Friday, 10 July 2026
NEWS FEED

นักศึกษาปริญญาโท มธ. คว้ารางวัล SIFF 2022 สร้างแอปฯ ประเมินการทำงาน 'หัวใจ-หลอดเลือด' สุดแม่นยำ

นักศึกษาปริญญาโท สหเวชศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ประดิษฐ์อุปกรณ์ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมและประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด คว้ารางวัลจาก SIFF 2022

เมื่อเร็วๆ นี้ ผลงาน 'Application and walking test device for cardiovascular endurance evaluation' แอปพลิเคชันและอุปกรณ์ทดสอบการเดินเพื่อประเมินความทนทานของหัวใจและหลอดเลือด โดย นัฐวุฒ เมฆฤทธิไกร นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล Gold Prize จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ในงาน Seoul International Invention Fair 2022 (SIFF 2022) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

นัฐวุฒ เมฆฤทธิไกร นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงแนวคิดของนวัตกรรมนี้ว่า จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้มีปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น อย่างความสามารถในการทำกิจกรรมทางกาย ความทนทานของปอด หัวใจ และหลอดเลือด โดยจะมีการประเมินด้วยการเดิน 6 นาที หรือ 6MWT รวมถึงติดตามการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคทางระบบประสาท ผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไป เพื่อประเมินสมรรถภาพร่างกายเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม มักเกิดปัญหาจากการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการทดสอบ และการประเมินยังมีความคลาดเคลื่อน ดังนั้น เราจึงออกแบบและสร้างอุปกรณ์วัดระยะทางการเดิน โดยพัฒนาอุปกรณ์เซนเซอร์ที่ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน มาใช้ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมและประเมินความทนทานของหัวใจและหลอดเลือด

29 ปี ครบรอบวันสถาปนา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5

(23 ธ.ค. 65) เวลา 10.30 น. พล.อ. โขคดี เกตสัมพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ พิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี พร้อม พลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ พ.อ.ปองเชษฐ์ พูนช่วย ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ ที่ 5 และได้รับเกียรติจากหัวส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน และคณะสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม วันครบรอบปีที่ 29 ของ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5

กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบปีที่ 29  มีพิธีทางพุทธศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลของหน่วยที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ป้องกันประเทศชาติ และที่เสียชีวิตจากกรณีอื่นๆ อีกทั้งเพื่อให้เป็น ศิริมงคล แก่หน่วย ทั้งข้าราชการ และครอบครัว รวมถึงการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานของกำลังพล และมอบประกาศเกียรติคุณควรแก่การยกย่องแกกำลังพล และครอบครัว ณ กองบังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร วัตถุประสงค์ ของการมอบทุนการศึกษา เป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตร อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ ให้มีความมุมานะอุสาหะ ประพฤติตนเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพของสังคม และของประเทศต่อไป

‘เต้’ เผย มือปืนสารภาพรับงานสั่งเก็บ ‘ชูวิทย์’ แต่เปลี่ยนใจไม่ลงมือ เพราะเกรงใจตน

(23 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’ ระบุว่า “ข่าวด่วน!!! มีมือปืนลับ รับสารภาพ ว่ารับงานสั่งเก็บ ชูวิทย์ ยังไม่ลงมือ เพราะ เกรงใจผม”

'พระครูแจ้' รวมพลังความจงรักภักดี นำคณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ อธิฐานจิตถวายแด่ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ณ พระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ประธานฝ่ายสงฆ์ รวมพลังแห่งความจงรักภักดี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 

โดย ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง มีความห่วงใยในพระอาการประชวร ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จึงพร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยขอให้หายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยที่แข็งแรงกลับมาโดยเร็ว

โดยในพิธีมี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รอง ผว.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วย นายวัฒนา เจริญจิตร นายอำเภอบางพลี นายฉะโอด รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่ นายโสภณ มหาบุญ รองนายก อบต.บางพลีใหญ่ นายภูมินันท์ ขวัญเมือง อดีตรอง ผอ.สพป. พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.จว.ชลบุรี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ นายสกล สุขพรหม ผอ.รพ.บางพลี คณะเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลบางพลี สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี

โฆษก ตร. แถลงข่าวมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566

เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2565 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร., พ.ต.ท. ธเทพ ไชยชาญบุตร และ พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รอง โฆษก ตร. ได้แถลงข่าวมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566

มาตรการการดำเนินการสำคัญช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565

1. การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ระดมกวาดล้างอาชญากรรมระหว่างวันที่ 20 – 29 ธ.ค.65 เพิ่มความเข้มในการออกตรวจจุดสุ่มเสี่ยงต่างๆ สืบสวนหาข่าวเชิงลึก ปิดล้อมตรวจค้น ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด แสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชน ประชาสัมพันธ์โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0) มาตรการสกัดกั้นและป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง และอำนวยความสะดวกและการคัดกรองบุคคลการเข้า-ออกประเทศ
2. การป้องกันเหตุในพื้นที่ มาตรการและแผนเผชิญเหตุในการป้องกันเหตุร้ายในสถานที่ต่างๆ จัดเตรียมชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี ชุดเคลื่อนที่เร็ว โดย รพ.ตร. บ.ตร. เตรียมความพร้อมในการสนับสนุน หน่วยความมั่นคงสืบสวนหาข่าว ประสานการปฏิบัติติดตามสถานการณ์ต่างๆ และให้ สตม.เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบการเข้า-ออกนอกราชอาณาจักรฯ 
3. มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การบังคับใช้กฎหมาย และอำนวยการจราจร
3.1 ห้วงเวลาและวิธีการดำเนินการ กำหนดช่วงการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ (1 – 21 ธ.ค.65) ช่วงก่อนควบคุมเข้มข้น 7 วัน (22 – 28 ธ.ค.65) ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน (29 ธ.ค.-4 ม.ค.66) ช่วงหลังควบคุมเข้มข้น 7 วัน (5 – 11 ม.ค.66) เน้นการบังคับใช้กฎหมายใน 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะ 1) การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2) ขับรถในขณะเมาสุรา 3) ไม่สวมหมวกนิรภัย 4) ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ฯลฯ และกำหนดให้มี จุดตรวจหลัก จุดบริการ และด่านชุมชน เพื่อร่วมกันดำเนินการตามแผนฯ

'หมอยง' ฟันธง!! โควิดระยะฟักตัวสั้นลง แม้ติดง่ายขึ้น แต่ความรุนแรงของโรคลดลง

(23 ธ.ค. 65) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า...

โควิด 19 ระยะฟักตัวสั้นลง ติดง่ายขึ้น ความรุนแรงของโรคลดลง

ตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด 19 ระยะฟักตัวของโรคในระยะแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 วัน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ระยะฟักตัวสั้นลงมาโดยตลอด จนมาถึงสายพันธุ์ปัจจุบัน โอมิครอน มีระยะฟักตัวเฉลี่ย 3 วัน นับจากวันสัมผัสโรคจนถึงมีอาการ

เมื่อระยะฟักตัวสั้นลงทำให้ระบบภูมิต้านทานที่มีอยู่ เตรียมพร้อมไว้ที่จะกระตุ้นรับการจู่โจมเข้ามา ในการระดมออกมาต่อสู้ป้องกัน ทำไม่ทัน จึงทำให้ติดต่อกันง่ายขึ้น ในบางครั้งถึงแม้จะมีระดับภูมิต้านทานเกิดขึ้นสูงแล้ว ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ระดับภูมิต้านทานที่มีอยู่ ยังพอช่วยในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของตัวไวรัสได้ในระยะเวลาต่อมา จึงเป็นเหตุให้ความรุนแรงของโรคลดลง

'ณวัฒน์' แจง ปมร้านออมทอง หลอกลงทุน ยัน!! 'อิงฟ้า' ไม่เคยรับเป็นพรีเซนเตอร์ - โปรโมต

(23 ธ.ค. 65) จากกรณีมีผู้เสียหายและตัวแทนที่ออมทองนับ 100 คนเดินทางเข้าร้องกองปราบปราม เอาผิดร้านทองสระบุรี หลอกลงทุนสูญกว่า 700 ล้าน โดยผู้เสียหายเผยเหตุหลงเชื่อ และมีนางงามจากเวทีดังร่วมโปรโมตด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ณวัฒน์ อิสรไกรศีล โพสต์ข้อความ ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ผ่านเพจ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล - Mr.Nawat Itsaragrisil โดยระบุว่า…

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ประสบเหตุ เรือหลวงสุโขทัย

ณ ศูนย์ช่วยเหลือกำลังพลฯ ​จากกรณีที่เรือหลวงสุโขทัยประสบอุบัติเหตุเรือเอียง 60 องศาจากคลื่นลมแรง สาเหตุจากเครื่องไฟฟ้าดับ ขณะกำลังลาดตระเวนอยู่บริเวณแบริ่ง 090 ระยะ 20 ไมล์ จากท่าเรืออำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีน้ำทะเลบางส่วนไหลเข้าระบบเครื่องไฟฟ้าผ่านท่อไอเสียข้างเรือ แล้วเครื่องไฟฟ้าดับ เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงานเป็นเหตุให้เรือไม่สามารถควบคุมเรือได้ และทำให้น้ำเข้าภายในตัวเรืออย่างรวดเร็วจนทำให้เรือเอียงในเวลาต่อมาก่อนจะมีการเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. เรือหลวงสุโขทัยได้จมลงใต้ผิวน้ำแล้ว เนื่องจากมีน้ำเข้าเรือเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.20 น. ของ วันนี้ (22 ธ.ค. 65) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี​กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางมาเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลและครอบครัวที่ยังค้นหาไม่เจอ ภายในศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย  ณ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย มีพลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และข้าราชการกองทัพเรือ ร่วมให้การต้อนรับและชี้แจงความคืบหน้าการค้นหากำลังพลที่สูญหายอีก 23 นาย

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการ 'ของขวัญปีใหม่ จากตำรวจไทยสู่ประชาชน' พ.ศ.2566 ผ่าน 9 โครงการ

(22 ธ.ค. 65) เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ 'ของขวัญปีใหม่ จากตำรวจไทยสู่ประชาชน' พ.ศ. 2566 โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร. , ผู้ช่วย ผบ.ตร.และข้าราชการตำรวจ เข้าร่วม โดยปีใหม่ 2566 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบของขวัญแก่พี่น้องประชาชน และข้าราชการตำรวจ ตามนโยบายรัฐบาล 9 โครงการ ประกอบด้วย 

1. โครงการประชาอุ่นใจ ตำรวจเข้มแข็ง เน้นการป้องกันอาชญากรรม ให้ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นอุ่นใจ เช่น โครงการฝากบ้าน 4.0 เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยบ้านและทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่มีผู้อยู่ในอาศัยในช่วงเทศกาล โดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน 'ฝากบ้าน 4.0' หรือ โทรศัพท์หรือแจ้งด้วยตนเองกับสถานีตำรวจในพื้นที่, โครงการเพื่อนบ้านเตือนภัย สร้างความร่วมมือจากประชาชน ในการช่วยกันดูแลความปลอดภัยให้แก่กันและกัน, โครงการ Stop Walk & Talk เก็บข้อมูลจากการพูดคุยกับประชาชน แล้วนำข้อมูลไปใช้ในการป้องกันอาชญากรรม, โครงการ 1 ตำรวจ 1 ชุมชน เป็นการเปิดช่องทางในการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน สู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน 
2. โครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ 
ได้ดำเนินการไปแล้ว จำนวน 2,966 หมู่บ้าน/ชุมชน และในปี พ.ศ. 2566 จะดำเนินการอีกจำนวน 
1,483 หมู่บ้าน/ชุมชน นำผู้เสพยาเสพติดสู่การบำบัดรักษาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน CBTx , โครงการค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ผู้มีอาการทางจิต และผู้ป่วยจิตเวช เพื่อนำเข้าสู่การบำบัดรักษา และมาตรการเชิงรุก ได้ปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาด ตรวจสถานบริการ สถานบันเทิง เพื่อลดการแพร่ระบาดยาเสพติดลงให้ได้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2566 ให้แก่พี่น้องประชาชน
3. โครงการเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันภัยออนไลน์ ผลิตตำรวจทุกสถานีตำรวจ ข้าราชการและประชาชน 4,584 คน ให้เป็น 'ครูวัคซีนไซเบอร์' เผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อไซเบอร์วัคซีน หรือกลโกงของคนร้ายที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อบนโลกออนไลน์ ให้ประชาชนรับทราบ และไม่ตกเหยื่อ , มีการทำ MOU ระหว่าง ตร.กับหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการกับสมาคมธนาคารไทย และบริษัทไปรษณีย์ไทย ไปแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการกับ กสทช.และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ทั้งยังได้รับข้อมูลในการสืบสวนกับเอกชน เช่น Lazada, Shopee เพื่อสร้างเครือข่ายในการป้องกันปราบปราม  และพัฒนาระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ทางสายด่วน 1441, 081 866 3000 และมีระบบแชทบอทผ่าน application Line@police1441 , โครงการมายซิสบอท  ใช้สื่อสารกับผู้ใช้ผ่านโลกออนไลน์ เพื่อให้คำแนะนำและความรู้แก่เด็ก สตรี เมื่อต้องเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว รวมไปถึงการระบายให้บอทมายซิสฟัง ผ่านแพรตฟอร์มแมสเซนเจอร์ และเฟซบุ๊กในเพจ มายซิส MySis Bot
4. โครงการขับดี ปลอดภัย ใส่ใจทุกการเดินทาง จะมีโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย เพื่อคัดเลือกตำรวจจรจรารที่ปฏิบัติงานดีเด่นในทุกสถานีตำรวจ ทำให้มีตำรวจราจรมืออาชีพในทุกสถานีที่จะดูแลและอำนวยการจราจรแก่ประชาชนอย่างเป็นมิตร , การพัฒนา Smart Platform สำหรับอำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลจราจรต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันขับดี และ เว็บ E-Ticket จะอำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านการจราจรต่างๆ , หน่วยบริการตำรวจทางหลวงที่สะดวกและทันสมัย จัดห้องพักฟรีที่หน่วยบริการทั่วประเทศ รวมจำนวน 205 หน่วย พร้อมเครื่องดื่มและขนม ห้องน้ำ สัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
5. โครงการแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ โดยใช้กลไกของสหกรณ์ออมทรัพย์รวมหนี้จากสถาบันการเงินต่าง ๆ มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 9,617 ราย แก้ไขสำเร็จ จำนวน 6,569 ราย คิดเป็นร้อยละ 68.3 ยอดเงินจำนวน 8,934,250,945 บาท และจัดให้มีโครงการ Money management and Investment ให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน และการลงทุนให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อประชาชนต่อไป

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจเยี่ยมติดตามผลงาน นวัตกรรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

พร้อมจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมผู้สนใจรับทุนฯ ครั้งที่ 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เยี่ยมชมและติดตามผลงานนวัตกรรมการแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมจัดสัมมนา คลินิกกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ภาคเหนือ) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม พ.ศ. 2565 จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2565 คุณสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าเยี่ยมชมและติดตามผลงานนวัตกรรมด้านการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ภายใต้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผศ.ดร.ชาย รังสิยากูล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรศ.ดร.พญ.ศิริอนงค์ นามวงศ์พรหม ผู้ช่วยคณบดีด้านนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมให้การต้อนรับและหารือแนวทางการต่อยอดผลงานนวัตกรรมการแพทย์ดิจิทัล เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี และก่อให้เกิดการพัฒนาดิจิทัลของประเทศที่ครอบคลุมในทุกด้าน โดยกองทุนฯ ได้เยี่ยมชมและติดตามผลงานโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่

1. โครงการจัดตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์ทางไกลเพื่อขยายการเข้าถึงการให้บริการประชาชน
2. โครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ สำหรับให้บริการประชาชน(5G District) จังหวัดเชียงใหม่ (โครงการ 5G smart health)
3. โครงการนวัตกรรมฟื้นฟูภาวะสมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านการกระตุ้นสมอง ซึ่งปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในวงการแพทย์มากขึ้น เพื่อตอบยุทธศาสตร์ของชาติในการใช้เทคโนโลยี 5G มาพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศไทย และเป็นตัวอย่างในการสร้างระบบสาธารณสุขด้านเทเลเม็ดดิซีนแพลตฟอร์ต (telemedicine platform) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงทำโครงการขนาดใหญ่ร่วมกัน 2 โครงการ คือ โครงการจัดตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์ทางไกลเพื่อขยายการเข้าถึงการให้บริการประชาชน และโครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ สำหรับให้บริการประชาชน (5G District) จังหวัดเชียงใหม่ (โครงการ 5G Smart Health)

ปัจจุบันโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ที่มีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลอาศัยในเขตจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งส่วนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 ดังนั้น โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยเทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริงสามมิติด้วยรถพยาบาล อัจริยะ (AR technology with Smart ambulance) พร้อมบูรณาการแว่นตาอัจฉริยะ (AR consulting glasses) ผ่านเครือข่าย 5G ในการให้คำปรึกษาและรักษาผู้ป่วยบนรถ Smart ambulance แบบ real time ระหว่างโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลประจำอำเภอ ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่ร่วมโครงการ จำนวน 20 แห่ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาจากแพทย์ผ่าน Web Application ได้อย่างครบวงจรโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

โดยผลลัพธ์ของทั้ง 2 โครงการจะเป็นการสร้าง telemedicine platform ที่บูรณาการระหว่างระบบการแพทย์ทางไกลของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลประจำอำเภอในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน และมีการนำ AR technology และ 5G เทคโนโลยี มาเพิ่มประสิทธิภาพรถพยาบาลฉุกเฉิน  ทำให้บุคลากรทางการแพทย์บนรถพยาบาลฉุกเฉินสามารถปรึกษาและรักษาผู้ป่วยบนรถพยาบาลฉุกเฉินขณะส่งตัวผู้ป่วย ร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง ที่ประจำอยู่ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ส่งผลให้โรคฉุกเฉินและโรควิกฤติ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดสมองตีบ เป็นต้น สามารถได้รับการรักษาได้ทันทีโดยแพทย์เฉพาะทางในแต่ละโรค ระหว่างส่งตัวผู้ป่วยทำให้ลดอัตราการตาย และภาวะแทรกซ้อน

โครงการนี้สำเร็จจะเป็นระบบต้นแบบที่ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด กล่าวคือการเข้ารับการรักษาภาวะฉุกเฉินใน โรงพยาบาลใดในจังหวัดเชียงใหม่ และหรือโรงพยาบาลในภาคเหนือตอนบน (ที่ร่วมโครงการ) ผู้ป่วยทุกท่านจะได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางเฉพาะโรค ผ่านระบบที่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ซึ่งทำให้ผลการรักษาพยาบาลมีความปลอดภัยมากขึ้น

ส่วนโครงการนวัตกรรมฟื้นฟูภาวะสมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านการกระตุ้นสมอง เกิดจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างคณะผู้วิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ “MoveAlong” เป็นการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือการเดินในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีภาวะการเดินลำบาก ไม่สามารถช่วยได้ด้วยยา และการรักษาอื่นๆ ทีมนักวิจัยได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือการเดินที่สร้างเสียงจังหวะกระตุ้นการก้าวขาสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาในการเดิน สามารถเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน โดยมีการออกแบบอัลกอลิทึมให้สามารถบันทึกสัญญาณจากเซ็นเซอร์ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับสภาวะการเดินของผู้ป่วยเพื่อผลิตจังหวะเสียง (Tempo) ให้สอดคล้องกับจังหวะการเดินของผู้ป่วย ซึ่งสามารถปรับจังหวะการเดินเฉพาะตัวของผู้ป่วยได้ พกพาง่าย ติดตัวได้ตลอด เบื้องต้นมีการใช้งานจริงกับผู้ป่วยที่ศูนย์โรคสมองภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคลินิกเอกชนชีวาแคร์ (ศูนย์เวชศาสตร์ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ) เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงพัฒนาระบบให้สะดวกต่อพฤติกรรมการใช้งานของผู้ป่วยได้มากที่สุด ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีนี้ก็จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับระบบการให้บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามยุทธศาสตร์ในการมุ่งสู่การเป็น Digital Hospital เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ป่วยและประชาชนในอนาคต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top