Friday, 6 November 2026
NEWS FEED

เตรียมเข้า โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา ตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้ มาประยุกต์ใช้กับกองทัพเรือ

นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ผู้เขียนหนังสือชุดลับ ลวง พราง และผู้ดำเนินรายการวิทยุ “ลับ ลวง พราง” ทางโมเดิร์นเรดิโอ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิร์ตซ์  ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ ‘น้องพีร์’ นักเรียนนายเรือ ยศกร บุราณ ที่สอบชิงทุนการศึกษาได้ และ มีกำหนดการจะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 18 มิถุนายน 2566นี้ โดยมีใจความว่า ...

นักเรียน นายเรือAnnapolisคนใหม่
เตรียมไปเรียน United States Naval Academy/USNA
โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา
‘น้องพีร์’ นักเรียนนายเรือ ยศกร บุราณ 

พลเรือตรี รังสรรค์ แตงฉิม รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ. ให้โอวาท และแสดงความยินดีแก่นักเรียนนายเรือ ยศกร บุราณ นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1 ซึ่งจะเดินทางไปศึกษา หลักสูตรโรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ (United States Naval Academy/USNA.) สาขา Electrical Engineering/Computer Science  ที่ เมืองแอนนาโปลิส มลรัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา 
ซึ่งนักเรียนนายเรือยศกร จะการเดินทางไปศึกษาต่อ ที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ เป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ 17 มิถุนายน 2566 - 30 พฤษภาคม 2570  

กองทัพเรือ ได้เคยส่งนักเรียนนายเรือไปเรียนที่โรงเรียนนายเรือประเทศสหรัฐฯ ครั้งแรกปี พ.ศ.2498 โดยส่งไปเข้าโรงเรียนนายเรือเป็นหลัก ถ้าเข้าไม่ได้ก็จะเปลี่ยนไปเข้าที่โรงเรียนยามฝั่ง 
หากเข้าทั้ง 2 โรงเรียนไม่ได้ จะให้เข้ามหาวิทยาลัย การเข้าเรียนต้องผ่านการคัดเลือกเข้มข้น  ผู้ที่กองทัพเรือส่งไปเรียนที่สหรัฐฯ ในช่วงแรกส่วนใหญ่ไปเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย มีช่วงที่ส่งไปต่อเนื่องคือระหว่างปี พ.ศ.2522-2537 จนมีนักเรียนนายเรือ เสรี ฉ่ำชื่น (ปัจจุบัน ยศ นาวาเอก) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 28 เป็นผู้ที่สอบคัดเลือกได้เข้ารับศึกษาในโรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2532 แต่เนื่องจากการคัดเลือกเข้มข้น นักเรียนนายเรือไทย จึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง  กองทัพเรือจึงงดส่งนักเรียนนายเรือไปสหรัฐฯ ระยะหนึ่ง และมาเริ่มส่งอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบัน

โดยที่ผ่านมากองทัพเรือไทยมีผู้สำเร็จการศึกษาจากประเทศสหรัฐฯ ระดับต่างๆ ประมาณ 20 นาย (ทั้ง ที่ แอนนาโปลิส coastguard และ มหาวิทยาลัย ไม่รวมระดับปริญญาโท)  และมีนักเรียนนายเรือไทยที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือสหรัฐจำนวน16 นาย โดยเมื่อวันที่ 26  พฤษภาคม 2566  ที่ผ่านมานักเรียนนายเรือ สุรศักดิ์  บรรดาศักดิ์ เป็นนักเรียนนายเรือไทยที่สำเร็จการศึกษาคนล่าสุด
นักเรียนนายเรือยศกรฯ หรือน้องพีร์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 63  นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 120 จบการศึกษาชั้นมัธยมโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล  เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ บิดารับราชการตำรวจ และมารดาทำงานเป็นพยาบาล มีพี่น้อง 2 คน  น้องพีร์เป็นคนที่ 1 ในขณะศึกษาโรงเรียนเตรียมทหารผลการเรียนเกรดเฉลี่ยสะสม 3.95 มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีสากล ตำแหน่งสำคัญในขณะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร หัวหน้าตอน15 ชั้นปีที่ 2 และหัวหน้านักเรียนนายเรือชั้นปีที่1 นักเรียนนายเรือรุ่นที่120  
แรงบันดาลใจของน้องพีร์ในการเข้ามาเป็นนักเรียนนายเรือนั้น เกิดจากเคยมีโอกาสได้ดูสารคดีเกี่ยวกับทหารเรือ ได้เห็น

การทำงานของทหารเรืออย่างเป็นระบบ จึงเป็นจุดประกายเล็กๆ ที่ทำให้น้องพีร์มีความสนใจในทางนี้
โดยมีครอบครัวคอยช่วยสนับสนุนอยู่ตลอด  ในการสอบคัดเลือกเข้าไปเรียนในโรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกานั้น การแข่งขันค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่สมัครกับจำนวนที่รับเข้าเรียน ดังนั้นการที่ได้เป็น 1 ในหลายๆ คนที่ถูกรับเลือก

น้องพีร์มีความรู้สึกยินดีและถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งตามตั้งใจทำ โดยมีแรงบันดาลใจในการสอบทุนครั้งนี้ จากที่น้องพีร์มีความสนใจในวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตของแต่ละประเทศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสในการสอบทุนนั้น จึงทำให้น้องพีร์มีความตั้งใจไว้แล้วที่จะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ 

และอีกส่วนหนึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากพี่นักเรียนนายเรือด้วยกันเอง อาทิ รุ่นพี่นักเรียนนายเรือปุญรพีฯ ที่ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา ที่คอยให้คำแนะนำและการสนับสนุนกับน้องพีร์ และน้องพีร์เชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาในสิ่งต่างๆ การที่ได้มีโอกาสเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้จะได้รับองค์ความรู้จากทางต่างประเทศ ทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยีและด้านอื่นๆ เพื่อจะนำองค์ความรู้เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับกองทัพเรือ ในการการพัฒนากองทัพไปให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ นักเรียนนายเรือ ยศกรฯ มีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 18 มิถุนายน 2566

‘อภิชาติ ดำดี’ ชี้ประเด็นเรื่อง ‘ชุดนักเรียน’ กำหนดไว้เพื่อให้ ‘อยู่ร่วมกัน’ ได้ในสังคมเดียวกัน

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) นายอภิชาติ ดำดี อาจารย์นักพูด นักจัดรายการชาวไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกระบี่ ได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็น เรื่องชุดนักเรียน โดยมีใจความว่า ...

จ า ก ใ จ แ ม่
๐ ขอตังค์แม่ไปโรงเรียนเพียรศึกษา
แต่ละบาทกว่าแม่หาเอามาได้
ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำทำเท่าใด
สู้สุดใจเพื่อให้ลูกปลูกปัญญา
๐ หิ้วปิ่นโตกับกระเป๋าใบเก่านั้น
มื้อกลางวันประหยัดไว้ไม่ซื้อหา
กับข้าวไม่เลิศล้ำธรรมดา
ตามประสาแม่ทำให้พอได้กิน
๐ ชุดนักเรียนนั้นเล่าเออเธอกับฉัน
ใส่เหมือนกันเก่าใหม่ไม่หยามหมิ่น
สวมเครื่องแบบฝึกไว้ให้เคยชิน
เมื่อขาดวิ่นแม่ซ่อมให้ไม่รีบซื้อ
๐ ลูกเอ๋ย...ไม่ได้ใส่ชุดไปรเวท
ก็ทำเกรดขึ้นได้มิใช่หรือ
เราก็มีหนึ่งสมองและสองมือ
เร่งฝึกปรือสร้างวินัยให้ชีวา
๐ ไม่มีชุดมากมายอย่างใครเขา
ชุดนักเรียนของเราก็เข้าท่า
ถ้ามานะหมั่นเพียรเรียนวิชา
ก็ก้าวหน้าแม้ชุดเราเก่ากว่าใคร...
อภิชาติ ดำดี 
16 มิ.ย. 2566

 

‘ชัยวุฒิ’ โพสต์ถึงลูก อยากให้เป็นเด็กดี และอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคม ได้อย่างมีความสุข

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงความรู้สึกที่ได้เห็นลูกสาวฝาแฝดของตน ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและมีรอยยิ้มน่ารักสดใสตามวัย โดยระบุว่า ...

มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นลูกใส่ชุดนี้ อยากให้หนูเป็นเด็กดี มีความรู้และสามารถอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคมได้อย่างมีความสุข

ปล.ปีนรั้วเข้าโรงเรียนผมไม่ห่วงครับ ผมห่วงเด็กปีนรั้วออกครับ

หลังจากที่ได้มีคนเห็นโพสต์ข้อความนี้แล้ว ก็ได้มีคอมเมนต์ตอบแบบน่ารักๆ ตามมาหลากหลายเช่น 

“เห็นด้วยครับ ลูกผมก็ชอบใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน เหมือนเพื่อนๆ ชีวิตวัยเรียนก็ปกติ มีความสุขดีครับ”

“เด็กน้อยของพ่อแม่น่ารักเสมอ”

“น่ารักที่สุดค่ะสาวน้อย”

“น่ารักจังเลย”

“มส.15” ติดอาวุธทางปัญญาเด็กเมืองนนท์ ร่วมศึกษา-พัฒนา ”วิสาหกิจชุมชนปากเกร็ด” สู่ความยั่งยืนทางธุรกิจ

วันที่ 16 มิถุนายน พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง เป็นประธานเปิด โครงการ มส.15 ส่งเสริมเยาวชน สร้างสรรค์ วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน ณ โรงเรียนปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมี พล.อ.ดร.มารุต ปิชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง พร้อมคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 15 รวมทั้ง นายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี ร่วมพิธี

โดย ดร.วรวุฒิ ไชยศร อาจารย์ประจำหลักสูตร มส. กล่าวรายงานสรุปภาพรวมโครงการ CSR สู่ความยั่งยืนว่า หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 15 เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของหลักสูตร ในการสร้างความยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายของภาคส่วนที่มีความแข็งแรง ทั้งด้านประสบการณ์ ความรู้ เงินทุน มาส่งเสริม สนับสนุนซึ่งกันและกัน ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชน ที่จะเติบโตในพื้นที่ของชุมชน เป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เกิดความ
รักและหวงแหน และมีจิตสำนึกในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กและเยาวชนในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนของตนเอง
เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่นำความรู้ความสามารถที่ได้รับ ไปต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชน

สำหรับกิจกรรม เริ่มคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2-5 จากโรงเรียนปากเกร็ด โรงเรียนเตรียมอดุมศึกษาน้อมเกล้านนทบุรี และโรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส ทั้งหมด 45 คน โดยแบ่งเป็นทีม มาช่วยกันออกแบบ "นวัตกรรมสร้างสรรค์วิสาหกิจชุมชน"ในพื้นที่เกาะเกร็ด โดยให้ศึกษาถึงประเด็นปัญหา แนวทางในการต่อยอดเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยมีผู้แทน จาก มส.15 ผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนในเขตพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นกรรมการพิจารณาตัดสิน 

ผลคะแนนอันดับที่ 1 วิสาหกิจชุมชนผ้าบาติกและดอกไม้ใยบัว โรงเรียนปากเกร็ด อันดับที่ 2 วิสาหกิจชุมชนจากเส้นพลาสติก โรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส (แสนสวัสดิ์วิทยาคาร) และอันดับที่ 3 วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรและเบเกอรี่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี 

พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ มีความสาคัญ เพราะเป็ น ความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ที่ส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีทักษะการคิดที่สร้างสรรค์ มีอาวุธทางปัญญา ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และช่วยพัฒนาให้วิสาหกิจชุมชนของเกาะเกร็ดทั้ง 9 วิสาหกิจ ได้นำผลงานของเยาวชนไปต่อยอด พัฒนาการดำเนินธุรกิจไม่มากก็น้อย 

ด้าน ดร.เภา บุญเยี่ยม ประธาน CSR มส.15 กล่าวว่า โครงการ “ส่งเสริมเยาวชน สร้างสรรค์วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน” ที่เกาะเกร็ด นนทบุรี ในวันนี้ มส.15 มีความตั้งใจที่จะให้เยาวชนได้ร่วมคิด ร่วมสร้างและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตนเอง โดยเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่วิสาหกิจจริงๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการแก้ไข ด้วยเครื่องมือและกระบวนการทางธุรกิจสมัยใหม่ที่เราถ่ายทอดให้ ตอบโจทก์ความต้องการของลูกค้าและนักท่องเที่ยว เป็นการเชื่อมต่อของคนต่างวัยในชุมชน เพื่อสร้างสังคมให้เติบโตเข้มแข็งและส่งต่อความยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

“ต้องขอขอบคุณ อ.ใหม่ ลัดดาวัลย์ ชูช่วย ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการให้ความรู้กับน้องๆเยาวชน และขอบคุณเจ้าภาพ มส.15 กลุ่มม้ามังกร และกุญชรศึก จัดกิจกรรม CSR เพื่อส่งต่อความยั่งยืนในวันนี้” ประธาน CSR มส.15 กล่าว

‘สดช.’ ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ เชื่อมโยงข้อมูลการแพทย์ ยกระดับการรักษาพยาบาลเพื่อ ปชช.

คณะผู้บริหาร สดช. ลงพื้นที่ม.เชียงใหม่ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ สำหรับให้บริการประชาชน (5G District)

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 66 นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร พร้อมด้วย นางสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อํานวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะผู้บริหาร และข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ สำหรับให้บริการประชาชน (5G District) ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยโครงการฯ ดังกล่าว เป็นโครงการของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางและประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยี 5G ในการส่งเสริมการให้บริการการแพทย์ 5G Smart Ambulance สำหรับบริหารจัดการรถพยาบาลแบบรวมศูนย์ และ Telemedicine สำหรับโรงพยาบาลประจำอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง รวม 20 แห่ง โดยผู้รับทุนกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานดังกล่าวในแผนการดำเนินโครงการ มีแหล่งข้อมูล (Big Data) เพื่อนําไปวิเคราะห์และประมวลผลต่อในด้านการพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมต่อประชากรในท้องถิ่นระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกลุ่มข้อมูลแบบเรียลไทม์

ปัจจุบันโครงการฯ ดังกล่าว มีระบบที่สามารถเชื่อมข้อมูลได้อย่างน้อย 15 โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ และโรงพยาบาลอื่น ๆ ในภาคเหนือ ซึ่งการทำงานของระบบแบบ Real Time สามารถพูดคุยเพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ระบบ Telemedicine ได้นำมาใช้เฉพาะเจาะจงในการติดตามรักษาโรคเรื้อรัง เช่น หัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือด หัวใจล้มเหลว ไตเรื้อรัง เป็นต้น

‘บุฟเฟต์ทุเรียน’ ที่ปีนัง มาเลเซีย นุ่มลิ้นเหมือนกินคัสตาร์ด มีให้เลือกหลายสายพันธุ์ อิ่มได้ไม่อั้น แค่หัวละ 700 บาท!!

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 66 เพจเฟซบุ๊ก ‘I will travel around the world’ ได้โพสต์ภาพร้อมข้อความเกี่ยว ‘บุฟเฟต์ทุเรียน MusangKing’ ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า…

#มาเลเซีย
ปาร์ตี้ทุเรียนบุฟเฟต์ ปีนัง ประเทศมาเลเซีย
ร้านแบบนี้ฮิตมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทุเรียนบ้านเขาจะรอสุกหล่นจากต้นแล้วเก็บเอามาทานทุเรียนบ้าน เม็ดเล็กๆ เนื้อบางๆ ขม บ้านเขาชอบกินทุเรียนเละๆ สุกๆ ซึ่งจะแตกต่างกับบ้านเรา  

บุฟเฟต์ที่นี่ หัวประมาณ 700 บาท กินไม่อั้น มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งก้านยาว, D24, Musang King ร้านเปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน 

คนที่นี่พาลูกพาหลานมากันทั้งบ้าน ฟีลเหมือนมากินร้านไอติม

สำหรับพันธุ์ Musang King รสชาติค่อนข้างติดขมนิดๆ แต่เนื้อละเอียดเหมือนคัสตาร์ด ในร้านจะมีมังคุดให้ทานปิดท้าย

อิ่มมาก ออกจากป่ามาเจอบุฟเฟต์ทุเรียน 😆

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ ‘คุณปลื้ม’ พิธีกร และผู้ดำเนินรายการข่าว กล่าวถึงกรณี ‘หยก-ธนลภย์’ เยาวชนอายุ 15 ปี

จากประเด็นถูกไล่ออกจากโรงเรียน หลังจากสวมชุดไปรเวทและย้อมสีผมไปเรียน ผ่านรายการ ‘The Daily Dose Live! ยามเช้า’ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 66 ว่า…

“ผู้ใหญ่คนไหนที่ให้ท้ายคุณ เขาไม่ได้รักคุณ นั่นคือข้อเท็จจริง ผู้ใหญ่คนไหนที่ตักเตือนคุณ ให้มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น เพื่ออยู่ร่วมกับสังคมได้ นั่นคือ คนที่รักคุณจริงๆ”

 

‘ไอซ์’ ย้ำ!! ไม่ควรมีเด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เพียงเพราะพยายามกะเทาะเปลือกขนบเแบบดิมๆ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์’ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork’  เกี่ยวกับกรณี หยก-ธนลภย์ จากประเด็น ที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน หลังจากสวมชุดไพรเวตและย้อมสีผมไปเรียน ก่อนทางโรงเรียนชี้แจงว่าเป็นเพราะไม่ได้เซ็นยินยอมมอบตัวในระยะเวลาที่กำหนด 

โดยไอซ์ได้โพสต์ไว้ว่า… 

“กฏระเบียบข้อไหนกันที่บังคับให้ต้องเอาพ่อแม่มาเท่านั้นถึงจะมอบตัวได้ แล้วแบบนี้เด็กกำพร้าที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่ไม่ต้องมอบตัวไม่ต้องเรียนหนังสือหรือไง ถ้ากลไกลสภาฯ ยังทำงานอยู่ไอซ์จะร้องเรื่องนี้ให้กรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตอบคำถามสังคม

ไอซ์ขอยืนยันจุดยืน ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยความไม่สมัครใจ ไม่ว่าด้วยกฏระเบียบข้อบังคับใดก็ตาม

ลองถามใจลึกๆ ดู ว่าควรมีเด็กคนไหนในประเทศนี้ต้องออกจากระบบการศึกษาไป เพราะสังคมบางส่วนรู้สึกว่าน้อง ‘ทำตัวไม่น่ารัก’ หรือเพราะไม่เคารพกฏระเบียบแบบเดิมๆ หรือป่าว เรากำลังต่อสู้กับขนบเดิมๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือ”

‘คุณหญิงบุญเลื่อน’ อดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ผู้เอาตำแหน่งเป็นหลักประกัน ช่วยให้ นร.ไม่ต้องปักชื่อที่ชุด

จากกรณี ‘หยก’ เยาวชนหญิงวัย 15 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 ที่มีอายุน้อยที่สุด นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้แต่งกายด้วยชุดไปรเวทเข้าเรียน และได้ถูกเชิญตัวออกจากโรงเรียน จนเกิดเป็นกระแสดรามาขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 66 เฟซบุ๊กเพจ ‘บูรพาไม่แพ้’ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องเครื่องแบบชุดนักเรียน ที่กำลังมีประเด็นในสังคมอยู่ ณ ขณะนี้ โดยระบุว่า…

“ทำไม #ชุดนักเรียน ของโรงเรียน #เตรียมอุดมศึกษา จึงไม่มีชื่อโรงเรียน,เลขประจำตัว หรือชื่อนักเรียนปักติดอยู่บนเสื้อ? (เป็นเสื้อสีขาว ติดเข็ม ‘พระเกี้ยวน้อย’ เท่านั้น)

ช่วงปี 2516 กรมสามัญศึกษาได้ออกระเบียบบังคับให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติเหมือนกันหมด คือให้นักเรียนทุกคนต้องปักชื่อย่อของโรงเรียน และชื่อของตนเองหรือเลขประจำตัวบนเสื้อ เพื่อจะทราบได้ว่า เรียนที่ไหน? และเมื่อทำผิดแล้ว จะได้ตามตัวได้ถูกคนถูกตัว

แต่นักเรียนโรงเรียนเตรียมฯ ไม่ต้อง เพราะ ผอ. ขณะนั้น เข้าชี้แจงกับทางกระทรวงว่า นักเรียนของโรงเรียนเตรียมฯ ดี และเรียบร้อยอยู่ในระเบียบทุกคนไม่จำเป็นต้อง มีชื่อโรงเรียนหรือชื่อนักเรียนติดที่อกเสื้อ 

อธิบดีฯ ก็ถามกลับมาทันทีว่า “แล้วคุณหญิงจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกัน”
ผอ. ตอบว่า “โต๊ะกับเก้าอี้ตัวหนึ่ง”

อธิบดี ถึงกับอึ้ง 

แล้วโต๊ะกับเก้าอี้ 1 ตัวนั้นสำคัญอย่างไร?

เป็น ‘โต๊ะ’ และ ‘เก้าอี้’ ของผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในขณะนั้น
‘คุณหญิงบุญเลื่อน เครือตราชู’

นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้ ด้วยเกียรติของ ตอ. จึงเป็นโรงเรียนเดียวในประเทศไทย ที่นักเรียนไม่ต้องปักชื่อของโรงเรียน หรือชื่อของตนเองไว้ที่อกเสื้อ โดยมีคำสั่งจากผู้อำนวยการ อาจารย์คุณหญิงบุญเลื่อน เครือตราชู ว่านักเรียนเตรียมฯ ทุกคนจะต้องติดตราสัญลักษณ์พระเกี้ยวน้อยที่อกเสื้อ หากใครถอดพระเกี้ยวออก จะถูกลงโทษ

คุณหญิงบุญเลื่อน เครือตราชู กล่าวว่า “นักเรียนเตรียมฯ แค่เห็นข้างหลังก็รู้ว่าเป็นนักเรียนเตรียมฯ”

คณะพยาบาลศาสตร์ มช. ประชุมทวิภาคีร่วมกับฝ่ายการพยาบาล รพ.มหาราชนครเชียงใหม่  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของคณะฯ ร่วมประชุมทวิภาคีกับฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นำโดย คุณวีรชาติ ชูฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล และทีมบริหารฝ่ายการพยาบาล เป้าหมายเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และบริการวิชาการ รวมทั้งความร่วมมือด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ปรึกษาหารือด้านการเรียนการสอน การขึ้นฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลในแต่ละหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 

พร้อมกันนี้ คุณวีรชาติ ชูฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล ได้มอบช่อดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีแด่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ในโอกาสที่คณะฯ ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนการดำเนินงานและทำคุณประโยชน์ต่อชมรมผู้สูงอายุจังหวัดเชียงใหม่ จากชมรมผู้สูงอายุจังหวัดเชียงใหม่ และ มอบดอกไม้ร่วมยินดีแด่ รศ.ดร.จิราภรณ์ เตชะอุดมเดช ผู้ช่วยคณบดี ในโอกาสได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ณ ห้องเรียนศตวรรษที่ 21 อาคาร 2 คณะพยาบาลศาสตร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน 2566

พัฒนชัย/เชียงใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top