Thursday, 11 June 2026
POLITICS NEWS

"แรมโบ้" เห็นด้วย "ซูเปอร์โพล" ปชช.ส่วนใหญ่พอใจการเยือนซาอุฯของ นายกฯ ฟื้นสัมพันธ์-ประเทศได้ประโยชน์ ซัด "ฝ่ายค้าน" สิ่งใดที่ดี ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ควรหัดยอมรับบ้าง ไม่ใช่หวังแต่ประโยชน์ส่วนตัว

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความพอใจหลังฟื้นสัมพันธ์ ไทย ซาอุดีอาระเบีย พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.3 รับทราบการทำงานและรับรู้ถึงความพยายามของรัฐบาล ในการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคและระดับนานาชาติให้ดีขึ้น และร้อยละ 88.9 พอใจ ต่อการฟื้นสัมพันธ์ไทยกับซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ร้อยละ 58.2 ประชาชนมองว่าการฟื้นความสัมพันธ์ยังได้ประโยชน์ด้านพลังงานอีกด้วย 

ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศยินดีกับการที่นายกฯได้ไปเยือนซาอุฯในครั้งนี้ และยังเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน และประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน การท่องเที่ยว  ดังนั้นขอให้คนที่เห็นต่างหรือฝ่ายค้านเลิกนำประเด็นการเยือนซาอุฯ ของนายกฯมากล่าวหา โจมตีนายกฯ เพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น 

“บิ๊กป้อม” ถก “พีมูฟ” สางปม  15 ข้อเรียกร้อง สั่ง เร่งช่วยเหลือเยียวยาทุกกรณี “โฉนดชุมชน-เร่งกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์กลุ่มชาติพันธุ์” ยัน รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเยียวยาทุกกลุ่ม  

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)ครั้งที่1/2565  ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นายมงคลชัย สมอุดรรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ร่วมประชุม 

โดยที่ประชุมรับทราบข้อเรียกร้องต่างของกลุ่มพีมูฟทั้ง 15 กรณี ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินของชุมชน การเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้รับทราบความคืบหน้าการประชุมหารือร่วมกันระหว่างส่วนราชการและขปส.ในการแก้ปัญหาข้อเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง ที่มีนายอนุชา ประชุมหารือขั้นต้น พร้อมรับทราบการแต่งตั้ง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เป็นในองค์ประกอบคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ขปส.

'อนุชา' เผย ถกแก้ 15 ประเด็นปัญหาพีมูฟได้เกือบหมด ยัน เข้าครม.พรุ่งนี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) หรือพีมูฟ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับตัวแทนเครือข่ายพีมูฟ ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอรฺเร้นท์ ว่า ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นข้อเสนอ 15 ข้อ ซึ่งในหลายข้อได้ มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา การประชุมครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างมาเป็นเวลานาน และจะสามารถทำให้รักษาทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชนได้ เพื่อให้ประชาชนและประโยชน์ของประเทศชาติควบคู่กันไปได้ ด้วยเจตนาดีของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการมอบหมายให้ตนเป็นผู้ประสาน และดำเนินการแก้ไขเพื่อให้สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

นายอนุชา กล่าวว่า กรณีการแก้ไขปัญหาตามพระราชบัญญัติที่ดินแห่งชาติ ม.10/4 กรณีการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ถือว่ามีเป้าหมายตรงกันในการแก้ไขปัญหา เพื่อดูแลทรัพย์สมบัติแผ่นดิน ต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมจะยังคงปักหลักชุมนุมหรือจะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว เพียงแต่พูดคุยกันถึงกรณีแก้ไขปัญหาร่วมกันเท่านั้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่าผลการหารือนี้ จะถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1กุมภาพันธ์นี้หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีพยายามเสนอผลการหารือให้ครม.ได้รับทราบถึงการทำงานที่ผ่านมา เมื่อถามย้ำว่าจะนำผลการพูดคุยทั้ง 15 ประเด็นปัญหานี้ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุชา พยักหน้า เป็นการตอบรับ พร้อมกล่าวว่า เพื่อให้ครม.รับทราบ และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนเรื่องใดที่ยังขัดต่อกฎหมายอาจจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ที่อาจมีขึ้นในอนาคต ส่วนการพิจารณาแก้ไขปัญหา ประเด็นค้าง ก็ต้องดูเป็นประเด็นๆไป

“บิ๊กตู่” ชื่นชม พม.  เดินหน้าดูแลผู้พิการตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตั้งเป้าปี 65  ปฏิรูปงานด้านคนพิการ จัดครอบครัวอุปการะดูแลผู้พิการขาดคนดูแล ชี้พบมากขึ้นจากเหตุโควิด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รายงานต่อนายกรัฐมนตรีถึงการขับเคลื่อนการดูแลกลุ่มคนพิการ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของรัฐบาล โดยกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ตั้งเป้าให้ปี 2565 นี้ เป็นปีแห่งการปฏิรูปงานด้านคนพิการ ตั้งแต่การค้นหาคนพิการเชิงรุกตามชุมชน นำผู้ตกหล่นมาขึ้นทะเบียนคนพิการ เพื่อรับสิทธิ สวัสดิการ และการคุ้มครองต่างๆ   ขยายพื้นที่โรงพยาบาลให้สามารถตรวจรับรอง และออกบัตรคนพิการจบในที่เดียวครบทั้ง 77 จังหวัด ภายในเดือนสิงหาคม 2566 จากปัจจุบันที่ทำได้แล้วใน 40 จังหวัด

ที่สำคัญ คือ เตรียมแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยจะปรับเกณฑ์พิจารณาการออกบัตรคนพิการให้ชัดเจนและง่ายขึ้น ขณะเดียวกันจะปฏิรูปบัตรคนพิการ ให้เป็นบัตรคนพิการดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่น บัตรคนพิการ-PWD ซึ่งสามารถใช้แทนบัตรคนพิการได้เลย ภายในบัตรระบุข้อมูลสิทธิและสวัสดิการที่ได้ เชื่อมโยงข้อมูลกับตลาดงานคนพิการ กู้ยืมเงินออนไลน์ ตลอดจนมีการชี้เป้าหน่วยงานช่วยเหลือคนพิการที่ใกล้ที่สุดผ่านกูเกิ้ลแมป แต่ส่วนคนพิการที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ยังสามารถใช้บัตรคนพิการได้ปกติ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวง พม. จะมุ่งฝึกอาชีพใหม่ และอาชีพเก่าที่ยั่งยืนสำหรับผู้พิการ  ซึ่งเป็นล้วนเป็นอาชีพที่เคลื่อนไหวออกจากที่พักอาศัยน้อย เช่น อาชีพที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี วิเคราะห์และจัดการข้อมูล ขายของออนไลน์ เกษตรกรรม เป็นต้น  โดยเป็นความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่สนับสนุนองค์ความรู้ สร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางตลาด ทั้งนี้ เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพิงตัวเองได้ จากการมีอาชีพและรายได้ และสามารถเป็นที่พึ่งแก่ครอบครัวต่อไป สำหรับการดูแลผู้พิการที่ขาดคนดูแล เนื่องด้วยผู้ดูแลเสียชีวิต และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีผู้ดูแลผู้พิการเสียชีวิตจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้พิการเดือดร้อนมากขึ้นอีก

'จาตุรนต์' วิเคราะห์ ประชาชนไม่เอาประยุทธ์อีกต่อไป!! หลัง พปชร. พ่ายศึกเลือกตั้งซ่อม

ไม่เอาประยุทธ์อีกต่อไป!!

ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพ เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) เมื่อ 30 ม.ค. 2565 นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะไปในสนามนี้นั้น ล่าสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ได้วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งสรุปได้ว่า... 

“ความนิยมของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตกต่ำอย่างมาก”

นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า ยินดีกับนายสุรชาติ เทียนทองที่ได้รับชัยชนะท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยินดีที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมากทีเดียว

"การที่พปชร.คะแนนน้อยสุดๆ ส่งสัญญาณว่าความนิยมต่อพปชร. และประยุทธ์ตกต่ำลงอย่างมาก ประยุทธ์จะอยู่ได้ไม่นานและยากที่จะกลับมาอีก...ประชาชนไม่เอาแล้ว!!!"

'เลขาฯสมช.' เผย 'บิ๊กตู่' สั่งคุมราคาเอทีเค  ย้ำ อย่าให้ปชช.เดือดร้อน จ่อ ปรับมาตการในโรงเรียน ยัน ให้ทุกคนปลอดภัย 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุม ศปก.ศบค. ว่า ที่ประชุมหารือ 3 ประเด็นหลัก คือกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข สปสช. และกระทรวงพาณิชย์ ไปจัดระเบียบแนวทางการตรวจเอทีเค โดยเฉพาะหามาตรการช่วย อย่าให้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องของราคา ส่วนการกำจัดขยะชุดตรวจเอทีเคนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ไม่ค่อยมีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย จากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ส่วนรายละเอียดต้องให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง 

พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า สองเรื่องการเรียนการสอน เนื่องจากนายกฯเป็นห่วงนักเรียนจึงมอบให้กระทรวงทหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และ กทม. ไปพูดคุยหารือรายละเอียดมาตรการที่จะต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้โรงเรียนสามารถเปิดการศึกษาได้อย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอด ส่วนกรณีโรงเรียนที่จังหวัดราชบุรีที่มีการติดโควิดจำนวนมากนั้น กระทรวงศึกษาต้องดูให้สอดคล้องกับพื้นที่ระหว่างสถานการณ์กับปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตรการหลักอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพูดคุยกัน จึงยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ และเรื่องที่สามคือ เทสแอนด์โก ที่จะเปิดรับลงทะเบียนอีกครั้งวันที่ 1 ก.พ. 

'กนก' ลั่น!! พี่ใหญ่ต้องรู้สึก ครึ่งเดือนพ่าย 3 หน ชี้!! ทุกหนลงไปช่วยหาเสียง แต่ไร้พลัง!! 

วันที่ 31 มกราคม 2565 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ระบุว่า... 

พี่ใหญ่ต้องรู้สึก! ครึ่งเดือนพ่าย 3 หน ทุกหนลงไปช่วยหาเสียง แต่ไร้พลังด้วยแป้งเอฟเฟกต์ ไปร่วมเล่นละครกับหอกข้างแคร่ แฟนคลับลงโทษ ถูกต้อนเข้ามุมอับแล้วลุง


ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=493796862115165&id=100044545655669
https://www.naewna.com/politic/632204
 

'พล.ท.นันทเดช'​ เตือน!! ปัญหาธรรมดาที่รัฐมักปล่อย สะท้อนผ่าน​ ' ความพ่ายแพ้'​ เลือกตั้งซ่อมหลักสี่แล้ว

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ศรภ. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ระบุว่า... 

รัฐบาลได้รับการสั่งสอนเป็นครั้งที่​ 3

ประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการตอบสนอง
ความสุขให้กับประชาชนนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนประเทศได้ดีขนาดไหนก็ตาม เช่น สร้างรถไฟฟ้า 10 สาย / ต่อสู้ชนะโรคโควิด / การจัดนิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ

แต่ความสุข ของคนไทยส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ในมือของคนชั้นกลางนั้น... 

ด้านหนึ่งก็ชื่นชมต่องานที่รัฐบาลทำขึ้นมา 
อีกด้านหนึ่งก็ต้องการความสงบของบ้านเมือง รวมทั้งความทัดเทียมทางกฎหมาย 

ดังนั้นรัฐบาล​ ซึ่งทำงานแทบตาย ก็จะสะดุดขาตัวเองเป็นระยะๆ จากปัญหาธรรมดาๆ​ ที่น่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ 

ถ้าเอาใจใส่ซะหน่อย อย่าไปคิดว่าประชาชน
จะลืมอะไรง่ายๆ พวกเขาไม่ลืม เพียงแต่จริงๆ แล้วพวกเค้าก็ยังต้องการรัฐบาลอยู่

จึงอยากขอเตือนรัฐบาลให้ระวังเรื่องแบบนี้หน่อยครับ

เรื่องแบบไหนล่ะ ก็เรื่องที่แก้ได้ง่ายๆ​ นะซิครับ

1.) การดำเนินคดีต่อตำรวจขับรถจักรยานยนต์หรูชนหมอต่ายจนเสียชีวิต​ ซึ่งดูกระบวนการจัดการช้าไม่ทันใจประชาชน

2.) สินค้าราคาแพง ทั้งๆ ที่มีเหตุการณ์เตือนมาแล้วเป็นระยะๆ​ แล้ว​

3.) การบุกรุกพื้นที่ป่า ของครอบครัว คุณธนาธร ซึ่งเรื่องไปค้างอยู่ที่กรมที่ดิน มาปีหนึ่งแล้ว

4.) แท็กซี่ราคาโหดที่ภูเก็ต นักท่องเที่ยวเรียก Grab ราคา​ 180 บาท...Grab พอรู้พื้นที่ไม่กล้ามารับ เลยไปเรียกแท็กซี่...แท็กซี่ เรียกราคา 600 บาท ราคามันต่างกันมากก็เลยทะเลาะกัน...แท็กซี่ท้าให้เรียกตำรวจ ตำรวจมาก็ทำอะไรไม่ได้

5.​) ความขัดแย้งในพรรคหลักของรัฐบาล

6.​) เรื่องการลดโทษนักโทษการเมือง ที่ทำการทุจริต

ฯลฯ

'พรรคกล้า'​ ปลื้ม!! แม้เป็นพรรคใหม่ แต่กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ เผยผลรอบนี้​ ชี้!! 'การเมืองไม่เหมือนเดิม'​ อีกต่อไป

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมเขตจตุจักร-หลักสี่ เบอร์ 2 แถลงหลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยนายกรณ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนอันดับ 1 โดยหวังว่าจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. พร้อมกันนี้ยังกล่าวในฐานะหัวหน้าพรรค ขอบคุณจากใจกับทุกคะแนนที่มอบให้นายอรรถวิชช์ และได้กำลังใจจากคะแนนเสียงที่ได้มา ขอบคุณทีมงาน สมาชิก ผู้สนับสนุนพรรคกล้าทุกคน เพราะเราทุ่มเทกันสุดตัว แน่นอนที่สุดเราไม่ชนะ เราก็รู้สึกผิดหวัง เพราะทุกครั้งที่ลงเลือกตั้ง เราก็ตั้งใจที่จะชนะเพื่อที่จะสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสภาได้ 

พรรคเราเป็นพรรคใหม่ เราพูดแต่แรกว่าเราเป็นพรรคสตาร์ตอัป ซึ่งความหมายคือ รุกแรงทุกครั้ง รุกเร็วทุกครั้ง เรียนรู้และปรับตัว ซึ่งครั้งนี้ก็เหมือนกัน เรามีบทเรียนและประสบการณ์จากการลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ที่ทำให้เรามีกำลังใจว่าเรามาถูกทางแล้วในการนำเสนอการเมืองคุณภาพที่ชัดเจนที่สุดของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือพี่น้องประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการเมืองที่มีคุณภาพ ต้องการเห็นการเมืองที่ดีขึ้น ต้องการเห็นผู้มีอำนาจตอบโจทย์การแก้ปัญหาและใส่ใจในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น สัญญาณที่ชัดเจนของพี่น้องประชาชนคือความต้องการเปลี่ยนแปลง 

“พรรคกล้าเราถือว่าเรามาถูกทางในการนำเสนอการเมืองคุณภาพ การเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะเป็นการเมืองที่จะสามารถสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนได้ สร้างโอกาสให้กับประเทศชาติได้ ขอกราบพระคุณทุกท่านที่ให้คะแนนกับเรา” นายกรณ์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวขอบคุณทุกคะแนนจากหัวใจ พร้อมแจ้งข่าวดีให้ชาวพรรคกล้าทราบว่า ฐานเสียงเดิมของพรรคกล้าที่เขตจตุจักร มาเป็นอันดับ 1 แน่นอนคุณสุรชาติ เป็นแชมป์เก่าอยู่ที่หลักสี่อยู่แล้ว จึงชนะในเขตหลักสี่ไป แต่จตุจักรเรายังรักษาตำแหน่งที่ 1 ของเราได้ เป็นเรื่องที่ดี ที่สำคัญ การเลือกตั้งคราวนี้ คะแนนทางการยังไม่สรุปว่าเราเป็นที่ 2 หรือ 3 แต่เราก้าวไปเป็นพรรคการเมืองในระดับที่มีคะแนนเทียบกับพรรคก้าวไกลที่มี ส.ส. ในสภา 50 คนแล้ว และถ้าการเมืองคุณภาพที่เราอยากเห็น เราเห็นชัดเจนว่าการเมืองใหม่เกิดขึ้นแล้วในกรุงเทพมหานคร ผลจะเริ่มสะท้อนชัดเจนว่าการทำการเมืองในวิถีแบบใหม่แบบที่พรรคกล้าเป็น ทำให้พรรคเราขึ้นมายืนได้ขนาดนี้ เลือกตั้งเที่ยวหน้าการเมืองคุณภาพแนวนี้ มันจะเป็นเทรนด์การเมืองใหม่ที่หลายพรรคจะต้องเดินตาม และนี่เป็นความภูมิใจ ที่เราสู้มาตลอดเวลา 30 วันนี้

นายอรรถวิชช์ยังกล่าวถึงการประเมินคะแนนเสียงเบื้องต้น นอกจากฐานเสียงเดิมที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ หรือความเป็นพรรคกล้าที่แจ้งเกิดได้ ว่า ปัญหาตอนนี้ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเฉพาะเขต ตอนนี้มีการเปลี่ยนตัวหน่วยในหลายจุด ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก คาดว่าอยู่ 30% ของผู้มาใช้สิทธิ์ แต่หลักสี่มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ขณะที่จตุจักรน้อยมากบางหน่วยเงียบเหงา ต้องฝากทางกรุงเทพมหานครต้องกระจายข่าวสารให้ทั่วถึงมากขึ้น และถือว่าพรรคกล้าแจ้งเกิดทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร เห็นได้ชัดว่าการเมืองใหม่เกิดขึ้นแล้ว การเมืองคุณภาพ การนำเสนอแบบนี้มีโอกาส ตราบใดที่ไม่เสนอการเมืองแบบแบ่งค่าย แต่เป็นการบอกว่าแนวคุณภาพคืออะไรมันไปได้ 

'พิธา' กร้าว!! เลิกจี้​ 'ก้าวไกล-ทหาร'​ ปฏิปักษ์กัน หลังคะแนนเสียงจากค่ายทหารเทให้มากกว่าเดิม

'ก้าวไกล'​ แถลงยินดี 'สุรชาติ'​ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน "กรุณพล" ลุยต่อ-มั่นใจเลือกตั้งใหญ่ได้ ส.ส. ด้าน 'พิธา'​ เผยเปอร์เซ็นต์คะแนนดีขึ้น-ชนะเพิ่มในค่ายทหาร 

พรรคก้าวไกล แถลงข่าวผลการเลือกตั้งซ่อมเขตจตุจักร-หลักสี่ นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขตจุตจักร-หลักสี่ เบอร์ 6 โดยมี ส.ส. พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. และทีมอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้งของพรรค ร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก 

พิธา กล่าวว่า ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับคุณสุรชาติ เทียนทอง และพรรคเพื่อไทย รวมถึงยินดีกับพี่น้องจตุจักร-หลักสี่ ที่จะได้คุณสุรชาติเข้าไปทำงาน ในส่วนพรรคก้าวไกล ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้​ 'เพชร กรุณพล'​ และพรรคก้าวไกล แม้เรายังไม่ได้เป็นผู้ชนะ แต่ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว และผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าการมีอยู่ของพรรคก้าวไกล การมีอยู่ของนักการเมืองแบบนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ และเมื่อดูจากเปอร์เซ็นต์คะแนนเสียงที่ได้รับ ในการเลือกตั้งปี 2562 เราได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ได้ 24 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าครั้งที่แล้ว ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ให้ความไว้วางใจ 

"นอกจากนี้ นโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ก็ถือว่าเป็นที่ตอบรับดีมาก เพราะคะแนนเสียงจากในค่ายทหารในสมัยอนาคตใหม่เราได้ 26 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้เพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงให้เห็นว่า พี่น้องทหารเห็นด้วยกับสิ่งที่เราจะทำให้กองทัพทันสมัย เป็นทหารมืออาชีพ ชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยดีขึ้น ชัดเจนว่า นโยบายปฏิรูปกองทัพที่เรานำเสนอดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีใครพยายามสร้างภาพว่าพรรคก้าวไกลกับทหารเป็นปฏิปักษ์กัน คิดว่าเลิกพูดแบบนั้นได้แล้ว เพราะแท้จริงเราพยายามทำให้ทหารมีสวัสดิการสวัสดิภาพที่ดีอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ เราตั้งใจที่จะทำงานอย่างมุ่งมั่นต่อไปสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศนี้" พิธา กล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top