Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ครม. ชงของบฯก้อนใหญ่ ต้องส่งเอกสารล่วงหน้า 2 สัปดาห์ พร้อม ขอพรรครบ.รักษาองค์ประชุม ประกาศิตนายกฯ กฎหมายสำคัญต้องผ่าน!  ‘ดอน’ โอ่ ไทยมีสิทธิเสรีภาพมากสุดอาเซียน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ย้ำกับที่ประชุม ครม.ถึง 2 ครั้งในเรื่องการส่งเอกสารวาระ ครม.ให้กับรัฐมนตรีทุกคน ว่า จากนี้หากเป็นวาระที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมากให้ส่งล่วงหน้า 2 สัปดาห์ เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีได้มีเวลาศึกษาก่อน ไม่เช่นนั้นหากมาเสนอกระชั้นชิดเกินไปจะทำให้การพิจารณาน้อย ยกเว้นเป็นเรื่องที่ด่วนจริงๆ หรือเป็นเรื่องการแต่งตั้ง หากอย่างนั้นไม่เป็นไร สามารถนำเสนอเป็นวาระจรได้

ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม.ว่า ต่อไปรัฐมนตรีทุกคนจะต้องไปตอบกระทู้ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง หากติดภารกิจและไม่สะดวกที่จะไปตอบได้ด้วยตัวเอง ให้ส่งเอกสารมาให้ตนและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ไปตอบแทน นอกจากนี้ นายอนุชายังขอให้นายกฯ ช่วยประสานไปยังพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเพื่อรักษาองค์ประชุม รวมถึงแต่ละกรรมาธิการด้วย พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ขอความร่วมมือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคว่า ให้ช่วยกันในเรื่องกฎหมายต่างๆ โดยย้ำว่ากฎหมายสำคัญต้องผ่าน

ครม.เคาะร่างสัญญาร่วมลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. รับทราบผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือเอฟ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เห็นชอบแล้ว ตามมติของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง กลุ่มกิจการร่วมค้าจีพีซี ซึ่งได้เสนอผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินของรัฐเป็นค่าสัมปทานคงที่ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันที่ 29,050 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปรที่อัตรา 100 บาทต่อทีอียู (ตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต) โดยมีระยะเวลาร่วมลงทุน 35 ปี

สำหรับกลุ่มกิจการร่วมค้าจีพีซี เป็นเอกชนผู้ยื่นข้อเสนอรายเดียวที่ผ่านการประเมิน หากดำเนินการคัดเลือกใหม่อาจส่งผลให้การเปิดดำเนินการท่าเทียบเรือเอฟ ล่าช้าประมาณ 2 ปี และก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การที่ปริมาณตู้สินค้าจะเกินขีดความสามารถในการรองรับในปี 68 

“นายกฯวอนทุกฝ่ายร่วมมือ ปฏิบัติตามมาตรการ สธ.หลัง ศบค.หวั่น เกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อรายใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มอบหมาย ถึงกรณี - ศบค.ห่วงเกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อใหม่ อีกทั้งประชาชนบางส่วนเริ่มหละหลวมกับมาตรการป้องกัน ว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าทุกคนจะต้องไม่ล่ะหลวมในการดำเนินตามมาตรการของกระทรวงสาธารณะสุข ทั้งภาคธุรกิจหรือธุรกิจบันเทิงจะต้องไม่เห็นแก่ตัว

ราเมศ ย้ำ องค์ประชุม “สภา”เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของ ส.ส.ทุกคน เผย จุรินทร์ กำชับ ส.ส. ลุยงานสภา เต็มที่

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรว่า

หลักการที่สำคัญของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรความสำคัญของหนึ่งเสียงของผู้แทนปวงชนชาวไทยสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเป็นองค์ประชุม การอภิปราย การลงมติ การสะท้อนปัญหาของประชาชน การตรวจสอบฝ่ายบริหาร การประชุมปรึกษาหารือกันในทุกเรื่อง องค์ประชุมสำคัญที่สุด หนึ่งเสียงของตัวแทนประชาชนไม่ว่าจะอยู่พรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน มีส่วนสำคัญและเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในการร่วมกันทำหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศ
ในส่วนของพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้เน้นย้ำเสมอมา ล่าสุดก่อนเปิดสมัยประชุมนี้ หัวหน้าพรรคได้กล่าวไว้ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาว่า จะมีกฎหมายเข้าที่ประชุมสภาหลายฉบับ พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนในการทำหน้าที่ในรัฐสภา เพราะผู้แทนราษฎรมีความรับผิดชอบ และพรรคเองก็กำชับตลอดว่า นอกจากนี้ยังเน้นย้ำเรื่องการลงพื้นที่การทำหน้าที่ผู้แทนในสภาถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และให้ทำงานประสานร่วมกับวิปรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือกฎหมายที่พรรครัฐบาลเป็นผู้เสนอ ต้องสนับสนุน และรวมไปถึงกฎหมายที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนด้วย

"แรมโบ้" อัด "กิตติรัตน์" ทำไมลืมง่ายน้ำท่วมหนักปี 54 แก้ไขปัญหาไม่ได้ ยังจะอวยยิ่งลักษณ์อีก อย่าว่าแต่ปัญหาสำคัญของประเทศ ต่อให้แก้ปัญหาเล็กน้อยก็ไม่สามารถทำได้  มุ่งทำอย่างเดียวคือช่วยพี่ชายกลับบ้าน

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์รูปภาพนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมระบุข้อความว่า ผมมั่นใจว่า ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ยังเป็นนายกฯย่อมไม่เกิดน้ำท่วมทั้งรุนแรง ยาวนานในหลายพื้นที่แบบนี้ เพราะ "ระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ" ได้ถูกดำเนินการไว้แล้ว" โดยระบุว่านายกิตติรัตน์คงความจำเสื่อมไปแล้วจนจำไม่ได้ว่าน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 นั้นเกิดขึ้นในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และนายกิตติรัตน์ เป็นรัฐมนตรี ซึ่งน้ำท่วมในขณะนั้นมีความรุนแรงมากกว่าน้ำท่วมในขณะนี้ และนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้

นายเสกสกลยังมองว่าอย่าว่าแต่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมของประเทศ  ปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้นกับประชาชนนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ มีแต่จะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้น ปล่อยให้รัฐบาลนายกฯประยุทธ์เข้ามาแก้ไขปัญหาให้  ดังนั้นก่อนที่นายกิตติรัตน์จะโพสต์ข้อความใดๆนั้นขอให้พิจารณาให้ดีก่อนว่าจะย้อนเข้าหาตัวเองหรือไม่  

พร้อมกับมองว่าแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มีมูลค่าสูง 3.5 แสนล้าน ก็ถูกทักท้วงเรื่องของความไม่พร้อมของโครงการ มีปัญหาด้านความโปร่งใสหลายด้าน รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่เกิดปัญหาขัดแย้งในหลายจังหวัด

‘วรวัจน์’ ลั่นหาก ‘เพื่อไทย’ ได้เป็นรัฐบาล จะฟื้น "จำนำข้าว" พร้อมผลักดันนโยบายช่วยเกษตรกร - ชาวนาไทย

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า "เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสู จำเป็นอาจิณ เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน บทกวี “เปิบข้าว” ของจิตร ภูมิศักดิ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 นับถึงปัจจุบันปี 2564 ก็กว่า 60 ปีมาแล้ว ยาวนานหลายต่อหลายชั่วอายุคน เป็นบทกวีที่สอนให้คนไทยสำนึก และให้ตระหนักถึงบุญคุณของชาวนา

ทำให้เห็นว่าอาชีพชาวนานั้น เป็นอาชีพ ที่ยากลำบากยิ่ง กว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ดมาให้เราทาน กี่ปีมาแล้วล่ะ ที่ชาวนาเหน็ดเหนื่อย กับการทำงานหนัก แต่ก็ในชั่วชีวิตของพี่น้องชาวนา ก็ยังคงมีแต่คำว่า หนี้สิน และหนี้สิน น่าเสียดายที่เพียงวาทกรรม คำว่า “ขาดทุน” ที่ถูกนำมาใช้ ในโครงการปกติของรัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ (อันที่จริงคำว่า “ขาดทุน” ไม่สามารถนำมาใช้กับโครงการช่วยเหลือเกษตรกรของภาครัฐได้) ซึ่งความจริง เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชน เป็นการกระตุ้นให้เกิดการ จับจ่ายใช้สอยและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของการบริหารการเงินภาครัฐ เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีโอกาสเก็บภาษีจากทุกรายจ่ายที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการใช้จ่ายเงิน (ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการที่ไม่มีโครงการจำนำข้าวเหมือนในอดีต ก็จะเห็นได้ว่าระบบเศรษฐกิจ ในปัจจุบันซบเซา เงินหมุนเวียนในระบบหายไป และรัฐบาลก็จัดเก็บภาษีไม่ได้)

ทำให้ทุกวันนี้เกษตรกรชาวนาและประชาชน เริ่มคิดถึงโครงการจำนำข้าวมากขึ้นทุกวัน เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการประกันรายได้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นก็จะเห็นว่าเกษตรกรชาวนามีความนิยมชมชอบโครงการจำนำข้าวมากกว่า เพราะทำให้ ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น เพียงพอที่จะชำระหนี้สินที่มีมาในอดีตและสามารถลืมตาอ้าปากได้ ประชาชนก็มีเงินหมุนเวียนในระบบ ให้จับจ่ายใช้สอย ไม่ฝืดเคืองเหมือนปัจจุบัน ถึงแม้ในที่สุด ศาลจะตัดสินว่าโครงการรับจำนำข้าว ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์นั้น สามารถกระทำได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่โครงการรับจำนำข้าวก็ถูกทำลาย จนไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาได้อีกต่อไป และโดยเฉพาะนายกฯ ยิ่งลักษณ์เองนั้น ก็ถูกกล่าวหาอ้างว่าปล่อยปละละเลยไปโน่น

'หมอวรงค์' ท้า 'พท.' ฟื้นจำนำข้าว! เตือน!! ระวังเจอคุก-เผ่นนอกซ้ำแน่

‘หมอวรงค์’ ย้อนคดีจำนำข้าว แดงโร่โกงทั้งแผ่นดิน ท้า พท. กล้าฟื้นโครงการจริงมั้ย เตือนระวังติดคุก หรือได้เผ่นนอกประเทศซ้ำอีกแน่

8 พ.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “จำนำข้าวยิ่งลักษณ์” โดยระบุว่า

ช่วงนี้พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดเรื่องข้าวกันมาก เลยเถิดไปถึงโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ออกมาเบี่ยงประเด็นเรื่องการขาดทุน

สิ่งที่ต้องย้ำให้พรรคเพื่อไทยให้ตาสว่าง ต้องแยกระหว่าง “ขาดทุน” กับ “โกง” การช่วยประชาชน ลำพังขาดทุนนั้นพอรับได้ แต่ไม่ควรให้ถึงชาติล่มจม

แต่ปัญหาใหญ่ของโครงการรับจำนำข้าวคือ “โกง” โกงกันทุกขั้นตอน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จนทำให้เงินที่ควรจะถึงชาวนา เกวียนละ 15,000 บาท ถ้าหักความชื้นถูกต้อง น่าจะเหลือ 14,000 บาท แต่เอาเข้าจริง ๆ เหลือ 10,000 - 12,000 บาทต่อเกวียนเท่านั้น

“สงคราม” อัดรัฐมนตรีหนีสภาไม่อายประชาชนบ้างหรือ ชี้! 7 ปี “บิ๊กตู่” ไร้ค่าไม่ให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมเมินช่วยเกษตรกร 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปี ของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร โดยเฉพาะราคาข้าวตกต่ำมากที่สุดในรอบหลาย 10 ปี แต่รัฐบาลยังคงไม่ให้ความสำคัญที่จะรับฟังปัญหาของประชาชน  

ที่ผ่านมารัฐบาลกู้เงินมามากกว่า 5.8 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญกับชาวนาเลย กู้เงินมาจำนวนมหาศาล  รัฐบาลนำไปใช้ในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ และอื่นๆ เป็นภาษีของประชาชน และเป็นภาระหนี้ที่แม้แต่ชาวนาก็ต้องรับภาระหนี้ด้วยส่งผลให้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะสะสมหลายล้านล้านบาท รัฐบาลอ้างว่ากู้มาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน สุดท้ายเงินกู้ทั้งหมดรัฐบาลนำไปใช้ในโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้ประชาชนเลย 

นายสงครามกล่าวด้วยว่า  นโยบายที่พรรครัฐบาลหาเสียงไว้กับประชาชน ว่าจะช่วยเหลือชาวนาทั้งในเรื่องต้นทุนการผลิตและราคา ไม่ถูกนำไปสู่การปฏิบัติเลย เป็นได้แค่สร้างภาพลวงตาให้ประชาชนหลงไปกับคำพูดของพรรคการเมือง ที่เสนอให้พลเอกประยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ค่าแรก 425 บาทต่อวัน ข้าวเปลือกตันล่ะ 18,000 บาท อยู่ที่ไหนครับ เพราะวันนี้ราคาข้าว ก.ก.ละ 5-6 บาท ขายข้าว 1 กิโลซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้ ซื้อเครื่องดื่มชูกำลังหรือกาแฟไม่ได้ และต้องขายข้าวถึง 3 กิโล ถึงจะซื้อปลากระป๋องได้ 1 กระป๋อง และจะต้องขายข้าวถึง 10 กิโล ถึงจะซื้อน้ำมันพืชได้ 1 ขวด แม้จะมีโครงการประกันส่วนต่างของกระทรวงพาณิชย์ แต่ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น 

'โฆษกรัฐบาลเผย' เปิดประเทศ 7 วันน่าพอใจ ประชาชนเชื่อมั่น คาดตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี “นายก” กำชับควบคุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากเปิดประเทศแล้ว 7 วัน รัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์เป็นที่น่าพอใจ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 20,000 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบเชื้อโควิดเพียง 15 คน จึงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ ประชาชนและนักลงทุนยังมีความเชื่อมั่นต่อการเปิดประเทศและแนวทางอื่นของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ที่มีเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวนั้น ททท.คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ยเดือนละ 300,000 คน ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ประเทศและกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศมีมากขึ้นและราคาสินค้าก็จะปรับตัวดีขึ้นอย่างเหมาะสม 

นายธนกร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงคือปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว โดยได้กำชับฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงแรงงานให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 7 วันที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่าวด้าวลักลอบเข้าเมืองได้กว่า 2,800 คน

“ราเมศ” ยันพรุ่งนี้เพื่อ “ชาวนา”รอรับส่วนต่างงวดแรกจากโครงการประกันรายได้ ย้อนบางพรรคทำ “พรุ่งนี้เพื่อใคร”ชี้ชาวนาจำโครการจำนำข้าวได้ดี เตือนบิดเบือนคำพิพากษาระวังคนในคุกถาม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองพยายามโจมตีโครงการประกันรายได้ ว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีหลักการสำคัญตรงกันคือดูแลใส่ใจเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างเต็มที่ และโครงการประกันรายได้ ยังคงเดินเครื่องเพื่อเป็นหลักประกันในเรื่องรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งสถานการณ์ช่วงนี้เมื่อมีปัญหาเรื่องราคาข้าว แต่พี่น้องชาวนาก็จะได้รับส่วนต่างรายได้ที่ขาดหายไป ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงล่าสุด เตรียมจ่ายส่วนต่างประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวงวดแรก 9 พ.ย.นี้ ซึ่งมีพี่น้องชาวนาเป็นจำนวนกว่า 4.68 ล้านครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมเพื่อผลักดันให้ราคาข้าวสูงขึ้นอีกหลายประการ ที่สำคัญจะมีมาตรการส่งเสริมการส่งออกข้าว ซึ่งสิ้นปีนี้ ที่มีจำนวน กว่า 6 ล้านตัน เชื่อว่าสถานการณ์ราคาข้าวจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

“ความจริงแล้วพี่น้องชาวนาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการประกันรายได้ เป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร พรรคการเมืองที่คิดเพียงแค่การบิดเบือนเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงประชาชนเขาดูออก การที่ยกโครงการจำนำข้าวมาพูดถึงก็เป็นสิทธิ แต่ควรพูดให้จริงและให้ครบถ้วน หากคิดถึงพี่น้องชาวนาควรติติงเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของชาวนา อย่าคิดเพียงเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง”นายราเมศกล่าว

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top