Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

'หมอยง' วิจารณ์ระบบการศึกษา - วิชาชีพในไทย ชี้!! 'ยังนับถือกระดาษ' มากกว่าความสามารถ

(10 ต.ค. 68) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Yong Poovorawan' ระบุว่า “ประเทศไทยยังนับถือกระดาษ” 

ผมไม่แปลกเลยว่าทำไมประเทศไทยสมัครเข้าสู่ ประเทศ OECD (The Organization for Economic Co-operation and Development) แล้วยังไม่ได้ เพราะประเทศไทยยังนับถือกระดาษ ไม่ได้ดูความสามารถของบุคคล

ทำไมทุกคนจึงไขว่คว้าหากระดาษ เรามีปริญญาเอกที่มีกระดาษมากมาย จึงไม่แปลกเพราะทุกคนต้องการ

ผมเอาเรื่องนี้มาเพราะว่า ผมเองเป็นที่ปรึกษาปริญญาเอก ปริญญาโท และมีลูกศิษย์ จบปริญญาเอกมากกว่า 30 คน จนลูกศิษย์ได้เป็นศาสตราจารย์แล้วก็มี และเป็นที่ปรึกษารวมทั้งที่ปรึกษาร่วม มากกว่า 50 คน ไม่นับปริญญาโทนะครับ ที่รับมาตั้งแต่ปี 2540 

ผมเองไม่เคยได้ปริญญาเอก จบ แพทย์ศาสตร์บัณฑิต และจบวิชาชีพทางกุมารเวชศาสตร์ ไปต่อที่ประเทศอังกฤษ ก็ไม่สนใจที่จะเอากระดาษ เพราะถ้าเอากระดาษจะต้องเสียปีละ 7,000 ปอนด์ 

เป็นศาสตราจารย์ สอนมากว่า 40 ปี แต่วันดีคืนดี ในปีนี้ผมรับนิสิตปริญญาเอก ทางหลักสูตรบอกว่าผมไม่สามารถที่จะเป็นที่ปรึกษาปริญญาเอกได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่ารับไม่ได้นั่นเอง เพราะไม่ได้จบปริญญาเอก ไม่มีกระดาษ จึงรับลูกศิษย์ปริญญาเอกไม่ได้ ผมก็แปลกใจว่าที่รับมาแล้วเป็นโมฆะไหม ทางหลักสูตรบอกว่าด้วยกฎเกณฑ์ของกระทรวง คนที่จะรับเป็นที่ปรึกษาปริญญาเอกได้ จะต้องจบปริญญาเอก ผมเองก็บอกว่าไม่เช่นนั้น ผมก็เอาปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต มาให้แทน เป็นกระดาษปริญญาเอก เรื่องจึงผ่าน และยอมได้ เพราะกระดาษใบเดียว 

ผมไม่มีกระดาษ ที่จะบอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ และก็ไม่เคยสนใจกระดาษเลย 

ช่วยกันบอกไปถึงผู้ใหญ่ ให้ที กฎเกณฑ์ก็คือกฎเกณฑ์ แต่ผู้ออกกฎเกณฑ์ผมไม่รู้ว่ามีจุดมุ่งหมายอะไร ถ้าผมไม่มีความสามารถ ผมคงไม่รับลูกศิษย์และมีลูกศิษย์ปริญญาเอกจบมากกว่า 30 คน โดยที่ไม่มีกระดาษปริญญาเอกแม้แต่ใบเดียว  

ผมจึงไม่แปลกใจ ว่าทำไมประเทศไทยจึงสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ได้ และจนถึงวันนี้ทุกคนแย่งกันเรียนปริญญาเอก เพื่อให้ได้กระดาษมา เราจึงไม่มีวิชาชีพที่มั่นคง สายอาชีวะคงไม่มีใครอยากเรียน เปรียบเสมือนเป็นสายอาชีพ ทุกคนอยากมีกระดาษเพื่อเป็นวิศวกรกันหมด

นราธิวาส-รมว.กลาโหม เยี่ยมให้กำลังใจ 'สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย' ชื่นชมความกล้าหาญ หลังบาดเจ็บจากการปกป้องประชาชน เหตุปล้นทองสุไหงโก-ลก

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) เวลา15.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอก ณัฐพล นาควานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย นายสิบอาวุธเบา สังกัด ชป.รพศ.408 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการพยายามเข้าระงับเหตุปล้นร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงความกล้าหาญ เข้าขัดขวางการก่อเหตุของคนร้าย โดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จนได้รับบาดเจ็บ

แพทย์ผู้ดูแลได้แจ้งว่า อาการบาดเจ็บของสิบเอก บุริศวร์ฯ ดีขึ้นตามลำดับ โดยบาดแผลบริเวณต้นขาเริ่มฟื้นตัวดี ภายใน 2–3 วัน จะสามารถเย็บปิดปากแผลได้ ขณะนี้แพทย์ให้การรักษาโดยเน้นการทำความสะอาดบาดแผล ควบคู่กับการให้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวดตามอาการ รวมถึงอนุญาตให้รับประทานอาหารอ่อนและน้ำได้แล้ว ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และยืนยันว่าความเจ็บปวดทุเลาลงมาก

ในการนี้ พลเอก ณัฐพล นาควานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนามของนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

โอกาสนี้ พลเอก ณัฐพล นาควานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า “ขอชื่นชมในความกล้าหาญและจิตวิญญาณความเป็นทหาร ที่ได้ปกป้องประชาชนและสร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ขอให้หายไว ๆ ด้วยศักยภาพและกำลังใจที่มี เชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างรับรู้ข่าวสารด้วยความห่วงใย และพร้อมส่งแรงใจให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 4.6 แสนบาท ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังละ 12,000 บาท รวมจำนวน 32 หลัง  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 384,000 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครเฉพาะกิจ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ คณะผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เป็นผู้สำรวจ ประสานงาน และร่วมในพิธี ณ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ 

โดยวานนี้ (วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวม 4 หลัง ณ ที่ว่าการอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และในวันพรุ่งนี้ (วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 3 หลัง ณ ที่ว่าการอําเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นลำดับถัดไป 

รวมงบประมาณดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือชาวอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ กรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสิ้น 468,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นแปดพันบาทถ้วน)

เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิตถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) น.อ.พัลลภ สุภากรณ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิต ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

โดยมีข้าราชการและลูกจ้างของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารอำนวยการ รพ.ฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

เพจดังภูเก็ต เผย การท่องเที่ยวภูเก็ตส่อเค้าวิกฤต หลังยิว เปิดขายทัวร์ให้คนชาติเดียวกันผ่านโซเชียลฉ่ำ

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68) เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงกรณี ‘ชาวอิสราเอล’ จำนวนมากเข้ามาเปิดให้บริการนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับเปิดขายทัวร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลโดยไม่สนใจกฎหมายในประเทศไทย โดยในโพสต์ระบุว่า 

‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโซเชียลทุกช่องทาง

พร้อมกันนี้ ทางเพจ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ยังระบุด้วยว่า ‘เกาะภูเก็ต’ จะมีการรวมกลุ่มกันแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้าน ไม่เอายิว อิสราเอล โดยจะจัดกันขึ้นที่ แถวบางเทา เชิงทะเล ในเย็นวันนี้ (9 ต.ค. 68)

พิษณุโลก มทบ.39 จับมือกับบริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ลงพื้นที่ อ.กงไกลาศ จ.สุโขทัย มอบถุงยังชีพช่วยน้ำท่วม 

(9 ต.ค. 68) เวลา 1400 พ.อ.ชุติชัย อาทิตย์ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 , คุณอิงอร สร้อยสุวรรณ ผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 พร้อมคณะ ลงพื้นที่  ม.7 ม.8 และ ม.11 ณ วัดเนินหว้าวนา ต.กง อ.กงไกลาศ จว.สุโขทัย 

เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จำนวน 150 ชุด และได้พบปะประชาชนเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤตอันนี้ไปด้วยกัน “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่39 ปรีชา นุตจรัส รายงาน ข่าวพิษณุโลก

เชียงใหม่-CMUBS x MAT ฉลอง 60 ปี เปิดเวทีจุดประกายแรงบันดาลใจ สร้างพลังสู่อนาคต

CMUBS x MAT Exclusive Talk ฉลองครบ 60 ปี ผนึกพลังนักธุรกิจ การตลาด สร้างเวทีจุดประกายกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติสู่อนาคต

เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 68) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMUBS) ร่วมกับสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) และสมาคมนักศึกษาเก่าบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาน “CMUBS x MAT Exclusive Talk” เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของสององค์กร ภายใต้แนวคิด “THRIVING IN TURBULENCE: Beyond Survival – พลิกวิกฤติ ปั้นกลยุทธ์ เติบโตสู่อนาคต” ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กร นักธุรกิจ นักการตลาด นักวิชาการ ตลอดจนนักศึกษาและผู้สนใจ จำนวนกว่า 400 คน ร่วมรับฟัง Talk แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ด้านธุรกิจและการตลาด เพื่อจุดประกายความคิดใหม่ สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกัน 

งานนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Exclusive Dinner Talk ที่ผสมผสานบรรยากาศการเสวนาเชิงวิชาการสะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดจนความสนใจต่อประเด็นใหญ่แห่งยุคว่าด้วยการปรับตัวของธุรกิจในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน 

ไฮไลท์สำคัญคือเวทีเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ครอบคลุม 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ Beyond Disruptions การวิเคราะห์ทิศทางอนาคตโลกธุรกิจ โดย ผศ. ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มช., Beyond Survival การพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยคุณปิยะชาติ อิศรภักดี CEO BRANDi และ Beyond Rivalry กลยุทธ์สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง นำโดยคุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO TARAD.COM 

พร้อมด้วยคุณธานี ตรีวัฒนาวงศ์ เจ้าของ Online Channel “DB ซัวเถา” และคุณกษิดิศ สตางค์มงคล เจ้าของเพจ “DataRockie” ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการตลาดเชิงข้อมูล (Data Marketing) โดยให้ข้อคิดเชิงลึกจากกูรูผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนมุมมอง การสร้างเครือข่าย(Networking) และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด

ผศ. ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า คณะบริหารธุรกิจ มช. มุ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างและพัฒนาความรู้ทางธุรกิจและการจัดการ ที่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ได้อย่างรอบด้าน โดยไม่จำกัดเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ ชุมชน และสังคมโดยรวม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงบริบทของโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ 

แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือระหว่างคณะฯ สมาคมนักศึกษาเก่าฯ และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ในการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย เลขาธิการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ตรงกับการครบรอบ 60 ปีของสมาคมเช่นกัน ซึ่ง MAT ในฐานะศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้และแรงบันดาลใจของวงการตลาดไทย มีความมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสด้านการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองใหญ่ เพราะการตลาดคือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในทุกพื้นที่ 

ความร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของสมาคมในการส่งต่อองค์ความรู้สมัยใหม่และแนวคิดเชิงกลยุทธ์แก่นักการตลาดไทยทุกระดับ พร้อมกล่าวเสริมว่า นักการตลาดยุคใหม่ต้องพร้อมปรับตัว เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใดของประเทศเพื่อสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ MAT ยึดมั่นมาโดยตลอด

ด้านคุณบุญรัตน์ ตรีวัฒนาวงศ์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่าบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความภูมิใจที่ CMUBS สามารถสร้างโอกาส และสร้างอาชีพให้กับบัณฑิตมาแล้วกว่า 60 ปี ซึ่งการรวมพลังในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในพันธกิจของสมาคมในการร่วมต่อยอดความรู้ ส่งต่อโอกาสให้กับศิษย์ปัจจุบันของคณะต่อไป โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากงานนี้จะถูกนำไปเป็นทุนการศึกษาแก่รุ่นน้องคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นการส่งต่อพลังและโอกาสจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

สำหรับงานครบรอบ 60 ปีของ CMUBS และ MAT ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นงานแห่งความยินดี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการบูรณาการพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการตลาดไทย สู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

นายกฯ เผย สปสช. ติดหนี้โรงพยาบาลทั่วประเทศ เตรียมใช้งบกลางเคลียร์หนี้ พร้อมปรับปรุงการเงิน

(9 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเผยว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ติดหนี้โรงพยาบาลทั่วประเทศ และรัฐบาลกำลังพิจารณาใช้งบกลางชำระหนี้ทั้งหมด พร้อมเรียกร้องให้ สปสช. ปรับปรุงการบริหารการเงินให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะหยุดให้บริการผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทอง เนื่องจากหนี้ค้างชำระ

"ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาขอใช้งบกลางเพื่อเคลียร์บัญชีหนี้โรงพยาบาล หากพบว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและเข้าหลักเกณฑ์ของสำนักงบประมาณ จะเร่งดำเนินการทันที พร้อมเน้นให้ สปสช. บริหารการเงินอย่างรัดกุมและโปร่งใส" นายอนุทิน กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ยืนยันว่าหนี้ค้างจ่ายโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไม่ได้สูงถึง 110 ล้านบาท แต่ตัวเลขจริงอยู่ราว 37 ล้านบาท และย้ำว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้มีสิทธิบัตรทองประมาณ 47,000 คน เนื่องจากมีการจัดหน่วยบริการรองรับเพียงพอ

ร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน สังคมประมงปลอดภัย ไร้ยาเสพติด ⚓️

(9 ต.ค. 68) พล.ร.ต. อโศก ศรีสวัสดิ์ ผอ.สน.ฝอ.ศรชล.ภาค 1 เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “แรงงานประมงรู้เท่าทัน สร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด” ณ ห้องราชาวดีบอลรูม โรงแรมไอธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจัดโดย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่แรงงานภาคประมง รวมถึงผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด พร้อมร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

ภายในงานมีพิธีเปิดโดย เรือเอกสาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพร้อมการบรรยายให้ความรู้และกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ด้านการป้องกันยาเสพติดให้แก่พี่น้องชาวประมง

ในโอกาสนี้ ศรชล.ภาค 1 ได้ร่วมจัดบูทนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมเผยแพร่ช่องทางการแจ้งเหตุเมื่อประสบอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางทะเล เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่แรงงานภาคประมงในพื้นที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top