Sunday, 12 July 2026
NEWS FEED

'มิสทิฟฟานี่ 2018' แต่งชายตามระเบียบเข้ารับปริญญา ชี้!! การเคารพกฎต่างๆ จะทำให้อยู่ในสังคมง่ายขึ้น

ไม่นานมานี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

“ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน การเคารพกฎระเบียบต่าง ๆ จะทำให้เราอยู่ในสังคมง่ายขึ้น”

นี่คือทัศนคติที่ถูกต้องและจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่น่าชื่นชมของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไปอย่างแท้จริง

สำหรับข้อความดังกล่าวมาจากการที่ นายอัษฎางค์ ได้แสดงความรู้สึกชื่นชมในตัวของคุณเอสม่อน กัญญ์วรา แก้วจีน เจ้าของตำแหน่ง มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์สปี 2018 ได้จบการศึกษาและเตรียมตัวเป็นบัณฑิตป้ายแดงเป็นที่เรียบร้อย

โดยก่อนหน้านี้ คุณเอสม่อน กัญญ์วรา ได้มีการโพสต์ เรื่องราวความน่ายินดีในการที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี และที่สำคัญเธอยังได้รับการรับเลือกจากมหาวิทยาลัยให้เป็นบัณฑิตดีเด่นอีกด้วย โดยเธอได้ระบุในโพสต์ว่า...

เด็ก ม.3 รับแล้ว ชัก 38 จ่อยิงหัวเพื่อนสางแค้น อ้างขโมยมาจากพระผู้ปกครอง ทั้งที่พระไม่รู้เรื่อง

เด็กนักเรียน ม.3 โรงเรียนดังย่านบางบัวทองรับแล้ว อ้างขโมยปืน .38 จากพระผู้ปกครองหวังจะมาเคลียร์ปัญหากัน แต่นำไปจ่อยิงหัวจากด้านหลังทะลุ กระสุนกระเด็นไปโดนคีบอร์ด หลังเกิดเหตุอ้างโทรตามเพื่อนมารับเอาปืนโยนทิ้งน้ำ ตร.ส่งทีมประดาน้ำค้นหาเจอปืนของกลางแล้ว

เมื่อ (15 ก.ย. 65) เวลา 17.00 น. พระที่เป็นผู้ปกครองของเด็กที่ทำปืนลั่นใส่เพื่อน เดินทางมาที่สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเด็ก ม.3 เพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้นเรียนกับผู้ตาย ให้การรับสารภาพว่า ได้ขโมยอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จากพระที่วัดใกล้โรงเรียน ซึ่งรู้จักสนิทสนม มาเพื่อเคลียร์ปัญหากับเพื่อนนักเรียนผู้ตาย ก่อนจะตัดสินใจ จ่อยิงหัวเพื่อนที่ด้านหลังขณะเรียนคอมพิวเตอร์ ทำให้กระสุนทะลุไปออกเหนือคิ้วตาซ้าย ก่อนกระสุนจะไปถูกแป้นคีย์บอร์ดจนได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้มีรายงานว่า พระผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุให้การว่า เด็กที่อยู่ในความปกครองของพระ เคยมาฟ้องว่าถูกเพื่อนต่อย แต่ตัวพระเองไม่เคยเห็นเด็กต่อยใคร ส่วนปืน ก็ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนและไม่เคยมีปัญหากับเด็กที่เสียชีวิต ตอนนี้ตกใจมาก งงว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร

โดยเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุให้การต่อว่า ภายหลังเกิดเหตุช่วงชุลมุน ได้โทรศัพท์หาเพื่อน ให้มาที่โรงเรียน นำเอาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปซ่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังกำลังลงพื้นที่ค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุดังกล่าว

ด้านพระคำนึง นิมมโล พระลูกวัดลาดปลาดุก ที่พระผู้ปกครองเด็กยืนยันว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ยิงเพื่อนร่วมชั้นเรียนโดยคนก่อเหตุการซัดทอด ว่า ขโมยอาวุธปืนมาจาก พระคำนึงนั่นไม่เป็นความจริง บวชมานานเกือบ 30 ปี จะไปเอาปืนมาจากไหน และอัตมาก็ไม่เคยเห็นเด็กที่ก่อเหตุมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มา อาวุธปืนดังกล่าวก็ไม่ใช่ของอาตมาด้วย ไม่รู้ว่าเขาไปขโมยมาจากรุ่นพี่คนไหน คิดว่าเขาน่าจะเอามามาหยอกล้อเล่นกับเพื่อนมากกว่า แล้วปืนมันเกิดลั่น คงไม่ได้เจตนาจะไปทำเพื่อนแบบนั้น เพราะเป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกันมา

ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทองและ เจ้าหน้าที่ประดาน้ำ ได้นำตัวนายเซนต์ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของนายเอ นามสมมุติที่ใช้ปืนจ่อยิงหัวเพื่อนภายในห้องคอมพิวเตอร์จนเสียชีวิตนำมาทิ้งไว้ที่บริเวณ ภายในคลองบางไผ่ ตำบลพิมลราช อำเภอ บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

'สุรนันทน์' ลงพื้นที่หนองจอก รับฟังปัญหาปากท้องและร่วมให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2565 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานภาคกรุงเทพฯ ร่วมกับนายฮาซัน วันนุ ผู้ประสานงานเขตหนองจอก และทีมงานพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่ ตลาดหนองจอก เพื่อรับฟังปัญหาจากพ่อค้าแม่ค้าในเรื่องปากท้อง ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ และได้มอบอาหารและเครื่องดื่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมที่ชุมชนวัดปากบึง ถนนศาลาแดง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

นายฮาซัน ได้กล่าวว่า เขตหนองจอกมีประชาชนทำอาชีพเกษตรกรรมถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ตนจึงมีข้อเสนอที่จะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยการใช้เวลาว่างจากการทำนา มาเลี้ยงโคขุนเป็นอาชีพเสริม และจะร่วมพัฒนาบริเวณริมคลองที่มีอยู่แล้วให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ส่งเสริมการค้าขายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยเน้นทรัพยากรและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมให้คงอยู่ และทำถนนเส้นเลียบวารี ( คู้ขวา ) เป็นถนนฮาลาล

'หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล' เสียชีวิตแล้ว นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการภาพยนตร์ไทย

หลังมีข่าวเข้ารับการรักษาอาการป่วย ล่าสุดมีรายงานว่าทางด้านของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือที่นิยมเรียกกันว่า 'หม่อมน้อย' ในวัย 69 ปีได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565 เวลา 22.20 น. หลังจากที่เข้ารักษาตัว ณ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน เป็นเวลาเกือบสองเดือน

โดยก่อนหน้านี้ ข่าวคราวอาการป่วยของหม่อมน้อยนั้นมีออกมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังอินสตาแกรมactingclass_hmom ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า..."สินจัย เปล่งพานิช ขึ้นไปรับรางวัลเกียรติคุณแห่งความสำเร็จ ( Lifetime Achievement Award ) แทนข้าพเจ้า เนื่องจากไม่สบายจึงไม่สามารถไปร่วมในงานได้...ขอขอบใจ ' นก สินจัย ' จาก ' หัวใจ ' จริงๆ.."

ประวัติคร่าวๆ ของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล เกิดมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2496 เป็นบุตรชายคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 5 คนของหม่อมราชวงศ์ชนาญวัต เทวกุล (โอรสในหม่อมเจ้าสุทธาสิโนทัย เทวกุล) กับนางภักดี เทวกุล ณอยุธยา (สกุลเดิม สมรรคะบุตร)

มีผลงานเรื่องแรกคือ เพลิงพิศวาส ของ สหมงคลฟิล์ม ที่ได้สร้างชื่อให้แก่ สินจัย เปล่งพานิช และในอีก 26 ปีต่อมาหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพได้กลับมาร่วมงานกับสหมงคลฟิล์มอีกครั้งในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย

ผลงานกำกับภาพยนตร์ของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพได้รับรางวัลหลายเรื่อง เช่น เพลิงพิศวาส (2527), ช่างมันฉันไม่แคร์ (2529), ฉันผู้ชายนะยะ (2530), นางนวล (2530), เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย (2532), ความรักไม่มีชื่อ (2533), มหัศจรรย์แห่งรัก (2538) และ อันดากับฟ้าใส (2540) ฯลฯ และผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายก็คือ 'Six Characters มายาพิศวง'


ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9650000088972

https://www.tnnthailand.com/news/trueinside/125278/

ผบ.ตร. ร่วมวงปาฐกถาและมอบประกาศนียบัตรแก่นิสิตจุฬาฯ ในโครงการ Special LawLAB

ผบ.ตร. ร่วมวงปาฐกถาและมอบประกาศนียบัตรแก่นิสิตจุฬาฯ ในโครงการ Special LawLAB 'การสืบสวนสอบสวนยุค 5G' หรือ โครงการนำร่องศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง(Young Lawyers – Police Engagement Pilot Project) ตามความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(15 กันยายน 2565) ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น., ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิสิตคณะนิติศาสตร์ฯ ที่ร่วมโครงการ และกลุ่มครูพี่เลี้ยงจากสถานีตำรวจนครบาล 5 สถานี ประกอบด้วย สน.พญาไท, สน.ห้วยขวาง, สน.บางเขน, สน.บางนา และ สน.พระโขนง ได้ร่วมวงปาฐกถาประสบการณ์ที่น้องๆนิสิตได้ไปดูการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการตำรวจ ร่วมถึงฝึกปฏิบัติงานจริงที่สถานีตำรวจ

โดยในช่วงแรกให้นิสิตฯ ที่ไปดูการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ และฝึกปฏิบัติงานจริง ตามสายงานต่างๆ เช่น งานสอบสวน งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวนสอบสวน งานจราจร ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงาน ซึ่งน้องๆ ได้กล่าวถึงปัญหาปัญหา อุปสรรค และข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นจริง ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ เช่น ปัญหาด้านกำลังพลที่มีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ด้านการบังคับใช้กฎหมายต้องคำนึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแต่อาจไม่ตรงตามหลักทฤษฎี ประชาชนไม่ทราบเขตอำนาจสอบสวนของแต่ละ สน. รวมถึงขาดการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งน้องๆที่เข้าร่วมโครงการกล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหา ข้อขัดข้องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยอยากให้จัดโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง แต่อยากให้จัดในช่วงของการปิดภาคการศึกษา และเพิ่มระยะเวลาการฝึกให้มากกว่านี้ เพราะการฝึกแต่ละสายงานมีรายละเอียดค่อนข้างมาก พร้อมได้กล่าวขอบคุณคณะครูพี่เลี้ยง ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยให้เป็นอย่างดีขณะที่ฝึกปฏิบัติงาน

เพื่อนสารภาพทำปืนลั่น ไม่ใช่คีย์บอร์ดระเบิด หลังพกปืนปากกา เข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์

จากกรณีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ระเบิด ทำให้นักเรียนชายวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าสาหัส บริเวณคิ้วซ้ายมีบาดแผลแตกลึก เจ้าหน้าที่เร่ง CPR แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุด วันที่ 15 ก.ย. 65 พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียนชายที่เสียชีวิตถูกวัตถุบางสิ่งบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ทำให้มีบาดแผลที่บริเวณใบหน้า 1 จุด เป็นสาเหตุทำให้เสียเลือดมากจนทำให้เสียชีวิต ซึ่งยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าวัตถุดังกล่าวเป็นสิ่งใด ต้องรอการตรวจสอบจากแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันอีกครั้ง เบื้องต้นจากการตรวจสอบในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ไม่พบวัตถุที่เป็นอาวุธปืนหรือระเบิด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเพื่อนนักเรียนไปสอบปากคำ ต่อมาได้รับสารภาพว่ามีเพื่อนนำปืนปากกาไปในห้องเรียน หลังจากนั้นได้ทำปืนลั่นเข้าตาด้านซ้าย เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุการเกิดปืนลั่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนว่าปืนดังกล่าวมาได้อย่างไร และเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไร

'สมาคมศิษย์เก่าราชภัฏธนบุรี' จัดแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยเกียรติยศหารายได้เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษา

สมาคมศิษย์เก่า ม.ราชภัฏธนบุรี จัดแถลงข่าวการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยเกียรติยศ เพื่อหารายได้สนับสนุนด้านการศึกษา รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของนักศึกษา ม.ราชภัฏธนบุรี โดยมีการจัดแถลงข่าวภายในห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ อาคาร 2 ชั้น 8 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี กรุงเทพฯ 

โดยมี ผศ.ดร.ยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เป็นประธานในการเปิดการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายมนตรี นาคลดา นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ประธานจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล พร้อมทั้งได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.พิรุฬห์ พิหเคนทร์  ที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่า มรธ. ดร.คณพศ นิจสิริภัช ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการของ มรธ. ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ อดีตที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นายอุทัย พิมพ์ใจชน และผศ.ดร.ขจรพงศ์ คำดี ที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่า มรธ.ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

'ตำรวจไซเบอร์' ขยายผลทลายเครือข่ายคดีหลอกลงทุน Turtle Farm จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม ตรวจยึดของกลางกว่า 100 ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการชักชวนหลอกลวงให้ลงทุนออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเป็นภัยออนไลน์ที่ได้สร้างความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับ 1 หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวงทั้งหมด 

วันนี้ (15 ก.ย. 65) เวลา 11.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3, นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงาน ปปง. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการขยายผลทลายเครือข่ายหลอกลงทุน Turtle Farm จับกุมผู้ต้องหา และตรวจยึดของกลางเป็นจำนวนมาก มีรายละเอียดดังนี้

ตามที่เมื่อวันที่ (5 ส.ค. 65) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้แถลงผลการทลายเครือข่ายหลอกลงทุน Turtle Farm จับกุมผู้ต้องหาที่ได้หลอกลวงชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนปลูกเห็ด กัญชา พืชกระท่อม เลี้ยงผึ้ง ฯลฯ โฆษณาผ่านแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยอ้างว่าผู้ที่เข้าร่วมลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ต่อมาผู้ต้องหากับพวกอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้เสียหายได้ ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย จากนั้นพนักงานสอบสวนปากคำผู้เสียหาย และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย 

ผลการปฏิบัติสามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 4 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี 5 ราย และสามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกว่า 72 บัญชี อายัดเงิน ได้กว่า 17.5 ล้านบาท นั้น ต่อมาในระหว่างเดือน ส.ค.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. สามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย 

กระทั่งจากการสืบสวนขยายผลพบว่า บริษัท พี เอ็น ดิจิทัล มาเก็ตติ้ง ออนไลน์ จำกัด มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับบริษัท ไมน์นิ่งมายน์ เอ็กซ์ จำกัด และ หจก. สถานีหลักสี่ ของกลุ่มผู้ต้องหา โดยถูกว่าจ้างให้ทำการโฆษณา สร้างภาพลักษณ์ สร้างความน่าเชื่อถือ หลอกลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน โดยได้รับเงินจากกลุ่มผู้ต้องหากว่า 72 ครั้ง รวมเป็นเงิน 134 ล้านบาท พงส. จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญามีนบุรีขออนุมัติศาลออกหมายค้นสถานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 จุด คือ 
1. บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ตรวจยึดของกลาง 57 รายการ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์, สมุดบัญชีธนาคาร, บัตรกดเงินอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องประดับทองคำ, นาฬิกา, โฉนดที่ดิน และเงินสด จำนวน 10.6 ล้านบาท
2. บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงคลองสามวา เขตสามวาตะวันตก กรุงเทพฯ ตรวจยึดของกลาง ตู้นิรภัยบรรจุเงินสด จำนวน 88 ล้านบาท รถยนต์ ยี่ห้อ ปอร์เช่ (Porsche) สีส้ม รุ่น Boxster PDK 1 คัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมธนารักษ์ จัดทำโครงการบ้านพักสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจและลูกจ้างประจำในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนที่พักอาศัย

วันที่ (15 ก.ย. 65) เวลา 10.00 น. ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบ้านพักสวัสดิการเพื่อข้าราชการตำรวจและลูกจ้างประจำในสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมธนารักษ์ กระทรงการคลัง โดยมีนายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์เป็นผู้แทนลงนามฯ ทั้งนี้ มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมธนารักษ์ร่วมในพิธีฯ

สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ตามที่ พล.ต.อ. สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข 
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการขาดแคลนที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจ และลูกจ้างประจำในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอ และในกรณีของข้าราชการตำรวจ ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ประสบปัญหาไม่มีที่พักอาศัยเนื่องจากต้องคืนบ้านพักราชการ 

ตำรวจท่องเที่ยวร่วมตามหาคนเยอรมันหาย

วันนี้ (15 ก.ย.65) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ตามที่ได้มีข่าวแพร่กระจายใน social media หลาย platforms กรณีขอให้สังคมช่วยกันตามหาคนเยอรมันสูญหายชื่อ Mr Tim Pössel ซึ่งเดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 และติดต่อครอบครัวครั้งสุดท้ายวันที่ 20 ส.ค. 65 จากนั้นได้หายตัวไปโดยไม่สามารถติดต่อได้อีกนั้น 

ทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้รับทราบกรณีดังกล่าวตามที่แพร่กระจายใน social media แล้วจากการประสานงานของ Police TV ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทาง Police TV ไว้ ณ ที่นี้ และได้ร่วมเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยตรวจสอบและตามหาบุคคลสูญหายรายนี้ด้วย 

โดยการดำเนินการนั้น ได้ประสานกับกงสุลสถานทูตเยอรมันีประจำประเทศไทยเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อที่จะทำงานบูรณาการไปด้วยกัน จากนั้นได้สั่งการไปยังสถานีตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศให้เร่งสืบหาโดยด่วน รวมทั้งหาข้อมูลการเข้าออกเมืองโดยประสานงานกับสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองด้วย นอกจากนี้ยังติดต่อไปยังเพจต้นทางที่ลงเรื่องนี้ และกำลังพยายามติดต่อกับครอบครัวของผู้สูญหายอยู่ 

โดยเมื่อเย็นวันที่ (14 ก.ย. 65) ก็ได้รับแจ้งข้อมูลว่า Mr Tim Pössel ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้วเมื่อวันที่ (5 ก.ย. 65) โดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 

สำหรับข้อมูลทั่วไปที่เปิดเผยได้นั้น Mr Tim Pössel มีชื่อเต็มว่า Timothy  Benjamin Pösel เป็นนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน มีการเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง โดยเข้าครั้งล่าสุดในวันที่ 16 ส.ค.65  และเดินทางประเทศไทยไปล่าสุดวันที่ 5 ก.ย.65 ตามที่ได้กล่าวไป ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวขอถือโอกาสนี้แจ้งสื่อมวลชนเพื่อขอความร่วมมือแจ้งไปยัง social media ทุก platforms ต่อกรณีดังกล่าวนี้ด้วย และจะหาทางติดต่อครอบครัวของ Mr Tim Posel ให้ทราบความคืบหน้าต่อไป 

พล.ต.ต. อภิชาติฯ โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้กล่าวขอบคุณ Police TV ที่ได้แจ้งเรื่องนี้มาให้ทราบ และขอขอบคุณสื่อใน social media ทุก platforms ที่ได้ช่วยกันทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดีในครั้งนี้ โดยเมื่อสังคมและประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแล้ว ตำรวจก็สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น นี่คือบรรยากาศที่ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วต้องการอย่างยิ่ง นั่นคือ ความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยหากความร่วมมือในลักษณะนี้เข้มแข็งแล้ว สังคมก็จะปลอดภัย และการท่องเที่ยวก็จะมีความมั่นคง ซึ่งจะทำให้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้อย่างดี นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า นี่คือการใช้เทคโนโลยีในทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลกเป็นอย่างย่ิง ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมเสมอที่จะรับใช้สังคมและประชาชน และดูแลความปลอดภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกคนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top