Thursday, 16 July 2026
POLITICS

ค้านตั้ง ศบค.ส่วนหน้า 'วิโรจน์' ชี้ โควิดชายแดนใต้ จะคลี่คลายได้ต้องอาศัยความไว้วางใจ ไม่ใช่ความมั่นคง 

ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  มีคำสั่งจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า เพื่อเข้าไปจัดการสถานการณ์โควิด-19 ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า จากการหารือกับคณะทำงานของพรรคก้าวไกลในพื้นที่ ทำให้รับทราบว่าอุปสรรคสำคัญในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ขณะนี้ หลักๆ มีอยู่ 2 ปัจจัยด้วยกัน

ปัจจัยแรก คือ การที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยินยอมฉีดวัคซีน ซึ่งในประเด็นนี้ รัฐบาลไม่ควรมองปัญหาอย่างผิวเผิน และด่วนสรุปว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ หากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าที่จะถามตัวเองว่า “เหตุใดประชาชนถึงไม่ให้ความร่วมมือในการฉีดวัคซีน” ก็จะหาคำตอบได้ไม่ยาก นั่นก็คือ “ประชาชนไม่มีความไว้วางใจในรัฐบาล จากกรณีข่าวการซ้อมทรมาน และการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน ที่ปรากฎตามหน้าสื่ออยู่เป็นระยะๆ” พอประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็เป็นการยากมากๆ ที่ประชาชนจะเต็มใจปฏิบัติตามคำแนะนำจากรัฐบาลในการควบคุมการระบาดของโรค ยิ่งการฉีดวัคซีน เป็นการนำเอาสารชีววัตถุที่เป็นของใหม่ ที่การเข้าถึงข้อมูลยังคงอยู่ในระดับที่จำกัด ยิ่งทำให้ประชาชนที่ไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่เป็นทุนเดิม มีความระแวงที่จะฉีด ปัญหานี้จะแก้ด้วยการใช้อำนาจบังคับแบบตรงๆ ไม่ได้ ต้องอาศัยความเข้าใจผ่านผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นกลไกในการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่มาเข้ารับการฉีดวัคซีน

"การจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า แล้วใช้อำนาจบังคับแบบทันทีทันใด เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น สมมติหากมีการใช้อำนาจบังคับ หรือกึ่งบังคับ ให้ประชาชนในพื้นที่ฉีดวัคซีน จริงอยู่ที่ในระยะสั้นอาจจะบังคับเกณฑ์ประชาชนมาฉีดวัคซีนได้เป็นจำนวนมากได้ แต่ต้องยอมรับว่าการฉีดวัคซีนนั้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่ไม่มากนัก แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ในการปกป้องชีวิตของทั้งตัวเอง และคนในครอบครัวจากโรคระบาด ก็ยังถือว่าการฉีดวัคซีนนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น และมีความคุ้มค่าที่จะฉีด ถ้าหากประชาชนที่ถูกเกณฑ์มาฉีดไม่เข้าใจในประเด็นนี้ และเมื่อมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับผลข้างเคียง หรือมีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากที่ฉีดวัคซีน ความไม่เข้าใจที่ถูกรัฐบังคับ ก็จะกลายเป็นความโกรธแค้น และจะทำให้ความขัดแย้ง และความไม่ไว้วางใจในรัฐบาลชองประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ขยายตัวเพิ่มขึ้น"

วิโรจน์ ระบุต่อไปว่า แทนที่รัฐบาลจะจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า ขึ้นมาใช้อำนาจซ้ำซ้อน รัฐบาลควรใช้กลไกของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า โดยมีการสนับสนุนทางด้านงบประมาณ และกำลังคนให้แก่ ศอ.บต. อย่างเต็มที่

ปัจจัยที่สอง ที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแตนภาคใต้ ก็คือ ความพร้อมทางด้านทรัพยากรบุคคล ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและกักกันโรคประจำชุมชน (Community Isolation Center)

“จุรินทร์”ยันพร้อมหนุนอดีตส.ส.ลงชิงเก้าอี้ ส.ส.แต่ต้องดูความประพฤติ ลั่นปชป.รู้หน้าที่รับผิดชอบงานสภา นายกฯไม่กำชับก็ทำอยู่แล้ว

ที่จ.พัทลุง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีตส.สงพัทลุง และเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเข้าพบผู้นำทางศาสนาอิสลาม นายอะห์มัด อิสัน ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพัทลุง และรองประธานสมาพันธ์กรรมการอิสลาม 15 จังหวัดภาคใต้ ที่ โรงแรมศิวา รอยัล อําเภอเมือง จังหวัดพัทลุง 

จากนั้นนายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์กรณีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัคยื  ที่เปิดตัวไปแล้วบางจังหวัด ต้องทำไพรมารีโหวตและต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ว่า ต้องรอดูกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าการด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูยว่าด้วยพรรคการเมืองที่จะเป็นตัวชี้ว่าขั้นตอนกระบวนการในการอนุมัติผู้สมัครจะต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง แต่สำหรับกฎหมายปัจจุบันจะต้องทำไพรมารีโหวต ซึ่งในอนาคตตนยังไม่สามารถตอบได้เพราะต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายใหม่ที่ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงการวางตัว อดีต ส.ส.ของพรรค เป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งอย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า สำหรับอดีต ส.ส.นั้นถือหลักว่าพรรคจะสนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่การพิจารณาก็ต้องดูความประพฤติทางการเมืองประกอบด้วย ซึ่งผู้บริหารจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป

ไฟเขียว! ฉีดไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กผู้ชายอายุ 12-16 ปี ย้ำ สมัครใจ วอน หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เหตุ ทั่วโลกพบติดเชื้อแล้วเสียชีวิตสูงขึ้น 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เด็กชายอายุ 12 – 16 ปี สามารถฉีดวัคซีน ไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ ได้ หลังคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีมติให้สามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กชายอายุ 12 – 16 ปี โดยเป็นไปตามความสมัครใจและความประสงค์ของผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ทั่วโลกมีการฉีดให้เด็กแล้วกว่า 100 ล้านโดส ส่วนข้อกังวลเรื่องอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น ทางคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ชี้แจงว่า เกิดขึ้นได้น้อยมาก และรักษาหายได้เร็ว โดยมีข้อสรุป 3R ได้แก่ 1. Real กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเกิดขึ้นจริง ส่วนมากเกิดในเข็มที่ 2 ในเด็กผู้ชายอายุ 12 - 16 ปี 2. Rare เกิดขึ้นได้น้อยมาก ในระดับไม่กี่รายต่อล้านคน พบมากสุดประมาณ 6 ในแสนคน ซึ่งน้อยกว่าโรคโควิด-19 ในเด็กที่ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย (MIS-C) รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 3. Recovery ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง มีจำนวนน้อยรายที่อาการรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล และทั่วโลกรายงานพบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวกับวัคซีน 1 ราย ขณะที่มีการฟื้นตัวรวดเร็วมากถึง 90%

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข จะติดตามอาการหลังฉีดอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจะมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเข้าใจแก่เด็ก และผู้ปกครอง โดยปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่เข็มที่ 1 ให้กับเด็กนักเรียนอายุ 12 – 18 ปี แล้ว จำนวน 1,325,527 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2564) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในรูปแบบ On-Site

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเร่งเดินหน้าระดมฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ในสถานพยาบาลของรัฐในพื้นที่ต่าง ๆ หรือคลินิกฝากครรภ์เพื่ออำนวยความสะดวก ปัจจุบันมีหญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนเพียง 75,000 ราย จากเป้าหมาย 300,000 ราย ตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 95% ไม่ได้รับวัคซีน เป็นสาเหตุทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต

 

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ 'ไพบูลย์' ไม่หลุดส.ส. ปมยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ซบ พปชร.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ต.ค. 64 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของ ส.ส.จำนวน 60 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(10) ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ จากกรณีที่ นายไพบูลย์ หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูป ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากที่พรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) ทั้งที่ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปอยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ และมิได้เป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนปิดการรับสมัครเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงหรือไม่

'เต้ พระราม 7' โดนหมายจับพรบ.คอมพ์ นำเข้าข้อมูลเท็จ - หมิ่นประมาท อาจคุก 3 ปี

วันที่ 20 ต.ค. มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ได้ออกหมายจับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในข้อหา กระทำความผิดฐาน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

‘บิ๊กตู่’ วอน การเมืองเบาได้เบา โอดรัฐบาลมีปัญหาเพียบ แต่ไม่ท้อ โยนถามประชาชนเลือกใครเป็นผู้นำ หลังหลายพรรคเปิดตัว ‘แคนดิเดตนายกฯ’

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องการเมืองขอให้เบาๆ หน่อยช่วงนี้ เพราะยังมีปัญหาอีกมากที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งปัญหามาพร้อมกันหลายอย่าง อยากให้คำนึงถึงความยากง่ายในการแก้ไขปัญหาแต่ละอย่าง ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งรัฐบาลพยายามมีมาตรการใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงปัญหาระหว่างประเทศ เพราะประเทศไทยอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ตรงกลาง ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ต้องร่วมมือกัน

เมื่อถามว่านายกฯ เจอปัญหาจำนวนมากจะสู้ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ท้อ ไม่มีท้อ”

เมื่อถามย้ำว่า หากในอนาคตมีเรื่องข้อกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาและอุปสรรคต้องมี เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องแก้ไขปัญหา ไม่อย่างนั้นจะเป็นทำไมผู้นำ ส่วนจะแก้ได้มากได้น้อย ก็ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ก็ต้องดูข้อเท็จจริง จึงขอให้ฟังหน่วยงานที่ชี้แจงด้วย ถ้าเราอยู่กันอย่างไม่ไว้ใจกัน ก็ไปไม่ได้ และจะปั่นป่วนอลหม่าน เกิดความเสียหาย

เมื่อถามว่าแต่ละพรรคการเมืองเปิดตัวผู้นำที่จะมาชิงเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากรายชื่อทั้งหมดคิดว่าจะสู้ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ถามประชาชน ถามคนเลือกสิจ๊ะ”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความเดือดร้อนของสมาคมขนส่งหรือสมาคมรถบรรทุก ซึ่งรัฐบาลได้พยายามดูแลอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์น้ำมันโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่รู้ว่าจะขึ้นอีกเท่าไหร่ 

“บิ๊กตู่” ประธาน ประชุมสภากห. ก่อนลงพื้นที่สิงห์บุรี ตรวจน้ำท่วมช่วงบ่ายวันนี้ คาดกำชับเหล่าทัพรับมืองานความมั่นคง แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกม. เตรียมรับเปิดประเทศ 1 พ.ย. เน้นย้ำช่วยเหลือปชช.น้ำท่วม

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10 ประจำปี 2564  ก่อนเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.สิงห์บุรี โดยมีพล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ  หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ไม่ได้เดินทางเข้ามาร่วมประชุมด้วย เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่จ.กาญจนบุรี 

ครม.ไฟเขียวมาตรการช่วยเหลืออสังหาริมทรัพย์ภายใต้ Flexible Plus Program

น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งได้รับบัตรสมาชิกพิเศษ (Thailand Privilege Card) อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อการทำงาน และร่างหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งได้รับบัตรสมาชิกพิเศษ อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อทำงาน รวม 2 ฉบับ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งได้รับบัตรสมาชิกพิเศษ อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อการทำงาน รวมทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการลงทุน เพื่อเข้าร่วมโครงการ Flexible Plus Program

สำหรับรูปแบบโครงการ Flexible Plus Program ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องลงทุนในประเทศไทยตามประเภทของการลงทุนที่กำหนด ในมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับจากเข้าร่วมโครงการและให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถ ขอรับใบอนุญาตทำงาน(Work Permit) ในราชอาณาจักรได้  เพื่อให้สามารถรองรับกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติที่มีคุณภาพและกำลังซื้อสูง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง

โดยคนต่างด้าวที่ได้รับบัตรสมาชิกพิเศษ(Thailand Privilege Card)รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกิน 20 ปี  สามารถขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เป็นประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงาน(Non-Immigrant Visa) มีระยะเวลาคราวละ 5 ปี  ตลอดระยะเวลาการลงทุนในโครงการ Flexible Plus Program

นายกฯ เตรียมนำคณะรัฐมนตรี ประชุม ครม. สัญจร ณ จังหวัดกระบี่ 8 – 9 พ.ย. เดินหน้าแผนรองรับเปิดประเทศอย่างปลอดภัย (Smart Entry) พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้  รับทราบการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม. สัญจร) ในวันที่ 8 – 9 พฤศจิกายน 2564 ณ จังหวัดกระบี่   พร้อมกันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดตรวจราชการ ณ จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว รองรับการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย (Smart Entry)  และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี ลงพื้นที่บริเวณจังหวัดหรืออำเภอโดยรอบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน  (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล)  เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ ตลอดจนการรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยนายกรัฐมนตรี ยังมีบัญชาให้ กระจายการจองโรงแรม/ที่พัก หลายแห่ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการประชุม ครม. สัญจร

สำหรับการจัดการประชุม ครม. สัญจร ในครั้งนี้  ให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การบริหารจัดการรองรับนักท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยง Sandbox อื่น ๆ ยกระดับการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและคุณภาพระดับโลก  รวมทั้ง ยังจะได้มีวาระหารือกับภาคธุรกิจ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่  เพี่อส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตเกษตร ประมงและปศุสัตว์ ด้วย 

‘พรรคกล้า’ ยึดหัวหาด ‘เมืองเศรษฐกิจ’ ภาคใต้ เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วย ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรค นายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ เลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์-ภาคใต้ นางสาวนัฏฐิมา วิชยภิญโญ เลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นำทีมเปิดการประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรคหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลา

พร้อมเปิดตัว 4 ว่าที่ผู้สมัครนักการเมืองรุ่นใหม่ หลากหลายอาชีพร่วมทีม “ผู้กล้า-สงขลา” ได้แก่ 1.) นายธัชพล วิบูลย์พันธุ์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ภาคอุตสาหกรรมการเกษตร หาดใหญ่ 2.) ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ อาจารย์ด้านการตลาดหลายมหาวิทยาลัยใน จ.สงขลา 3.) นายสมพร หาญณรงค์ นักสื่อสารมวลชน คนสิงหนคร 4.) นายพงศธร สุวรรณรักษา ทนายอาสารุ่นใหม่ สู้เพื่อแรงงานย่านสะเดา และคลองหอยโข่ง

โดยหัวหน้าพรรคกล้า ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางเศรษฐกิจ ระบบคิดและไอเดียกับชาวสงขลา ผู้ประกอบการ ตัวแทนหอการค้า YEC สภาอุตสาหกรรม สมาคมโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว รวมไปถึงตัวแทนภาคเอกชนขนาดเล็ก พร้อมทั้งย้ำให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับโอกาสการทำมาหากิน โอกาสทางเศรษฐกิจให้เต็มศักยภาพของเมือง ของภาคใต้โดยเฉพาะ จ.สงขลา

“จ.สงขลา มีทุนเดิมที่เข้มแข็ง ทั้งการเป็นจังหวัดชายแดนที่ติดกับ 2 ประเทศ ที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในอาเซียนอย่าง มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงจุดเด่นในการเป็นพื้นที่การผลิต และอุตสาหกรรม เป็นเมืองการค้าและการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมทั้งระบบส่งออกสินค้าที่ผลิตและแปรรูปเองได้หลักๆ ไปจีน วันนี้ต้องมาตั้งโจทย์ว่า มีทุกอย่างพร้อมแบบนี้ อะไรที่ฉุดรั้งสงขลาอยู่” กรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ยังได้ชูหลักคิด 'Songkhla - Seamless South' คือการบริหารเศรษฐกิจและการทำธุรกิจสำหรับหัวเมืองใหญ่ที่เชื่อมระหว่างประเทศแบบ “ไร้รอยต่อ” และทำ Travel Bubble (การเปิดท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทางเฉพาะประเทศที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ กับ สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อคืนชีพเศรษฐกิจหาดใหญ่ รวมถึงแรงงานภาคบริการซึ่งเป็นชาวบ้านในจังหวัดใกล้เคียงด้วย ขณะเดียวกันก็ได้ย้ำเรื่องการขยายศักยภาพจากจุดเด่นของเมือง คือ อุตสาหกรรมจากการแปรรูปไม้ยาง น้ำยาง ประมง ที่มีสัดส่วนเศรษฐกิจกว่าครึ่งของจังหวัด รวมไปถึง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ที่ต้องมีระบบโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง ระบบรางสำหรับขนของไปขาย และท่าเรือที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งออกสินค้าตรงไปยังจีน คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ มองว่า ปัญหาที่ดินที่ราคาปล่อยเช่า (yield) ต่ำ ทำให้กลไกตลาดไม่ทำงาน ปัญหาหนึ่งคือ สัดส่วนของพื้นที่ราชการ กว่า 40% เป็นที่ดินราชพัสดุสูงมาก ที่ราชการถือครองไว้เฉย ๆ ไม่ได้นำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อประชาชนและท้องถิ่นโดยภาพรวม ทั้งที่พื้นที่โซนนี้สามารถขยายศักยภาพของคนในท้องถิ่น ได้หาแหล่งรายได้จากอุตสาหกรรมใหม่ หรือ New S-Curve ซึ่งเป็นหัวใจหลักของกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

“บิ๊กแก้ว” ระบุ เหล่าทัพ เตรียมรับมือ แรงงานทะลักเข้าไทยหลังเปิดประเทศ ต้องเร่งสกัด ยกกรณีผู้หนีภัยสงครามตกค้างศูนย์อพยพหนับหมื่น รับชายแดนเมียนมาร์ตรวจยาก เหตุปัญหาชาติพันธ์-คนกลุ่มน้อย ไร้เอกสารประชากร 

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทสส.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) แถลงภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงภารกิจการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติต่างๆ รวมถึงการช่วยเหลือรัฐบาลแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19ให้ลดสภาพปัญหาลง แก้ไขปัญหายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองเป็นต้น  

โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดน นายกฯ และรมช.กลาโหม ย้ำในเรื่องนี้   จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานในช่วง 3-4 เดือนสถานประกอบการในประเทศมีความต้องการแรงงานถึง 4 แสนคน ภายใต้สภาพการณ์ที่ไม่สามารถเปิดรับแรงงานอย่างถูกกฎหมายได้  จึงเป็นหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองสกัดกั้นตามแนวชายแดนได้ โดยลักษณะการปฏิบัติหน้างานชายแดน ทางกัมพูชา ได้รับความร่วมมือจากกองทัพกัมพูชาเป็นอย่างดี ในการให้ข้อมูลว่ามีคนกัมพูชาลักลอบเข้ามา มีผลทำให้เราจับกุมได้มากและส่งกลับ การปฏิบัติงานค่อนข้างมี ประสิทธิภาพ 

ขณะที่เมียนมาร์เป็นปัญหาภายใน ทั้งเรื่องชาติพันธ์ และชนกลุ่มน้อย ที่บางกลุ่มในประเทศเมียนมาร์ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นชาวเมียนมาร์ทำให้หลักฐานของคนที่อยู่ในแผ่นดินนั้นไม่สามารถบันทึกเป็นหลักฐานบุคคลได้ ทาง ตร. ได้พัฒนาเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล สามารถบ่งบอกบุคคลได้ว่าคนนี้คือใคร นอกจากบัตรที่เขาแสดงตน  เราก็ปฏิบัติภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของประเทศ บางส่วนก็ส่งกลับไป เป็นการดำเนินาการโดยไม่ให้แรงงานใหม่เข้ามา คาดว่าอีกไม่นานน่าจะรับแบบถูกกฎหมายได้ สำหรับข้อห่วงใยจากสถานการณ์ความรุนแรง อาจจะมีผู้หนีภัยจากความไม่สงบ เราได้ร่วมกับ จังหวัด และอำเภอที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เป็นการเตรียมพร้อมให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประเทศด้วย เพราะเราก็มีบทเรียนจากผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ผ่านมา ปัจจุบันยังอยู่ในศูนย์พักพิงหลายหมื่นคน คิดว่าพอพัฒนาการพัฒนาไปแล้วปัญหาต่างๆ ไม่ได้กคลี่คลายโดยง่ายองค์กรต่างประเทศ สุดท้ายก็เป็นส่วนทีเราก็ต้องดูแลต่อไป 
 

“บิ๊กแก้ว” นั่งหัวโต๊ะประชุมผบ.เหล่าทัพ และผบ.ตร. มอบนโยบาย แนวทางตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของ กระทรวงกลาโหม พร้อมให้การสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ได้จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมี พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ นายทหารและนายตำรวจที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมทั้งผู้ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น  เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบนโยบายแก่เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ให้ยึดถือกรอบแนวทางตามนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ กระทรวงกลาโหม รวมทั้งการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินให้มีเสถียรภาพ และเกิดความต่อเนื่อง ตลอดจนดำรงความต่อเนื่องในการปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยนโยบายที่สำคัญใน 6 ด้านได้แก่ 

การพิทักษ์รักษา ปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า พิทักษ์รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

การป้องกันประเทศ ดำรงขีดความสามารถและความพร้อมในการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพอย่างเป็นปึกแผ่น พัฒนาเสริมสร้างกองทัพให้เข้มแข็ง ทันสมัย โดยการนำขีดความสามารถทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของกองทัพ

การรักษาความมั่นคงของรัฐ สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ รวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศโดยยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง 

“สงคราม” อัด “บิ๊กตู่” เปิดเมืองหากล้มเหลวต้องไม่โยนบาปประชาชน ชี้ รัฐบาลขนคณะลงพื้นที่หลายจังหวัดเพื่อไปหาเสียงมากกว่าไปช่วยชาวบ้านถูกน้ำท่วม

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จากการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด  แต่น่าเสียดายที่ทุกจังหวัดที่เดินทางไป ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมแต่อย่างใด ไปตรวจน้ำท่วมแต่ไม่เคยเข้าถึงประชาชน ในทางกลับกันกลับให้ข้าราชการเกณฑ์คนมารอต้อนรับพร้อมบอกบทให้พูด การไปแบบนี้เป็นการไปหาเสียงมากกว่า การขนบรรดานักการเมืองเดินตามจึงมีเป้าประสงค์อย่างเดียวคือการไปเพื่อการเมืองไม่ได้ไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบปัญหา  

อยากถามว่าไปทำอะไร เพราะในทุกพื้นที่ที่เดินทางลงไปไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชน เหมือนไปเที่ยวมากกว่า ทั้ง นนทบุรี สระบุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา อยุธยา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช บอกไปดูน้ำท่วม แต่ไปดูแล้วประชาชนได้อะไร เพราะไปมือเปล่า ส่วนที่เดินทางไปอุบบลราชธานี คนเป็นนายกรัฐมนตรีกลับไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึง มีการเตรียมกำลังทหารตำรวจมากกว่า 200 นาย ป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าถึง ซึ่งชัดเจนว่าพลเอกประยุทธ์ไม่เคยให้ความสำคัญกับประชาชนเลย
 
นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หากเปิดแล้วคุมการระบาดไม่ได้เชื่อว่าการระบาดของโควิดในไทยจะเพิ่มขึ้นหลักหลายหมื่นอย่างแน่นอน นอกจากนี้การเปิดประเทศเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ท่าทีล่าสุดของพลเอกประยุทธ์พร้อมที่จะโยนความให้กับประชาชน ดังนั้นผลที่ตามมาคือพลเอกประยุทธ์พร้อมลอยตัวหนีความผิดและไม่รับผิดชอบต่อชีวิตประชาชน ไม่อายประชาชนก็ควรอายตัวเองบ้าง รู้จักยอมรับความผิดบ้างอย่าเอาแต่หนีอย่างเดียว                                                

"เสกสกล" ตีแสกหน้า "ปู" สุมหัว "ปลอดกับโต้ง" ออกคลิปน้ำท่วม'54 แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชน โยนบาปให้คนอื่น

19 ตุลาคม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เผยแพร่คลิป “น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย” ย้อนรอยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยนายเสกสกล ได้ออกมาเปิดเผยว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณคิดเพื่อไทยทำอีกหลายคน โดยเฉพาะนายปลอดประสพ สุรัสวดี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิง กล่าวหาหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชนที่ทุกข์ระทมขมขื่น มีชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นหลายเดือนจากการบริหารจัดการน้ำไร้ประสิทธิภาพในยุคนั้น 

ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์น้ำท่วมปี 2554 ยาวข้ามปีไปถึง 2555 คนไทยจำได้ดี น้ำท่วมกินพื้นที่กว่า 36 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด ไล่ตั้งแต่เชียงใหม่ลงมาถึง กทม. ประชาชนเดือดร้อนกว่า 12 ล้านคน คนตายอย่างน้อย 815 คน มีคนไทยกว่า 5 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพ คนงานเกือบ 650,000 คน ตกงานหรือได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีนักวิชาการธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.425 ล้านล้านบาท

แต่มาวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์กับพวกกลับหน้ามึนถึงขนาดออกมาโยนขี้ให้คนอื่นไปทั่ว ไม่เห็นความบกพร่องผิดพลาดของพวกตนเลย พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ด้วยวาทกรรมเดิมๆ ทั้งๆ ที่ความจริง รัฐบาลยิ่งลักษณ์แถลงนโยบายในวันที่ 23 สิงหาคม 2554 หากใส่ใจกับการแก้ปัญหาจริงๆ เหมือนการออกพาสปอร์ตและแก้ปัญหาให้พี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ ย่อมจะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนทุเลาลงได้มากกว่านี้หลายเท่านัก 

สถานการณ์น้ำท่วมปี 54 ส่งสัญญาณมาจากพายุไหหม่า และนกเต็น ตั้งแต่เดือน มิ.ย. และ กค. 2554 มีสถานการณ์น้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก แต่ยิ่งลักษณ์มัวแต่นวยนาด กว่าจะลงมือแก้ปัญหาจริงๆ จังๆ ก็กลางเดือนกันยา 54 กว่าจะตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็เดือนตุลา 54 ใช้สนามบินดอนเมืองเป็นศูนย์ แล้วสุดท้ายขนาดดอนเมืองยังปล่อยให้ท่วม แล้วชีวิตชาวบ้านจะเหลืออะไร นั่นเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากของคนไทย ที่ต้องทนอยู่กับนายกฯ โง่ๆ และรัฐบาลหุ่นเชิดที่คอยแต่รับคำสั่งจากคนแดนไกลอย่างแท้จริง

“อนุทิน”แจง ตั้ง”บิ๊กเล็ก” คุม ศบค.ส่วนหน้า ไร้ปัญหา  เชื่อ มีแต่ได้กับได้ ชี้ ให้มองเจตนารณ์คำสั่งนายกฯ เพื่อประโยชน์ปชช. ติง “ศุภชัย” หารือก่อนแสดงความเห็น 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบค. ส่วนหน้า เพราะเป็นการใช้การทหารนำการสาธารณสุข ว่า นายศุภชัย ใช้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการแสดงความเห็นส่วนตัว ซึ่งตนได้ชี้แจงกลับไปว่าเรื่องมีมากกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องของแพทย์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคง การควบคุมสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้แพทย์และพยาบาลเข้าถึงคนไข้ และได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตนก็ได้ทำความเข้าใจกับ นายศุภชัย เรียบร้อยแล้ว โดยแจ้งไปว่าก่อนจะเขียนแสดงความเห็นอะไรให้โทรมาถามตนก่อน 

เมื่อถามว่ายืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นของนายศุภชัย ไม่เป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งฯ ของนายกฯ และสามารถทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้  นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีแต่ได้เพราะการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากไม่มีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมจะลำบาก ดังนั้นการที่หลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ เข้ามาทำงานก็ถือว่าเป็นการร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน และพล.อ.ณัฐพล ที่ที่ปรึกษานายกฯก็มีประสบการณ์ควบคุมสถานการณ์โควิด-19 และเคยเป็น ผอ.ศบค. ศปก.มาทั้งปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top