Thursday, 16 July 2026
NEWS FEED

ทบ.แจง พลทหาร หนีออกจากหน่วย ระบุ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมาก่อนประจำการ หน่วยตรวจพบ สั่งพิจารณาปรับปรุงวินัย และหลบหนีไป

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ มารดาของ พลทหาร พนา เบ็ญจวรณ์ สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ได้ประกาศตามหาบุตรชายที่หายออกไปจากหน่วยทหารเมื่อ 11 มี.ค. 65 พร้อมร้องผ่านมูลนิธิกระจกเงาและสื่อมวลชน ขอให้ช่วยตรวจสอบและตามหาลูกชายนั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า ทางหน่วยต้นสังกัดได้จัดชุดติดตามและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้นำชุมชนบุคคล ในภูมิลำเนาช่วยในการติดตามค้นหาตั้งแต่เกิดเหตุ รวมทั้งใช้เครือข่ายด้านการข่าวของกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจและติดตาม  ที่สำคัญได้อำนวยความสะดวกและแจ้งความคืบหน้าในการติดตามตัวให้กับมารดาและครอบครัวรับทราบและร่วมในการติดตามอย่างต่อเนื่อง

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับ พลทหาร พนา เป็นทหารกองประจำการผลัด 2/2564 สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมาก่อนที่จะประจำการ และหน่วยต้นสังกัดได้ตรวจพบว่ามีการลักลอบเสพและตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จึงพิจารณาปรับปรุงวินัยลักษณะเน้นการอบรมตักเตือนเรื่องยาเสพติดและเจ้าตัวได้ลงนามในหนังสือยอมรับการสอบสวน เมื่อ 10 มี.ค. 65 

ต่อมาเมื่อ 11 มี.ค. 65 หลักฐานจากกล้องวงจรปิดของหน่วยพบว่า พลทหารรายนี้ได้หนีออกจากหน่วยทหารเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.  หน่วยต้นสังกัดจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนและได้จัดชุดออกติดตามทันที จนถึงปัจจุบัน พร้อมแจ้งให้ทางครอบครัวรับทราบ รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงบุคคลในพื้นที่ภูมิลำเนา เพื่อบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ช่วยกันติดตามค้นหาในทุกเส้นทางหรือตามที่ญาติแจ้งความประสงค์ให้ไปตรวจสอบ

ทบ. เสียใจเกิดเหตุ กำลังพล วิวาท ยาย 71 ขายล๊อตเตอรี่ พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่คุณยายอายุ 71 ปี ผู้ขายล๊อตเตอรี่ เข้าร้องเรียน ว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกับทหารชั้นประทวนเกี่ยวกับการขายฉลาก บริเวณ ถ.ประชาธิปไตย แขวงบางขุนพรหม กทม. เมื่อ 27 เม.ย.65 มี่ผ่านมา ว่า กองทัพบกรับทราบข่าวดังกล่าว และได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นนายทหารชั้นประทวน สังกัด กรมกำลังพลทหารบก

ขณะนี้ต้นสังกัดได้เรียกเจ้าตัวมาให้ข้อมูลและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นแม้เป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างบุคคล แต่เมื่อเกิดการร้องเรียนว่ามีการใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะสม ทางต้นสังกัดจะได้พิจารณาลงโทษตามวินัยทหารตามพฤติกรรมที่ปรากฎต่อไป  ส่วนการแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมายก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย  

ก.แรงงาน ปิดอบรมหลักสูตรพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ของกระทรวงแรงงาน รุ่นที่ 30

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ของกระทรวงแรงงาน รุ่นที่ 30 ณ ห้องประชุม Urbrino ชั้น 5 โรงแรม เดอะ พาลาสโซ รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยมีนายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน  นายขัตติยะ แพนเดช ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน และนายสมพงษ์ คล้อยแคล้ว ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมให้เกียรติในพิธีฯ ดังกล่าว

นายบุญชอบ กล่าวว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของกระทรวงแรงงาน ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะข้าราชการที่ดี ทุกคนต้องเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้ มุ่งพัฒนาตนเองให้ทันยุคทันสมัย รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีความสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปศุสัตว์แจ้งเตือนพร้อมรับมือ หลังจีนพบไข้หวัดนกในคนเป็นครั้งแรก

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ เตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทันที เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ ควบคุมโรคทันที

ทั้งนี้ยอมรับว่า แม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา 14 ปี แต่ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เป็นเด็กชาย อายุ 4 ขวบ มีอาการมีไข้และมีอาการอื่นๆ โดยบ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และกา อีกทั้ง มีเป็ดป่าอยู่รอบๆ บ้าน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้ดำเนินการสังเกตอาการและสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่พบความผิดปกติใดๆ

ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในม้า สุนัข นก และแมวน้ำ จากทั่วโลก แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย H3N8 ในมนุษย์มาก่อน ทั้งนี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่าเชื้อดังกล่าว มีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำ

'โฆษกจีน' ย้อน 'ออสซี่' ทำข้อตกลง AUKUS กันแบบลับๆ แต่กลับป้ายสีข้อตกลง 'จีน-โซโลมอน' ไม่โปร่งใส

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนตำหนิ นายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี และนายปีเตอร์ ดัตตัน รัฐมนตรีกลาโหมของออสเตรเลียว่า มีเจตนาบิดเบือน และใส่ร้ายป้ายสีซ้ำซาก กรณีรัฐบาลปักกิ่งลงนามข้อตกลงความมั่นคงกับหมู่เกาะโซโลมอนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดยนายกรัฐมนตรีออสซี่พูดอยู่เสมอว่า จีนกำลังสร้างฐานทัพบนหมู่เกาะโซโลมอน ซึ่งตั้งอยู่แถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ และยังบอกอีกว่า สำหรับออสเตรเลีย และสหรัฐฯ แล้ว นี่ถือเป็นการก้าวข้าม “เส้นสีแดง” ซึ่งมีความหมายว่า ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ จะไม่ยอมทนอีกต่อไป

ในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันจันทร์ที่ 25 เม.ย. 65 โฆษกหวัง ได้ชี้แจง โดยกล่าวเน้นย้ำว่า การก่อสร้างฐานทัพอย่างที่นายกรัฐมนตรีออสซี่ว่านั้น เป็นเฟกนิวส์ทั้งเพ

โฆษกหวัง ยังกล่าวต่อไปว่า "สหรัฐฯ กับออสเตรเลียเอาแต่ก่นด่าข้อตกลงฉบับนี้ว่า ขาดความโปร่งใส ก็แล้วทีสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ทำข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคง “ออกัส” (AUKUS) เล่า ก็วางแผนกันใต้โต๊ะมิใช่หรือ โดยซุ่มกันทำปราศจากการเปิดเผย และไร้ความโปร่งใส!!"

"เมื่อใดกันเล่าที่สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย จะส่งข้อตกลง “ออกัส” ให้บรรดาชาติในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ได้พิจารณาไตร่ตรองเนื้อหา และเมื่อใดกันเล่าที่สหรัฐฯ จะปิดฐานทัพของตัวเองที่มีอยู่ 800 แห่งในกว่า 80 ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งได้ก่อความวิตกกังวลในหมู่นานาชาติ" โฆษกหวังย้อนถาม

‘กรณ์’ เตือนรัฐบาล รับมือของแพงระลอกใหม่ แนะผันงบประกันราคาปาล์มช่วยเหลือผู้บริโภค

“กรณ์” ชี้ อินโดฯ ระงับส่งออกปาล์มน้ำมัน กระทบราคาน้ำมันขวดพุ่ง เตือนรัฐบาล รับของแพงระลอกใหม่ แนะผันงบประกันราคามาชดเชยช่วยเหลือผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีรัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศระงับส่งออกปาล์มน้ำมัน โดยระบุว่า อินโดนีเซีย เป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก การประกาศระงับการส่งออกครั้งนี้ เพื่อกดราคาน้ำมันปาล์มที่ประชาชนชาวอินโดบริโภค ซึ่งความจริงแล้วน้ำมันไม่ได้ขาดตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ส่วนไทยเรานั้นเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้บริโภค ราคาที่สูงขึ้นเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกร แต่ไม่ดีสำหรับผู้บริโภค ในสภาวะที่ประชาชนเดือดร้อนอยู่แล้วจากภาวะของแพง รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ

อดีต รมว. คลัง กล่าวอีกว่า ด้วยสถานการณ์พิเศษนี้ ที่น้ำมันจากดอกทานตะวันขาดตลาดเพราะยูเครนเลิกผลิต บวกกับอินโดนีเซียระงับการส่งออกน้ำมันปาล์ม เราเจอสองเด้งนี้ราคาน้ำมันปาล์มมีแต่ขึ้น ผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณให้ตนเห็นว่า ตามราคาต้นทุนน้ำมันดิบในปัจจุบัน ราคาน้ำมันขวดควรต้องอยู่ที่ประมาณลิตรละ 75 บาท (ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 64 บาท) ซึ่งที่ผู้ผลิตยังอยู่ได้เพราะสต๊อกปาล์มน้ำมันในราคาเดิมยังมีอยู่ และเพราะสะสมกำไรมาพอควรในอดีต หากสถานการณ์ในยูเครนและอินโดฯ ปรับกลับสู่ปกติโดยเร็วก็จะไม่มีปัญหาแต่ถ้ายืดเยื้อหรือเลวร้ายลง บวกกับปริมาณน้ำมันถั่วเหลืองต่ำกว่าที่คาดการณ์ รัฐบาลอาจต้องเข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค

'รัสเซีย' กร้าว!! เตรียมผูกค่าเงินรูเบิลเข้ากับทองคำ ลั่น ไม่ขอผูกติดอยู่ใต้อำนาจของดอลลาร์อีกต่อไป

รัสเซียได้มีการประกาศครั้งใหญ่อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเตรียมนำค่าเงินรูเบิลเข้าสู่ Gold Standard อีกครั้ง ซึ่งการประกาศเช่นนี้หมายความว่าในอนาคตจะมีการผูกค่าเงินรูเบิลเข้ากับทองคำอย่างแน่นอน

สำนักข่าว RT เปิดเผยว่าผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียกำลังเร่งพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อสร้างระบบการเงินและการคลังแบบ Two-loop โดยที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกออกมาว่า Two-loop นี้จะออกมาในรูปแบบไหนบ้าง 

ในเบื้องต้นมีการกล่าวกันว่าโครงการนี้เกี่ยวข้องกับการจัดหาสกุลเงินของรัสเซียเพื่อแลกเปลี่ยนกับทองคำที่มีอยู่ในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นการเชื่อมระหว่าง

1.) การค้าสินค้าต่างๆ ด้วยสกุลเงินรูเบิล
2.) การแลกเปลี่ยนรูเบิลกับทองคำในตลาด

ทั้งหมดนี้จะทำให้ในระยะยาวสกุลเงินรูเบิลของรัสเซียสามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงไปพร้อมๆ กับราคาทองคำในตลาดโลกนั่นเอง โดยรัสเซียเน้นย้ำไว้อย่างชัดเจนว่าการทำเช่นนี้ จะทำให้สกุลเงินรูเบิล "ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของดอลลาร์อีกต่อไป" และยังสามารถเป็น Real Value (มูลค่าที่แท้จริง) ไปพร้อมๆ กับการรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน

เลขาธิการสภากาชาดไทย เปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ สภากาชาดไทยฯ จังหวัดลพบุรี

วันที่ 27 เมษายน 2565 นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ       สยามบรมราชกุมารี  โดยมีนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี และพลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทยฯ ในครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อทำการตรวจรักษาและผ่าตัดตาให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 25-29 เมษายน 2565 ณ โรงเรียนบ้านวังเพลิง ตำบลวังเพลิง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

​นายเตช บุนนาค กล่าวว่า หน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 27 ปีแล้ว โดยเริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2538 เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า     กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 40 พรรษา ปัจจุบันปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน เป็นประจำที่สถานีกาชาดที่ 6 อรัญประเทศเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสระแก้ว โครงการนี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนางานมาเป็นลำดับ โดยปฏิบัติงานเชิงรุกด้วยการออกให้บริการสัญจร โดยออกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอำเภอในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีจักษุแพทย์ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา

จนถึงปัจจุบัน และต่อมาในปี 2551 ได้เริ่มโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ฯ ปฏิบัติงานในรูปแบบการนำรถผ่าตัดเคลื่อนที่ ลงไปปฏิบัติงานเชิงลึกระดับตำบล ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปีละ 6 ครั้ง และอีกทั้ง เมื่อปี 2554 ยังได้จัดทำโครงการที่ตรวจรักษาและผ่าตัดตา ให้แก่พระภิกษุ แม่ชี และนักบวชทุกศาสนาอีกด้วย ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา หน่วยแพทย์จักษุฯ ให้การรักษาโดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 265,000 ราย ทำการผ่าตัดไปแล้วกว่า 67,000 ราย

สำหรับการดำเนินงานโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ สภากาชาดไทยฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 73 โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับจังหวัดลพบุรี สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ส่วนราชการทุกภาคส่วน ตลอดจนภาคเอกชน มีเป้าหมายในการดำเนินงานให้บริการตรวจรักษาโรคตา ผ่าตัดโรคต้อกระจก และทำผ่าตัดโรคตาอื่นๆ เช่น ต้อเนื้อ ต้อหิน โรคของเปลือกตาในผู้ป่วยทุกรายที่จำเป็นต้องรักษา จำนวน 250 ราย เพื่อให้ผู้ป่วยโรคตาในท้องถิ่นทุรกันดารและมีฐานะยากจนได้รับบริการที่ดีเท่าเทียมกับผู้ป่วยในเมืองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่เสียเวลาในการเดินทางมารับการรักษาในเมือง และผู้สูงอายุที่ยากไร้ในชนบทได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง สามารถมองเห็นและช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 
ในโอกาสเดียวกันนี้ สภากาชาดไทย มีศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้พัฒนาไม้เท้าเพื่อช่วยในการแก้ไขอาการเดินติดขัดของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันหรือโรคทางระบบประสาท ที่มีปัญหาทางด้านการเดินหรือสูญเสียการทรงตัวส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยศูนย์พาร์กินสัน ได้จัดทำโครงการไม้เท้าเลเซอร์ช่วยเดินพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเพื่อให้ผู้ป่วยใช้อุปกรณ์ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการก้าวเดินและใช้แสงเลเซอร์ช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยก้าวเดินได้ง่ายขึ้น

ศาลฯ ส่งคืนแล้ว บ้านพักป่าแหว่ง 45 หลัง ปลดล็อกเปิดทางปลูกป่าฟื้นฟูดอยสุเทพ

อธิบดีกรมธนารักษ์ รับมอบคืนพื้นที่บ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เบื้องต้นในส่วนของบ้านพัก 45 หลัง ปลดล็อกเปิดทางให้ภาคประชาชนปลูกป่าฟื้นฟูผืนป่าดอยสุเทพ ส่วนอาคารชุดอีก 9 หลังรอดำเนินการลำดับต่อไป 

วันนี้ (27 เม.ย.) ที่โครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ราชพัสดุ 147 ไร่ เชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ และผู้บริหารศาลอุทธรณ์ภาค 5 เป็นตัวแทนทั้งสองหน่วยงาน ในการส่งมอบพื้นที่ในส่วนของบ้านพัก 45 หลัง พื้นที่ประมาณ 85 ไร่ พร้อมด้วยครุภัณฑ์ต่างๆ จากศาลอุทธรณ์ภาค 5 คืนให้กับกรมธนารักษ์ โดยมีตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ในส่วนของบ้านพัก 45 หลังและครุภัณฑ์ ก่อนที่จะมีการส่งมอบพื้นที่ด้วย ขณะที่ในส่วนของอาคารชุดที่เหลืออีก 9 หลัง จะมีการดำเนินการต่อไปตามลำดับ

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การรับมอบพื้นที่คืนในครั้งนี้เบื้องต้นเพื่อเป็นการปลดล็อคให้สามารถดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ต่อไปตามลำดับ โดยจากนี้ทางคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีผู้แทนเครือข่ายฯ ร่วมอยู่ด้วย จะไปพิจารณาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ ต่อไป ให้สอดคล้องตรงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่เรียกร้อง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย 

ส่วนครุภัณฑ์ต่างๆ นั้น เมื่อรับมอบแล้วจากนี้มีการดำเนินการระเบียบ ทั้งตรวจสอบและตรวจนับ พร้อมส่งมอบให้ส่วนราชการต่างๆ ที่ต้องการนำไปใช้ประโยชน์ หรือหากไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็จำหน่ายออกไปตามระเบียบ สำหรับในส่วนของอาคารชุด 9 หลัง ที่เหลือนั้น จะดำเนินการในลำดับต่อไป

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางภาคประชาชนเรียกร้องมาเกือบ 4 ปี วันนี้รู้สึกดีใจที่ทางกรมธนารักษ์ได้ดำเนินการรับมอบคืนพื้นที่โครงการบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 แล้ว แม้เบื้องต้นจะเป็นในส่วนของบ้านพัก 45 หลัง พื้นที่ประมาณ 85 ไร่ ส่วนอาคารชุดอีก 9 หลัง จะดำเนินการต่อไป ซึ่งต้องขอบคุณทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ด้วย ที่ให้ความร่วมมือ ขณะที่ขั้นตอนจากนี้ทางเครือข่ายฯ วางแผนเบื้องต้นว่าอีกประมาณ 1 เดือน ประมาณช่วงต้นเดือน มิ.ย. 65 จะนำประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกันทำพิธีฮ้องขวัญ (เรียกขวัญ) ดอยสุเทพ และทำการปลูกป่าพื้นฟูสภาพป่าพื้นที่เชิงดอยสุเทพบริเวณนี้ให้สมบูรณ์ดังเดิม

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการรื้อถอนบ้านพักทั้งหมดนั้น นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องที่ผ่านมาของเครือข่าย ยืนยันให้ทำการรื้อถอน แต่ติดขั้นตอนและข้อกฎหมาย ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันต่อไป ทั้งนี้ในที่สุดแล้วหากไม่สามารถรื้อถอนได้ ทางเครือข่ายฯ จะพิจารณาฟ้องศาลปกครองต่อไป เพื่อให้ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งมีมติให้รื้อถอนทั้งบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ออกไป 

สำหรับอาคารชุด 9 หลัง ที่ยังไม่มีการส่งมอบคืนนั้น จะให้เวลาอีกประมาณ 4 เดือน ถึงวันที่ 7 ก.ย. 65 ที่เป็นกำหนดที่ว่าจะย้ายออกไปหลังจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จังหวัดเชียงราย ก่อสร้างเสร็จ ตามมติ ครม.ที่จังหวัดลำปาง ซึ่งแม้ในความเป็นจริงเวลานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จังหวัดเชียงรายเพิ่งจะมีความคืบหน้าก่อสร้างไป 10% เท่านั้น และไม่น่าเสร็จทัน แต่ทางเครือข่ายฯ จะขอยึดกำหนดเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ระบุด้วยว่า เบื้องต้นทางเครือข่ายฯ กำหนดด้วยว่าอาจจะนัดเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 7 ก.ย. 65 เพื่อทวงสัญญาและเรียกร้องให้ผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารชุดทั้ง 9 หลัง ทยอยย้ายออกไป และส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวคืนเพื่อปลูกป่าฟื้นฟูผืนป่าเชิงดอยสุเทพที่ถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเชียงใหม่ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมและลบร่องรอยป่าแหว่งออกไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top