อวัน มีจำนวนธุรกรรมรวมทุกประเภท 14,500 ล้านรายการ เติบโต 71% และมีผู้ใช้งานรวม 14.4 ล้านราย

นอกจากนี้ ยังได้ตั้งเป้าหมายมีผู้ใช้งาน K PLUS รวม 17.5 ล้านราย และมีจำนวนธุรกรรมทั้งหมดผ่าน K PLUS มากกว่า 24,600 ล้านรายการ ภายในปี 2564

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการฟ้องร้องคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ (หญิงหลุยส์) อดีตภรรยาว่า...

สัญญาในใบหย่า ได้มอบทรัพย์สินให้คุณหญิงพันธุ์เครือ มีเจตนาเพื่อให้เเบ่งสรรปันส่วนให้ลูกหลาน แต่กลับนำไปขายเเละจำนองโดยไม่ทราบว่านำเงินไปทำอะไร จึงมีการฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินและศาลนัดพิจารณาในวันที่ 25 ก.พ.นี้

ทั้งนี้การที่ไม่ยอมเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลเดิมของตนเองถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะหย่าขาดจากกันแล้ว อีกทั้งตนไม่พอใจที่นำบ้านที่จังหวัดนครพนมไปมอบให้กับผู้อื่น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวพันธุ์กันทางสายเลือด เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการหย่า

ความจริงตนไม่ต้องการหย่า เเต่คุณหญิงพันธุ์เครือชวนไปหย่า และคุณหญิงพันธุ์เครือเป็นคนเเรกที่เซ็นใบหย่า

ทั้งนี้ตนเป็นชายชาติทหารต้องเคารพสตรี โดยเฉพาะภรรยา แต่การนำบ้านที่ตนให้ไปขายมอบให้คนอื่นคือปัญหาสำคัญสำหรับคนที่รักในศักดิ์ศรีตระกูล ตนมีแต่ความรู้สึกที่ดีที่มอบให้ แต่คุณหญิงพันธุ์เครือไม่ดูแลตน แม้แต่ตอนหกล้มเมื่อปี 59

 

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการศึกษาความเชื่อมโยงของความสามารถทาง ‘ปัญญา’ กับ ‘อคติ’ ที่มีต่อ ‘กลุ่มคนรักร่วมเพศ’ โดยพบว่า 'คนที่เกลียดกลัวการรักร่วมเพศ' มักจะมีสติปัญญาที่ต่ำกว่าคนในกลุ่มอื่น

ทีมวิจัยได้ศึกษากับกลุ่มตัวอย่างชาวออสเตรเลียจำนวน 11,564 คน ด้วยแบบสอบถามสำหรับการวิเคราะห์ในเรื่องของระดับสติปัญญา ซึ่งในแบบสอบถามดังกล่าวจะมีคำถามบางส่วนสอดแทรกไปในลักษณะที่ว่า เห็นด้วยหรือไม่กับประโยคที่ว่า

ในแบบสอบถามดังกล่าว จะมีคำถามบางส่วนสอดแทรกไปในลักษณะที่ว่า เห็นด้วยหรือไม่กับประโยคที่ว่า “กลุ่มคนรักร่วมเพศ (ชาย-ชาย / หญิง-หญิง) ควรมีสิทธิเท่าเทียมกับกลุ่มคนรักต่างเพศ (ชาย-หญิง)” โดยจะให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกว่าเห็นด้วยกับประโยคดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่ 1 (ไม่เห็นด้วยเลย) ไปถึง 7 (เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง)

ทั้งนี้ทางทีมวิจัยได้นำแบบสอบถามทั้งหมดมาวิเคราะห์ และพบว่า ยิ่งไม่เห็นด้วยกับประโยคในลักษณะนี้มากเท่าไหร่ สติปัญญาของคนเหล่านั้นก็จะยิ่งต่ำกว่าคนอื่นตามไปด้วย ก็ยิ่งแสดงถึงความเชื่อมโยงกันของทั้งสองสิ่งนี้

นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบด้วยว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จะส่งผลรุนแรงอย่างมากในส่วนของทักษะการใช้คำพูด หรือก็คือ คนที่มีอคติกับกลุ่มรักร่วมเพศ มักจะเป็นคนที่ขาดการใช้สติปัญญาในการแสดงออกทางวาจานั่นเอง

งานวิจัยดังกล่าว ถือว่าช่วยสนับสนุนผลงานวิจัยอื่นๆ ก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกา ที่เคยมีการพบว่าผู้ที่มีอคติต่อกลุ่มรักร่วมเพศหรือกลุ่ม LGBTQ นั้น จะมีระดับสติปัญญาต่ำเช่นเดียวกัน


ที่มา

https://www.catdumb.tv/homophobia-research-339/?fbclid=IwAR0f76JLJyj1HjXnJvbEPObSdCGUZPafDq2K7Rc2SGtuIRKTEb6Ds5mKLQA

https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0160289617303628

https://www.unilad.co.uk/science/homophobia-and-low-intelligence-are-linked-study-finds/

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายสมชาย จุติกิติ์เดช หรือ ‘หลงจู๊’ ผู้ถูกกล่าวหาเจ้าของบ่อนพนันหลายแห่งใน ภาคตะวันออก

สำหรับ ‘หลงจู๊สมชาย’ เป็นนักธุรกิจสีเทาระดับประเทศ เป็นเจ้าพ่อบ่อนการพนันหลายแห่ง ทั้งในจังหวัดระยองและรวมถึงภาคตะวันออก และอีสานบางส่วน เริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ จนโด่งดังในยุทธจักรบ่อนพนัน และโด่งดังยิ่งขึ้นเมื่อกลายเป็นต้นเหตุการระบาดของโควิด-19 ล่าสุด

หลงจู๊สมชาย ถูกกล่าวขานมาเป็นเวลานานในฐานะนักพนัน ตั้งแต่เริ่มต้นจากศูนย์ คนในวงการมักเปรียบว่ามาจาก ‘ผี’ เพราะไม่มีอะไร แต่ด้วยความเป็นนักพนันใจถึง มีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดระยองสนับสนุน จึงค่อยๆ เติบโตจากคนเดินโพยหวย ขยับมาเป็นเจ้ามือหวย เป็นเจ้าของสถานบริการในเมืองระยอง ทั้งนวดแผนโบราณ คาราโอเกะ ต่อมาเข้าไปพัวพันกับแก๊ง ‘ล็อกหวย’ ที่มีด้วยกัน 3 คน คือ ‘กลม บางกรวย - ชัย โคกสำโรง’ และตัวเขาเองที่ได้เจ้าของฉายา ‘ชาย ระยอง’ หรือ ‘ชาย บ้านค่าย’

ช่วงแรกแก๊งหวยล็อกจะเดินสายกระจายแทงเจ้ามือใหญ่ในหัวเมืองต่างๆ และไปสะดุดตอที่เจ้าพ่ออีสาน โดย ‘เป๊กตั๊ก’ เจ้าพ่อหวยเมืองสุรินทร์ เห็นว่าถูกลูกค้านิรนามกินติดต่อกันหลายงวด และสงสัยกลุ่ม ‘ชาย ระยอง’ หรือ ‘หลงจู๊สมชาย’ ในปัจจุบัน จะเป็นตัวการ จึงเข้าแจ้งต่อกองปราบปราม และเป็นที่มาของการเปิดโปงขบวนการ ‘หวยล็อก’ ต่อมามีการดำเนินคดี...แต่ ‘หลงจู๊ สมชาย’ รอดมาได้

หลังข่าวคราวหวยล็อกเงียบไป ชื่อเสียงของ ‘หลงจู๊สมชาย’ ก็โด่งดังในยุทธจักรบ่อนพนัน และกิจการตู้ม้า ตู้สลอต โดยว่ากันว่าเขาได้รับการสนับสนุนจาก ‘นักการเมืองคนดัง’ ของจังหวัดนครราชสีมา และนายตำรวจระดับ พล.ต.ต.คนหนึ่งแถวภาคอีสาน ให้สัมปทานบ่อน ตู้ม้า ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภาค 3 ทั้ง จ.นครราชสีมา จ.อุบลราชธานี และอื่นๆ อีกหลายแห่ง

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ จ.อุบลราชธานี เงินจำนวน 1 ล้านบาท ของ ‘หลงจู๊สมชาย’ ก็ถูกนำไปสร้างบารมี สร้างฐานสีเทาให้แก่ตัวเอง โดยมีลูกน้องคนสนิทซึ่งแท้จริงเป็นคนโปรโมตบ่อน สวมบทเป็นผู้ใจบุญบริจาค

ด้วยความใจถึง อีกทั้งระยะหลังมักมีข่าวว่า ‘หลงจู๊สมชาย’ มีอาการเพี้ยน เนื่องจากผลข้างเคียงของการใช้ยาบางอย่าง และอาจเป็นคนใจถึงอยู่แล้ว อีกทั้งมีแรงหนุนจาก ‘นักการเมืองคนดังภาคอีสาน’ ที่ทำงานติดตัวเบอร์ต้น ๆ ของขั้วอำนาจในรัฐบาล ‘หลงจู๊สมชาย’ จึงบ่ายหน้าเข้าสู่วงการบู๊ลิ้มเมืองหลวง

ระยะแรกสร้างความปั่นป่วนไม่น้อย เพราะการปล่อยสมุนมือขวาออกป่วน แต่ในที่สุดไปไม่รอด ต้องกลับไปดูแลฐานเดิมคือ ภาคตะวันออกในหลายพื้นที่ของภาค 2 ภาค 3 จนช่วงหนึ่งถูกระดมปราบปรามจากชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองอย่างหนักหน่วง จากปฏิบัติการทะลายบ่อน RJ ต.มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งทราบกันดีว่าบ่อนแห่งนี้เป็นของ ‘หลงจู๊สมชาย’ ปรากฏเป็นข่าวครึกโครม

แต่ด้วยเส้นสาย และ ‘นักการเมืองดังอีสานคนใกล้ตัวขั้วอำนาจ’ ทำให้ในที่สุด ‘หลงจู๊สมชาย’ รอดตัวเช่นเคย แต่ฝ่ายมั่นคงก็เตรียมเชือดต่อ โดยส่งชุดปฏิบัติการของดีเอสไอ เพื่อตั้งเป้าขยายผลเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งหลายคนเชื่อว่านี่คือปฏิบัติการเชือดไก่เพื่อปิดตำนานความยิ่งใหญ่ของ ‘เจ้าพ่อธุรกิจสีเทา’ อย่างแน่นอน

แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ความไม่ชอบมาพากลก็เกิดขึ้น โดยคอลัมนิสต์สื่อหลักเริ่มเขียนแขวะปฏิบัติการนี้ และให้เหตุผลว่าบ่อนพนันเป็นหน้าที่ของตำรวจก็พอแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ถึงมือ ‘กรมสอบสวนคดีพิเศษ’ เพราะควรไปใช้กับคดีต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม หปฏิบัติการสยบเจ้าพ่อตะวันออกก็กลายเป็นหมัน ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ‘หลงจู๊สมชาย’ ต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดฝีแตก จากกรณีบ่อนระยอง ที่กลายเป็นแหล่งแพร่โควิด-19 ในครั้งนี้ จึงถึงจุดจบของ ‘หลงจู๊สมชาย’ ในที่สุด!!

สมบัติ ทองย้อย หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบายความอึดอัดในใจ เกี่ยวกับกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายรักในประชาธิปไตย โดยมีเนื้อหาระบุว่า...

ช่วงหลัง ๆ มานี้ยอมรับเลยสลิ่มในเฟสเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้อะไรมากเขาเข้ามาด้วยสาเหตุใดก็ตามแต่ไม่ว่ากัน แต่เชื่อไหมบรรดาสลิ่มเหล่านั้นเวลามาเม้นท์ผม น้อยคนมากที่จะด่าด้วยคำด่าที่หยาบคาย บางคนจากเกลียดกลายเป็นมาพูดดีกับผมเรียกลุงเรียกน้าเรียกพี่

ผมไม่รู้ว่าเขาหวังอะไรจากผม เพราะจริง ๆ ผมก็ไม่มีอะไรจะให้เขา แต่ผมสิกลับโดนพวกเดียวกันเองด่าแบบสาดเสียเทเสียไม่ให้เกียรติกัน ไม่เคารพกัน ไม่นับถือกัน ซึ่งผมก็ไม่ได้โกรธ หรือโทษใครนอกจากตัวผมเองที่ผมทำตัวผมเอง

แต่แค่งงใจว่าพวกเดียวกันเองทำไมต้องด่ากันจนถึงขนาดนั้น เพียงเพราะคิดต่างกับพวกคุณ บางทีคนเสื้อแดงเพลงคนฝั่งประชาธิปไตยก็ไม่ได้น่ารักอย่างที่คิดเสียทุกคน หรือบางคนอาจจะเผด็จการทางความคิดเสียด้วยซ้ำ


ที่มา:

https://www.facebook.com/336295587309275/posts/758955375043292/

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=406579140643344&id=100038737831788


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top