Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

‘บิ๊กป้อม’ พอใจ การพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนในอีสานคืบหน้า พร้อมสั่งทุกหน่วยงานเข้ม 10 มาตรการจัดการน้ำ รับมือฤดูแล้ง

(2 ก.พ. 66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ภาคอีสาน จ.ยโสธร และ จ.มุกดาหาร ตรวจติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อการเกษตร และพบปะรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมี ผวจ.ยโสธร และ ผวจ.มุกดาหาร เลขา สทนช. และหน.ส่วนราชการต่าง ๆ ให้การต้อนรับ

ภาพรวมสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำยังเกิดขึ้น ในบางพื้นที่ที่ฝนทิ้งช่วง ความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปี 61-65 จว.ยโสธร มีพื้นที่รับประโยชน์เพิ่ม 61,103 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 33,053 ครัวเรือน สามารถจุน้ำเพิ่ม 37 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับการป้องกันกว่า 2,500 ไร่ 

สำหรับ จว.มุกดาหาร มีพื้นที่รับประโยชน์เพิ่ม 51,290 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 25,089 ครัวเรือน สามารถจุน้ำเพิ่ม 11.5 ล้าน ลบ.ม. และสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้เพิ่มเกือบ 10 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี โดยดำเนินทั้งการก่อสร้างแหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ และระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ ต่อจากนั้นได้ลงตรวจความคืบหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน บ.หนองบึง ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และพบปะรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่

‘บี พุทธิพงษ์’ ห่วง ปชช. หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่ง!! แนะ สวมหน้ากากอนามัย - ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น

‘พุทธิพงษ์’ เตือนประชาชนดูแลสุขภาพ!! หลังค่า PM 2.5 พุ่งสูงมาก ให้กำลังใจคนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่สู้ฝุ่นพิษ

(2 ก.พ. 66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ระบุข้อความว่า…

วันนี้…คงต้องเตือนทุก ๆ ท่านครับ ให้ระวังสุขภาพ ตื่นเช้ามารู้สึกได้ว่าเหมือนจะเป็นหวัด พอตรวจสภาพอากาศและเห็นจากการรายงานของไทยรัฐออนไลน์ ค่าฝุ่นวันนี้สูงมากและน่าจะหนักขึ้นตลอดทั้งวัน ขอให้กำลังใจคนกรุงเทพฯ และเชียงใหม่นะครับ ดูแลสุขภาพ ถ้าไม่จำเป็นก็ควรเลี่ยงออกไปข้างนอก แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หน้ากากอนามัย คงจะช่วยได้บ้างนะครับ ดูแลสุขภาพกันด้วยครับ #ชีวิตคนเมือง #เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ

ออกหมายจับ ‘ธาริต' หลังเบี้ยวศาลนัดอ่านฎีกาครั้งที่ 7 อ้างพักฟื้นผ่าตัด แต่อาจหลบหนีศาลคดีสลายชุมนุมปี 53

(2 ก.พ. 66) ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำสั่ง/ คำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 7 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุรุนแรงทางการเมือง ปี 2553 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน "เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 วรรคสอง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่ โจทก์ ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี ลดโทษให้1ใน3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี

จำเลยทั้งสี่ยื่นฎีกา อ้างว่า มีพยานหลักฐานใหม่ในคดี ขอให้ศาลฎีกา พิจารณา พิพากษาใหม่ และนายธาริต จำเลยที่ 1 มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อนโดยให้เหตุผลต่างกันหลายครั้ง โดยครั้งหลังสุด ขอเลื่อนโดยให้เหตุผลเนื่องจากต้องผ่านิ่วในไตทั้ง 2 ข้าง ใช้เวลารักษานานราว 4 เดือน รวมทั้ง นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมล หรือน้องเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนารามเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 และญาติผู้เสียชีวิตราย อื่นๆ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความที่สามในคดีด้วย

ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้ส่งคำร้องทั้งหมดให้ศาลฎีกา พิจารณาเพื่อมีคำสั่งคำร้อง โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจะพิจารณาผ่านระบบจอภาพผ่านศาลอาญา

นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกาวันนี้ ทนายโจทก์ที่ 1-2 จำเลยที่ 2-4 ทนายจำเลยที่ 1 พนักงานอัยการในฐานะทนายจำเลยที่ 3,4 ผู้รับมอบอำนาจนายประกันจำเลยทั้ง4มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา

ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าตามที่ได้แถลงต่อศาลในนัดที่แล้วว่า จำเลยที่ 1 เจ็บป่วยเป็นโรคนิ่วในไตทางด้านซ้ายและด้านขวา ต่อมาในวันที่ 29 มกราคม 2566 จำเลยที่ 1 ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ โดยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดส่องกล้องผ่านท่อไตและใส่สายระบายเลือดไว้ในท่อไตทั้งสองข้าง จำเลยที่ 1 จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นและต้องติดตามอาการเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อประเมินสภาพไตและก้อนนิ่วอีกครั้ง รายละเอียดตามคำร้องขอเลื่อนคดี ฉบับลงวันที่ 1 ก.พ.66 พร้อมเอกสารแนบท้าย

‘โรม’ ชี้ ตลกร้าย ‘ก้าวไกล’ ปกป้อง ขรก.น้ำดี กลับถูก ‘ภท.’ ใช้ กม.ทำลายการตรวจสอบของฝ่ายค้าน

(2 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณี 50 ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ลงชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงหรือไม่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185 หลังพรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกรณีโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ไปยังโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

รังสิมันต์ กล่าวว่า แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาก็แถลงแบบนี้เป็นประจำ แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามต่อไปคือ หลังจากออกแถลงการณ์ดังกล่าว ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ในลักษณะพยายามเชื่อมโยง นพ.สุภัทร กับพรรคก้าวไกล ว่ามีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สอดรับ สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า การโยกย้ายตำแหน่งของ นพ.สุภัทร ไม่ได้เป็นไปในลักษณะการโยกย้ายทั่วไปตามวาระ แต่เกิดจาก นพ.สุภัทร ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข แรงจูงใจของการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ ดังนั้น ใครกันแน่ที่เป็นคนผิด

'นายกฯ' เตรียมลงพื้นที่ ติดตามโครงการรถไฟ-ระบบระบายน้ำ ตรวจเยี่ยมเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ชาวสมุทรสงคราม

(2 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดสมุทรสงคราม ในวันที่ 3 ก.พ. 66 เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และพบปะประชาชน

โดยเวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม. 2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ไปสนามกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม และเดินทางไปสถานีรถไฟลาดใหญ่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ด้วยรถไฟขบวนที่ 4383 (สถานีรถไฟลาดใหญ่ - สถานีรถไฟแม่กลอง) ไปยังสถานีรถไฟแม่กลอง เพื่อตรวจติดตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

'เปลว สีเงิน' เผยมรดกลุงตู่ เปิดบ้านเช่าเก็บเดือนละ 250 บาท ทรัพย์สินที่ได้จากพ่อผู้ล่วงลับ ที่กำชับห้ามคิดใครแพงเกินกว่านี้

เมื่อวานนี้ (1 ก.พ. 66) 'เปลว สีเงิน' ได้นำเสนอบทความ ในหัวข้อ 'ลุงตู่ รวยแล้วไม่โกง' โดยระบุว่า…

"ลุงตู่" กับ "บิ๊กป้อม" นี่ จาก "ทหารครึ่งตัว-การเมืองครึ่งตัว" โจนลงสนามเลือกตั้งเป็นนักการเมือง "ระบบเลือกตั้่ง" เต็มตัว คึกยังกะม้าโดปยา เตะคอกเปรี้ยงปร้าง!

ยิ่ง "บิ๊กป้อม" ด้วยแล้ว .... "ถั่งเช่า" หรือจะสู้ "ใจบันดาลแรง" จาก "ป้อมไม่รู้" ตอนนี้เป็น "ป้อมกูเกิล" ถามอะไร ตอบได้หมด!

ทั้งพี่-ทั้งน้อง ตอนนี้ดูจะหลงเสน่ห์การลงพื้นที่ได้คลุกคลีกับชาวบ้านแต่ละจังหวัด ต่างคน-ต่างฟิต พี่ไปจังหวัดโน้น น้องไปจังหวัดนี้ บางที่ดอด "ตีท้ายครัว" กันเองก็ยังมี!

ก็สนุกดี ประชาธิปไตยเนื้อแท้นั้น ถ้าเข้าใจมันว่า การแข่งขันหาเสียงสู่สภา ปรัชญาของมัน ไม่ใช่ "นักเลือกตั้ง" เป็นผู้ได้

หากแต่ประชาชน คือชาวบ้านตะหาก ต้องเป็น "ผู้ได้" มันก็จะสนุกสนาน-สบายใจ ทั้งชาวบ้าน "ผู้ได้" และคนการเมืองที่เป็น "ผู้ทำ" ให้เขาได้

ไม่ใช่ได้เงินซื้อเสียง....

หมายถึง ได้ประโยชน์สุขจากนโยบายที่แต่ละพรรคหาเสียง เมื่อได้เข้าสภาแล้ว ก็ผลักดันนโยบายนั้นให้เป็นผล

พูดถึงนโยบายแต่ละพรรคที่ใช้หาเสียงกันตอนนี้ เห็นแล้วหนักใจ! แต่ละพรรค ฟังดูไม่ต่างสลากสรรพคุณยา ประเภท ทาปุ๊บหายปั๊บ-กินปั๊บหายปุ๊บ, ทาผัวหอมถึงเมีย อะไรประมาณนั้น ซึ่งมันไม่ต่าง "ยาผีบอก"

ที่สำคัญคือ "ทุกนโยบาย-ทุกพรรค" เอาเงิน "งบประมาณแผ่นดิน" เป็นสัญญาว่า "จะแจก-จะให้" ทั้งนั้น ชาวบ้านตอนนี้ เลยเป็นแมวหลงกลิ่นปลาย่างทาจมูก!

การเอาเงินแผ่นดินไปตกเบ็ดชาวบ้าน เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว รู้ใช่มั้ย....ว่าภาษีที่เก็บจากชาวบ้านได้ปีละเท่าไหร่? แล้วมันพอกันมั้ย? ที่จะเอาไปทำสวัสดิการทำนองลดแลกแจกแถมชาวบ้านคนละ 3 พัน 4 พัน แถมนั่นฟรี-นี่ฟรี

น้ำมัน-แก๊ส ก็ต้องถูก ค่าไฟฟ้า ค่ารถโดยสาร ก็ต้องถูก ค่ารักษาพยาบาลก็ต้องฟรี เฒ่าชแร-แก่ชรา ก็ต้องมีค่าขนม

ไทยใกล้เป็น "รัฐสวัสดิการ" เข้าไปเต็มตัวแล้ว!

ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งตะโกนว่า "ภาษีกู...ภาษีกู" ก็ไม่อยากถามว่า "คุณครับ...คุณเสียปีละเท่าไหร่?" ขอถามแบบให้เกียรติกันก็พอว่า....

"แล้วพวกคุณเคยเสียภาษีกันบ้างมั้ย" จะตรงประเด็นกว่า

คนไทย 65 ล้าน... อยู่ในระบบภาษีกันไม่ถึง 5 ล้าน แต่อีก 60 ล้าน อยู่นอกระบบ คือไม่ได้เสียภาษีรายได้ในแต่ละปีกันแทบทั้งนั้น แต่ทุกคนได้รับการดูแลจากรัฐตั้งแต่เกิดยันตาย จะว่าไปแล้ว ได้สิทธิประโยชน์มากกว่า "คนเสียภาษี" ด้วยซ้ำ

แล้วนี่ แต่ละพรรค ต่างออกนโยบาย "สัญญาจะให้" เห็นแล้วหนักใจ (แทนประเทศ) เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว ..... จะเอาเงินที่ไหนไป "ปรนเปรอ-แจกจ่าย" ตามสัญญา?

เลิกพูดไปเลย เรื่อง "พัฒนาประเทศ" น่ะ แค่เงินเดือนข้าราชการกับค่ารายจ่ายประจำ งบประมาณแต่ละปี ก็แทบไม่เหลืออยู่แล้ว แล้วนี่ แข่งกัน "ปล้นเอาเงินอนาคตประเทศ" ไปตกเบ็ดหาเสียงอีก ถามตรง ๆ ...... จะเข้าไปบริหารประเทศให้มันเจริญ หรือจะเข้าไปผลาญให้มันฉิบหาย-ขายประเทศ?

ฉะนั้น อยากให้แต่ละพรรคออกนโยบายหาเสียงแบบ "มีจิตสำนึก" และ "ความรับผิดชอบ" กันบ้าง ในฐานะคนเสียภาษี ทั้งภาษีส่วนตัวและภาษีบริษัท มาเกือบค่อนชีวิต อยากพูดบ้างซักคำว่า

"กูเหนื่อยนะโว้ย"....

กับการเป็นพลเมืองดี แม้ตอนเจ๊ง ก็ไม่เคยหนี หาเงินมาจ่ายภาษีจากเงินได้ทุกก้อน ไม่เคยขาด! ที่จริง นโยบายหาเสียงน่ะ ไม่ต้องจ้างบริษัทโฆษณาสรรหาคำหรู ๆ ไปตดทางปากให้หมาดมหรอก หัวใจนโยบายน่ะ........

ผู้นำที่ "เข้าถึง-จริงใจ" ในปรัชญาของมัน เขาจะไม่พล่ามพูด แต่งานที่เขาทำ มันจะพูดเอง นโยบายจริง ๆ มันต้องแบบบอระเพ็ด เข็ดขม จึงจะใช้รักษาไข้ให้หายได้ คือ

"ไม่เอาใจประชาชน แต่ทำที่ประชาชนอยากได้ในผลประโยชน์รวม ให้ประจักษ์"

บ้านเมืองต้องได้ สังคมต้องได้ ประชาชนต้องได้ และอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่เหยียบหัวแม่ตีนกัน นี่คือ เผด็จการ "ประชาธิปไตย"

ส่วน ครอบครัวกูต้องได้ หัวหน้าคอกกูต้องรวย หมาในคอกกูต้องท้องเต่ง และใครไม่ใช่พวกกู ต้องเอามันให้ตาย นี่คือ ประชาธิปไตย "ครอบครัว"

เมื่อวาน (1 ก.พ. 66) บิ๊กป้อม ประมุขพลังประชารัฐ "ตลบหลัง" ลุงตู่ ไปตามงานเรื่องน้ำที่นครปฐม ราชบุรี ก็ไม่มีอะไรหรอก เพียงจะบอกว่า ผมเชื่อแล้วเรื่อง "ใจบันดาลแรง!" ร่วม 8 ปี ที่ร่วมบริหารบ้านเมืองกับลุงตู่ "น้องรัก" ทุกคนก็เห็นบิ๊กป้อมใกล้เป็นตุ๊กตาล้มลุก ไหว..ไม่ไหว จะอยู่ จะไป ก็ต้องลุ้นว่าจะครบพรรษารัฐบาล คสช.มั้ยน้อ?

แต่พอ "แยกพรรค" แต่ไม่ "แยกพี่-แยกน้อง" เท่านั้่นแหละ บิ๊กป้อมแอบไปกินโมเลกุล "มณีแดง" ยาอายุวัฒนะที่จุฬาฯ กำลังวิจัย ทำให้คนอายุ 75 หวือหวาคืนวัยคนอายุ 25 มาหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เพราะฟิตเหลือเกิน ..... ออกเดินสายหาเสียงแทบทุกวัน แถมแต่งวัยสะรุ่น นุ่งยีนส์ แจ็กเกตหนัง วันก่อนไปตลาด อ.ต.ก. เล่นเอาแฟน ๆ กรี๊ดสลบ

เป็น "ว่าที่นายกฯ คนที่ 30" ยังขนาดนี้ ถ้าเลือกตั้งแล้ว ได้ขึ้นนั่งทับก้นน้องตู่บนเก้าอี้นายกฯ จะขนาดไหน?

ยังไงก็ มีดีแล้วแบ่งปันผมมั่งซักเม็ด-สองเม็ด นะท่าน...มณีแดงน่ะ กระชากวัยคนเดียว เกิดเหี่ยวปลาย ไม่มีพวกแล้วจะเหงา ขอบอก!

ถ้าพลาดเก้าอี้นายกฯ ผมเชียร์ให้บิ๊กป้อม เปิดร้านขายอาหารแข่งเจ๊ไฝ-ประตูผี ไปเลย แค่ขึ้นป้าย "เชฟป้อม" ผัดซีอิ๊ว ก็ร้านแตกแล้ว!

'นายกฯ' เคาะประกันรายได้เกษตรกร เฟส 4 วงเงิน 7.6 พันล้าน คาดเริ่มจ่ายงวดแรก ก.พ.นี้

(1 ก.พ. 66) นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) วันนี้ (1 ก.พ. 66) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 วงเงินรวมกว่า 7.6 พันล้านบาท โดยขั้นตอนต่อจากนี้ จะเร่งเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ และคาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินงวดแรกได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 ล่าสุดมีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวนทั้งสิ้น 1,604,379 ราย (เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ 1,372,865 ราย และคนกรีดยาง 231,514 ราย) คิดเป็นพื้นที่ปลูกยาง รวม 18,183,764.59 ไร่ ซึ่งเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว

'ชาวราชบุรี' ต้อนรับ 'ลุงป้อม' ลงพื้นที่ตรวจโครงการน้ำ สั่งเร่งผลิตน้ำประปาคุณภาพ ให้ปชช. มีใช้ตลอดปี .

(1 ก.พ. 66) เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. /ผอ.กอนช. พร้อม รมช.คลัง และคณะ ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องจากช่วงเช้า เพื่อตรวจติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี

เมื่อ พล.อ.ประวิตร และคณะ เดินทางถึงสถานีผลิตน้ำโพธาราม การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับนายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย เลขาฯ สทนช. ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของการพัฒนาระบบประปาในพื้นที่ ซึ่งทราบว่ายังมีความต้องการการพัฒนา แผนงาน-โครงการด้านน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมอยู่อีกมาก โดยเฉพาะการผลิตน้ำประปาให้เพียงพอ รองรับการขยายตัวของชุมชนเมือง และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดราชบุรี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการพัฒนาแหล่งน้ำ ให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ สอดคล้องแผนแม่บททรัพยากรน้ำ 20 ปี  มีการจัดสรรน้ำในแม่น้ำแม่กลองสำหรับการผลิตน้ำประปา ให้เพียงพอทั้ง 4 จังหวัด รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ในเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ซึ่งจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง

'ภูมิใจไทย' ยื่นเพิกถอน 'พิธา-ทวี' พ้น ส.ส. ปมก้าวก่าย สธ. ย้ายหมอเอ็นจีโอ

ส.ส. ภูมิใจไทย เข้าชื่อยื่น 'ประธานสภาฯ' ขอให้พิจารณาส่งเรื่องไปศาลรธน. วินิจฉัย 'พิธา - ทวี' สิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. หลัง ออกแถลงการณ์ปมโยกย้าย 'หมอสุภัทร'

(1 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย แถลงว่าสืบเนื่องจากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์กรณีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข โยกย้ายข้าราชการ คือ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ จังหวัดสงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

แถลงการณ์ดังกล่าว พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าเป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส. กระทำการก้าวก่าย แทรกแซงเพื่อประโยชน์ตนเอง ผู้อื่น และพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน หรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการฯ ตามรัฐธรรมนูญ 185(3) เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.ของนายพิธา และ พ.ต.อ.ทวี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 101 (7) ซึ่ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 50 คน ได้ลงนามเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง ว่าสมาชิกภาพของนายพิธา และ พ.ต.อ.ทวี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 101 (7) ประกอบมาตรา 185 (3)

'ชญาภา' สับ 'ประยุทธ์' ยิ่งอยู่นานทุจริตยิ่งบาน จวกคะแนนดัชนีคอร์รัปชันไทยยังต่ำลงเรื่อยๆ

(1 ก.พ. 66) น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพท.กล่าวกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2565 (Corruption Perception Index ปี 2022 : CPI) ของประเทศไทยว่า แม้อันดับการรับรู้การทุจริตของไทย จะขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 110 ในปี 2564 จาก 180 ประเทศ ได้คะแนน 36 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้วเพียง 1 คะแนนเท่านั้น แทบไม่มีนัยสำคัญ หากดูตัวเลขในปี 2557 ไทยได้คะแนนอยู่ที่ 38 คะแนน อยู่ลำดับที่ 85 ซึ่งมากกว่าและดีกว่า แสดงให้เห็นว่าหลังยึดอำนาจ 8 ปีผ่านไปไม่มีอะไรดีขึ้น คะแนนและลำดับลดลงตกต่ำลงเรื่อยๆ หากเป็นการสอบของนักเรียน ถือว่าปีนี้ยังคงสอบตกจากคะแนนเต็มร้อยอยู่ 

ทั้งนี้ คาดว่าการจัดลำดับนี้น่าจะยังไม่รวมกับปัญหาทุนจีนสีเทา ตู้ห่าว การคอร์รัปชันของตำรวจที่เป็นข่าวรายวัน หรือข้อกล่าวหาการส่งส่วยในกรมอุทยาน ซึ่งอาจจะไม่สะท้อนลำดับที่แท้จริงตามสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ การคอร์รัปชันยังมีมากกว่าที่เห็นใน CPI ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญและรุนแรงเกาะกินประเทศไทยอยู่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top