Thursday, 16 July 2026
POLITICS

‘รุ้ง ปนัสยา’ นำทีมยื่นฟ้องนากยฯ - ผบ.ทสส. พร้อมขอเลิกพรก.ฉุกเฉิน - ให้คุ้มครองม็อบ 31 ต.ค.

วันนี้ (29 ต.ค.) ที่ ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นางสาว ปนัสยา สิทธิจิราวัฒนกุล หรือ ‘รุ้ง’ และ นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวน พร้อมทนาย ได้เข้ายื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรณีออกข้อกำหนดและประกาศจำกัดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม พร้อมทั้งยื่นขอไต่สวนฉุกเฉิน ขอคุ้มครองชั่วคราว ‘ม็อบ 31 ตุลาคม’ 

โดย นางสาว ปนัสยา กล่าวว่า วันนี้มาขอให้ศาลรับคำร้องและขออนุญาตให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อออกคำสั่งคุ้มครอง ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ที่จะมีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ วันนี้มาฟ้องพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา และพลเอกเฉลิมพงษ์ เพราะเราต้องการจะรับฟังเหตุผลของเราในฐานะประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกทางการเมือง แต่ว่าตลอดมานั้น เราประกาศจะชุมนุม อย่างสงบสันติ ในทุก ๆ ครั้งจะมีการขัดขวางอยู่เสมอ 

โดยการขัดขวางไม่ได้ถูกรับรองโดยทางกฎหมาย เช่น การใช้ลวดหนาม การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ไม่มีการบัญญัติไว้ในสิ่งของที่ใช้ได้ในพรก.ฉุกเฉิน ในเมื่ออีก 3 วันจะมีการเปิดประเทศแล้วทำไมถึงยังมีการห้ามการชุมนุม เพราะการเปิดประเทศแล้วจะมีการรวมตัวกันทั้งประเทศ โดยที่คนทั่วไปออกมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติ เราจึงคิดว่าพรก.ฉุกเฉินไม่มีเหตุจำเป็นอีกต่อไป วันนี้เราคาดหวังจริง ๆ ว่ากระบวนการยุติธรรม จะเป็นการยุติธรรมกับประชาชนจริง ๆ

'พรรคกล้า' เดินหน้าตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด  “อรรถวิชช์” ยัน จ.ขอนแก่น ไม่ได้เป็นของพรรคใดพรรคหนึ่ง ประกาศหาผู้สมัครส่งครบ 11 เขต เดินหน้าปักหมุดภาคอีสาน ตั้งธงส่งผู้สมัครครบ 400 เขตทั่วประเทศ 

ที่จ.ขอนแก่น นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงการลงพื้นที่ จัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดอีก 2 เขต คือเขต 1 อ.เมือง และเขต 2 อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ว่า ได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และจังหวัดขอนแก่นไม่ได้เป็นพื้นที่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง แม้พรรคกล้าเป็นพรรคน้องใหม่ แต่ตัดสินใจเดินทางมาขอนแก่นครั้งนี้ ได้จัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดได้หลายเขตแล้ว ยืนยันว่าพรรคกล้าจะส่งผู้สมัครให้ครบทั้ง 11 เขตในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งขณะนี้ได้ผู้สมัครหลายเขตแล้วแต่ยังไม่ครบถ้วน หากท่านใดมีความสนใจก็อยากเชิญชวนให้สมัครสมาชิก โดยพรรคกำลังคัดสรรคนที่มีความชำนาญเฉพาะด้านในพื้นที่ อย่างภาคการเกษตร การปลูกข้าว การจัดการน้ำ ส่วนพื้นที่ อ.เมืองเขต 1 ก็มีผู้เสนอตัวมา แต่จะมีการเลือกอีกครั้ง โดยจะมีการทำไพรมารี่ขึ้นมาแข่งขันกัน เพราะเป็นพื้นที่สำคัญที่มีมหาวิทยาลัย เป็นเมืองศูนย์กลางอินโดจีน ซึ่งอีก 3 สัปดาห์ พรรคก็จะกลับมาทำกิจกรรมในพื้นที่อีกครั้ง

เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมความพร้อมในพื้นที่ภาคอีสานนั้น  พรรคกล้ามีเป้าหมายส่งผู้สมัครให้ครบในภาคอีสาน และครบทั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ไม่ว่าระบบเลือกตั้งจะเป็นแบบไหนพรรคกล้าพร้อมสู้เสมอ และเชื่อว่าหลักความเป็นพรรคเศรษฐกิจ การทำประเทศให้ทันสมัยด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ เข้าใจประสบการณ์ รวบรวมคนที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านมาอยู่ด้วยกัน ไม่ผูกขาดไปที่นักการเมือง แต่ใช้บุคคลจากประสบการณ์สาขาอีกชีพ มีความหมายกับพรรคมากในการทำประเทศให้ทันสมัยขึ้น

'ไชยันต์' ย้อนปมปริศนาเอนทรานซ์ปี 47 เปิดคะแนน 'อุ๊งอิ๊ง' พุ่งสูงมหัศจรรย์

'ไชยันต์' ย้อนปมปริศนาข้อสอบเอนทรานซ์ปี 47 รั่ว เปิดคะแนนสูงมหัศจรรย์ลูกสาวอดีตนายกฯ สร้างรอยด่างวงการศึกษาไทยครั้งใหญ่

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า…

ปมปริศนาความไม่เสมอภาคและความอยุติธรรมทางการศึกษาในปี พ.ศ. 2547 กรณีข้อสอบ Entrance ปี 47 รั่ว

แพทองธาร คะแนนสูงมหัศจรรย์ เมื่อคะแนน Ent ครั้งนั้นออก ผลการสอบของลูกสาวนายกฯ เทียบกับครั้งแรกตะลึง ภาษาไทย จาก 52 เพิ่มเป็น 72, สังคม จาก 41.25 เพิ่มเป็น 67.5, ภาษาอังกฤษจาก 64 เพิ่มเป็น 84, คณิตศาสตร์ 2 จาก 27 เพิ่มเป็น 63

ศ.ร.ต.อ.วรเดช จันทรศร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดซองต้นฉบับการ์ดข้อสอบ วิชาภาษาไทยและวิชาสังคมศึกษา ก่อนส่งให้คณะอนุกรรมการพิมพ์ข้อสอบ

ผลสรุปเอ็นทรานซ์รั่ว “ทักษิณ-อดิศัย” ต้องรับผิดชอบ (14 มิ.ย. 47) กรณีข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอ็นทรานซ์รั่วที่ปรากฏขึ้นในรัฐบาลชุดนั้นถือเป็นรอยด่างให้กับวงการศึกษาไทยครั้งใหญ่ ทำให้ความเชื่อมั่นศรัทธาต่อระบบการสอบเอ็นทรานซ์ที่เคยได้รับความเชื่อถือศรัทธามานานนับสิบปีต้องสั่นคลอนอย่างหนัก ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่างยืนยันว่า “ข้อสอบไม่รั่ว” รวมทั้งแสดงพฤติกรรมปกป้องคนผิดมาตลอด

เมื่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุด นายสุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธาน มีข้อสรุปว่า “ข้อสอบรั่ว” ศูนย์วิจัยฯ พรรคประชาธิปัตย์ ขณะนั้น เห็นว่าเมื่อผลสรุปออกมาแบบนี้ ทั้งนายกฯ ทักษิณ และ รมต.อดิศัย ต้องแสดงรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลสรุปคณะกรรมการสอบสวนฯ ตบหน้า “ทักษิณ-อดิศัย”

ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดเหตุการณ์อื้อฉาว สังคมตั้งข้อสงสัยเรื่องข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่ว เพราะมีการเปิดเผยพฤติกรรมของข้าราชการระดับสูงบางคน โดยเฉพาะ ร.ต.อ.วรเดช จันทรศร อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ก.อ.) ว่าไม่โปร่งใส มีการเปิดดูข้อสอบหรือนำข้อสอบไปเก็บไว้ในห้องทำงาน ในครั้งนั้นบรรดานักเรียน ผู้ปกครองรวมทั้งประชาชนทั่วไปเกิดความสงสัยและเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาโดยเร็ว

แต่ปรากฏว่า ได้รับการขัดขวางทุกวิถีทางทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะนายกฯ ทักษิณ และรมต.อดิศัยต่างออกมาปฏิเสธ และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด อีกทั้งในบางครั้งยังออกมาพูดในทำนองว่าเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นเป็นเกมการเมืองหรือมีบางกลุ่มต้องการสร้างกระแสเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสสังคมเริ่มกดดันขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้รัฐบาลทนฝืนกระแสต่อไปไม่ไหว ก็มีการย้าย ร.ต.อ.วรเดช ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา แทนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้คลายความสงสัยกับสังคม หรือยังมีการตกรางวัลความดีความชอบตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพิ่มให้อีก 2 ขั้น

ที่สุดแล้วเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงต้องยอมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีข้อสรุปในเวลาต่อมาว่า “ข้อสอบรั่ว” รวมทั้งยังระบุว่า การกระทำของ ร.ต.อ.วรเดช เป็นการไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ข้อ 30 เพราะในรายงานการสอบสวนยังชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนอีกว่า ร.ต.อ.วรเดช เป็นผู้เปิดดูซองข้อสอบและเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บข้อสอบถึงสองครั้ง

พฤติกรรมดังกล่าวของ ร.ต.อ.วรเดช ทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงยังระบุว่า มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ฐานปฏิบัติราชการไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการและมติคณะรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการตามมาตรา 85 และมาตรา 91 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 และมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้น เมื่อรายงานผลการสอบสวนออกมาตรงกันข้ามกับท่าทีและคำยืนยันของผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล สังคมจึงต้องการรู้ว่า ทั้งสองคนดังกล่าวจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

“อดิศัยท้าทายสังคม ‘ตัดตอน’ ผลสอบเอ็นทรานซ์รั่ว” หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า อะไรคือสาเหตุจูงใจให้ ร.ต.อ.วรเดช และ รมต.อดิศัย ถึงกล้าแสดงพฤติกรรมที่ท้าทายสังคมมาตลอด อย่างไรก็ดี ถ้าหากมองย้อนไปในอดีตแล้วก็สามารถเชื่อมโยงได้ทันทีจากคำพูดของนายกฯ ทักษิณ ที่เคยกล่าวว่า จะให้นายอดิศัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไปจนครบ 4 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการประกันเก้าอี้กันไว้ล่วงหน้า ทำให้หลายฝ่ายเข้าใจนี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ รมต.อดิศัย ไม่สนใจต่อสังคมมากนัก

ประกอบกับเวลานี้สิ่งที่สังคมยังตั้งข้อสงสัยและไม่พอใจคือ ความพยายามในการบิดเบือนข้อสรุปของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก นายอดิศัย โพธารามิก ที่เคยออกมาแถลงรายงานผลการสอบสวนเพียงบางส่วนโดยสรุปเหลือเพียง 2 หน้า จากจำนวนทั้งหมด 15 หน้า

‘พิพัฒน์’ รับผิด ปมชวดดึง ‘ลิซ่า’ มาเคาท์ดาวน์ ยอมรับสื่อสารผิดพลาด รีบพูดก่อนดีลจบ

"พิพัฒน์" ยืดอกรับผิดปมชวดดึง "ลิซ่า" มาเคาท์ดาวน์ในไทย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด รีบพูดก่อน พร้อมนำมาเป็นบทเรียน เดินหน้าชวนคนดังระดับโลกมาร่วมงาน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกรณีที่ "ลิซ่า แบล็คพิงก์" หรือ ลลิษา มโนบาล ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ประเทศไทยได้ มีสาเหตุเป็นเพราะฝ่ายไทยต้องการจ้างเพียงคนเดียว แต่ทางต้นสังกัดต้องการให้มาทั้งวง ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และไม่ใช่ข้อเท็จจริง รวมถึงกระแสข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทุกเรื่อง อย่างกรณี เชอรี่ โคลว์ และลิซ่า เรื่องแยกแพ็กเกจหรือไม่แยกนั้นไม่มีความจริง ถ้าแยกแล้วไม่มา แต่ถ้าไม่แยกแล้วไม่มา สิ่งเหล่านี้เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีการสื่อสารออกไปในเบื้องต้น ขณะที่เรายังไม่เห็นรายละเอียดในสัญญาทั้งหมด อย่างที่ตนเคยพูดไปแล้วว่าในวันที่ 30 ต.ค.นี้ เราจะได้เห็นสัญญา และสุดท้ายก็เกิดความสับสน

"ผมคิดว่าบริษัทเขาคำนึงถึงชื่อเสียง และประกอบกับสำคัญที่ว่าเขาติดคิว ไม่สามารถยกเลิกคิวเพื่อเอามาให้ประเทศไทยได้ สิ่งเหล่านี้ผมขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา ส่วนอีกคนนึง คือแอนเดรีย โบเชลลี นักร้องชาวอิตาเลียน ผมก็ยังไม่ขอพูดว่าความชัดเจนคืออะไรในช่วงนี้ เพราะจากความผิดพลาดที่ผ่านมา เราได้รับบทเรียนว่าสิ่งไหนที่ยังไม่จบ อย่าเพิ่งพูดก่อน ซึ่งตัวผมยอมรับว่าได้ให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้นไป หลังจากนี้เราคงต้องทำอะไรให้รอบคอบมากกว่าเดิม แต่ก็คงยังมีศิลปินชื่อดังระดับโลกเข้ามาแน่ ๆ แต่จะเป็นใคร อย่างไรนั้น ต้องขอให้มีการลงตัวเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะนำเสนอต่อไป" นายพิพัฒน์ กล่าว

‘อนุทิน’ ยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งที่ปรึกษา ‘เพื่อไทย’ ชี้ ไม่ใช่คู่แข่ง ‘ภูมิใจไทย’ ในพื้นที่อีสาน

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 08.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย (พท.) คิดว่าจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดมิติใหม่ขึ้นหรือไม่ ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกอย่างต้องมีพลวัต ต้องมีคลื่นลูกใหม่มาทดแทนคลื่นลูกเก่า ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่พรรคพท.ปรับเปลี่ยนมาแต่ละคนนั้น ต่างก็มีคุณสมบัติที่ดี มีการศึกษาที่ดีจะได้มาทำงานช่วยกันเพื่อบ้านเมือง ตนไม่มีปัญหาเพราะมองเป็นบวก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือว่าเป็นคู่แข่งของพรรคภูมิใจไทยในการเจาะพื้นที่ต่าง ๆ หรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า ของภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีถึง 6 คนอยู่แล้ว ไม่แข่งกับใครเราก็อยู่ของเราอย่างนี้

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย จะต้องปรับยุทธศาสตร์ในภาคอีสานอย่างไรเมื่อพรรคเพื่อไทยปรับโครงสร้างเช่นนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่สำคัญที่สุดคือ พรรคจะต้องมีนโยบายที่จะทำให้ประชาชนเชื่อว่าเราเข้าไปดูแลปากท้องเขาได้ ดูแล สารทุกข์สุกดิบของเขาได้และผู้สมัครเองก็ต้องขยัน เข้าถึงใจประชาชนให้ได้ การเมืองก็อยู่ตรงนี้ คือต้องทำงานให้กับประชาชน ให้ประชาชนมั่นใจ และไม่ว่าอะไรก็ตามก็จบตรงนี้ เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนหรือเปล่า เพราะนั่นคือคำตอบ

“บิ๊กตู่” นำถก ศบค. จ่อผ่อนคลายพื้นที่แดงเข้มเหลือ 7 จังหวัด พร้อมเตรียมแผนรองรับเปิดประเทศ1พ.ย.นี้

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.ชุดใหญ่) โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยระหว่างทางเดินเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี นายกฯ ได้ทักทายสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับและกล่าวสั้นๆเพียงว่า "สวัสดีจ้ะ"

'อนุทิน' สั่งเร่ง คุมระบาดเชียงใหม่ จ่อลงตรวจพื้นที่เอง เชื่อ จว.มีความพร้อมรับมือ ยังไม่ถึงขั้นตั้งศบค.ส่วนหน้า 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (สสจ.) ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างไรบ้าง หลังเพื่อติดเชื้อจำนวนมาก และจำนวนเตียงรองรับคนไข้ไม่พอ ว่า ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีความพร้อมทางด้านการแพทย์อยู่ มากกว่าหลายๆ จังหวัด และได้เร่งให้เข้าไปแก้ปัญหาให้มากที่สุด เรื่องของวัคซีนก็รีบนำเข้าไปแก้ปัญหาการระบาดให้มากที่สุด เหมือนที่เราได้จัดการในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศ

เมื่อถามว่า จำเป็นที่จะต้องตั้งศบค.ส่วนหน้าในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มเติมเพื่อคุมการระบาดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้รอดูสถานการณ์สักพักหนึ่ง อย่างน้อยเรื่องการเตรียมพร้อม เรื่องการดูแลผู้ป่วยก็มีความพร้อมอยู่ ในสัปดาห์หน้าตนคงจะไปดูสถานการณ์ แต่ทราบว่าส่วนใหญ่ติดมาจากคนที่เข้ามาค้าขายในเมือง และกลับออกไปในพื้นที่ก็นำเชื้อไปติด ซึ่งต้องเร่งแก้ไข แต่ในจังหวัดเชียงใหม่มีสถานพยาบาลค่อนข้างที่จะครบถ้วนสมบูรณ์ และโรงบาลสนามก็มีความพร้อมอยู่เรื่องนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขรับทราบแล้ว กำลังเร่งแก้ไขปัญหาอยู่

'โฆษกรัฐบาล' ขอบคุณ 'Russell Crown' ช่วยโปรโมตการเปิดประเทศแบบปลอดภัย 1 พ.ย. นี้  พร้อมชวนเดินเที่ยวไทย ขณะที่ 'นายก' แนะกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และททท. เชิญศิลปินระดับโลกแทนลิซ่า Blackpink พร้อมชูศิลปะไทย 5 ภาคในเวทีเคาท์ดาวน์ 2565 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ นาย Russell Crowe อีกครั้ง แม้จะเดินทางออกนอกประเทศหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ประเทศไทย แต่ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ใจความว่า "วันที่ 1 พ.ย. จะเป็นวันแรกที่ประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส จาก 45 ประเทศ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงโดยไม่ต้องกักตัว พร้อมชื่นชมประเทศไทยที่มีสถานที่สวยงาม มีเสน่ห์และน่าสนใจจำนวนมาก ผู้คนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง ขอเชิญชวนผู้ที่ถูกล็อกดาว์น  แยกกักหรือกักตัวรวมทั้งอื่น ๆ  กลับมาท่องเที่ยว" ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวไทย ยังแสดงให้เห็นว่า นาย Russell Crowe มีความเชื่อมั่นและมั่นใจในมาตรการการเปิดประเทศแบบปลอดภัย Safety Entry และการท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว Test and Go ของไทยตามแนวทางที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้ไว้ โดยจะเริ่ม 1 พ.ย. นี้ด้วย 

โฆษกประจำสำนักนายกกล่าวกรณี ศิลปินลิซ่า Blackpink ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมงานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่จะจัดขึ้นได้ เนื่องจากติดตารางงานที่กำหนดไว้ก่อนหน้าว่า นายกรัฐมนตรียังแสดงความเสียใจแต่เข้าใจ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หารือเชิญศิลปินระดับโลกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักท่านอื่น ๆ ร่วมกิจกรรมแทน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งยังแนะให้มีการแสดง 5 ภาคเพิ่มเติม เพื่อแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย ที่มีศักยภาพไม่แพ้ความมั่นคงและเศรษฐกิจ และเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศด้วยเช่นกัน

‘บิ๊กตู่’ ผิดหวัง - เสียใจ ‘ลิซ่า’ ไม่ว่างมาไทย สั่งเดินหน้า หานักร้องดังคนอื่นเสียบแทน

‘บิ๊กตู่’ ยอมรับเสียใจ-ผิดหวัง หลังต้นสังกัดไม่อนุญาต ‘ลิซ่า’ มาไทย สั่งปรับรูปแบบจ่อเฟ้นคนมีชื่อเสียง พร้อมแจมโชว์วัฒนธรรม 5 ภาค

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังร่วมพิธีปิดและส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียน ถึงกรณีต้นสังกัดสาว ‘ลิซ่า Blackpink’ หรือ ลลิษา มโนบาล ออกเอกสารประกาศระบุว่า ลิซ่า ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ประเทศไทยได้ ว่า เขาติดภารกิจล่วงหน้า ซึ่งได้มีการประสานกันมาโดยตลอด ก็ไม่เป็นไร ซึ่งตนได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วทั้งในส่วน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้หารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าอันไหนที่จัดได้ เราก็จะจัด ในส่วนของต่างประเทศ เราก็จะจัดต่อไป แต่ต้องหาคนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก หรือคนที่เป็นสัญลักษณ์ เพราะต้องการให้มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา

“ในส่วนที่เหลือผมได้ให้นโยบายว่าให้มีการแสดง 5 ภาคเข้าไปด้วยที่เป็นวัฒนธรรม วันนี้เรามีศักยภาพในเรื่องของวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอำนาจด้านหนึ่งเช่นกันนอกจากเรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจ เราก็ยังมีด้านวัฒนธรรม จึงต้องนำพาประเทศไปในด้านนี้ ทั้งวัฒนธรรม พหุวัฒนธรรม และศิลปวัฒนธรรมของเราที่มีมากมาย ซึ่งคนเขาก็ยอมรับเราอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมหารือกันอยู่ ซึ่งผมได้สั่งการไปแล้ว ทั้งเรื่องการแสดง 5 ภาค ซึ่งต้องปรับเมื่อมีปัญหา ทั้งนี้ยอมรับว่าเสียใจและผิดหวังเหมือนกัน แต่ก็เห็นใจเพราะเป็นเรื่องธุรกิจ คนเตรียมจองมาดูเยอะ เพราะกำลังฮิต ถ้าไม่ฮิตคนเขาก็คงไม่จอง” นายกฯ กล่าว

'บิ๊กป้อม' อุ้ม 'ธรรมนัส' นั่งเลขาฯพปชร. ต่อ ไม่โละกก.บห. ยันทำงานร่วมกับนายกฯ ได้

28 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงสร้างตำแหน่งบริหารยังอยู่เหมือนเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เหมือนเดิม เมื่อถามว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงในปี 65 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วแต่จะคิด ก็บอกแล้วว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง จบแล้ว

เมื่อถามว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นต่อเมื่อจะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ พร้อมย้อนถามสื่อว่า จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ให้บอกมา 

เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมือง เช่น เพื่อไทย ก้าวไกล เริ่มเปิดตัวผู้บริหารและว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งกันบ้างแล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ไปถามพรรคที่เขาเตรียมเปิดตัวสิ จะมาถามพรรคที่ยังไม่ได้เตรียมตัวได้อย่างไร ผมบอกแล้วว่าผมยังไม่ได้เตรียมตัว”

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ยังเป็นเลขาธิการพรรคอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวเสียงดังว่า บอกแล้วว่าไม่เปลี่ยนแปลง แล้วจะถามอะไร เมื่อถามว่า ได้พูดถึงการปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พูดเรียบร้อย 

'อุ๊งอิ๊ง' ผงาดที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ยังอุบ นั่งแคนดิเดตนายกฯ ชี้! เป็นเรื่องอนาคต

“สมพงษ์” ประกาศลาออกหัวหน้าเพื่อไทย เปิดทางคนใหม่มาทำหน้าที่ ฮือฮา “อุ๊งอิ๊ง” ชินวัตร ผงาดประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตรรม แสดงวิสัยทัศน์ชู 3 แนวทางปฏิรูป ยังอุบ ปมนั่งแคนดิเดตนายกฯ เป็นเรื่องของอนาคต ลั่นขอทำหน้าที่ที่ได้รับก่อน

28 ต.ค. 64 - เวลา 12.00 น. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวในหัวข้อ วันนี้เพื่อไทย พรุ่งนี้เพื่อไทย ตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นเวลาของคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญ เพื่อร่วมมือร่วมใจกับประชาชนช่วยสร้างวันพรุ่งนี้ให้เป็นอนาคตและความหวังของคนไทยทุกคน มีความตั้งใจตั้งแต่แรกว่าเมื่ออายุครบ 80 ปี คงจะต้องละมือทางการเมืองแต่ยังติดที่จังหวะเวลา ดังนั้นนี่คือช่วงโอกาสและจังหวะพอดี ถือโอกาสในวันนี้ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อ ผมและคณะผู้บริหารที่มีประสบการณ์จะทำหน้าที่คณะกรรมการสนับสนุนยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองของพรรค

“ผมต้องกล่าวด้วยความจริงใจ ขอขอบคุณกรรมการบริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคที่ให้ความร่วมมือร่วมใจกับผมในการทำงาน และนำพรรคเพื่อไทย เดินมาถึงจุดนี้บนเส้นทางประชาธิปไตยที่เรามุ่งมั่น แน่วแน่ มั่นคง และเป็นศักดิ์ศรีของพรรค ภูมิใจที่ทุกคนไว้วางใจผมให้ดำเนินกิจกรรมสำคัญที่ผ่านมา วันนี้ภายใต้การบริหารของหัวหน้าพรรคคนใหม่ และที่ปรึกษาคณะทำงานคนรุ่นใหม่ เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทย จะเป็นความหวังที่เป็นจริง นำอนาคตที่สดใส นำความเชื่อมั่นจากประชาชนมาสู่ประเทศไทย เพื่อประชาชนคนไทยในอนาคต เป็นที่พอใจของประชาชน และช่วงนั้นเราจะได้รับความภาคภูมิใจในฐานะพรรคเพื่อไทย ที่ทำงานเพื่อประชาชนโดยตรง” นายสมพงษ์ กล่าว

จากนั้น นายสมพงษ์ ได้เปิดตัวนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณหัวหน้าและผู้บริหารพรรคที่ได้แต่งตั้งให้มารับหน้าที่ เป็นหน้าที่ที่ต้องเชื่อมต่อระหว่างรุ่นสู่รุ่น ให้แต่ละรุ่นเข้าใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความคิด วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมมีความสำคัญมาก มนุษย์ที่อยู่ร่วมกันจะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานทางความคิดร่วมกัน เราต้องพยายามเข้าใจรุ่นที่ไม่ใช่รุ่นเดียวกับเรา ให้เราอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจ พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชน จะต้องเป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย เทคโนโลยีผ่านไปอย่างมากมาย ขณะที่เรากำลังพูดกัน นักวิทยาศาสตร์ทั่วทุกมุมโลกกำลังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์ของโลก ดิฉันมองเห็นว่าคนไทยพลาดกระบวนการพัฒนาเหล่านั้น เด็กรุ่นใหม่ยังคิดว่าพวกเขาพลาดขบวนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ก้าวเข้ามา ขณะที่เทคโนโลยีก้าวผ่านไปเรื่อย ๆ โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสคว้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ดิฉันค่อนข้างโชคดีที่ได้ใกล้ชิดกับคุณพ่อ ช่วงที่เกิดคุณพ่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้ว เมื่อท่านอยู่ในต่างประเทศ ก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมท่านเกือบทุกเดือน เมื่อไปทุกครั้งได้ไปคุยกับพ่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งคุณพ่อเป็นคนสนใจเรื่องเทคโนโลยีอย่างมาก ได้รับรู้ความรู้สึกของคุณพ่อซึ่งเป็นยุคเบบี้บูมเมอร์ ท่านจะมีความรู้ใหม่ ๆ ให้เสมอ เสียดายที่คนไทยยังไม่มีโอกาสที่จะคว้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ดิฉันบอกกับตัวเองว่าความรู้และโอกาสที่มี อยากเข้ามามีส่วนร่วมในพรรค เพื่อผลักดันให้ทุกคนได้มีโอกาส สัมผัสการเมืองตอนอายุแปดขวบ คุณพ่อเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ตอนเก้าขวบคุณพ่อเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม ได้มีโอกาสได้พบปะประชาชน อีกสองสามปีต่อมาคุณพ่อตั้งพรรคไทยรักไทยซึ่งเป็นชื่อที่อยู่ในใจเสมอ รู้สึกผูกพันกับชื่อนี้ คุณพ่อพาไปหาเสียงตามพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดเวลาที่ติดตามคุณพ่อ สงสัยว่าทำไมคุณพ่อทุ่มเทโดยไม่เหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้ จนวันนี้เข้าใจแล้วว่า เมื่อท่านไปพบประชาชน แบ่งเบาความทุกข์ประชาชน นั่นคือพลังใจที่แท้จริง ท่านได้ช่วยให้คนไม่มีโอกาสให้มีโอกาสเพิ่มขึ้นในชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่ นั้นคือพลังใจของคุณพ่อ

อยากให้คนรุ่นใหม่ได้รับโอกาส ภายใต้มิติการเมืองแบบนี้ทำให้พวกเขามองไม่เห็นอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับพวกเขา คิดว่าพรรคเพื่อไทยอาจมีโอกาสได้เป็นพรรคการเมืองหลักและเข้ามาแก้วิกฤติต่าง ๆ ของประเทศไม่ว่าจะเป็นการเมือง สังคมและวิกฤตโอกาสของคนรุ่นใหม่ จึงตอบรับเป็นที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ตั้งใจอยากใช้ประสบการณ์ของคนเจนวายเข้ามาร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อพัฒนาโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีความหวัง ความฝัน และทำความฝันของพวกเขาให้เป็นจริง 

ตนอยากปฏิรูป 3 เรื่องหลักคือ 
1.) ปฏิรูปการศึกษา เพราะการเข้าถึงเทคโนโลยีน้อยมาก 
2.) ปฏิรูปเทคโนโลยีต้องเข้าถึงเทคโนโลยีให้มากกว่านี้ 
และ 3.) เราจะต้องส่งเสริมซอฟท์พาวเวอร์อย่างจริงจังเหมือนเกาหลี บราซิล ญี่ปุ่น โดยเฉพาะเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นผู้นำของประเทศจะต้องมีหัวใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย คิดว่าแนวคิดเหล่านี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ทุกรุ่น ทุกวัย ทุกฐานะทางสังคมและทุกภาคส่วน ไม่ว่าคนไทยจะคิดต่างกันอย่างไร เราล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน และอยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน ดิฉันจะตั้งใจทำงานเต็มที่ในฐานะที่ปรึกษา แม้จะไม่ใช่นักการเมือง แต่ขอมุ่งมั่นทำงานด้วยความตั้งใจจริงในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ในฐานะลูกของคุณพ่อที่ไม่เคยลืมบุญคุณแผ่นดินไทย ไม่เคยลืมพี่น้องคนไทยที่ไม่เคยลืมท่าน และคุณพ่อหวังว่าจะได้กลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง และกราบผู้มีพระคุณ” น.ส.แพทองธาร กล่าว

เผยคำพูด 'บิ๊กป้อม' หลังเกิดกระแสใน พปชร.บีบ 'ธรรมนัส' พ้นเลขาธิการพรรค ชี้ปัญหาเพราะมีบางคนทะเลาะกันแล้วมีเด็กไปบอกนายกฯ

เผยคำพูด “บิ๊กป้อม” หลังเกิดกระแสใน พปชร.บีบ “ธรรมนัส” พ้นเลขาธิการพรรค ชี้ปัญหาเพราะมีบางคนทะเลาะกันแล้วมีเด็กไปบอกนายกฯ ต่อไปขอให้รักกัน ย้ำถ้าไม่เอา “ธรรมนัส” แล้วจะเอาใคร เขาทำงานเพื่อพรรคได้ ลั่น “ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน กูลาออก ใครอยากมาเป็น ก็มาเป็นเลย” แต่ถ้า “บิ๊กตู่” ไปตั้งพรรคใหม่ก็จะเลิกเล่นการเมือง

กรณีที่คนในพรรคพลังประชารัฐบางส่วนต้องการบีบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นสภาพเลขาธิการพรรค นั้น วันนี้ (28 ต.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคบางส่วน ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ได้มีการเปิดเผยคำพูดสรุปตอนท้ายของ พล.อ.ประวิตร ระบุใจความว่า “ที่เป็นปัญหา เพราะมีบางคนทะเลาะกัน และมีเด็กไปบอกนายกฯ จึงทำให้เป็นปัญหา เอาเป็นว่าต่อไปนี้ ขอให้รักกัน พูดคุยกัน และให้จบตรงนี้ ไม่เป็นไร ถ้าที่ผ่านมามีอะไรผิดพลาด หรือผมอาจจะดูแลทุกคนไม่ดีพอก็ขอโทษ แต่ยืนยันว่ารักสมาชิกทุกคน”

ราเมศ เผย “จุรินทร์”กำชับ ส.ส.เตรียมความพร้อม เปิดประชุมสภา ลุยเต็มที่

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการเปิดประชุมสมัยสามัญที่จะถึงนี้ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้กำชับสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในส่วนของพรรค ลุยทำงานในสภาเต็มที่ และพร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ของสภาอย่างเคร่งครัด

เปิดประชุมสภาสมัยสามัญนี้ส.ส.ของพรรคมีการเตรียมการในเรื่องการอภิปราย กระทู้ ญัตติต่างๆ รวมถึง ร่างกฎหมายที่สำคัญหลายฉบับ ระหว่างปิดสมัยประชุม ส.ส.ทุกคนอยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนตลอด ข้อมูลที่จะนำมาสะท้อนผ่านสภามีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาความเป็นอยู่ปัญหาปากท้อง ก็จะเป็นแนวคิดแนวทางประกอบในการทำงานของรัฐบาลเพราะ ส.ส.ในแต่ละพื้นที่จะทราบปัญหาดีที่สุด กลไกของสภาผู้แทนราษฏรก็จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมการทำงานของรัฐบาลให้ดียิ่งขึ้นตรงตามความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี 

“โฆษกรัฐบาล” ยันนโยบายเปิดภาคเรียนมีการเตรียมพร้อม วางแผนร่วม สธ.เป็นอย่างดี “ปัด” ไม่ใช่เป็นไปตามยถากรรม “มั่นใจ” พลิกฟื้นประเทศไทยได้แน่ ถ้าฝ่ายค้านกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองในสภาฯ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่าการประกาศเปิดเรียนเป็นตามยถากรรม เพราะรัฐบาลไม่มีการเตรียมพร้อม เมื่อเปิดโรงเรียนไม่ได้ก็เปิดเศรษฐกิจไม่ได้ ว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้พูดอย่างชัดเจนแล้วว่า การเตรียมพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 นั้นได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความพร้อมการเปิดเรียนรูปแบบ On Site ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้วางแผนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มีรายละเอียดการเปิดเรียนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สถานศึกษาไปปฏิบัติตาม นอกจากนี้ ขณะนี้กำลังเร่งผลักดันให้ครูได้รับวัคซีนให้มากที่สุดอีกด้วย ดังนั้น การเปิดเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายนจะเปิดเรียนในรูปแบบไหนนั้นจึงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ไม่ได้เปิดเรียนตามยถากรรมแต่อย่างใด

“โฆษกรัฐบา” เผย  “Thailand Pass" ลดขั้นตอนเอกสาร รับนทท.เข้าประเทศ รอผลตรวจโควิด-19 แล้วเดินทางได้เลย ตั้งแต่ 1 พ.ย. นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยเดินหน้าเตรียมความพร้อมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยรูปแบบ "Thailand Pass" แทนระบบ COE (Certificate of Entry)  ลดขั้นตอนการอัปโหลดเอกสาร อำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่นักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวและชาวไทยที่ประสงค์เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย สามารถลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ tp.consular.go.th ก่อนเดินทาง และรอการอนุมัติเป็นเวลา 1-3 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย 1. การตรวจโดยระบบอัตโนมัติสำหรับผู้ยื่นเอกสารวัคซีนที่มี QR Code และประเทศที่ออกเอกสารได้ให้ Public Key สาหรับการตรวจสอบเอกสารแก่ทางการ ไทยแล้ว (สามารถอนุมัติเอกสารให้ผู้เดินทางได้ทันที) 2. การตรวจโดยกรมควบคุมโรคด้วยตาเปล่าตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุข กําหนด โดยมีระบบกํารตรวจสอบการจองที่พัก SHA+ ผ่านระบบ SHABA และ AQ ผ่าน การยืนยันผู้เข้าพักจากโรงแรม AQ

จากนั้นเมื่อได้รับการอนุมัติ ผู้เดินทางสามารถดาวน์โหลด Thailand Pass QR Code ได้ทันทีเพื่อนำไปแสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่คัดกรอง พร้อมกับผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง โดยไม่ต้องกรอก ตม.8 และ ตม.6 เมื่อเดินทางถึงไทย และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน  “หมอชนะ” เท่านั้น โดยสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่เข้าข่ายไม่ต้องกักตัว จำนวน 45 ประเทศ  และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงหรือนักท่องเที่ยวแบบ Test and Go สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทันทีหลังจากการรอผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ในโรงแรมที่กำหนดไม่ต่ำกว่า 1 คืน ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าข่ายไม่ต้องกักตัวจะต้องพำนักอยู่ในประเทศที่ได้รับอนุญาตไม่ต่ำกว่า 21 วัน ยกเว้นเดินทางมาจากประเทศไทย และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ที่เดินทางพร้อมผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์แล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ภายใต้เงื่อนไขไม่ต้องกักตัวเช่นเดียวกับผู้ปกครอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top