Sunday, 26 July 2026
NEWS

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยการเลือกซื้อสินค้าจากการจัดโปรโมชั่นของร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีอาจถูกหลอกลวงสร้างความเสียหาย 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนภัยการเลือกซื้อสินค้าจากการจัดโปรโมชั่นเพื่อรับส่วนลดหรือของแถม จากร้านค้า ผู้ประกอบการ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีอาจถูกหลอกลวงสร้างความเสียหายได้  

ในห้วงที่ผ่านพบว่ามีการหลอกลวงของมิจฉาชีพที่เกี่ยวกับการเสนอขายสินค้าโดยการจัดโปรโมชั่นเพื่อ ลด แลก แจก แถม สินค้าหรือบริการต่างๆ ดังเช่นกรณีร้านบุฟเฟ่ต์แซลมอนชื่อดังรายหนึ่งขายคูปองทานอาหารในราคาถูก แล้วต่อมาได้ปิดกิจการ ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลและนำตัวผู้ต้องหายื่นฝากขังต่อศาลอาญาตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว 

และในกรณีล่าสุดที่มีการจำหน่ายคูปองที่พักและบัตรอาหารย่านพัทยาและใกล้เคียง ของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังมีการจัดโปรโมชั่นขายคูปองในราคาถูกเพื่อเข้าไปรับการบริการดังกล่าว เช่นราคาที่พัก 999 บาท ซื้อในช่วงโปรโมชั่นเพียง 22 บาท เป็นต้น และเนื่องจากมีราคาถูกจึงมีประชาชนสนใจไปซื้อคูปองจากทางร้านเองหรือจากตัวแทนที่รับคูปองมาจำหน่ายอีกที แต่ต่อมาไม่สามารถเข้าไปพักได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ได้ เนื่องจากทางเจ้าของที่พักได้ปฏิเสธไม่ยินยอมให้เข้าพัก ต่อมาทางบริษัทผู้จำหน่ายคูปองยกเลิกให้บริการจองที่พักด้วยคูปองทั้งหมด สร้างความเสียหายให้กับลูกค้าเป็นจำนวนหลายราย 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตระหนักถึงพิษภัยภัยจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว อันเป็นการสร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการและดำเนินการป้องกันปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง 

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พล.ต.อ.สุวัฒน์   แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับและสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ในการป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ให้เร่งสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ทราบถึงพิษภัยและรูปแบบการกระทำความผิดต่างๆ พร้อมเร่งทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและตัดโอกาสในการกระทำความผิดอย่างจริงจังต่อเนื่องโดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม 

ซึ่งความคืบหน้าของการดำเนินการดังกล่าวขณะนี้ บก.ปคบ. ได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานโดยทำการสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วกว่า 23 ปาก สอบปากคำพยานไปแล้ว 7 ปาก(เจ้าของที่พัก ร้านอาหาร และอื่นๆ) ตรวจสอบหลักฐานการเงินของบริษัทผู้ขายคูปองทั้ง 2 บริษัท โดยได้ทำการตรวจสอบพบความเสียหายในเบื้องต้นจากผู้เสียหายที่สอบปากคำ มูลค่าประมาณกว่า 1,200,000 บาท ซึ่งยังมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก และต้องสอบสวนพยานเจ้าของที่พักตามที่ระบุไว้ในคูปองอีกกว่า 20 แห่ง (ในพื้นที่เมืองพัทยาและใกล้เคียง) และทำการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงหากมีการนำไปบิดเบือนหรือผลิตข่าวปลอมที่เกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่นสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์  ก็จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  

'ผบก.ตม.2' จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมรับมือหยุดยาว วอนผู้โดยสารถึงสนามบินล่วงหน้า

(27 มิ.ย.65) พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 เปิดเผย ถึงมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารแน่นหนาช่วงหยุดยาว ว่า เบื้องต้นได้สั่งการกำชับมายัง พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.ชัยพร ออฟูวงศ์ ผู้กำกับการฝ่าย ตม.ขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ ให้เจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารหนาแน่นช่วงเดือน ก.ค.นี้  

เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตั้งแต่วันที่ 1-3 ก.ค.รวมถึงช่วงวันหยุดยาว วันที่ 13-17 ก.ค.และวันที่ 28-31 ก.ค.ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้คลี่คลายและมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้งรัฐบาลได้ผ่อนปรนมาตรการและข้อจำกัดต่างๆ 

เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ใกล้เคียงปกติ รวมถึงได้มีการผ่อนคลายมาตรการและข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ ให้สอดคล้องกับนโยบายเปิดประเทศต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้โดยสารที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ขอให้เผื่อเวลาไว้ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง สำหรับการ Check-in กับสายการบิน การตรวจค้นสัมภาระ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทอท.) 

G7 ทุ่ม 6 แสนล้านฯ ล่อประเทศกำลังพัฒนาเข้าซบ ด้านอเมริกันชน เซ็ง!! สนแต่คนนอก ไม่แคร์คนใน

การประชุมกลุ่ม G7 ในประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ (26 มิถุนายน 2022) ที่ผ่านมา ประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ (26-28 มิถุนายน 2022) ที่เมือง Schloss Elmau แคว้นบาวาเรีย ในเยอรมัน ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, แคนาดา, ญี่ปุ่น และอิตาลี ได้มีข้อตกลงร่วมกันว่า…

ทางกลุ่ม G7 จะทุ่มเงินให้กับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งคาดว่าเป็นการปล่อยกู้ ไม่ใช่การกุศล แต่เพื่อการลงทุน โดยหวังจะดึงความนิยมให้ประเทศเหล่านั้นหันมาหาซบ G7 และมองข้ามโครงการ Belt and Road หรือ เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน ผ่านโครงการยักษ์อย่าง The Partnership for Global Infrastructure and Investment เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศกำลังพัฒนา ที่จะทุ่มงบประมาณลงในโครงการนี้ถึง 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยการประชุมย่อยในครั้งนี้ น่าสนใจที่ทางฟาก สหรัฐฯ ในฐานะผู้นำกลุ่ม ประกาศจะทุ่มเงินกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี เพื่อการนี้โดยเฉพาะด้วย

ถึงกระนั้น ก็มีคำถามว่า แล้วสหรัฐฯ จะไปหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาจากไหน ทางด้านทำเนียบขาวจึงได้ตอบว่า “จะเป็นการตั้งเงินงบประมาณจากรัฐบาลกลาง ประกอบกับการขอความร่วมมือจากกองทุนและธนาคารต่างๆ ไปจนถึงความร่วมมือจากภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา”

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้มีโครงการนำร่องที่ให้เงิน 2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) แก่ประเทศแองโกลา โดยเป็นการรวมเงินจากกระทรวงพานิชย์, ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งสหรัฐอเมริกา และกองทุนภาคเอกชนที่เข้าไปลงทุนในแอฟริกา

ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบประกาศเกียรติคุณยกย่องชมเชยกำลังพลกองทัพเรือ   

วันนี้ (27 มิถุนายน 2565)  เวลา 10.00 น. พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณชมเชย กำลังพลกองทัพเรือที่ประกอบคุณงามความดี เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและสร้างชื่อเสียงแก่กองทัพเรือ ณ ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ รวมถึงผู้บังคับบัญชาของกองเรือยุทธการ ร่วมพิธี 

พันจ่าตรี อนุชิต พรหมดอนกลอย เจ้าหน้าที่ส่งกำลัง หมวดส่งกำลัง แผนกส่งกำลังและซ่อมบำรุง กองสนับสนุน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ช่วยเหลือแม่และเด็ก ซึ่งประสบอุบัติเหตุขับรถหลุดโค้งจมน้ำ บริเวณบ้านคำแก้ว ต.คำแก้ว อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ขณะเดินทางกลับบ้าน เพื่อร่วมงานศพมารดาที่บ้านเกิด ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ปัจจุบันผู้ประสบเหตุมีอาการปลอดภัย

การกระทำของ พันจ่าตรี อนุชิต พรหมดอนกลอย นับได้ว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับหน่วยงานต้นสังกัดคือ กองเรือยุทธการ และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ รวมถึงกองทัพเรือนับเป็นบุคคลตัวอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องชมเชยเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้กำลังพลของกองทัพเรือ และครอบครัว ได้ยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีสืบไป

'สุชาติ' รมว. แรงงาน สั่งการด่วนให้ประกันสังคม ให้การช่วยเหลือลูกจ้าง เจ็บ ตาย ที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ย่านสำเพ็ง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 11.30 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างร้าน บ้านเรือนประชาชน ย่านสำเพ็ง ใกล้เคียงท่าน้ำราชวงศ์ ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพฯ ภายหลังเหตุเพลิงไหม้สงบเจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมอาสาสมัคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพลิงไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 9 ราย นั้น ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใย สั่งการด่วนให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เร่งตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือลูกจ้าง ผู้ประสบเหตุทันที

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยนางสาวรังสิมา ปรีชาชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและเร่งให้การช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุทันที ในเบื้องต้นพบว่า ในจำนวนผู้ประสบเหตุ 6 ราย มี ลูกจ้าง ผู้ประกันตนเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างผ้าใบราชวงศ์ และได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นเจ้าหน้าที่ ของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวปอเต็กเซี่ยงตึ๊ง (ปอเต็กตึ๊ง) การประสบอันตรายในครั้งนี้ ลูกจ้างอยู่ระหว่างการทำงาน จะได้รับสิทธิจากกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคมได้เข้าให้การช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ ดังนี้

ผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 2 ราย เป็นลูกจ้างห้างผ้าใบราชวงศ์ ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ได้ดำเนินการชี้แจงสิทธิประโยชน์ ให้กับทายาทผู้ประกันตนที่เสียชีวิต ซึ่งได้รับ สิทธิประโยชน์ ดังนี้ 

รายที่ 1 ชื่อ นางสาวจิราพร สุ่มมาตร์ จะได้รับค่าทำศพจากกองทุนเงินทดแทน จำนวน 50,000 บาท ค่าทดแทนการขาดรายได้ 1,260,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ 134,653 บาท พร้อมดอกผล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,444,653 บาท 

รายที่ 2 นาย PHEAK DOEUM ลูกจ้างห้างผ้าใบราชวงศ์ ชาวกัมพูชา จะได้รับค่าทำศพจากกองทุนเงินทดแทนจำนวน 50,000 บาท ค่าทดแทนการขาดรายได้ 722,904 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ 17,512 บาท พร้อมดอกผลเป็นเงินทั้งสิ้น 790,416 บาท

สำหรับผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวปอเต็กเซี่ยงตึ๊ง (ปอเต็กตึ๊ง) ที่ได้เข้าให้ การช่วยเหลือในเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 6 ราย 

1.นายจิรภัทร จรรยานุภาพ 
2.นายสมใจ อ่อนภิรมย์ 
3.นายพรชัย นามกระโทก 
4.นายศิรสิทธิ์ ศิลารักษ์ เข้ารักษาตัวและออกจากโรงพยาบาลแล้ว 

ส่วนอีก 2 ราย คือ นายศรัณยพงค์ กิตติโชควัฒนา ยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหัวเฉียว และนาย SOMSAY VOLASANE ซึ่งพักรักษาตัวในห้อง ICU โรงพยาบาลกลาง โดยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบนายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประกันตน พร้อมมอบของเยี่ยมให้กำลังใจ และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ สำนักงานประกันสังคมพร้อมดำเนินการตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ให้การดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ผู้ประกันตน ให้ได้รับความคุ้มครองพร้อมช่วยเหลือในยามเดือดร้อนทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบประกันสังคม และเป็นหลักประกัน ความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ

‘ดร.สันต์’ แนะ 10 วิธีรอดจาก ‘หม้อแปลงระเบิด’ ชี้ หากเห็นควันไฟให้รีบถอยห่างทันที

ดร.สันต์ แนะ 10 วิธีเอาตัวรอดจากหม้อแปลงระเบิดเวลาที่อาจอยู่หน้าบ้าน ย้ำให้สังเกตสายสื่อสารรุงรัง ใบไม้แห้ง อย่าจอดรถใต้หม้อแปลง เห็นควันไฟให้รีบถอยห่างทันที 

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ย่านสำเพ็ง ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าประเภทพลาสติก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บนับ 10 คน โดยสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า น่าจะมาจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด เนื่องจากมีผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ช่วงที่พบมีควันไฟขึ้นจากหม้อแปลงจุดเกิดเหตุ

ทางด้าน ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sunt Srianthumrong ระบุวิธีเอาตัวรอดจากหม้อแปลงระเบิดไฟไหม้ ว่า หม้อแปลงระเบิดที่สำเพ็งกฎเหล็ก และ 10 วิธีเอาตัวรอด จากหม้อแปลง ระเบิดเวลาที่อาจอยู่หน้าบ้านคุณ

กฎเหล็ก 3 ข้อที่เกี่ยวกับหม้อแปลง

1. หม้อแปลง ทุกลูกสามารถระเบิดได้ และอาจจะระเบิดเมื่อไหร่ก็ได้ ต้องคิดเผื่อไว้เลย
2. ก่อนการระเบิด มักจะมีสัญญาณเตือนให้เราเห็นหรือได้ยิน
3. หม้อแปลงส่วนใหญ่มีน้ำมันอยู่ข้างใน สามารถติดไฟได้ หรือดีที่สุดคือติดไฟยาก

ในรูปเหตุการณ์ก่อนระเบิด จากผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายเอาไว้ได้ มีอะไรที่ปกติ และผิดปกติ

สิ่งที่ปกติในรูป พบว่า หม้อแปลงอยู่บนเสา ซึ่งประเทศไทยยังไม่รวยพอที่ จะเดินสายใต้ดินและตั้งหม้อแปลงไว้ใต้ดิน หรือในสถานที่ห่อหุ้มมิดชิดทั้งหมด ถ้าทำแบบนั้น ค่าไฟฟ้าน่าจะแพงขึ้นอีกหน่วยละ 1-2 บาท

สิ่งที่ผิดปกติในรูป

- สายสื่อสารจำนวนมาก รกรุงรังบนเสาใต้หม้อแปลง
- ใบไม้แห้งที่เสาหม้อแปลง
- ร้านค้าที่ตั้งอยู่ใต้หม้อแปลง 2 -3 ร้าน
- อาคารที่ติดหม้อแปลง เป็นหน้าต่างไม้และเปิดหน้าต่างไว้
- ร้านขายของใกล้ ๆ หน้าร้านเป็นของติดไฟได้ทั้งนั้น
- ควันขึ้นที่หม้อแปลงแล้ว แต่คนยังเฉย

'กนก' เปิดคอมเมนต์แฟนคลับ ‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’ แห่สงสัยเหตุไฟไหม้สำเพ็ง อาจโดนวางยา!

พิธีกรรายการข่าว ‘กนก รัตน์วงศ์สกุล’ เปิดคอมเมนต์ติ่งผู้ว่าฯชัชชาติ อาการหนัก หลังตั้งข้อสงสัยไฟไหม้สำเพ็ง เป็นแผนวางยาผู้ว่าฯ

27 มิ.ย.2565 - นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง ช่อง TOPNEWS โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ว่า "หนักล่ะครับ! แฟนคลับ "ชัชชาติ" สงสัยไฟไหม้สำเพ็ง เป็นแผนวางยาผู้ว่าฯ กทม. บางคนย้อนสงสัยไปถึงน้ำท่วมปี 54 รัฐบาลปู! ที่หนักคือ คิดเสียงดังโชว์โซเชียล..."

'ลิซ่า' เฉิดฉายงานปารีสแฟชันวีก ดัน #LISAXCELINE พุ่ง!! ด้านติ่งไทยรอรับ 'ห่มธงชาติ' ดึงดูดจน 'ลิซ่า' ต้องเหลียว

ทำเอา BLINK ชาวไทยและแฟนคลับของ 'ลิซ่า ลลิษา มโนบาล' หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' ถึงกับนั่งไม่ติดใจจดใจจ่อรอชมการปรากฏตัวของศิลปินสาวที่งานปารีสแฟชันวีกของแบรนด์ Celine เพื่อเข้าชมแฟชันโชว์ Celine Men’s Summer 2023

ลิซ่า ที่ขึ้นแท่นเป็น Global Brand Ambassador ได้ขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปงานแฟชันโชว์ที่ปารีสครั้งนี้กับ 2 ศิลปินดังอย่าง 'พัคโบกอม' และ 'วี' จากวงบอยแบนด์ดัง BTS ส่งให้แฟนคลับเกาหลีแห่ไปรอยลโฉมที่หน้างานแฟชันโชว์กันเพียบ

แต่ที่ทำเอาน่าสนใจเป็นพิเศษ ก็เห็นจะเป็นแฟนคลับที่นำธงชาติไทยมาห่มตัว และถือธงไทยโบกสะบัดเพื่อเรียกความสนใจจาก 'ลิซ่า' ซึ่งนักร้องสาวก็มองเห็นและโบกมือยิ้มทักทายให้แฟน ๆ ที่ไปรอต้อนรับ นอกจากนั้นยังมีธงชาติไทยโบกสะบัดอยู่ที่หน้างานแฟชันโชว์ด้วย

รัสเซียผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินตปท.ครั้งแรกในรอบ 100 ปี ผลพวงยุโรป 'คว่ำบาตร-ปิดช่องทางการชำระหนี้'

รัสเซียผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ศตวรรษ หรือนับตั้งแต่ปี 2461 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ชาติตะวันตกประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการปิดช่องทางการชำระหนี้ให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ 

ทั้งนี้ รัสเซียมีกำหนดชำระอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. และนับจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการชำระอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่า รัสเซียได้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว

เมื่อวันที่ (25 พ.ค.) ที่ผ่านมา คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้รัฐบาลรัสเซียชำระหนี้ให้กับผู้ถือพันธบัตรผ่านทางธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐ ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลให้รัสเซียมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ และถือเป็นการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดที่สหรัฐประกาศใช้เพื่อตอบโต้รัสเซียที่ใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ (24 ก.พ.) ที่ผ่านมา คณะบริหารของปธน.ไบเดนได้อนุญาตให้ยกเว้นการคว่ำบาตรต่อธนาคารกลางรัสเซียเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสามารถชำระหนี้ให้กับผู้ถือพันธบัตรผ่านทางธนาคารสหรัฐและธนาคารทั่วโลกได้ แต่แถลงการณ์ชื่อ Notice on Russian Harmful Foreign Activities Sanctions General License 9C ที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ข้อยกเว้นดังกล่าวได้หมดอายุลงในวันที่ 25 พ.ค.ตามเวลาสหรัฐ

นักศึกษา ม.อุบลฯ ลั่นไม่หมอบกราบในพิธีไหว้ครูอีกแล้ว ทำตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แค่ยกมือไหวก็พอ

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ออกประกาศการไหว้ครูปีนี้ นักศึกษาไม่ต้องหมอบกราบ แค่ยกมือไหว้ก็พอ เพราะไม่ใช่ไพร่ทาส ทำตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

นายสุประสิทธิ์ ชินวงษ์ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงการจัดไหว้ครูที่จะไม่มีการหมอบกราบเหมือนในอดีต เพราะมองว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปและทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน จึงจะเป็นการให้ตัวแทนนักศึกษาแต่ละคณะมอบพานและยกมือไหว้ครูอาจารย์ในพิธีที่จะจัดขึ้นในบ่ายวันที่ (30 มิ.ย.) นี้ โดยนักศึกษาที่รวมตัวกันอยู่ด้านล่างก็จะเพียงยกมือไหว้ ไม่มีการหมอบกราบไหว้ลงไปบนพื้นเช่นเดียวกัน

'อลงกรณ์' แปรวิกฤติเป็นโอกาสดันไทยเป็น”มหาอำนาจอาหารโลก ร่งฟื้นฟูทะเลไทยพัฒนาศักยภาพประมงครบวงจร ผนึกสภาอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าประมงสู่เกษตรมูลค่าสูง 

สมาคมประมงพื้นบ้านประสานเสียงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยขานรับทันทียาหอมหนุนเป็นรัฐบาลสมัยหน้า พร้อมเสนอปลดล็อกพรก.ประมง 2558 แขวนมาตรา 57 แก้ประกาศมาตรา 71 ชี้ชัดกระทบประมงพื้นบ้านขัดบริบทประมงวิถีไทยทำลายอาชีพชาวเล

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ.เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาประมงไทยและรับฟังความคิดเห็นของชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ที่มีต่อมาตรา 57 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ 2558

โดยมีนายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้การต้อนรับโดยมีผู้เข้าร่วมชี้แจงและแสดงความคิดเหึนได้แก่ นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายมานพ หนูสอน ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพัฒนพงษ์ ชูแสง ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ นายวิรัตน์ สนิทมัจโร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสมุทรปราการ นายยานยนต์ สราญรมย์ หัวหน้ากลุ่มกฎหมายและระเบียบ กองกฎหมายกรมประมง และหน่วยงานสังกัดกรมประมงในพื้นที่ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานและคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายกสมาคมประมงพื้นบ้าน 8 อำเภอจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แกนนำสมาคมประมงพื้นบ้านและสมาคมประมงพาณิชย์ จังหวัดต่างๆ

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤติโควิด19 ปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงทางอาหารและภาวะความอดอยากที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ขณะที่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารชั้นนำของโลกในสหภาพยุโรป อังกฤษและสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาอาหารแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อทะยานสูงมากและเริ่มสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกอาหารจึงเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในฐานะเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 12ของโลกที่พร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางอาหารของโลกเพราะเรามีศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั้ง 3 ฐานของภาคเกษตรคือพืช ปศุสัตว์และประมงตลอดจนขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้าพาณิชย์ 

‘นักข่าวกรีซ’ แนะวิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพง แค่ขโมยดูดเอาจากถังน้ำมันรถคนอื่น

ปัญหาเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ลุกลามเป็นวาระใหญ่ไปทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลายประเทศต่างกำลังหาวิธีแก้ปัญหาอย่างขะมักเขม้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คน แต่อย่างว่าตอนนี้แก้ยังไงก็คงไม่ถูกใจผู้คนได้ง่าย ๆ หรือต่อให้ถูกใจบางคน ก็คงไม่ทันใจแบบทันที 

นี่ยังไม่นับการเกาไม่ถูกที่คัน แบบที่มีการนำเสนอ ‘เตามหาเศรษฐี’ ให้คนทั่วไปที่ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ได้เปิดทัวร์ลงมายำเล่นอยู่ในบ้านเราขณะนี้อีก แต่อย่างน้อยเตาอั้งโล่มหาเศรษฐี ก็ยังดูดีกว่าเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อจากนี้ล่ะนะ!!

ในประเทศกรีซ ตอนนี้มีการแชร์เทคนิคการแก้ปัญหาน้ำมันแพงของชาวในชาติที่ไม่รู้จะควรภูมิใจตามหรือไม่ โดยนายคอสตาส สตามู ผู้สื่อข่าวภาคเช้าจากสำนักข่าวของรัฐ ได้นำเสนอวิธีเซฟค่าน้ำมันด้วยการแอบดูดน้ำมันจากถังน้ำมันรถของเพื่อนบ้าน

ฟังไม่ผิดหรอก ‘แอบดูดน้ำมันจากถังรถเพื่อนบ้าน’

นอกจากจะชี้โพรงให้กระรอกแล้ว เขายังแสดงวิธีการแอบดูดน้ำมันจากตัวถังรถยนต์ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยสายยางที่ใช้ทั่วไปตามบ้าน แถมยังให้ช่างซ่อมรถมาชี้ตำแหน่งของถังน้ำมัน และจุดที่สามารถเจาะเพื่อแอบดูดน้ำมันออกไปใช้ได้อีกด้วย

เลขาฯ ศอ.บต. เผย เยาวชนเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนา จชต. แนะ เรียนพร้อมทำงาน ตั้งแต่ปี 1 ปูทางอาชีพ พัํฒนาบ้านเกิดในอนาคต

วันนี้ (23 มิ.ย. 65) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ บทบาทของนักศึกษาในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษา ปี 1  ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พร้อมร่วมในพิธีเปิด โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี 732 คน เข้าร่วมในพิธี พร้อมรับฟังปาฐกถาดังกล่าว

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวตอนหนึ่งของการปาฐกถาว่า เราทุกคนต่างมีความสำคัญ นักศึกษา 732 คนที่สมัครและสอบเข้าแต่ละคณะก็มีความสำคัญ ยิ่งเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งสำคัญกับการพัฒนาบ้านเกิดและจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาล ศอ.บต. และหน่วยงานรัฐทุกหน่วย มุ่งพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างสันติสุขและที่ยืนให้กับทุกคนในผืนแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับบทบาทของนักศึกษาสามารถพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย เพื่อปูทางอาชีพและอนาคตของตนเอง อย่ารอให้เรียนจบได้รับปริญญาแล้วค่อยเริ่มนับหนึ่ง ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ สามารถนำนโยบายของ ศอ.บต. มาเป็นแนวทาง โดยขณะนี้ ศอ.บต. ดำเนินการพัฒนาและหนุนเสริมอาชีพของประชาชนในหลายเรื่อง อาทิ การส่งเสริมเลี้ยงโคในพื้นที่ เนื่องจากเนื้อโคที่ประชาชนในชายแดนใต้ทานอยู่ทุกวันส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างจังหวัด เฉลี่ยคนในพื้นที่ทานเนื้อ 50,000 ตัวต่อปี แต่เราสามารถผลิตเนื้อในพื้นที่ได้เองเพียง 20,000 ตัว หากนักศึกษาคนไหนมองเห็นแนวทางนี้ก็สามารถดำเนินงานได้โดยมีภาครัฐสนับสนุน 

กรมวิทย์ฯ เผยพบ ‘โอมิครอน BA.5’ เพิ่มขึ้น คาดเป็นพันธุ์หลักทั่วโลก แต่ยังไม่ชัดรุนแรงขึ้น

กรมวิทย์เผยฐานข้อมูลโลกพบ "โอมิครอน BA.5" เพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 25% คาดเป็นสายพันธุ์หลักต่อไป ส่วน BA.4 แนวโน้มลดลง ในไทยพบเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ตัว เจอสัดส่วนในคนเดินทางจากต่างประเทศมากกว่า ชี้ความรุนแรงยังไม่ชัดเจน 

เมื่อวันที่ (24 มิ.ย.) ที่โรงแรมริชมอนด์ แกรนด์ จ.นนทบุรี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด 19 และการกลายพันธุ์ ว่า หลังโควิด 19 ระบาดมา 2 ปีกว่า เรามีสายพันธุ์ที่น่ากังวล (VOC) เหลือสายพันธุ์เดียว คือ โอมิครอน ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักทั่วโลกเกือบ 100% สายพันธุ์อื่นหายไปเกือบหมดแล้ว โดยโอมิครอนยังไม่มีการแตกลูกที่เปลี่ยนแปลงเป็นตัวใหม่ แต่มีการกลายพันธุ์ของลูกหลานเป็น BA. ต่างๆ ซึ่งองค์การอนามัยโลกมีข้อมูลมากขึ้นก็เห็นว่าบางตัวน่าจะจัดชั้นว่าต้องจับตาดู (LUM) ซึ่งขณะนี้มี 6 ตัว ที่เป็น VOC-LUM ได้แก่ BA.4 , BA.5 , BA.2.12.1 , BA.2.9.1 , BA.2.11 และ BA.2.13

ทั้งนี้ การกลายพันธุ์ที่เหมือนกันของ BA.4 และ BA.5 คือ ตำแหน่ง L452R คล้ายกับสายพันธุ์เดลตา ซึ่งมีการวิจัยว่า การกลายพันธุ์ตรงนี้ทำให้เซลล์ปอดเชื่อมกัน ทำให้เกิดปอดอักเสบได้ง่ายขึ้น ทำให้เป็นที่วิตกกังวลว่า โอมิครอนนั้นแพร่เร็ว และหากรุนแรงพอ ๆ กับเดลตาจะเกิดปัญหาขึ้น แต่ข้อมุลนี้ยังเป็นการทดลองในห้องแล็บและการสันนิษฐานจากตำแหน่งทางพันธุกรรม (Genetic) จึงต้องรอเวลาติดตามดูต่อไป ส่วนตำแหน่งที่ต่างกันของ BA.4 และ BA.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบเรื่องความรุนแรง

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลที่ทุกประเทศช่วยกันถอดรหัสพันธุกรรมแล้วส่งเข้ามาในฐานข้อมูลโลก GISAID ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายพบว่า BA.5 มีทั้งหมด 31,577 ตัวอย่าง ใน 62 ประเทศ น่าจับตาใกล้ชิดมากกว่า เพราะมีการเพิ่มขึ้นจาก 16% เป็น 25% ส่วน BA.4 พบ 14,655 ตัวอย่าง แนวโน้มลดลงจาก 16% ลดเหลือ 9% ขณะที่ BA.2.12.1 ก็ลดลงเช่นกันจาก 31% เหลือ 17% เป็นธรรมชาติของสายพันธุ์ที่แพร่เร็วกว่าจะเบียดตัวที่แพร่ช้ากว่า ซึ่งอีกไม่นาน BA.5 น่าจะเป็นสายพันธุ์หลักของการระบาดทั่วโลกรวมถึงไทย

ส่วนการเฝ้าระวังของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เรามีการตรวจแบบเร็ว ซึ่งจะยังแยก BA.4 และ BA.5 ไม่ได้ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ (18-22 มิ.ย.) ตรวจ 400 กว่าราย พบ BA.4/BA.5 181 ราย โดยกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศพบสัดส่วนเป็น BA.4/BA.5 มากกว่า 72% ส่วนการตรวจในประเทศสัดส่วน BA.4/BA.5 พบประมาณ 40% สำหรับการตรวจโดยถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวและส่งข้อมูลไป GISAID แล้ว พบว่า BA.4 และ BA.5 รวม 81 ตัวอย่าง แบ่งเป็น BA.4 จำนวน 32 ตัวอย่าง และ BA.5 จำนวน 49 ตัวอย่าง ถามว่าไทยเรามีเท่าไร น่าจะมีประมาณ 200 กว่าตัวอย่าง เพราะการถอดรหัสพันธุกรรมส่วนหนึ่งดึงมาจากการตรวจแบบเร็ว จึงมีความทับซ้อนกันอยู่จำนวนหนึ่ง

"ในประเทศไทยถือว่า BA.4 และ BA.5 มีสัดส่วนมากขึ้น แต่ที่สัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นไปเกือบ 50% จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่พบไม่มาก เนื่องจากตัวอย่างเพิ่งส่งมาให้ตรวจ ยังต้องดูอีก 2-3 สัปดาห์ต่อเนื่องว่า แนวโน้มที่จะเกิดในบ้านเราเป็นอย่างไร ซึ่งเราจะเฝ้าระวังในคนอาการหนักเป็นพิเศษ เพราะโจทย์เราคือรุนแรงขึ้นหรือไม่ โดยจะร่วมมือกรมการแพทย์ รพ.ใหญ่ ๆ ในภูมิภาคว่า คนที่ใส่ท่อช่วยหายใจมี BA.4 BA.5 เพิ่มมากขึ้นมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีคนไข้หนักขอให้ส่งตัวอย่างมาตรวจสายพันธุ์ด้วย" นพ.ศุภกิจกล่าว

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ทุกครั้งที่กลายพันธุ์จะมีคำถามว่าแพร่เร็วขึ้นหรือไม่ หลบภูมิคุ้มกันหรือไม่ และรุนแรงทำให้อาการหนัก เสียชีวิตมากขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ย้ำว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ข้อมูลในปัจจุบันพบชัดเจนว่ามีการแพร่เร็ว แต่เป็นการรายงานของแล็บ ซึ่งเมื่อเทียบกับ BA.2 พบว่า BA.4 และ BA.5 มีความเร็วกว่า แอนติบอดีที่จะทำลายฤทธิ์ของเชื้อใช้ได้น้อยลง คือ สู้แอนติบอดีได้ดีกว่า และยารักษาสำหรับบางรายที่ไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอก็ตอบสนองน้อยลง แต่สรุปว่ารุนแรงหรือไม่ ต้องรอข้อมูลทางคลินิกเพิ่มเติม เพราะยังเป็นข้อสันนิษฐาน ยังไม่มีสำนักไหนฟันธงว่ารุนแรงขึ้นจริง

"ข้อมูลจากประเทศอังกฤษพบว่า BA.4 และ BA.5 เมื่อเทียบกับ BA.2 ก่อนหน้านี้ บางประเทศพบว่าแพร่เร็วกว่าจริง คือ อังกฤษเร็วมากกว่า 1.4-1.5 เท่า สหรัฐอเมริกา เร็วกว่าเกือบ 1.5 เท่า แอฟริกาใต้เร็วกว่า 1 เท่าเศษ ส่วนฝรั่งเศสและเยอรมนีแพร่เร็วไม่ต่างจาก BA.2 ส่วนเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก โปรตุเกส แพร่เร็วต่ำกว่า BA.2 ซึ่งยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร จึงยังต้องจับตาดูต่อไป" นพ.ศุภกิจกล่าว

'หมอมนูญ' เผยใครฉีดวัคซีนmRNA 3 เข็ม หลังติดโควิด อาจไม่จำเป็นต้องรับเข็ม 4

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ระบุว่า…

เป็นที่ทราบดี ถึงแม้จะฉีดวัคซีน 3 เข็มหรือ 4 เข็มก็ยังอาจติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของโรคโดยเฉพาะคนที่ได้รับเข็มกระตุ้น mRNA จะน้อยกว่าคนที่ไม่เคยรับ mRNA แม้แต่เข็มเดียว สำหรับคนที่ได้รับวัคซีน mRNA 3 เข็ม หรือวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มตามด้วย mRNA 1 เข็ม หลังติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน อาจจะไม่จำเป็นต้องไปรับเข็ม 4 เพราะมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากจากภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีน 3 เข็มบวกกับภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อธรรมชาติ

แต่คนที่ไม่เคยได้วัคซีน mRNA เช่นได้รับซิโนแวค 2 เข็ม ตามด้วยแอสตร้าเซเนก้า 1 เข็ม หรือได้รับแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม แล้วติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ควรรับเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA อีก 1 เข็ม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top