Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

ทหารชายแดนร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สามแลบ ช่วยหญิงเจ็บท้องคลอด 7 เดือน ก่อนทนไม่ไหวคลอดระหว่างทาง ทารกเพศชายปลอดภัย

กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 3606 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ฐานปฏิบัติการบ้านแม่สามแลบ จัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจบ้านแม่สามแลบ ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแม่สามแลบ เร่งให้ความช่วยเหลือ นางสาว ทัชฌา ทวีแสงชัย อายุ 24 ปี ราษฎรบ้านปู่คำน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

เนื่องจากตั้งครรภ์ 7 เดือน มีอาการปวดท้องใกล้คลอดอย่างรุนแรง โดยได้ทำการคลอดระหว่างทาง ซึ่งเป็นการคลอดก่อนกำหนดและสามารถคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัยเป็นทารกเพศชาย น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม แม่และเด็กปลอดภัยทั้งคู่ โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สามแลบได้ประสาน โรงพยาบาลสบเมย เพื่อเดินทางมารับไปดูแลและพักฟื้นต่อไป

จักษุแพทย์ชี้!! ฝังตะกรุดทองในเปลือกตา ช่วยเสริมเสน่ห์ เมตตามหานิยม เสี่ยงอันตรายถึงขั้นตาบอดได้ ด้านหลวงพี่ ‘เบรกแล้ว’ พร้อมอ้างแค่วางไว้ที่เปลือกตาล่าง ไม่ได้ฝังในดวงตาหรือเนื้อตา

จากกรณีโซเชียลมีการแชร์เรื่องการลงสาริกาตาหวานจากวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น และกลายเป็นกระแสของความอันตรายในการนำตะกรุดทองแท้ไปฝัง

ล่าสุดพระพิพัฒน์กิจจาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนายกวรรังสรรค์ (เขาดิน) อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าคณะอำเภอบางปะหัน เผยว่า ได้ทราบเรื่องจากลูกศิษย์ และได้มีการโทรไปพูดคุยกับ พระจิรพงษ์ กาญจนวิมาน หรือ ‘หลวงพี่เลี้ยง ธีรวโร’ แล้ว ถึงกรณีที่บนโลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปการฝัง ‘ตะกรุดทองแท้’ ไว้บริเวณเปลือกตาล่าง เรียกว่า ‘สาริกาตาหวาน' ซึ่งเชื่อว่าสามารถเรียกโชค เรียกทรัพย์ และเพิ่มเสน่ห์ได้นั้น

เบื้องต้นได้รับทราบว่า เป็นเพียงการวางไว้บริเวณเปลือกตาล่าง และให้นำออกได้ตามสะดวก แล้วนำไปเลี่ยมใส่กรอบบูชา โดยวัสดุที่ทำคือทองแท้ 100% ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ไม่มีการฝังไว้กับดวงตาหรือเนื้อตาแต่อย่างใด

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดจอมเกษ ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพบกับพระครูปราโมทย์ปิยธรรม เจ้าอาวาสวัดจอมเกษ ซึ่งเผยว่า ขณะนี้พระอาจารย์เลี้ยง ไม่อยู่ ไปกิจนิมนต์ที่ต่างจังหวัด ส่วนที่สำนักสักยันต์ได้มีการสั่งให้หยุดพิธีกรรมต่างๆ แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงอีกว่า จากกระแสข่าวที่เด็กนำไปไว้ในดวงตาแล้วนำไปลงโชเชียลนั้น มีการผิดเพี้ยน เนื่องจากวิธีขั้นตอนการประกอบพิธีกรรมนั้น พระอาจารย์เลี้ยง ได้แค่ใส่ไว้ที่เปลือกตา และให้นำออกมาใส่กรอบบูชา โดยก่อนทำก็จะมีการต้มและแช่แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้ง ส่วนเรื่องของพุทธคุณนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของแต่ละคน

ด้านนายธนภาค ทับทิมทอง อายุ 43 ปี กำนันตำบลขยาย กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่เคารพ และศรัทธา พระอาจารย์เลี้ยง ตั้งแต่พระอาจารย์เลี้ยง มาอยู่ที่วัดจอมเกษ 20 ปี ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย มีแต่พัฒนาวัดให้เจริญ ช่วยเหลือชุมชน และชาวบ้านมาตลอด ช่วยเหลือโรงเรียน จนกระทั่งมีเป็นข่าว ชาวบ้านรู้สึกไม่สบายใจ และอยากให้คนที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลหยุดคอมเมนต์ในสิ่งที่รู้ไม่จริง เพราะทำให้วัดเสื่อมเสีย

ที่มา: https://mgronline.com/local/detail/9640000030483


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

สั่งปูพรมตรวจร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีมาตรฐาน

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตั้งทีมลงตรวจค้นร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ป้องกันการลักลิบขายสินค้าไม่มีคุณภาพ โดยต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานผ่านการตรวจสอบรับรองจาก สมอ.แล้ว 

ขณะเดียวกันยังต้องการแจ้งเตือนประชาชนที่สั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ให้ดูเครื่องหมายมาตรฐานที่รับรองคุณภาพสินค้าก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงกว้าง

นายวันชัย กล่าวว่า ล่าสุดได้ตรวจสอบร้านค้าย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 3 คูหา 5 ชั้น โดยชั้น 1 เปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ส่องสว่าง ชั้น 2 - 5 เป็นแหล่งพักเก็บสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พบโคมไฟ หลอดไฟ อุปกรณ์แปลงไฟ และสายไฟฟ้าไม่มีเครื่องหมาย มอก. จำนวน 142 รายการ กว่า 60,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เตือน!! April Fool's Day ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี โพสต์ข่าวปลอม แชร์ข่าวปลอม มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ในวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ในหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นวันโกหก (April Fool's Day) โดยผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น การโพสต์ข้อความหลอกลวงหรือแชร์ข่าวปลอม ที่อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดได้ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ปอท. จึงฝากเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังในการโพสต์หรือแชร์ข่าวต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียว่ามีโทษจำคุกและเสียค่าปรับ

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560...

มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

มาตรา 14 (2) ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

และ มาตรา 14 (5) ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวข้างต้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา: https://www.nationtv.tv/main/content/378819727?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=social


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ออมสิน ภาค 11 ผุดตลาดอาหารปลอดภัย “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” ให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ส่งเสริมตลาดออฟไลน์สู่การเป็นตลาดออนไลน์

ออมสินภาค 11 จับมือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่นและบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผุดโครงการร่วมใจสร้างตลาดอาหารปลอดภัยให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ส่งเสริมตลาดออฟไลน์สู่การเป็นตลาดออนไลน์ สร้างการพัฒนาคุณภาพสินค้าของชุมชนหรือผู้ประกอบการรายย่อย และเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัด

นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงโครงการร่วมใจสร้างตลาดอาหารปลอดภัยให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” ระหว่างหน่วยงานรัฐ 3 หน่วยงานได้แก่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน

เนื่องด้วยในปัจจุบัน พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเป็นความปกติใหม่ (New normal) ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีบทบาทสำคัญต่อสังคมโลกโดยเฉพาะ พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค จากการซื้อสินค้าที่ต้องเดินทางไปหน้าร้านค้าหรือโทรศัพท์สั่งสินค้า (Offline Marketing) เปลี่ยนเป็นการซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ตผ่านร้านค้าออนไลน์ (Online Marketing) ที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น เพราะสะดวกสบาย มีโปรโมชั่นและบริการหลังการขายที่ไม่แตกต่างจากการเดินไปซื้อที่ร้านค้า ทำให้เกิดส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ลดลงของผู้ประกอบการที่มีการขายสินค้าและบริการผ่านหน้าร้านค้าเพียงช่องทางเดียว

ประกอบกับในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์โรคระบาดจากเชื่อไวรัส COVID19 ขึ้นทั่วโลก รัฐบาลของประเทศต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย จำเป็นต้องออกมาตรการรองรับการควบคุมโรคระบาด การออกจากที่พักอาศัยไปซื้อสินค้าและบริการถูกจำกัดจากมาตรการทางสังคม ทำให้เกิดพฤติกรรมการบริโภครูปแบบใหม่ขึ้น กล่าวคือ เมื่อผู้บริโภคไม่สามารถเดินทางไปซื้อสินค้าและบริการที่หน้าร้านค้าได้สะดวกเช่นเดิม (Offline Marketing) การซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม และเมื่อใช้ช่องทางออนไลน์จนเกิดความเคยชิน เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปในวิถีใหม่หรือความปกติใหม่ (New Normal)

จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ในทั้งการขายสินค้าและบริการที่หน้าร้าน และการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ผ่านการให้ความรู้ทางการเงินและเพิ่มทักษะทางการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ สร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการร่วมใจสร้างตลาดอาหารปลอดภัยให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” จะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัย ผ่านระบบตลาดที่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่สินค้าอุปโภคบริโภคของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสินค้าพื้นถิ่นที่อยู่ในกรอบความร่วมมือนี้

พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้แก่ผู้ประกอบการชุมชนในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้าน ICT มาต่อยอดการผลิตและการตลาดในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุนของวิสาหกิจชุมชนทั้งขนาดเล็กและขนาดย่อย ให้สามารถมีช่องทางดำเนินการได้สะดวกและมีช่องทางดำเนินการมากขึ้น


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กขอบคุณนักกายภาพบำบัด ระบุตนเองผ่านการทำกายภาพบำบัดมาแล้ว 2 ครั้งในชีวิต ครั้งแรกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยทั้ง 2 ครั้งได้คืนชีวิตให้กับตนเอง

จากกรณี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านตลาดกลางกุ้ง ตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าวมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 กระทั่งวันที่ 27 ธ.ค. 63 ลงพื้นที่ไปพร้อม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ร่วมกันกินอาหารทะเลปรุงสุก จากนั้นเริ่มป่วยตรวจร่างกาย รพ.สมุทรสาคร นอนดูอาการ และได้รับการยืนยันว่า ติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 63 ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายวีรศักดิ์ สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Sakravee Srisangdharma” เล่าถึงการทำกายภาพบำบัดระหว่างการรักษาพักฟื้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่ตนเองได้รับการทำกายภาพบำบัด โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า "กายภาพบำบัด คืนชีวิตให้ผมมาสองครั้งแล้ว"

ครั้งแรกคือเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่ผมเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ร่างกายซีกขวาใช้การแทบไม่ได้ทั้งซีก ต้องเริ่มฝึกหัดทุกอย่างใหม่ ทั้งฟื้นฟูร่างกายซีกขวาให้กลับมามีเรี่ยวแรงมากขึ้น และเปลี่ยนมาฝึกเขียนหนังสือและฝึกใช้ชีวิตด้วยข้างซ้ายเป็นหลักแทน

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมตกใจมาก ตอนเห็นร่างกายตัวเองหลังฟื้นคืนสติขึ้นมา แขนขามีแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่มีกล้ามเนื้อ ไม่มีเรี่ยวแรง แค่นั่งพิงเก้าอี้ข้างเตียงไม่กี่นาที หรือพูดไม่กี่ประโยคก็เหนื่อยเหมือนใจจะขาด คิดเสียใจที่เคยปรามาสโรคนี้ไว้ว่า คงจะอาการไม่หนัก และถอดใจว่า เราคงไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้อีกแล้ว แต่ได้แรงคุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดทุกท่าน เข้ามาหัดให้ผมหายใจ หัดพูด นั่ง ยืน เดิน คืบหน้าไปแต่ละวันอย่างช้า ๆ ทำให้ทุกวันนี้ผมกลับมาพูดได้ เดินได้ กินข้าวเองได้ และทำงานได้ ถึงจะยังต้องฟื้นฟูอีกมากก็ตาม ถ้าเปรียบคุณหมอเป็นผู้กู้ชีพ รักษาอาการป่วยให้ผม

เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัด ก็ถือเป็นผู้คืนชีวิตชีวา ให้ผมกลับคืนมาดูแลตัวเองต่อได้ การฟื้นคืนกลับมามีชีวิตของผม คือเรื่องราวที่เหมือน ‘ปาฏิหาริย์’ เป็นปาฏิหาริย์ที่มาจากการรักษาของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังใจจากทุกผู้คนที่มอบให้ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในชีวิตของผม มาจากฝีมือ ความอดทน และความเอาใจใส่ ของนักกายภาพบำบัดนี่เองครับ"


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

สถานการณ์บ้านเมืองในพม่ายังคงดำดิ่งไร้จุดสิ้นสุด และล่าสุดมีข่าวจากทางสื่อรัสเซียว่า รัฐบาลทหารพม่า เตรียมสานพันธมิตรร่วมกับรัสเซีย ในการยกระดับการติดอาวุธกองทัพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดดีลสั่งอาวุธจากรัสเซียมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

รายงานข่าวนี้ สืบเนื่องจากการนัดประชุมระดับสุดยอดระหว่าง อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กับ นายพล มิน อ่อง ลาย ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลทหารพม่า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม และนับเป็นการเยือนพม่าอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัสเซีย หลังจากเกิดการรัฐประหารในพม่าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์

มีการเปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดระหว่างพม่า และ รัสเซีย ครั้งนี้เป็นความตั้งใจของทางรัสเซีย ที่ต้องการแสวงหาพันธมิตรในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพม่าก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญในในเชิงยุทธศาสตร์ในย่านเอเชียแปซิฟิค อย่างมากที่รัสเซียไม่อาจปล่อยไปได้

และทั้งพม่า และ รัสเซีย ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผ่านข้อตกลงซื้ออาวุธเข้ามาเสริมกองทัพพม่าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนานหลายปี และเมื่อต้นปี 2021 พม่าเพิ่งตกลงสั่งซื้ออาวุธล็อตใหญ่จากรัสเซีย รวมถึง ระบบยิงขีปนาวุธพื้นดินสู่อากาศ Pansir - S1 โดรนสอดแนม Orlan-10E ระบบเรดาร์รุ่นล่าสุด และรถคอนวอยทหารอีกจำนวนหนึ่ง

จากข้อมูลของสถาบัน Stockholm International Peace Research Institute เปิดเผยว่า กองทัพพม่าได้สั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย ไม่น้อยกว่า 807 ล้านเหรียญสหรัฐ (25,000 ล้านบาท) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และมากที่สุดในบรรดาประเทศคู่ค้าอาวุธที่กองทัพพม่าได้เลยจัดซื้อ

ดังนั้นการมาเยือนของฝ่ายกลาโหมรัสเซีย ที่พม่าในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย และ กองทัพพม่ายังคงเหมือนเดิม ตราบใดที่ข้อตกลงเรื่องอาวุธยังคงอยู่

หลังการเปิดหน้าของรัสเซียในพม่าอย่างชัดเจน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่สถานการณ์หลังจากนี้อาจเลวร้ายลงถึงขีดสุด จนหลายคนเห็นภาพสถานการณ์ในพม่า ซ้อนทับกับสงครามกลางเมืองในซีเรีย ดินแดนที่ถูกใช้เป็นสงครามตัวแทนระหว่างชาติมหาอำนาจ จนประเทศล่มสลายเหลือเพียงซากปรักหักพัง

ความสุ่มเสี่ยงที่พม่าจะกลายเป็นซีเรียแห่งอาเซียน เป็นการคาดการณ์ในระดับที่เลวร้ายที่สุดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของอาเซียนทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะผลกระทบกับไทย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดของพม่า จึงเริ่มมีการคุยกันระหว่างชาติในอาเซียนแล้วว่า คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วที่จะต้องมีการแทรกแซงจากต่างประเทศ หากจำเป็น ซึ่งจะดีกว่าหากสามารถเจรจากันได้ในระดับอาเซียน

เพราะหากต้องถึงมือชาติมหาอำนาจตะวันตก ที่อาจไม่เข้าใจในปัญหา และสังคมพื้นถิ่นของชาวพม่าที่แท้จริง หรือเข้ามาเพื่อผลประโยชน์แอบแฝง ฉากจบคงไม่สวยงามดังในหนังฮอลลีวูดอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ก็เป็นได้

.

อ้างอิง:

https://www.themoscowtimes.com/2021/03/26/russia-to-deepen-ties-with-myanmar-military-junta-top-defense-official-says-in-first-visit-after-coup-a73387


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

เจ้าชายซาอุฯ เผย โครงการสีเขียว หารือร่วมมือ 5 ชาติอาหรับ ปลูกต้นไม้ 5 หมื่นล้านต้น ผลักดันพลังงาน - หมุนเวียน - ลดคาร์บอน - ลดมลพิษ - สู้โลกร้อน

มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman แห่งซาอุดิอาระเบียได้ทรงเชิญผู้นำ คูเวต, กาตาร์, บาห์เรน, อิรัก และซูดาน หารือเผื่อผนึกกำลังในโครงการสีเขียว โดยต้องการปลูกต้นไม้พื้นที่มหาศาลกว่า 5 หมื่นล้านต้น และการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ

โดยเจ้าชายทรงเผยโครงการที่ประสงค์จะปลูกต้นไม้กว่า 1 หมื่นล้านต้นในหลายสิบปีข้างหน้าในซาอุดิอาระเบีย และจะทำงานร่วมกับประเทศอาหรับในการปลูกต้นไม้ 4 หมื่นล้านต้น เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ต่อสู้กับมลพิษ และการเสื่อมโทรมของพื้นที่

รวมทั้งโครงการนี้ยังต้องการที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายที่จะผลิตพลังงานในประเทศให้ได้มากกว่า 50% จากพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2030 ผลักดันการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์

โครงการสีเขียวเป็นส่วนหนึ่งในแผนวิสัยทัศน์ ปี 2030 ของพระองค์เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และพัฒนาคุณภาพชีวิต

"ราชอาณาจักร ภูมิภาค และทั่วโลก จำเป็นต้องทำมากกว่านนี้และรวดเร็วกว่านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง" มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman แห่งซาอุดิอาระเบียตรัส
.

ที่มา

https://www.facebook.com/1523107561151019/posts/3557251361069952/

https://www.vision2030.gov.sa/en/vision/crown-message

https://www.reuters.com/.../saudi-crown-prince-discusses...

https://www.reuters.com/.../saudi-arabia-sees-fields-of…


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ทุกข์หลังสุข!! ‘แข้งเมียนมา’ สุดซวย!! ถูกสมาคมบอลมาเลเซียแบน หลังชูสามนิ้วดีใจ สะท้อนต้านคณะรัฐประหาร

เฮียน เทต อ่อง นักฟุตบอลเมียนมา ในตำแหน่งปีกวัย 19 ปี ของสโมสรสลังงอร์ ในลีกรองของมาเลเซีย ถูกสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย หรือ FAM สั่งแบน 1 นัด จากเหตุการณ์ที่เขาได้แสดงความดีใจหลังทำประตูได้ ด้วยการชูสามนิ้ว เพื่อแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารในประเทศ ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ต้นสังกัดเอาชนะ PDRM เอฟซี 3-0

แถลงการณ์ระบุว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา ตามระเบียบข้อที่ 59 เรื่องการแสดงภาษากายที่ไม่เหมาะสม และการพาดพิงถึงผู้อื่นอันเป็นการแสดงความแตกแยก

ทั้งนี้ แข้งรายนี้จะหมดสิทธิ์ลงสนามในเกมวันที่ 2 เมษายน ที่ต้นสังกัดจะเจอกับ เปรัค เอฟซี (ทีมสำรอง)

ทางด้าน เฮต ออง กล่าวหลังได้รับบทลงโทษดังกล่าวว่า “ผมถูกลงโทษฐานความประพฤติผิดในเกมฟุตบอล แต่ผมทำไปเพื่อจริยธรรมและมนุษยธรรม”

.
ที่มา: https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/2058883


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

น้องภูผา อายุ 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ถูกรุ่นพี่ชั้น ป.5 และ ม.4 ทำโทษที่เข้าแถวไม่เป็นระเบียบ และถูกสั่งให้วิ่ง แต่น้องภูผาวิ่งไม่ไหวเพราะเจ็บขา รุ่นพี่ทั้ง 2 คน จึงใช้ยาซีม่า จำนวน 6 ขวด ราดตามร่างกาย

เป็นแผลพุพองโดยเฉพาะที่ขาหนีบและอวัยวะเพศ เป็นแผลมากที่สุด ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเขาพนม กว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งขณะนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยยอมรับว่า รุ่นพี่ได้ทำโทษน้องภูผาจริง เพราะไม่รักษาความสะอาด จนเป็นหิด รุ่นพี่จึงใช้สำลีชุบยาซีม่า ทาที่ตัวน้องภูผาด้วยความหวังดี จนเป็นแผลพุพอง

ต่อมา นางจินตนาพร แม่ของน้องภูผา ยืนยันว่า น้องถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน ยอมรับยังคาใจในหลายประเด็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะครูที่รู้ว่าน้องเป็นแผลตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม แต่กลับไม่ยอมพาไปส่งโรงพยาบาล พร้อมกับจะดำเนินคดีกับครู และ รุ่นพี่ทั้งสองคนให้ถึงที่สุด

ขณะที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวนครูแล้ว ส่วนรุ่นพี่ที่ทำร้ายน้อง ผลสอบเสร็จสิ้นแล้ว เกิดจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทางโรงเรียนได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมทั้งตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบ และ ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเยียวยาช่วยเหลือเด็ก และครอบครัว

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสร้อนทั้ง สื่อหลัก และสื่อออนไลน์ ตลอดช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องหลายฝ่าย อาทิ ผู้อำนวยโรงเรียน คณะครู นายอำเภอ สส.พื้นที่ และเจ้าหน้าที่ พมจ. รวมถึงนายจ้างของแม่น้องภูผา ขอให้ยุติไม่แจ้งความเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นจะให้ออกจากงาน

ความคืบหน้าวันนี้ ที่โรงพยาบาลเขาพนม ทางแม่ของน้องภูผา ซึ่งยังคงเฝ้าดูอาการป่วยของน้องมาอย่างต่อเนื่อง และมีลูกสาวและลูกชายพี่ๆ ของน้องที่มาคอยช่วยดูแล โดยอาการพบว่าบาดแผลพุพองได้หาย และตกสะเก็ดเกือบทั้งหมดแล้ว ยังมีเพียงเล็กน้อยในร่มผ้า และวันนี้แพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้

โดยจะออกจากโรงพยาบาลในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งวันนี้ได้มีครูของน้องเดินทางมาดูแลด้วย โดยได้นำหนังสือเรียนมาให้น้องทั้ง 3 คน ได้อ่านเพื่อเตรียมตัวสอบในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการสอบปลายภาค เพื่อไม่ให้การเรียนสะดุด และทางครูก็จะนำข้อสอบไปให้น้องทำที่บ้านต่ออีกด้วย

ขณะที่ แม่ของน้องภูผา บอกว่า อาการของน้องดีขึ้นมากแล้ว และขณะนี้จิตใจตนก็ดีขึ้นตามอาการของน้อง จึงได้ข้อสรุปว่า จะไม่ขอแจ้งความเอาผิดกับโรงเรียนทั้งในส่วนของนักเรียนรุ่นพี่ที่กระทำน้อง ครูที่ดูแล รวมถึงทางโรงเรียน และจะไปหาโรงเรียนใหม่ให้น้องทั้ง 3 คน เป็นโรงเรียน อ.เหนือคลอง เพราะบ้านของตนอยู่นั่น และขณะนี้ตนก็ได้งานใหม่แล้ว ก็เลยไม่หนักใจมากนัก แต่หากจะให้เรียนที่เดิม ก็จะลำบากตนเรื่องการเดินทางที่จะต้องไปมา 2 อำเภอ

ด้าน ครู บอกว่า ทาง ผอ.เป็นห่วงนักเรียนอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้มาช่วยดูแลเรื่องการเรียนของเด็กที่ต้องต่อเนื่อง โดยจะดูแลจนกว่าจะสอบเสร็จ และหากทางแม่ต้องการให้เรียนที่โรงเรียนเดิม ทางโรงเรียนก็พร้อมที่จะดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนหากจะย้ายโรงเรียนนั้นก็จะเดินเรื่องให้

ที่มา: https://www.thainewsonline.co/news/809181



สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top