Sunday, 1 November 2026
NEWS FEED

ผลกระทบข้างเคียงฉีดวัคซีนโควิด ล่าสุดพบสาวมะกัน วัย 18 ปี อาการโคม่า! หลีงฉีดวัคซีนโควิดฯ ‘จอห์นสันฯ’ แพทย์ผ่าสมอง 3 รอบยื้อชีวิต พบสาเหตุลิ่มเลือดอุดตัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลกระทบข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ขนานต่าง ๆ ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ผู้ใช้วัคซีนขนานของบริษัท “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” ในสหรัฐฯ ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.เอ็มมา เบอร์คีย์ อายุ 18 ปี พำนักอาศัยอยู่ในย่านคลาร์กเคาน์ตี นครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐฯ เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ในเส้นเลือดดำบริเวณสมอง หรือซีวีเอสที ภายหลังจากเข้ารับการฉีดวัคซีนขนานนี้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า เอ็มมา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีอาการโคม่า จนทางคณะแพทย์ต้องผ่าตัดเพื่อรักษาอาการเส้นเลือดดำอุดตันบริเวณสมอง โดยมีรายงานว่า คณะแพทย์ต้องดำเนินการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง ซึ่งในเวลานี้ น.ส.เบอร์คีย์ สามารถออกจากห้องไอซียู และถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว หลังจากอาการดีขึ้นอย่างช้า ๆ อย่างไรก็ตาม คนไข้รายนี้ยังคงต้องใส่ท่อหลอดลมที่คอ

รายงานระบุว่า เอ็มมาฉีดวัคซีนของจอห์นสันโดสแรกเมื่อวันที่ 1 เม.ย. และผ่านไปราว 1 สัปดาห์จึงมีอาการ ส่งผลให้ครอบครัวต้องเร่งพาไปโรงพยาบาลเซนต์โรส โดมินิกัน ในเมืองเฮนเดอร์สัน แต่เพราะอาการวิกฤตจึงต้องนำตัวขึ้นหน่วยบินแพทย์ฉุกเฉินเพื่อส่งไปโรงพยาบาลโลมา ลินดา ในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

เอ็มมา เบอร์คีย์ ถือเป็น 1 ใน 6 ราย ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนขนานของบริษัท “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” แล้วเกิดผลกระทบข้างเคียงด้วยภาวะลิ่มเลือดอุดตัน


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

.

หน.ศปม. ส่งรถทหาร 10 คัน ช่วยภารกิจลำเลียงผู้ป่วยประเภทสีเขียว ไปส่งรพ.สนาม สั่งแสตนบายอีก 20 คัน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2564 พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นำรถทหาร เข้ามาช่วยในการลำเลียงผู้ป่วยโควิด-19 ว่า จะมาเข้าสนับสนุนในส่วนผู้ป่วยประเภทสีเขียว คือที่แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่ามีผลเป็นบวก แต่อาการไม่มาก โดยจะเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาล ที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการตรวจ และเอ็กซเรย์ปอดวินิจฉัยแล้วเข้าข่ายผู้ป่วยประเภทสีเขียว ไปส่งยังโรงพยาบาลสนาม

เบื้องต้นจนถึงขณะนี้ กองทัพได้สนับสนุนรถทหาร ในภารกิจแล้ว 10 คัน ตามแผนจะใช้ประมาณ 30 คัน โดยจะเป็นรถพยาบาล ของกองพันเสนารักษ์รวมถึงรถสองตอน ที่ต้องแยกระหว่างคนขับกับผู้ป่วยออกจากกัน  ซึ่งส่วนใหญ่จะดำการในกรุงเทพมหานคร เป็นหลัก

นพ.ยง เผยผลตรวจภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของซิโนแวค พบผู้ฉีดมีภูมิต้านทานขึ้นได้ดีมาก เป็นที่น่าพอใจ ตรวจพบภูมิต้านทาน ต่อสไปรท์โปรตีน หรือหนามแหลม ถึง 99.4%

วันนี้ (22 เม.ย.) นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า โควิด-19 วัคซีน ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีนจีน Sinovac

ทางศูนย์ได้ทำการศึกษาร่วมกับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว สมุทรสาคร การรายงานเบื้องต้น ถึงภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 Sinovac 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์

ตรวจภูมิต้านทานก่อนและหลังการให้วัคซีน พบว่าภูมิต้านทานขึ้นได้ดีมาก เป็นที่น่าพอใจ

4 สัปดาห์หลังฉีดเข็ม 2 ภูมิต้านทานที่ขึ้นได้เท่าเทียมกับภูมิต้านทานที่ตรวจพบจากการติดเชื้อโดยธรรมชาติที่ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ดังแสดงในรูป

 

ผู้ที่ฉีดวัคซีนตรวจพบภูมิต้านทาน ต่อสไปรท์โปรตีน หรือหนามแหลม ถึงร้อยละ 99.4 ในขณะผู้ที่ติดเชื้อตรวจพบภูมิต้านทาน ร้อยละ 92.4 ระดับภูมิต้านทานในกลุ่มที่ฉีดวัคซีน 2 เข็มมีค่าเฉลี่ยเรขาคณิต อยู่ที่ 89.5 u/ml

ส่วนผู้ที่ติดเชื้อในธรรมชาติจะมีระดับภูมิต้านทานค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 61 u/ml แสดงให้เห็นว่าการได้รับวัคซีนมีภูมิต้านทานเกิดขึ้นได้เท่าเทียมกับภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ

ขณะนี้กำลังศึกษาระยะยาวถึงความคงอยู่ของภูมิต้านทาน เพื่อจะคาดการณ์ โอกาสที่จะเกิดการติดโรคหรือเป็นซ้ำ

เพราะเป็นที่ทราบดีแล้วว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 ถึงหายแล้วก็ยังมีโอกาสที่อาจจะติดเชื้อซ้ำได้ แต่ความรุนแรงน่าจะน้อยลง

ในระยะยาว จากผลการศึกษานี้จะช่วยบอกว่าจำเป็นที่จะต้องมีการกระตุ้นด้วยวัคซีนเข็มที่ 3 หรือไม่ และถ้าจะต้องกระตุ้นจะกระตุ้นเมื่อใด

ที่มา : https://www.facebook.com/yong.poovorawan


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศว่านักการทูตอเมริกัน 10 คนเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาและให้เดินทางออกจากรัสเซียภายใน 1 เดือน ตอบโต้ที่สหรัฐอเมริกาประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 10 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน

ได้เวลาเอาคืน กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศว่านักการทูตอเมริกัน 10 คนเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาและให้เดินทางออกจากรัสเซียภายใน 1 เดือน ตอบโต้ที่สหรัฐอเมริกาประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 10 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงนโยบายเตือนคู่แข่งจากตะวันตกอย่าล้ำเส้น ชี้เอะอะก็โทษรัสเซีย

รัฐบาลรัสเซียเคยขู่ภายหลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 10 คนเพื่อลงโทษต่อการกระทำที่สหรัฐระบุว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี, การโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ และกิจกรรมปรปักษ์อื่น ๆ ว่ารัสเซียจะตอบโต้สหรัฐในแบบเดียวกัน และในวันพุธที่ 21 เมษายน กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียจึงได้ฤกษ์ประกาศขับนักการทูตสหรัฐ 10 คน โดยประกาศว่าคนเหล่านี้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา

"บุคคลเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้ออกจากดินแดนของประเทศเราภายในสิ้นวันที่ 21 พฤษภาคม" กระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าวในแถลงการณ์ โดยบอกว่าเป็นการตอบโต้การดำเนินการปรปักษ์ของฝ่ายอเมริกันในแบบเดียวกันกับที่สหรัฐขับลูกจ้างของสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงวอชิงตันและสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในนครนิวยอร์ก และกระทรวงจะดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรที่ "ผิดกฎหมาย" ของสหรัฐฯ ต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตะวันตกดิ่งสู่จุดตกต่ำครั้งใหม่ในเวลานี้ รัสเซียและรัฐบาลตะวันตกหลายชาติกำลังขัดแย้งกันทั้งด้วยกรณีของ อเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านคู่ปรับของปูติน, การวางกำลังทหารจำนวนมากตามแนวชายแดนติดกับยูเครน และเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการจารกรรมในหลายประเทศ

วันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีปูตินแถลงนโยบายแห่งชาติประจำปีต่อบรรดาสมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าการระดับภูมิภาคต่าง ๆ ตอนหนึ่งเขากล่าวเตือนคู่แข่งจากโลกตะวันตกว่า อย่าได้ล้ำเส้น พร้อมกับตำหนิประเทศอื่น ๆ ว่าเกิดเรื่องเลวร้ายอะไรก็โทษมาที่รัสเซีย

"ในบางประเทศ พวกเขาเริ่มมีธรรมเนียมหยาบคายในการกล่าวโทษรัสเซียทุกเรื่อง" เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปูตินในสุนทรพจน์ที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ "มันเป็นกีฬาบางชนิด เป็นกีฬาชนิดใหม่"

ผู้นำรัสเซียกล่าวด้วยว่า รัสเซียต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่มีความเห็นไม่ตรงกัน "แต่หากใครก็ตามตีความเจตนาอันดีของเราเป็นความอ่อนแอ ปฏิกิริยาของเราจะไม่สมมาตร, รวดเร็ว และรุนแรง"

"ผมหวังว่า จะไม่มีใครคิดข้ามเส้นสีแดงที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย และเราจะเป็นผู้กำหนดเองเป็นกรณีไปว่าเส้นสีแดงนั้นอยู่ตรงไหน" ปูตินกล่าว

ที่มา: https://www.thaipost.net/main/detail/100269


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘ดิว อริสรา’ แจ้งความเพื่อนซี้ ‘เบล ลูกบรรยิน’ ปมถูกทำร้ายร่างกายในปาร์ตี้บนเรือยอร์ช

กรณีดราม่างานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนบนเรือยอร์ช ที่นางร้ายสาว ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ และ เบล-บุษญา ลูกสาว นายบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปร่วมงานและมีเรื่องกัน เพราะมีคนที่ติดเชื้อโควิด-19 มาร่วมงานด้วย จนทำให้ทั้งสองสาวต้องกักตัว ก่อนจะมีการเผยแพร่แชทลับที่เบลอ้างว่าได้คุยกับเซบาสเตียน แฟนหนุ่มของดิว ตั้งแต่มีเรื่องไม่เข้าใจกันช่วงวาเลนไทน์

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 เมษายน ที่ สน.ปากคลองสาน น.ส.อริสรา ทองบริสุทธิ์ หรือดิว นักแสดงสาว พร้อม นายสาคร ศิริชัย ทนายความแจ้งความกับ พ.ต.ท.แดนชัย ทูลอ่อง สว. (สอบสวน) สน.ปากคลองสาน ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.กลอยใจ เพื่อนสาวคนสนิทของ น.ส.บุษยา ตั้งภากรณ์ หรือเบล ที่ทำร้ายร่างกายดิว ขณะอยู่บนเรือดังกล่าว โดยมี น.ส.เกวลิน ศรีวรรณา หรือยีน นางเอกสาวชื่อดัง มาเป็นพยาน

น.ส.เกวลินกล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเห็น น.ส.กลอยใจ ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์บนเรือกับดิว จู่ ๆ ดิวก็ล้มลงและมีรอยแดง แถมยังพูดอะไรไม่ออก ซึ่งตนไปคว้าตัวดิวไว้ได้ จังหวะนั้นเห็น น.ส.กลอยใจกำหมัดไว้อยู่ จึงเชื่อว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย เพราะดิวจะไม่ล้มเฉย ๆ และยืนยันว่าดิวไม่ได้ต่อว่าบุพการีหรือพูดจาเหยียดหยามเรื่องแฟนของเบลเลย

ด้านนายสาครกล่าวว่า ดิวเองก็เคารพนับถือนายบรรยิน พ่อของเบล เพราะรู้จักครอบครัวกันมาตั้งแต่เด็ก และไม่เหยียดเพศ ไม่ได้เหยียดเพื่อนสาวสนิทของเบลตามที่มีข่าวออกมา วันนี้จึงพายีนมาเป็นพยานพร้อมนำเอกสารหลักฐานการตรวจร่างกายมาแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดี น.ส.กลอยใจ ในเรื่องทำร้ายร่างกาย

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

องค์การอนามัยโลก เผย ‘ยอดป่วยโควิด-19’ พุ่งทั่วโลก ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ขณะที่กังวล พบคนวัยหนุ่มสาวติดเชื้อมากขึ้น จากไวรัสชนิดกลายพันธุ์

21 เม.ย.64 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่มขึ้นทั่วโลก เป็นสัปดาห์ที่ 8 แล้ว โดยในสัปดาห์ที่แล้วพบผู้ป่วยใหม่เพิ่ม 5.2 ล้านราย และมีอัตราป่วยในหมู่คนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกกังวล

ทีโดรส กล่าวว่า ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่มากกว่า 3 ล้านราย ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยหากพิจารณาจากตัวเลขขององค์การ ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 แตะระดับ 1 ล้านรายในช่วงเวลา 9 เดือน ต่อมาเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2 ล้านรายใน 4 เดือน และล่าสุดแตะระดับ 3 ล้านรายใน 3 เดือน

ขณะที่อัตราการติดเชื้อและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของผู้ที่มีอายุระหว่าง 25-59 ปี เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ที่มีอัตราการแพร่ระบาดสูง และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ใหญ่ที่มีอายุไม่มากนัก

เพื่อรับมือกับความจำเป็นเร่งด่วนด้านวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในทั่วโลก องค์การฯ ได้เผยแพร่เอกสารแสดงความสนใจ (EOI) เมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) เพื่อก่อตั้งศูนย์ส่งต่อเทคโนโลยีโควิด-19 สำหรับวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ด้วยหวังว่าจะช่วยเพิ่มการผลิตวัคซีนให้ประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

ทีโดรสเรียกร้องให้ผู้ผลิตดั้งเดิมของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดนี้ ส่งต่อเทคโนโลยีและข้อมูลให้กับศูนย์กลาง เพื่อให้ประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางแสดงความสนใจของตนในการรับเทคโนโลยีดังกล่าว

“เรามีนวัตกรรมล้ำสมัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนนี้เราจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมเพื่อรับรองว่าจะมีผู้เข้าถึงประโยชน์ของวิทยาศาสตร์นี้ได้มากที่สุด” ทีโดรสทิ้งท้าย

ที่มา : https://www.naewna.com/inter/567405


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

“อนุชา” สั่งพศ. แจ้งพศจ. เร่งตรวจคณะสงฆ์ อ้างลัทธิใหม่ ทำเสื่อมเสีย ห้ามวัดปฎิเสธเผาร่างผู้ติดเชื้อ แนะ ให้ปฎิบัติตามมาตรการแพร่เชื้อ

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์กรณีคณะสงฆ์บางกลุ่มมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ปฏิบัติผิดไปจากหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา กล่าวอ้างตั้งลัทธิใหม่ สร้างความแตกแยกและเป็นภัยต่อสังคม ว่า ได้สั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)เร่งจัดประชุมหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด(พศจ.)ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ และดำเนินการสำรวจเชิงรุก กรณีของวัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีการบิดเบือนและปฏิบัติผิดไปจากคำสอนทางพระพุทธศาสนา 

โดยอ้างตัวสร้างลัทธิความเชื่องมงาย ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม รวมถึงกรณีที่พบว่ามีคณะสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่กิจของสงฆ์ ให้กำชับปฏิบัติตามคำสั่งมหาเถรสมาคม (มส.)เรื่องห้ามพระภิกษุสงฆ์สามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ที่ปัจจุบันยังปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด 

นอกจากนั้นให้พศจ.กำหนดแนวทางการจัดระบบป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด พร้อมขอความร่วมมือทุกวัดไม่ให้ปฏิเสธการฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพราะสามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทันที ไม่ควรมีการตั้งศพไว้เป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ครม.ไฟเขียว ให้บินไทย จัดเที่ยวบินขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)เป็นสายการบินแห่งชาติเฉพาะภารกิจขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของอุดีอาระเบีย ที่กำหนดให้ต้องดำเนินการโดยสายการบินแห่งชาติของไทย โดยไม่อนุญาตให้สายการบินของประเทศอื่น เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากกรมการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย ให้ดำเนินการโดยรูปแบบเที่ยวบินเช่าเหมาลำ แม้ปัจจุบันการบินไทย จะมีสถานภาพเป็นสายการบินของเอกชนเทียบเท่ากับสายการบินอื่น แต่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)แต่เป็นสายการบินเดียวที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และเป็นสายการบินเดียวที่ปฏิบัติภารกิจขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย

นายอนุชา กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รายการการจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จำนวน 46,477,000 บาท ไว้แล้ว สำหรับปีต่อไป กรมการปกครอง จะจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้กรมการปกครองได้เตรียมจัดทำโครงการสนับสนุนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดเที่ยวบินพิเศษขนส่งผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่เดินทางไป - กลับ ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ประจำปี พ.ศ. 2565 โดยสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 46.48 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อขนส่งผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ในส่วนที่เพิ่มเติมจากราคาบัตรโดยสารให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดเที่ยวบินพิเศษสำหรับผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากท่าอากาศยานนราธิวาสไปยังท่าอากาศยานซาอุดีอาระเบีย จำนวน 9 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 287 คน รวมทั้งสิ้น 2,583 คน ทั้งขาไปและขากลับ ระหว่างเดือนพ.ค. - ก.ย. 2565

AccRevo ผนึกกำลัง Funding Societies 2 แพลตฟอร์ม ด้านบัญชีและสินเชื่อออนไลน์ ผนึกกำลัง ช่วยธุรกิจ SMEs ไทยเข้าถึงสินเชื่อสำหรับขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้น ชูจุดเด่น ‘อนุมัติไว-ไม่ใช้หลักทรัพย์-วงเงินสูง’

อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัญหาสำคัญของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทย คือ การเข้าถึงแหล่งทุน หรือสินเชื่อ เพื่อการขยายธุรกิจ

จากปัญหาอุปสรรคดังกล่าว จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 แพลตฟอร์ม อย่าง AccRevo และ Funding Societies ที่จะช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยธุรกิจที่ใช้โปรแกรมบัญชีของ "AccRevo" จะสามารถขอสินเชื่อได้ ง่ายและรวดเร็ว ผ่าน Funding Societies

สำหรับ AccRevo (Accounting Intelligence Platform) เป็น Platform บัญชีดิจิทัลสำหรับธุรกิจ SMEs ที่ถูกออกแบบมา ช่วยเหลือทำให้กระบวนการทำบัญชีที่เคยช้า น่าเบื่อ และเต็มไปด้วยเอกสารกองโตเปลี่ยนกระบวนการออกเอกสารทางธุรกิจให้เป็นดิจิทัล ให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม ลดต้นทุนและปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของธุรกิจเชื่อมต่อทุกหน่วยงานในองค์กรและทำงานด้วยการประมวลผลแบบคลาวด์และการวิเคราะห์ข้อมูลระบบอัตโนมัติของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence (AI)

ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการจะได้งบการเงินและรู้สุขภาพทางการเงินขององค์กรแบบ Realtime เพิ่มความสามารถในการคาดการณ์การวิเคราะห์การจัดการประสิทธิภาพและการตัดสินใจเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในโลกใหม่ของการทำงานที่เป็นดิจิทัลที่ต้องมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการมองการณ์ไกลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดี ด้วยระบบบัญชี ของ AccRevo ที่ผ่านมาตรฐานกรมสรรพากร และได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีโปรแกรมเด่น อาทิ

AccRevo Accistant | โปรแกรมจัดการธุรกิจดิจิทัล on cloud ผู้ช่วยนักธุรกิจในการดูแลการเงิน ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องบัญชี ก็สามารถบริหารจัดการ ออกเอกสารทางด้านบัญชีได้ครบถ้วน ได้มาตรฐาน ควบคุมการทำงานทั้งกระบวนการแบบดิจิทัลทั้งด้านรายรับและด้านรายจ่าย ออกรายงานบริหาร (Dashboard) เพื่อการวิเคราะห์ธุรกิจแบบออนไลน์ทุกที่ ทุกเวลา

AccRevo The Book | โปรแกรมบันทึกบัญชีอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence (AI) ผู้ช่วยนักบัญชีในการบันทึกบัญชีเบื้องต้นและการทำบัญชีทั้งกระบวนการแบบไร้เอกสารที่เป็นกระดาษ ทำให้นักบัญชีไม่ต้องปวดหัวกับเอกสารกองโตอีกต่อไป พร้อมเชื่อมต่อระบบงานอื่นๆผ่านเทคโนโลยี API ลดการบันทึกบัญชีซ้ำแบบไร้รอยต่อ

ส่วน Funding Societies เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ จะมุ่งเน้นสร้างโอกาสแก่ SMEs เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้เข้าถึงเงินทุนได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยสมัครง่ายผ่านระบบออนไลน์ อนุมัติไวภายใน 3 วัน และ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์

ทั้งนี้ Funding Societies ก่อตั้งขึ้นปี 2015 ในประเทศสิงคโปร์ และ ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการระดมทุนอย่างถูกต้องทั้งในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เเละ ล่าสุดในไทย โดยก่อนหน้านี้ได้ให้สินเชื่อแก่ SMEs ไปกว่า 65,000 ราย นอกจากนี้ Funding Societies ยังได้รับการระดมทุน Series C 1,300 ล้านบาทจากบริษัทผู้ลงทุนที่มีความน่าเชื่อถือ อาทิเช่น Sequoia India, Softbank Ventures Asia Corp, Qualgro, LINE Ventures

Funding Societies จึงมองเห็นศักยภาพของ SMEs และสตาร์ทอัพที่มีอยู่หลายล้านรายในประเทศไทย พวกเขาควรได้รับโอกาสทางการเงินที่เท่าเทียมแล้ว

สำหรับ ความร่วมมือ AccRevo X Funding Societies สินเชื่อธุรกิจสำหรับผู้ใช้งาน AccRevo ที่จะได้รับ

- วงเงินสูงสุดถึง 30 ล้านบาท

- อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดแค่ 1% ต่อเดือน

- อนุมัติไว

- ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ในภาวะที่ SMEs ต้องการเงินสนับสนุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ และยังต้องแข่งกับเวลา ความร่วมมือระหว่าง AccRevo และ Funding Society จะช่วยให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เข้าถึงสินเชื่อในยุคดิจิทัล ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวงเงินต่อรายสูงสุดถึง 30 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 1% ต่อเดือน อนุมัติไวใน 3 วัน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และสะดวกรวดเร็วไม่ยุ่งยากในการจัดเตรียมข้อมูล มาเติบโตและรับการสนับสนุนด้านการเงินไปกับพวกเราเพื่อความแข็งแรง และธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

.

ราชกิจจานุเบกษา ตีพิมพ์แบบหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศแล้ว แต่ต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในไทย หรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกเท่านั้น

ราชกิจจานุเบกษาตีพิมพ์เอกสาร 2 ฉบับ เกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หรือ วัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) ได้แก่ ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง แบบหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. 2564 และคำสั่งกรมควบคุมโรค ที่ 587/2564 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เอกสารทั้งสองฉบับลงนามโดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

สาระสำคัญ คือ ให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดทำวัคซีนพาสปอร์ต โดยมีหน้าปกระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า “DEPARTMENT OF DISEASE CONTROL, MINISTRY OF PUBLIC HEALTH THAILAND” (กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข” เครื่องหมายตราครุฑ ระบุข้อความ “COVID-19 CERTIFICATE OF VACCINATION” (หนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) พร้อมเลขที่หนังสือ ขึ้นต้นด้วย ค.ศ. ด้านล่างระบุว่า Issue to ... (ออกให้กับ) Passport No. ... (เลขที่หนังสือเดินทาง) or National identification ... (หรือ เลขประจำตัวประชาชน)

เนื้อหาในหนังสือรับรอง จะมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขคือ เอกสารรับรองนี้เป็นการรับรองเฉพาะการได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยาของราชอาณาจักรไทย หรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก จะต้องมีลายมือชื่อของอธิบดีกรมควบคุมโรค หรือผู้ที่อธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้ออกเอกสารรับรอง พร้อมประทับตราหน่วยงานของผู้ที่ออกเอกสารรับรองนั้น เจ้าหน้าที่อาจไม่รับพิจารณาเอกสารรับรองที่มีรอยแก้ไข ขูดลบ ขีดฆ่า หรือมีข้อความไม่สมบูรณ์

โดยให้กรอกข้อมูลในเอกสารรับรองเป็นภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ จะมีข้อความภาษาอื่น ๆ ควบคู่กับภาษาอังกฤษด้วยก็ได้ เอกสารรับรองนี้รับรองเป็นรายบุคคลเท่านั้น ไม่ให้ใช้ร่วมกันเป็นหมู่คณะ และต้องออกเอกสารรับรองแยกสำหรับเด็กด้วย ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองลงลายมือชื่อในเอกสารรับรองแทน หากเด็ก (อายุต่ำกว่า 7 ปี) ยังเขียนหนังสือไม่ได้ สำหรับผู้ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ ให้ผู้นั้นพิมพ์ลายนิ้วมือแทน (ปกติให้ใช้นิ้วหัวแม่มือขวา)

ส่วนคำสั่งกรมควบคุมโรค มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สังกัดกรมควบคุมโรค ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร หรือ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) เป็นผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรอง และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สังกัดกรมควบคุมโรค 6 ราย เป็นผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรอง ได้แก่

1.) นายโรม บัวทอง นายแพทย์เชี่ยวชาญ กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค

2.) น.ส.สิริรักษ์ ธนะสกุลประเสริฐ นายแพทย์ชำนาญการ กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค

3.) นายรวินันท์ โสมา นายแพทย์ชำนาญการ กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค

4.) นางรณิดา เตชะสุวรรณา นายแพทย์ชำนาญการ กองโรคติดต่อทั่วไป

5.) น.ส.กมลทิพย์ อัศววรานันต์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และ

6.) น.ส.ปริณดา วัฒนศรี นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันเวชศาสตร์ป้องกันศึกษา กรมควบคุมโรค

โดยให้ปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง การออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. 2564 (ลงในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 31 มี.ค. 2564)


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top