Friday, 3 July 2026
NEWS FEED

ทุกวินาทีคือชีวิต! ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ นำส่งอวัยวะหัวใจ ครั้งที่ 71 “ผบ.ตร. - รอง ผบ.ตร.” ชมเชยเป็นตำรวจมืออาชีพ ยกเป็นตัวอย่าง “สุภาพบุรุษจราจร”

วันนี้ (4 ก.ค.66) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยว่า ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกการจราจรเร่งนำส่งอวัยวะหัวใจส่ง รพ.ศิริราช ได้ทันเวลา

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริฯ ได้รับการประสานงานจากศูนย์บริจาคอวัยวะ รพ.ภูมิพล ผ่านศูนย์วิทยุจราจรโครงการพระราชดำริ แจ้งว่าขอสนับสนุนนำอวัยวะหัวใจจาก รพ.ภูมิพล ส่งยัง รพ.ศิริราช หลังจากรับแจ้ง ตำรวจโครงการพระราชดำริฯ ได้นำกำลังตำรวจไปรอรับที่ รพ.ภูมิพล เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร เร่งนำส่งอวัยวะหัวใจไปยัง รพ.ศิริราช รวมถึงได้รับความร่วมมือจากตำรวจจราจร สน.ท้องที่ ในเส้นทางทุกพื้นที่ และผู้ใช้เส้นทางที่ช่วยเปิดทางให้จนภารกิจชีวิตในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริฯ ได้เปิดเส้นทางนำส่งอวัยวะหัวใจ ซึ่งระยะเวลาตั้งแต่ผ่าตัดหัวใจของผู้บริจาค จนกระทั่งปลูกถ่ายให้ผู้รับ มีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น (อวัยวะหัวใจหากทำการผ่าตัดออกมาจากร่างกายของผู้บริจาคแล้วจะอยู่ได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ปิดทางเดินเลือดในการผ่าตัดหัวใจของผู้บริจาค จนกระทั่งเปิดให้เลือดผ่านหัวใจใหม่ในร่างกายของผู้รับการปลูกถ่าย)  จึงเป็นภารกิจที่ต้องแข่งกับเวลา โดยกรณีนำส่งอวัยวะหัวใจในครั้งนี้ นับเป็นรายที่ 71 แล้ว ที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริฯ นำส่งอวัยวะลุล่วงจนแพทย์สามารถปลูกถ่ายหัวใจ ต่อชีวิตใหม่ให้กับผู้รับบริจาคได้ 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศจร.ตร. ได้ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของทีมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ มีทักษะคล่องแคล่ว สามารถให้ความช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสาบริการ มีมาตรฐานสากล ตามแนวทางการสร้าง “สุภาพบุรุษจราจร” ที่ ศจร.ตร.กำลังขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการประชาชน สร้างความเชื่อถือศรัทธา และนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในที่สุด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธร ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังมีผู้รอรับการบริจาคอวัยวะอยู่มากกว่า 6,000 คนทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วย เพราะการบริจาคอวัยวะแก่เพื่อนมนุษย์ คือที่สุดแห่งการให้ โดยตำรวจจราจรพร้อมสานต่อเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และเติมเต็มความหวังของผู้รับบริจาค เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชีวิตใหม่ อำนวยความสะดวกนำทางส่งต่ออวัยวะสำคัญ ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อประสานงานตำรวจโครงการพระราชดำริฯ ได้ที่ โทร.1197 กองบังคับการตำรวจจราจร

‘ทีมแพทย์’ อัปเดตอาการ ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ พบ ‘ตาขวาเป็นต้อ-ขาหน้าซ้ายงอไม่ได้’ แต่กินได้ดี

(4 ก.ค. 66) หลังจากที่พลายศักดิ์สุรินทร์ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย และเข้ากักตัวที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง เรียบร้อยแล้วนั้น

ล่าสุด โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อัปเดตสถานการณ์อาการของพลายศักดิ์สุรินทร์หลังจากที่ทีมแพทย์ได้เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น โดยเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลช้าง ระบุว่า

หลังจากเดินทางไกลกว่า 2,400 กิโลเมตร จากประเทศศรีลังกาสู่ประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางรวมทั้งสิ้นกว่า 16 ชั่วโมง พลายศักดิ์สุรินทร์ก็ถึงที่หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เมื่อมาถึงคุณหมอได้ทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้นพบว่าช้างอ่อนเพลียจากการเดินทางเล็กน้อย กินน้ำและอาหารที่จัดเตรียมไว้ได้ดี การขับถ่ายปกติ สามารถล้มตัวลงนอนและลุกขึ้นเองได้ พบปัญหาสุขภาพเบื้องต้นคือขาหน้าซ้ายงอไม่ได้ ปัญหาเล็บและฝ่าเท้า พบแผลฝีที่สะโพกทั้งสองข้างและตาขวาเป็นต้อกระจก

หลังจากทำการตรวจสุขภาพแล้ว คุณหมอก็ได้เก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจโรคติดต่อต่าง ๆ โดยถ้าหากพ้นระยะกักโรคตามกฎหมายแล้วจึงจะทำการย้ายช้างเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

กิจวัตรประจำวันของสุดหล่อในช่วงกักตัวจะเป็นการทำความคุ้นเคยกับพี่ควาญ ฝึกเรียนรู้คำสั่งภาษาไทยและฝึกการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ โดยในช่วงแรกเพื่อความปลอดภัยของตัวช้างซึ่งยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่และการป้องกันโรคติดต่อไปสู่ช้างเชือกอื่น จึงต้องมีการจำกัดบริเวณกันซักเล็กน้อย เมื่อเกิดความคุ้นเคยดีแล้วทางทีมงานก็จะได้ปรับกิจกรรมประจำวันให้เหมาะสมกับช้างต่อไปค่ะ

‘สภากรรมการฯ’ ปัดคำขอลาออกของ ‘สมยศ’ หวั่นถูก FIFA แบน ชี้!! ให้อยู่จนครบวาระ

(3 ก.ค. 66) สภากรรมการสมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทยไม่อนุมัติคำขอลาออกของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกลูกหนังไทย

ก่อนหน้านี้ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ประกาศผ่านเฟสบุ๊กพร้อมลาออกจากตำเเหน่งหลังถูก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบผลงานฟุตบอลชายในซีเกมส์ ที่ได้เเค่เหรียญเงินเเถมยังมีเรื่องชกต่อยกับคู่เเข่งในรอบชิงฯ

ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเข้าข่ายสมาคมถูกการเมืองเเทรกเเซงหรือไม่ ถ้าเป็นเเบบนั้นจะเสี่ยงถูกฟีฟ่าเเบน

ล่าสุด พล.ต.อ.สมยศ เดินทางไปเข้าประชุมสภากรรมการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มติในที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ยับยั้งการลาออกของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เเละให้ทำหน้าที่ไปจนครบวาระในวันที่ 11 ก.พ. 2567 โดยมีเหตุผลที่จะไม่ให้ไทยต้องเสี่ยงกับการโดนฟีฟ่าลงดาบ

นักวอลเลย์บอลหญิงแคนาดา สุดซึ้ง!! หลังได้ยาดมจากแฟนลูกยางชาวไทย

(3 ก.ค.66) ควันหลงศึกวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2023 สัปดาห์ที่ 3 'วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติแคนาดา' จบการแข่งขันด้วยผลงาน แข่ง 12 นัด ชนะ 6 แพ้ 6 มี 18 แต้ม จบที่ 10

โดยในการแข่งขันสนาม 3 ไทยเป็นเจ้าภาพได้รับการต้อนรับจากแฟนลูกยางชาวไทยนำของไปมอบให้นักกีฬา และหนึ่งในนั้นมีแฟนคลับชาวไทยนำยาดมไปให้กับ 'คาโรลีน ลีฟวิงสตัน' ซึ่งปฏิกิริยาของเธอทันทีที่เห็นว่าเป็นยาดมถึงกับแสดงซึ้งออกมา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมลงนาม MOU สนับสนุนอุปกรณ์การประกอบอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ในโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพ ระหว่าง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นผู้กล่าวรายงาน

ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพ แก่สตรีที่มีฐานะยากจนมีภาระหน้าที่ต้องดูแลบุคคลในครอบครัว สตรีที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและด้อยโอกาสทางสังคม สตรีที่ได้รับประกาศนียบัตรจากศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและสถาบันครอบครัว สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพฯ รวมถึงการฝึกอาชีพในชุมชนและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องภายใต้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวฯ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างชีวิต ให้กับสตรีผู้ยากไร้ ในโครงการ “ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี” เพื่อให้สตรีได้นำวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว  ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขความเข้มแข็งสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยมี คณะกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยผู้บริหาร จากกรมกิจการสตรีและครอบครัว ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น 2  อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

'ในหลวง - พระราชินี' ทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ยึดถือประโยชน์ประเทศชาติ-ประชาชน

(3 ก.ค.66) เมื่อเวลา 17.26 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้น เสด็จเข้าห้องประชุมฯ เสด็จขึ้นบนเวที ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ มีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ความว่า บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2566 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลายผู้เป็นสมาชิกของสภาแห่งนี้ ได้ระลึกไว้เสมอว่า ท่านได้เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากประชาชนให้มาเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ ในการใช้อำนาจนิติบัญญัติเพื่อดำเนินการปกครองและพิจารณาออกกฎหมายต่างๆ ให้รัฐบาลถือเป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน

ดังนั้น ประเทศชาติจะมีความเจริญเพียงไร ย่อมขึ้นอยู่สติปัญญา ความสามารถ และความสุจริตบริสุทธิ์ของท่านที่จะปฏิบัติหน้าที่ทั้งปวง โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด หากทุกท่านสำนึกตระหนักเช่นนี้อยู่เสมอก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วงเป็นประโยชน์เป็นความเจริญมั่นคงของอาณาประชาราษฎร์และชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง

ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อย สำเร็จผลที่พึงประสงค์ทุกประการ ทั้งขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญทุกเมื่อไป

สาวมาเลฯ แชร์ประสบการณ์ใช้ถนนเมืองไทยเลี่ยงรถติด ชี้ สภาพถนนดีแถมใช้ฟรี ประหยัดน้ำมัน ย่นเวลาเดินทาง

(3 ก.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘World Forum ข่าวสารต่างประเทศ’ ได้เผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางกลับบ้านโดยใช้ถนนประเทศไทยเพื่อเลี่ยงรถติด โดยระบุว่า…

🚗 สาวมาเลเซีย 🇲🇾 รีวิวการกลับบ้านโดยใช้ถนนเพื่อนบ้าน ประเทศไทย หลบรถติดจากเมืองอลอร์สตาร์ รัฐเคดาห์ ไปยังสุไหงโก-ลก เข้าชายแดนกลันตัน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านทุเรียนบูรุง
การเดินทางไปชายแดนสุไหงโก-ลก รัฐกลันตัน ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง 30 นาที จากชายแดนบ้านประกอบประเทศไทย 

เธอโพสต์ลงติ๊กต็อก ปัจจุบันมีคนเข้าชมมากกว่า 7 แสนคน เพราะใช้เวลาเดินทางไวกว่าเส้นทางปกติที่ต้องขึ้นภูเขาหลายลูก รถติด เธอยังรีวิวเส้นทางน่าสนใจ ขับง่าย มีของหลายอย่างขายตามข้างถนน เรื่องราวสื่อหลายสำนักในท้องถิ่นนำไปลงข่าวหลายสำนัก 

🚗โดยปกติผู้คนฝั่งเคดาห์ ผ่านประเทศไทย เข้ากลันตัน ด้วยเหตุผล 5 อย่าง (รีวิวผู้ใช้ก่อนหน้า) 
1.ใกล้กว่าเส้นทางปกติ 100 กม.
2.คุณภาพถนนไทย เหมือนทางหลวงมาเลเซียเสียเงิน
3.ระยะเวลาไวกว่า 2 ชม. หากเทศกาลอาจมากกว่า 
4.ถนนฟรี ไม่ต้องเสียเงิน 
5.ประหยัดน้ำมัน 50%

**หมายเหตุ 
-มีค่าผ่านแดน ตม. / ค่าประกันรถยนต์ 
-แต่รวมแล้วคุ้มกว่าเวลาปกติไวกว่า 2 ชม. หากเทศกาลในความเห็นบอก 12-24 ชม. ก็เคยมี

‘ประชาชน’ พร้อมใจปักหลักรอรับเสด็จในหลวง-พระราชินี ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ สัปปายะสภาสถาน

วันนี้ (3 ก.ค. 66) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา ครั้งแรก ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น. 

สำหรับบรรยากาศโดยรอบอาคารรัฐสภา สื่อมวลชนทยอยมารออยู่บริเวณรอบนอก ส่วนทางด้านหน้ามีประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองทยอยจับจองพื้นที่เพื่อรอรับเสด็จ แม้ช่วง 10.15 น. จะมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง แต่ก็ยังคงปักหลักไม่ลุกหนีไปไหน

หนึ่งในประชาชนที่มารอรับเสด็จฯ ‘นายธีรพงษ์ กองฉันทะ’ เดินทางมาจากเชียงรายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม หลังได้ทราบข่าวจากกลุ่มจิตอาสาภาคประชาชน ตั้งใจมารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ในขณะที่ ‘นางดวงใจ ตั้งตระกูล’ เดินทางผ่าฝนมาจากเขตหนองจอก โดยได้พายเรือออกจากบ้านตั้งแต่ตี 3 ต่อรถ ต่อเรือ เพื่อมารอรับเสด็จฯ เช่นกัน โดยนางดวงใจกล่าวว่า “ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก ก็ไม่ถอย เพราะต้องการมาเป็นกำลังใจให้กับในหลวง ตนตื้นตันทุกครั้งที่ได้กล่าวคำว่าทรงพระเจริญ”

รมว.พิพัฒน์ เป็นประธานเปิดงานวันเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ประจำปี 2566

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานวันเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ประจำปี 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรและของดีอำเภอปลายพระยา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวัฒนธรรมของอำเภอปลายพระยาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สร้างโอกาสให้เกษตรกรได้นำผลผลิต สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ มาวางจำหน่าย เป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตร และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมี นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. , นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสุรัตน์ จรณโยธิน  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วม ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่

รมว.พิพัฒน์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ทำให้ทราบถึงการบูรณาการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งมั่นและมีเจตนคติที่ดีต่อการพัฒนาความอยู่ดี กินดีของประชาชนอำเภอปลายพระยา ในการส่งเสริมอาชีพทางการเกษตรให้มีคุณภาพ และประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร และของดีอำเภอปลายพระยา ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สร้างโอกาสให้เกษตรกรได้นำผลผลิตสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ มาวางจำหน่าย เสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวัฒนธรรมของอำเภอปลายพระยา อันสะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดียิ่ง

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ทุเรียน และผลไม้อื่นๆ ของอำเภอปลายพระยา อีกทั้ง ในงานมีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวิชาการและการบันเทิง ซึ่งเกิดจากการบูรณาการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ของดีอำเภอปลายพระยาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ร่วมงานและประชาชนทั่วไป

ซึ่งก่อนหน้านี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาและคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมไร่กาแฟภูตะวัน ซึ่งมีกาแฟสายพันธ์โรบัสต้า เป็นสายพันธุ์ที่เกษตรกรชาวสวนกาแฟนิยมปลูก เนื่องจากให้ผลผลิตดี มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมกรุ่น ฉบับกาแฟสายพันธุ์ใต้ นิยมปลูกมากในแถบ อ.คลองท่อม อ.ลำทับ และ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่

จากนั้นคณะเดินทางไปที่สวนทุเรียนแปลงใหญ่บ้านทะเลหอย หมู่ที่ 10 บ้านทะเลหอย เพื่อเยี่ยมชม “สวนทุเรียนทะเลหอย” “สวนทุเรียนไทรงาม” ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกระบี่ 

ก.แรงงาน ติวเข้มเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หวังไทยขยับเทียร์ 1

วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ 

นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีกล่าวเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับปี พ.ศ.2565) รุ่นที่ 6 (พนักงานเจ้าหน้าที่รุ่นที่ 65) ซึ่งฝึกอบรมระหว่างวันที่ 3 - 8 กรกฎาคม 2566 โดยมี นางสาวโสภณา บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การฝึกอบรม ณ ห้องแกรนด์พาโนรามา ชั้น 14 โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร  

นายวรรณรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านความมั่นคง โดยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำหนดนโยบายกระทรวงแรงงาน “MOL พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย” ได้กำหนดให้ “เร่งรัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและป้องกันการค้ามนุษย์ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Tier 1” และได้มอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ในการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการบังคับใช้แรงงาน และการนำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติฯ (NRM) นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ซึ่งการปฏิบัติงานดังกล่าว มีความจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้แก่เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทีมสหวิชาชีพ ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน และได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น    

นายวรรณรัตน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงาน พร้อมที่จะร่วมผนึกกำลังกับทีมสหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในการยกระดับการขับเคลื่อนการต่อต้านการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ และได้รับการจัดอันดับในรายงานการค้ามนุษย์ให้อยู่ในระดับ Tier 1 ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top