Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

“บิ๊กป้อม” ถก กพย.เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาโอกาสเยาวชน-เอกชน ยกระดับความเป็นอยู่ปชช.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน(กพย.)ครั้งที่1/2565  ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรน 

โดยที่ประชุม กพย.เห็นชอบปรับปรุงคณะอนุกรรมการฯให้มีภาคเอกชนและเยาวชน เข้ามามีส่วนร่วม และแต่งตั้งคณะทำงาน ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของไทยในกรอบสหประชาชาติ เพื่อประสานท่าที และร่วมขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน และเห็นชอบ แนวทางการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของไทยในระยะต่อไป โดยยึดหลัก วงจรการบริหารงานคุณภาพ "PDCA" (ตั้งเป้า ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง)

ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย ซึ่งมีผลการดำเนินงานคืบหน้าทั้ง 6 ด้านหลัก ได้แก่1.การสร้างความตระหนักรู้ 2.การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายการพัฒนากับแผน 3ระดับ ของประเทศ 3.การกำหนดกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านกลไกในระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน และระดับพื้นที่ 4.การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา 5.การสร้างควาร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ และ6.การติดตามประเมินผล รวมทั้งรับทราบรายงานVNR (Voluntary National Review) ประจำปี2564 เพื่อขับเคลื่อน SDGs ของไทยทั้ง 17 เป้าหมาย คำนึงถึงผลกระทบของโควิด-19 เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาดีขึ้นกว่าเดิม โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการพัฒนาของไทย

 

โควิด-19 ทำเด็กไทยเสียโอกาสหลุดจากระบบศึกษา “บิ๊กตู่” ลั่นเดินหน้าโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” ย้ำทุกกระทรวง ใกล้จัดทำงบประมาณ ขอจัดโครงการสำคัญให้ดี อย่าเอาแต่โครงการใหญ่ วอนเข้าใจงบมีจำกัด นายกฯต้องคุมตามกรอบวินัยการเงินการคลัง

ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา “พาน้องกลับมาเรียน” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพัฒนาคนและความรู้ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งกิจกรรมนี้มีความสำคัญและสอดคล้องสถานการณ์โควิด19 ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดเป็นระยะ ตนรู้สึกยินดีที่ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนของไทยในโอกาสที่ต้องประสบปัญหาจากสถานการณ์โรคระบาด ที่เป็นการดำเนินงานตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องในวิกฤตต่างๆ

ซึ่งรวมถึงเรื่องการศึกษาจากผลกระทบโควิด ตนดีใจที่เห็นความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่พยายามทำเพื่อให้โอกาสเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา และเด็กที่ไม่มีโอกาสเข้ารับการศึกษา ให้ทุกคนเข้ารับการศึกษาที่ดี มีความเสมอภาคและเท่าเทียม โครงการพาน้องกลับมาเรียนถือเป็นระโยชน์อย่างยิ่งและเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจุบันที่ทราบดีว่ามีเด็กที่ตกหล่นและหลุดจากการศึกษากว่าแสนคน รัฐบาลและทุกคนต้องช่วยกันทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา

“ หลายคนออกจากระบบการศึกษาคงไม่ใช่แค่เพราะโควิด อาจด้วยเหตุความจำเป็นของบ้าน ของผู้ปกครอง หรือด้วยใจของเขาเอง ด้วยเพื่อน หรืออะไรต่างๆ เราต้องหาข้อมูลและแก้ปัญหาไปทีละจุด ซึ่งขณะนี้มีการเรียนหลายวิธีด้วยกันทั้งออนไลน์ ออนไซต์ ความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ จึงอยากฝากให้ดูแลครอบครัว ผู้ปกครองของเขาด้วยว่ามีความพร้อมหรือไม่ หากเอาเด็กกลับมาตอนนี้และต่อไปจะหลุดอีกหรือเปล่า ตรงนี้จะเป็นสิ่งยืนยันว่าที่เราทำจะสำเร็จหรือไม่ เพราะผู้ปกครองบางคนอาจมีค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ ซึ่งหน่วยงานต้องเข้าไปดู จึงขอฝากข้อสังเกตไว้ด้วยหากเด็กคนเดิมๆหายซ้ำไป มันต้องมีปัญหาที่ลึกซึ่งกว่านั้น ขอฝากหน่วยงานเกี่ยวข้องประสานบูรณาการกันให้ดี”นานกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาคงใช้เงินอย่างเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด และเราก็ไม่มีเงินที่เพียงพอขนาดนั้น ฉะนั้นต้องหาวิธีการที่เหมาะสม ต้องช่วยกันคิด เราเป็นผู้นำทางการศึกษาที่เป็นงานฟังชั่น แต่ก็มีงานบูรณาการที่ท่านช่วยดูแลได้อีก จึงขอให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณให้คุ้มค่าในการส่งเสริมภารกิจที่มีความสำคัญกับประเทศชาติ ฉะนั้นความร่วมมือวันนี้ที่ทุกคนได้ตกลงใจลงนามความร่วมมือกันแล้วตนถือเป็นของขวัญที่สำคัญที่รัฐบาลจะทำเพื่อคนไทยและประเทศไทยต่อไป และขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่าเรื่องการให้การศึกษากับคนไทยเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เราต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง หาวิธีการที่เหมาะสม ทำอย่างไรให้เกิดผลสัมฤทธิ์และวัดผลได้ ทั้งนี้การนำเด็กเข้ารับการศึกษา ซึ่งการจะจัดหาโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพ มีกองทุนต่างๆ แต่เมื่อกลับมาเรียนต้องเรียนโรงเรียนที่ไม่มีคุณภาพมันก็ไม่ได้กลับขึ้นมา จึงต้องพิจารณาตรงนี้อีกข้อให้ตนด้วย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ตนเป็นกังวลคือเราต้องสอนให้เด็กรู้จักมีความคิดที่ดีในหลายๆเรื่อง ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และนำมาคิด เพื่อเตรียมตัวไปสู่อนาคตว่าจะเรียนอะไร และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนหมู่บ้านของเขา ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ จึงต้องพูดกับเด็กให้เข้าใจว่ามันไม่ได้ง่ายนักการที่จะโตขึ้นมา มีความสำเร็จ มีงานทำ มีรถขับ มีบ้านอยู่ ไม่อย่างนั้นก็จะคิดง่ายและมีปัญหา ไม่อยากให้ทุกคนเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ เรียนมาแล้วยังไม่ทันจบก็สร้างหนี้สิน จบมาก็มีหนี้สินติดตัว ซึ่งทำให้ทุกอย่างพัฒนาไม่ได้ ก็ขอให้เปรียบเทียบกับต่างประเทศด้วยว่าเขาพัฒนามาอย่างไร ขอให้เร่งสร้างความคิด สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เขาไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ทุกอย่างยากในโลกของการแข่งขัน และทำอย่างไรจะไม่เป็นภาระของครอบครัวต่อไปในอนาคต นั่นคือเป้าหมายของการเรียนด้วย ทั้งนี้ถ้าลูกรักพ่อแม่ขอให้ช่วยกันเรียนหนังสือ ช่วยกันอยู่ในระเบียบ ในระบบ มีวินัย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่ ไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงของครอบครัว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มีต่อนักเรียนในช่วงโควิด เดิมที่มอบเงินให้คนละ 2,000 บาท ตนเห็นในข่าวครูบางโรงเรียนมีแนวคิดว่ามีใครจะมาสมทบเงินตรงนี้ ก็มีการมาสมทบคนละครึ่งและนำไปจัดซื้อโทรศัพท์ที่เรียนหนังสือได้ ซึ่งหลายโรงเรียนทำแล้วได้ประโยชน์ เกิดการช่วยเหลือตัวเองและความรับผิดชอบไปด้วย ตนย้ำอีกทีการสร้างโอกาสทางการศึกษาต้องเน้นทั้งโอกาสและคุณภาพของการศึกษา รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปกครองด้วย วันนี้ตนขอขอบคุณในการลงนามที่เป็นการใช้พลังร่วมกันในการบูรณาการ ทั้งแผนคน แผนเงิน แผนงานโครงการ มาร่วมกันทำกิจกรรมที่เกิดผลสัมฤทธิ์โดยรวม ตนขอฝากผู้เกี่ยวข้องว่าการให้โอกาสทางการศึกษาถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เมื่อร่วมมือกันเต็มที่ความสำเร็จจะเกิดกับพวกเรา ประเทศชาติ และคนในชาติต่อไป ตนรู้ว่าเป็นงานที่หนักต้องใช้พลังอย่างมากในงานบูรณาการที่เพิ่มขึ้นมา นี่คือปัญหา อุปสรรคมีไว้ฝ่าฟัน ปัญหามีไว้ให้แก้ไข อย่าท้อแท้ ถ้าโลกไม่มีปัญหา โลกไม่มีอุปสรรค โลกก็จะไม่เจริญ ทุกคนก็นั่งเฉยๆใช้ชีวิตไปสบายๆ แต่วันนี้โลกมีทั้งอุปสรรค ปัญหา และบทเรียนต่างๆมากมาย โดยเฉพาะประเทศไทย 

“เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่ดี อะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ที่ดีเราก็เรียนรู้ อะไรที่ไม่ดีเราก็อย่าไปทำอีกในทุกๆเรื่อง อย่าบอกว่าประวัติศาสตร์ไม่มีความสำคัญ ทุกอย่างมีประวัติศาสตร์มาทั้งหมดจนถึงวันนี้ นี่คือประวัติศาสตร์โลก ความขัดแย้ง สงครามมีที่ไหนบ้างเกิดจากอะไร ทำไมเขาถึงไม่ค่อยทะเลาะกัน เพราะเขาเห็นแล้วว่าประวัติศาสตร์ทำให้ประเทศเสียหาย ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากความไม่สามัคคี เกิดจากความขัดแย้งระดับต่ำจนระดับสูง สิ่งต่างๆเหล่านี้ครูต้องสอนใหม่ทั้งหมด”นายกรัฐมนตรีกล่าว

"แรมโบ้" ขอบคุณประชาชน ปลื้มใจ! ผลสำรวจ "ซูเปอร์โพล" ประชาชนยังอยากให้ "นายกฯประยุทธ์" แก้ปัญหาประเทศ เปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ ยืนยันนายกฯมีความตั้งใจทำงาน ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงนักการเมือง

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับซูเปอร์โพล สำรวจความนิยมต่อนายกรัฐมนตรี และเบื้องหลังปัญหาวิกฤต ช่วงต้นปี 2565 พบว่าความต้องการของประชาชนร้อยละ 82.0 ต้องการให้ นายกฯเป็นผู้ถือธงนำ กล้าเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ การบริหารงานใหม่ๆ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง หลุดออกจากการบริหารประเทศแบบรัฐราชการ และร้อยละ 83.7 หวังให้นายกฯประยุทธ์ฯ กล้าเปลี่ยนแปลงและตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประชาชน เหมือนปี 2557 ที่มีความจริงจังเด็ดขาด ถือธงนำในการแก้ปัญหาเพื่อประชาชนแท้จริง ร้อยละ 70.5 เห็นนายกฯทำงานหนักและไม่เคยเห็นภาพความสุขส่วนตัวตลอด 7 – 8 ปีที่ผ่านมา

โดยเป็นการแสดงให้เห็นว่าจนถึงขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศยังให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุน ในตัวนายกฯในการทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประเทศและประชาชนอยู่ อีกทั้งการที่ประชาชนอยากให้นายกฯกล้าเปลี่ยนแปลงการเมืองแบบใหม่ ก็อาจเป็นเพราะประชาชนเริ่มเบื่อการเมืองเก่าๆ ที่มีแต่จะออกมาโจมตี ใส่ร้ายกันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น

"ตลอดการบริหารงานนายกฯได้มีความตั้งใจในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่น  พร้อมขอให้ประชาชนยังเชื่อมั่นในตัวนายกฯในการทำงานต่อไป และยืนยันว่านายกฯจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง จะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุดจนกว่าจะครบเทอม แม้ว่าจะมีความยากลำบากอยู่ แต่การที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นกับปัญหาต่างๆ และเดินหน้าไปได้นั้นก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชน นักการเมืองทุกพรรคด้วย เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเอาชนะหรือผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เป็นเวลาที่ต้องร่วมกันช่วยเหลือประชาชน

 “สุชาติ” รับคำปราศรัย “เลขาฯพปชร” ปมรวยจน ถูกโยงปั่นวาทกรรมโค้งสุดท้าย ลั่น “ทำดีที่สุดแล้ว แพ้ต้องยอมรับ แจง คะแนนตามเป้า เชื่อลต.ซ่อมไม่ทำเกิดศึกในพรรค 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา เขต 6 กล่าวถึงผลเลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา อย่างไม่เป็นทางการ โดยผู้สมัคร พรรคพปชร. ว่า คะแนนที่เราได้ กว่า 4หมื่นคะแนน ถือว่าไปตามเป้า แต่การเลือกตั้ง ก็เหมือนแข่งขันกีฬา เราซ้อมแล้วทำลายสถิติโลก แต่มีคู่แข่งที่ทำลายได้มากกว่า เราต้องยอมรับความพ่ายแพ้ อย่างพื้นที่สะเดา ที่เราประเมินจะชนะ 7-8 พันคะแนน แต่สามารถชนะเพียง 1,500 คะแนน ส่วนบางพื้นที่จะแพ้น้อย ก็แพ้เยอะกว่า จึงสวนทางกันไปหมด 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพปชร.ขึ้นปราศรัยหยิบยกประเด็นคนรวยคนจน อาจเป็นจุดพลิกให้พรรคพปชร.แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเป็นประเด็นหนึ่ง ที่มีผลให้ฝั่งตรงข้าม หยิบมาเป็นวาทกรรมคนรวย คนจน ในโซเชียล

“สุชาติ” ยินดี “น้ำหอม” คว้าชัยสงขลา ยืดอก “แพ้ก็คือแพ้”คนชนะมีหนึ่งเดียว พร้อมพอใจคะแนน “น้องโบ๊ต”ชาวสงขลาเทให้มากกว่าครั้งก่อนเท่าตัว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.เลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา อย่างไม่เป็นทาง โดยผู้สมัครหมายเลข 1 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์  ผู้สมัคร หมายเลข3 พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนเสียงมาเป็น อันดับ 2 ว่า

“ผลคะแนนของน้องโบ๊ต ที่ออกมา ถือว่าได้ตามเป้า และพวกเราเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะยืดอกรับความจริง ว่า แพ้ก็คือแพ้  เพราะคนชนะต้องมีแค่หนึ่งเดียว ที่ถูกเลือกเข้าไปเป็นผู้แทน จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้ใช้สิทธิ์สามารถเลือกได้ตามตั้งใจ  ซี่งผมต้องขอบคุณพี่น้องชาวเขต 6 สงขลา ที่ออกมาลงคะแนนให้ ถือว่าเป็นคะแนนที่เยอะมาก

“บิ๊กตู่” ลั่น! ขออย่าเห็นแก่ตัวขยับราคาสินค้าอื่นตามอ้างน้ำมันแพง “สั่ง” ระงับส่งออกหมูหากจำเป็นให้นำเข้าตั้งข้อสังเกตทำไมหมูขาดตายไม่ถึง 20%-ระบาดเป็นบางจุด ถามเอาเงินมาจากไหนขอขึ้นค้าแรง

ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูง โดยเฉพาะเนื้อสุกรจะมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ว่า ขณะนี้ได้มีการสำรวจแล้วตั้งแต้ทางว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน อย่างไร วันนี้ปัญหาคือมีปริมาณเพียงพอหรือไม่ เมื่อไม่เพียงพอจะจัดหาเพิ่มเติมได้จากที่ไหน เช่น หมูถ้าจำเป็นก็ต้องนำเข้าและระงับการส่งออก ขณะเดียวกันหน่วยงานเกี่ยวข้องก็ต้องไปผลิตลูกหมูออกมา ส่งเสริมผู้ค้าหมูรายย่อย วันนี้ก็ต้องไปสำรวจอีกกว่ามรหมูที่เก็บไว้ในสต๊อกมีการแช่แข็งไว้เท่าไหร่ที่รอการส่งออกก็ต้องระงับการส่งออกทั้งหมด เพื่อให้ปริมาณหมูมีเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ต้องแก้ปัญหากันแบบนี้

"หมูตายก็สร้างหมูใหม่ขึ้นมา เพาะพันธุ์ใหม่ขึ้นมาให้เพียงพอปัญหาสำคัญที่สุด การแพร่ระบาดในครั้งนี้ มีการแพร่ระบาดในบางพื้นที่และเป็นจุดๆไป ไม่ได้แพร่ระบาดทั่วประเทศ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย และการตายมีประมาณไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทำไมหมูถึงขาด แสดงว่ามันเกิดอะไรขึ้นแสดงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในกระบวนการ มีคนไปทำอะไรหรือเปล่า อีกทั้งหลายๆอย่างก็พยายามขึ้นราคาตาม ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล พี่สมควรที่สมควร ผมจึงได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมายและถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้ร้องเรียนมายังสคบ."พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ชัยวุฒิ-เจ๊หลี” ลุยหาเสียงขอคะแนนหลักสี่-จตุจักร  เชื่อปชช.อยากได้เจ้าของพื้นที่เดิมระบุ ปมแพ้ 2 เขตภาคใต้ มีหลายเหตุ ชี้ ไม่เกี่ยววาทกรรม”เลขาฯพปชร.”

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต9 พร้อมนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 9 ลงพื้นที่ตลาดทุ่งสองห้อง เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้ผู้สมัครของพรรคพปชร.

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การแพ้เลือกตั้งในพื้นที่ จ.ชุมพร และจ.สงขลา ถือเป็นเรื่องที่ต้องนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาปรับใช้ในพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร ที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการรักษาเก้าอี้ในฐานะที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่อยู่แล้ว และยังสะท้อนให้เห็นถึงคะแนนความนิยมของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ที่มีเพิ่มมากขึ้นทั้งสองพรรค จึงยืนยันได้ว่าประชาชนยังนิยมรัฐบาลอยู่  

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะทั้ง2 เขต จะส่งผลกดดันในพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า จะดูจุดอ่อน จุดแข็งจากการเลือกตั้งทั้ง 2 เขต มาปรับใช้ เชื่อว่าความเป็นแชมป์เก่าและเจ้าของพื้นที่เดิม และยังมีผลงานจากการที่รัฐบาลช่วยเหลือประชาชน แก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประชาชนยอมรับและสนับสนุนรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าที่พรรคพปชร.แพ้พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง2เขต มีปัจจัย หลายอย่าง ไม่ใช่เรื่องของการจัดเวทีปราศรัย ที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค
พปชร.ขึ้นเวทีปราศรัยอย่างที่มีการตั้งข้อสังเกต แต่เป็นเพราะตัวบุคคลผู้สมัครของพรรคเป็นคนใหม่

'บิ๊กตู่' เชื่อไม่มีรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อ! เป็นแค่วาทะการหาเสียง สุดท้ายต้องร่วมมือทำงานเพื่อประชาชน ชี้! หาเสียงดุเดือดเป็นเรื่องธรรมดา

ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา “พาน้องกลับมาเรียน” ถึงการทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพรและเขต 6 สงขลา ที่ระหว่างการหาเสียงมีการโจมตีกันอย่างหนัก ว่า วันนี้การทำงานมีการร่วมมือกันดีอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้งก็เป็นลักษณะอย่างนี้มาตลอด พอถึงเวลาเลือกตั้งก็เหมือนจะเกิดความขัดแย้งอะไรต่างๆ แต่การทำงานทุกคนก็ทำงานเพื่อประชาชนมิใช่หรือ พรรคร่วมรัฐบาลท้ายที่สุดก็คือต้องทำเพื่อประชาชน และต้องช่วยรัฐบาลในการทำงาน เพราะเราคือรัฐบาลในฐานะพรรคร่วม 

"ในการหาเสียงผมก็เห็นว่าดุเดือดกันมาแบบนี้ ใครจะชนะหรือแพ้ผมก็ยินดีด้วยกับผู้ชนะเท่านั้นเอง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

'โฆษกรัฐบาล' ลั่น รัฐบาลพร้อมแจงศึกซักฟอก  ดักคอ ฝ่ายค้าน ใช้ข้อเท็จจริง อย่าจินตนาการ - ตัดแปะข่าวมาพูด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุคาดว่าน่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ และไม่อยากให้รัฐบาลยื้อวันอภิปรายออกไปจนถึงใกล้วันปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 ก.พ.ว่า เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ แต่ขอให้ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงในการอภิปราย ไม่ใช่ใช้จินตนาการหรือข่าวจากสื่อมวลชนมาตัดแปะ เพราะแบบนั้นประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากได้เห็นการอภิปรายแบบเลอะเทอะของฝ่ายค้าน เสียเวลานั่งฟังอยู่หลายวันโดยเปล่าประโยชน์

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ในการอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้เข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่ฝ่ายค้านมักสร้างความสับสนให้กับประชาชน และการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ก็สามารถบริหารจัดการได้ดีจนนานาชาติต่างให้การยอมรับ

‘พล.ท.นันทเดช’ วิเคราะห์เลือกตั้งซ่อม ชี้ คนใต้สอน 'พปชร.' ให้รู้จักคำว่า 'พ่ายแพ้'

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย และอดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส. จังหวัดชุมพรและสงขลา ว่า ในที่สุดประชาชนภาคใต้ก็สอนพรรค พลังประชารัฐ ให้รู้จักคำว่า "พ่ายแพ้" เสียบ้าง แพ้อย่างไรนั้น เราลองมาดูเหตุผลง่ายๆ กันหน่อย 

1.) คราวนี้พรรคพลังประชารัฐ ไม่ชูพลเอก ประยุทธ์ ขึ้นมาหาเสียงเหมือนเดิม เพราะหลายคนในพลังประชารัฐไม่เชื่อว่า ในปัจจุบันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะยังมีคนชอบอยู่มากมายเหมือนเดิมอีก 

2.) การปรากฏตัวถี่ขึ้นของคุณทักษิณ และการเคลื่อนไหวของเด็ก 3 กีบ ที่นับวันจะเลยเถิดมากขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องหันกลับมาพึ่งพา พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งหนึ่ง แม้จะเบื่อในความเฉื่อยชา ของลุงตู่ก็ตาม 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top