Monday, 27 July 2026
POLITICS NEWS

เพื่อไทยซัด “ประยุทธ์” ติดหล่ม เลิกยกจำนำข้าวมาปกปิดความล้มเหลวของตัวเองได้แล้ว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ระบุในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 ว่าด้วยสถานการณ์ที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น เพราะต้องใช้หนี้โครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า พล.อ.ประยุทธ์อ่านงบประมาณแล้วไม่รู้เลยหรือว่านายกฯ คนใดใช้งบประมาณ ใช้เงินกู้ อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 7 ปี ใช้งบจากภาษีประชาชนไปถึง 24.9 ล้านล้านบาท กู้ตั้งแต่ยังไม่เกิดโควิด หลังโควิดก็ยิ่งกู้ แทนที่เศรษฐกิจไทยจะโตแบบก้าวกระโดด แต่ 7 ปีผ่านไปเศรษฐกิจไทยมีแต่ทรุดกับทรุด ความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นอย่างไร หลักฐานมันฟ้อง 

ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายของ พล.อ.ประยุทธ์ แยกไม่ออก ไม่รู้ว่าเป็นคลิปการอภิปรายปีไหน ไม่รู้อันไหนเป็นคลิปใหม่คลิปเก่า เพราะตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ท่องคาถาพูดเหมือนเดิม ติดหล่มวาทกรรมจำนำข้าวที่พวกเดียวกันสร้างขึ้นมา พอจวนตัวไปไม่เป็น ก็จะงัดเอาเรื่องจำนำข้าวมาใช้เป็นเครื่องป้องกันความผิดพลาดล้มเหลวตลอดการบริหาร 7 ปีของตัวเอง คนดีชอบแก้ไข นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนด ไม่เห็นต้องไปโทษรัฐบาลเก่าพร่ำเพรื่อ อย่าคิดว่าจะรื้อฟื้นคดีได้ฝ่ายเดียว เมื่อลมเปลี่ยนทิศ ความจริงจะได้ปรากฏ ใครคือไอ้โม่งที่สั่งให้นำข้าวดีไปจัดเกรด ไปขายเป็นอาหารสัตว์ เป็นพลังงานในราคาต่ำกว่าราคาจริง เพื่อให้เกิดความเสียหายให้มากขึ้น ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เอื้อพวกพ้อง 

“การจัดทำงบครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาล-รัฐสภาชุดนี้ ใจคอพล.อ.ประยุทธ์ จะโทษรัฐบาลเก่าอีกกี่ปี จะยกจำนำข้าวมาปกปิดความล้มเหลวของตัวเองอีกนานแค่ไหน” นายอนุสรณ์ กล่าว

"จิรายุ” ย้ำมติฝ่ายค้านไม่รับร่างพ.ร.บ.งบ 65 เผยถ้าได้โอกาสนั่ง กมธ.งบ เตรียมตรวจสอบเข้ม พร้อมจับตาค่ำนี้ พรรคไหนลงมติเป็นสะพานทอด “ประยุทธ์” อยู่ต่อ 8 ปี

ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรรมาธิการงบประมาณว่า ถ้าตนได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็จะติดตามตรวจสอบโดยเฉพาะงบเหลือจ่ายว่ามีการใช้จ่ายงบเหลือจ่ายไปในทางที่ถูกหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการเทกระจาดใช้ และนี่จะเป็นครั้งแรกที่พรรคฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ในชั้นกรรมาธิการงบประมาณใหญ่อย่างเข้มข้นและเราจะส่งขุนพลฝีมือดีเข้าไปในกมธ.ในฐานะฝ่ายค้านเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง ทั้งนี้ยังคงย้ำมติของพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านว่ายังคงยืนยันเจตนารมณ์เหมือนเดิมคือลงมติไม่รับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 ในร่างแรก ซึ่งเรามีความจำเป็นที่จะลงมติไม่รับร่างเพราะจำเป็นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ทั้งนี้การที่งบประมาณไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของรัฐบาลว่าจะลาออกหรือยุบสภาตามแต่ดุลยพินิจที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและการเงิน 

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ตลอดทั้ง 2 วันของการอภิปรายพรรคร่วมรัฐบาลยังคตำหนิติเตียนรัฐบาลในการจัดทำงบประมาณ ซึ่งเราไม่ได้คาดหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร แต่เชื่อว่าสังคมจะตัดสินใจในสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ให้สัตยาบรรณกับประชาชนในช่วงเลือกตั้งว่าไม่อยากร่วมกับรัฐบาลเผด็จการ ฉะนั้นในช่วงค่ำของวันนี้ขอให้ประชาชนได้ติดตามการลงมติ ว่าพรรคการเมืองใดจะเป็นสะพานทอดให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ต่อเข้าสู่ปีที่ 8 หรือไม่

นายจิรายุ กล่าวถึงกรณีงบประมาณกระทรวงกลาโหม ว่า เวลาที่มาของบประมาณกับสภา ท่านก็เขียนมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีระบบไว้ในยุทธศาสตร์ชาติจนถึงปี 80 ว่าจะค่อยๆ เพิ่มวัสดุอุปกรณ์โดยนำเข้าจากต่างประเทศ 50% และใช้ของไทยอีก 50% โดยเมื่อปีที่แล้วทางกองทัพอากาศได้มานำเสนอลดปริมาณการนำเข้าและจะใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศ ทางกมธ.งบยังได้ชื่นชมกองทัพอากาศแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาอยากให้ตรวจสอบว่าเหล่ากองทัพได้ใช้งบประมาณอย่างถูกต้องตามที่ให้ไว้กับรัฐสภาหรือไม่ หรือมีการไปคุยกับพ่อค้าอาวุธยุทโธปกรณ์หรือไม่ ฉะนั้นจึงควรมีคำตอบต่อประชาชน

กบฉ.ต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ 20มิ.ย.-19 ก.ย. ปรับลด ‘อ.กาบัง จ.ยะลา’ จากพื้นที่ประกาศฉุกเฉินฯ สั่ง ลักลอบเข้าเมือง หวั่นแพร่โควิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.)ครั้งที่ 2/2564 

โดยที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลา การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาค ยกเว้น อ.แม่ลาน อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.เบตง อ.กาบัง จ.ยะลา และอ.สุไหงโก-ลก อ.สุคิริน,อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.-19 ก.ย.64 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สิน ของประชาชนในพื้นที่ และเห็นชอบตามที่กอ.รมน.ภาค 4 เสนอปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินแล้ว ได้แก่พื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา เป็นไปตามแผนงานปรับลดพื้นที่ฯสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเห็นชอบให้เพิ่มเติมตัวชี้วัด ความพึงพอใจของประชาชน ต่อเศรษฐกิจ สังคม ควบคู่สถิติทางคดี

นอกจากนั้นรับทราบ ผลการปฎิบัติงานตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระหว่างวันที่ 20 มี.ค.-18 พ.ค.ที่ผ่านมา สถานการณ์ภาพรวมดีขึ้น การก่อเหตุความรุนแรงมีแนวโน้มลดลงและประชาชนเข้าใจการปฏิบัติงานของภาครัฐ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  และขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกนายที่เสียสละ ทุ่มเทการทำงาน จนสามารถปรับลดพื้นที่ประกาศฉุกเฉินบางส่วนได้ผล ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล และขอเป็นกำลังใจการปฏิบัติงานของจนท.ให้ประสบความสำเร็จปลอดภัยจากภารกิจ และโควิด-19 ทุกคน

“องอาจ” ย้ำ ส.ส. ปชป. วิพากษ์งบเพื่อส่วนรวม ไม่มีวาระซ่อนเร้น

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีปรารภในที่ประชุม ครม. ถึง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลอภิปรายวิพากษ์วิจารณืการจัดทำงบประมาณโดยระบุว่า “ขอให้ช่วยๆ กัน ตรงไหนเกี่ยวข้อง ก็ให้ช่วยเร่งตอบ ปากก็ว่าโอเค แต่ปล่อยให้ลูกพรรคซัดโครมๆ” ว่า ในส่วนของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าเราทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานของการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง

การเป็น ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เราจึงคำนึงถึงประโยชน์ของราษฎร และเอาส่วนรวมเป็นตัวตั้ง ขณะเดียวกันในฐานะที่เป็น ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล เราก็อภิปรายบนพื้นฐานของ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล นอกจากจะวิพากษ์วิจารณ์ข้อด้อยของการจัดทำงบประมาณแล้ว เรายังมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์

ถ้ารัฐบาล ผู้บริหารกระทรวง หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่ใช้งบประมาณ นำไปปรับปรุงแก้ไขก็จะช่วยทำให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อประโยชน์ของราษฎรและส่วนรวมอย่างแท้จริง

ขอยืนยันว่าการอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง หรืออภิปรายเพื่อต่อรองทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการอภิปรายงบประมาณอย่างตรงไปตรงมา ว่าไปตามเนื้อผ้า เพื่อให้ได้งบประมาณที่เหมาะสมต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นต่อไป

หวังว่านากยรัฐมนตรีจะพิจารณาทำหน้าที่ของพรคการเมือง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลแบบแยกแยะ และเรียนรู้ทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งใน ครม. ทั้งในสภาเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชนได้ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งเป้าหมายไว้ต่อไป

"ชาดา" ปัดชวน "อนุทิน" กลับบ้าน ลั่นไม่มีอะไรแค่คุยกันก็จบ ยันการแสดงความเห็นไม่เกี่ยวโหวตงบฯ 65 

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เคยอภิปรายชวนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคถูมิใจไทยให้กลับบ้าน หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่รัก โดยเป็นการกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า สิ่งที่อภิปรายในวันนั้น ไม่ได้มีผลต่อการลงมติรับหรือไม่รับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระแรก เพราะการลงมติพรรคจะมีการหารือกันอีกครั้งวันนี้ ในเวลา 13.00 น. ยืนยันว่า เป็นคนละเรื่องกัน เพราะได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจแล้วก็จบ ไม่มีปัญหาอะไร

“โรม” ยื่น ร่างแก้ไข ป.อาญา เอาผิด “ผู้พิพากษา-ศาล” เข้าสภา ชี้ เป็นจุดเริ่มต้นปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยื่นร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายาญา (ฉบับที่...) พ.ศ... ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา โดยเพิ่มฐานความผิดใหม่ที่ไม่มีในระบบกฎหมาย คือ ความผิดฐานบิดเบือนกฎหมาย ซึ่งจะบังคับใช้ต่อพนักงานการยุติธรรม รวมไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่าการตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติรัฐมนตรี กรณีของบริษัทโตโยต้า กรณีการไม่ให้ประกันตัวแกนนำราษฎรโดยไม่มีเหตุผลที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าความยุติธรรมกำลังผิดเพี้ยนและต้องการได้รับการแก้ไข บางคนอาจตั้งคำถามว่าร่างฉบับนี้ที่เราทำขึ้นมาต่างกับเรื่องอื่นๆ อย่างไร เช่นเรื่องผู้พิพากษารับสินบนก็มีกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดเอาไว้แล้ว แต่ในระบบกฎหมายของไทยมีช่องว่างคือหากไม่ใช่กรณีรับสินบนแต่เป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแล้วบิดเบือนกฎหมาย ซึ่งไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดนี้เลย ดังนั้นนี่จึงเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่พรรคก้าวไกลทราบดีว่าไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นด้วยกฎหมายฉบับเดียว แต่ยังมีอีกหลายวาระที่ต้องดำเนินการต่อไป ฃกระบวนการยุติธรรมที่ดีคือกระบวนการยุติธรรมที่สามารถตรวจสอบได้ กระบวนการยุติธรรมที่ดีและได้รับความเห็นด้วยชอบธรรมจากประชาชน

คลังเคาะมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อรายย่อย

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ที่เริ่มกลับมาแพร่ระบาดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ความรุนแรงของการแพร่ระบาดก็ยังไม่บรรเทาเบาบางลง รวมทั้งยังได้มีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ การจ้างงาน และสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยในวงกว้าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อ พิโกไฟแนนซ์) จึงได้ออกหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ให้กับลูกหนี้ตามความเหมาะสมและตามสมควรที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แต่ละรายจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ของตนเองได้ โดยการ (1) ลดค่างวดหรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ (2) เปลี่ยนประเภทหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว (3) พักชำระค่างวดหรือพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน หรือพักเงินหรือพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย หรือวิธีการอื่นใดที่จะสามารถช่วยบรรเทาภาระหนี้กับลูกหนี้ได้ นอกจากนี้ ยังได้ขยายระยะเวลาการส่งรายงานงบการเงินสำหรับรอบปีบัญชี พ.ศ.2563 ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ออกไปเป็นภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2564 

ทั้งนี้ สศค. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลูกหนี้ของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยทำให้ประชาชน คนไทยผ่านพ้นสถานการณ์ COVID-19 ในครั้งนี้ไปด้วยกัน ดังเช่นเมื่อครั้งที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกแรกเมื่อปี 2563

"ชวน" แจง ปมขัดแย้งตำรวจสภา-คนติดตาม "ธรรมนัส" ชี้ ไม่ได้ทำผิดแค่เสียงดัง และไม่ได้สมัครใจไปขอโทษแต่เป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชา พร้อมให้กำลังใจตำรวจสภา ย้ำ อย่าไปกลัว ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดต่อไป

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างตำรวจสภาและผู้ติดตาม รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ว่า ได้ทราบเรื่องแล้ว และได้เชิญตำรวจประจำสภามาพูดคุยเมื่อวานนี้ เวลา 22.00 น. เพื่อเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่ามีปัญหากับผู้ติดตามรัฐมนตรี ซึ่งมีสุภาพสตรีคนหนึ่งไม่มีบัตรจึงขอตรวจบัตร และสุภาพสตรีบอกว่าบัตรอยู่ที่รถ ส่วนผู้ติดตามอีก 2 คน ทางตำรวจสภาได้บอกให้ไปขึ้นอีกทางหนึ่งที่ไม่ใช่ทางที่ส.ส.ขึ้น จึงเป็นที่มาของปัญหาที่เกิดจากการพูดเสียงดัง และมีผู้ใหญ่ในสภาแนะนำว่าให้ไปขอโทษ แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ไปฟังรายละเอียดกับเจ้าตัวจะดีกว่า 

นายชวน กล่าวต่อว่า ในส่วนของตนจะได้ให้เลขาธิการสอบสวนข้อมูลเอาไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงาน เดี๋ยวจะหวาดกลัวและไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่เพราะเป็นมาตรการที่เราขอความร่วมมือ แต่ภาพรวมโดยทั่วไปส.ส.และบุคคลทั่วไปที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภาเกือบทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกนำเชื้อเข้ามา จึงมีการควบคุมผู้ที่ติดตามส.ส. แต่ในกรณีนี้ตำรวจสภาได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้บอกกับผู้ติดตามและรัฐมนตรีว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานสภาสั่ง 

นายชวน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนก็ได้ให้กำลังใจและให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดอย่างนี้ต่อไป เพราะเป็นวิธีเดียวที่สามารถป้องกันไม่ให้คนที่ติดเชื้อภายนอกมาแพร่เชื้อในสภาได้ ถ้าสามารถทำตามมาตรการได้ก็จะทำให้การทำงานใน 120 วันเป็นไปได้ด้วยดี เพราะหากมีการติดเชื้อขึ้นมาก็จะทำให้ยุ่งยาก จึงต้องดูแลเรื่องนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นจุดอ่อนของคนไทย เรื่องวินัยเคารพกฎเกณฑ์ ไม่ใช่เฉพาะในสภา จึงอยากให้สภาเป็นแบบอย่างเคารพกฎเกณฑ์กติกา เพราะตนเองเป็นฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายบังคับคนทั้งประเทศ 

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าให้ตำรวจสภาไปกราบขอโทษ มีการสอบถามข้อมูลตรงนี้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาของตำรวจสภาแนะนำให้ไปขอโทษ ซึ่งเจ้าตัวเขาก็ไม่ได้สมัครใจแต่เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกับส.ส. แต่เท่าที่ฟังจากที่เขาเล่า ตำรวจสภาก็ไม่ได้ทำผิดอะไร แค่เสียงดังเหมือนเช่นในสภาก็มีส.ส.บางคนที่เสียงดัง แต่ไม่ได้ดังแบบก้าวร้าว 

“ผมก็เตือนเสมอว่าอย่าไปกลัวผู้ติดตาม ซึ่งตัวนักการเมืองเอง ถ้าทำอะไรบกพร่องก็กระทบต่อประชาชนในเขตเลือกตั้งของเขา แต่ว่าผู้ติดตามไม่ค่อยรู้เรื่อง บางทีไปทำอะไรที่เกินเลย มีการแสดงวาจา เช่น กรณีฉีดวัคซีนมีบางคนไปแสดงวาจาและมารยาทที่ไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล” นายชวน กล่าว

“โฆษกปชป.” เมิน “แม้ว” พลาดพิงประชาธิปัตย์ ยัย รมต.พรรค ไม่มีคำว่าเหนื่อยจากการทำในสิ่งที่ดีให้ปชช.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน  2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้ชื่อ "โทนี่ วู้ดซัม" ร่วมเสวนา ในคลับเฮาส์และเฟซบุ๊กของ CARE คิด เคลื่อน ไทย โดยมีการพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ พอหรือยังในการร่วมรัฐบาล ว่าทุกคนในพรรคไม่ได้ให้ความสำคัญต่อคำพูดของนายทักษิณ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ มีหลักในการทำงานชัดเจน คือมุ่งทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศตามภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ ยึดความสุจริตเป็นที่ตั้ง การผลักดันนโยบายต่างๆ จนสำเร็จ การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจากโครงการประกันรายได้ การมุ่งมั่นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของประชาชนอย่างยั่งยืนในทุกด้าน การมุ่งมั่นพัฒนาระบบชลประทานให้กับประชาชน การดูแลเรื่องที่ดินทำกิน เรื่องเอกสารสิทธิ เรื่องการศึกษา และอีกหลายนโยบายที่ทุกกระทรวงที่มีรัฐมนตรีของพรรคได้เข้าไปทำหน้าที่จนสำเร็จ 

“รัฐมนตรีพรรคไม่มีคำว่าเหนื่อยจากการคิดทำในสิ่งที่ดี ไม่มีการทุจริตคิดร้ายต่อประเทศ จึงไม่ต้องเหนื่อยกับการหนีคดี และพรรคจะเดินหน้าทุ่มเททำงานให้ดีที่สุด มั่นใจในผลสำเร็จของงานที่จะเป็นคำตอบให้กับประชาชนได้ในวันข้างหน้า” นายราเมศ กล่าว

“รมว.คมนาคม” ติดตามความก้าวหน้า การเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนมาคม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ ครั้งที่ 3/2564 (ผ่านระบบ Zoom) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เวลา 14.30 น. โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานและผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และคณะกรรมการฯ ร่วมประชุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเดินทางของระบบรางของประเทศแล้วเสร็จ และเตรียมการเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ (Soft Opening) ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อให้การเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการฯ เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด จึงได้เร่งรัดการดำเนินการในด้านต่างๆ ดังนี้ 
.
1.) การเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งระบบ รวมทั้งการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่ง ประกอบด้วย

(1.1) ปรับลดจำนวนรถไฟเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยวางแผนปรับลดขบวนรถไฟ เหลือเพียง 22 ขบวน โดยมีแผนจะเริ่มปรับตารางเดินรถในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 เพื่อให้ผู้โดยสาร ได้มีการปรับพฤติกรรมในการเดินทาง ทั้งนี้ ขบวนรถไฟที่ให้บริการในระยะนี้ ยังคงจะวิ่งให้บริการบนทางรถไฟเดิม และในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 จะใช้ตารางเดินรถเช่นเดียวกับเดือนสิงหาคม แต่จะวิ่งให้บริการบนโครงสร้างยกระดับ สำหรับรถไฟเส้นทางสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

(1.2) ปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทาง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกรมการขนส่งทางบก และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้ปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับสถานีหลัก โดยจะปรับปรุงเส้นทางให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในเดือนกรกฎาคม 2564

2.) การเตรียมความพร้อมด้านสถานีของโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ซึ่งได้ดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับจ้างเพื่อปรับปรุงสถานีตลิ่งชัน บางบำหรุ บางซ่อน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขออนุมัติ ออกประกวดราคา ซึ่งคาดว่าจะได้ผู้รับจ้างภายในเดือนมิถุนายน 2564 และการจ้างบริการเตรียมความพร้อมการเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อและสถานีรถไฟฟ้า 12 สถานี ประกอบด้วย งานจ้างทำความสะอาดและกำจัดขยะ งานจ้างบริการรักษาความปลอดภัยและจราจร งานจ้างบริหารจัดการงานอาคารและสถานที่บริเวณรถไฟฟ้าสายสีแดง งานจ้างบริการรักษาความปลอดภัยและทำความสะอาดอาคารและพื้นที่โดยรอบของโรงซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดงและทำความสะอาดขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง งานจ้างติดตั้งระบบจัดการจราจรภายในบริเวณลานจอดรถสถานีกลางบางซื่อ และจัดเก็บค่าบริการจอดรถ 

3.) การเตรียมความพร้อมด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า (Gateway/Hub) โดย รฟท. ได้ดำเนินการจัดทำแผนการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อผู้โดยสาร และจุดเชื่อมต่อสินค้า โดยแบ่งแผนการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะเร่งด่วน ปรับปรุงพื้นที่ทางเข้าสถานีรถไฟรังสิตทั้งทางฝั่งตะวันออก (รังสิต) และฝั่งตะวันตก (ปทุมธานี) ให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดให้บริการ Soft Opening ในเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ และปรับปรุงพื้นที่จุดจอดรถอโศกให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 ก่อนการเปิดให้บริการรถไฟสายสีแดงอย่างเป็นทางการ

ระยะกลาง ปรับปรุงสถานีตลิ่งชัน เพื่อรองรับการหยุดขบวนของรถไฟทางไกลเพื่อเชื่อมต่อระบบเข้าสู่รถไฟฟ้าชานเมือง โดยคาดกว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565 

ระยะยาว พัฒนาสถานีเชียงรากน้อยและสถานีวัดสุวรรณ โดยออกแบบและก่อสร้างเป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการขนถ่ายสินค้า และการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าอย่างครบวงจร โดยคาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565 และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2566 รวมถึงการออกแบบและก่อสร้างสะพานกลับรถบริเวณทิศใต้ของสถานีรังสิต เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถเข้าถึงสถานีรังสิตทั้ง 2 ฝั่งได้โดยสะดวก โดยมีแผนการดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2566 เช่นเดียวกัน

4.) การเตรียมความพร้อมด้านราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กำหนดอัตราค่าโดยสารของโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ให้เหมาะสม สอดคล้องตามต้นทุน โดยไม่เป็นภาระต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และไม่เป็นภาระทางการเงินของ รฟท. โดย รฟท. ได้ประมาณการต้นทุน ปริมาณผู้โดยสาร และความถี่การเดินรถ เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางให้มีความเหมาะสม รวมถึง พิจารณาแนวทางการปรับลดค่าใช้จ่ายและการส่งเสริมการเดินทางเพื่อเพิ่มรายได้ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ระบบจัดเก็บค่าโดยสารรองรับตามมาตรฐานเทคโนโลยีบัตร EMV (Europay Mastercard and Visa) โดยให้จัดทำข้อมูลกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน งบประมาณที่คาดว่าจะใช้ รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สามารถเปิดใช้บริการได้ภายในปลายปี 2564และยังได้พิจารณาร่างข้อกำหนดการพัฒนาระบบบัตรโดยสาร หรือระบบตั๋วโดยสาร ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเสนอแนะและความเห็นเพิ่มเติม ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมต่อไป

และยังได้กำหนดแนวทางการจัดเก็บอัตราค่าแรกเข้าในการเดินทางเชื่อมต่อ โดยการจัดเก็บค่าแรกเข้าแบบไม่ซ้ำซ้อน ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟชานเมืองสายสีแดง มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม ประกอบด้วย เงื่อนไขการจัดเก็บค่าแรกเข้า กรณีที่ผู้โดยสารเปลี่ยนถ่ายระบบรวมถึงเงื่อนไขการจัดแบ่งและชดเชยค่าแรกเข้า ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายระบบ และกรณีเปลี่ยนถ่ายกับระบบรถไฟฟ้าที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของ รฟม. โดยการเดินทางเชื่อมระหว่างรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และรถไฟฟ้าสายสีชมพูในอนาคต อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดวิธีการแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายร่วมกันก่อนเสนอต่อกระทรวงคมนาคมต่อไป

5.) ด้านการสื่อสารสาธารณะ รฟท.ได้เปิดช่องทางในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารการดำเนินงาน และรับฟังความคิดของประชาชนผู้ใช้บริการ โดยประชาชนผู้ใช้บริการสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารความก้าวหน้าการดำเนินงานและแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ได้ทาง Facebook Fanpage : Bang sue Grand Station เพื่อกระทรวงฯ และ รฟท. จะได้นำมาใช้ในการปรับปรุงเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดีที่สุดต่อไป

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มขึ้นอีก 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการฯด้านการพิจารณาดำเนินการขอพระราชทานชื่อโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และพิธีการที่เกี่ยวข้อง และคณะอนุกรรมการฯ ด้านการพัฒนาสถานีกรุงเทพ (สถานีหัวลำโพง) และพื้นที่ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-สถานีกรุงเทพ เพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ให้สามารถดำเนินการในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top