Sunday, 1 November 2026
NEWS

'แก๊งบิ๊กไบก์' จูงรถไปสตาร์ตไกลๆ เหตุเกรงใจเพื่อนบ้าน มีเด็กอ่อน

เพื่อนบ้านที่ดีต้องรู้จักเกรงใจกัน ชาวเน็ตแห่ชื่นชมหลังแก๊งบิ๊กไบค์รวมตัวกันจะกลับบ้านในช่วงดึก แต่ต้องจูงรถไปติดเครื่องไกล ๆ เหตุจากเพื่อนบ้านมีเด็กอ่อน หวั่นเสียงดังรบกวน

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผู้ใช้แอปพลิเคชัน TikTok ชื่อว่า meenaxsr900 ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 48 วินาที เผยให้เห็นความน่ารักของกลุ่มบิ๊กไบค์ ที่จูงรถกันออกไปเพื่อที่จะไปสตาร์ตรถในที่ห่างไกลเพื่อนบ้าน เนื่องจากเพื่อนบ้านมีเด็กเล็ก ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงกลางคืน หวั่นว่าจะไปสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านและรบกวนเวลานอนของเด็กน้อย เพราะบิ๊กไบค์เวลาติดเครื่องเสียงท่อจะดังมาก ๆ

สวนนงนุชพัทยา ขยายโปรโมชั่นสำหรับบัตรผ่านประตู ซื้อ1ฟรี 1 ตลอดเดือนกันยายน 2565 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย

 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ขยายเวลาโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย ซื้อบัตรผ่านประตู 1ใบฟรี 1ใบ ออกไปอีก ตลอดเดือนกันยายน 2565  พร้อมชมการแแสดงนงนุชโชว์และช้างแสนรู้ วันละ 2 รอบในราคาพิเศษเพียงจ่ายเพิ่มอีก 100 บาท

สวนนงนุชพัทยาคืองานพืชสวนโลก 365 วันเป็นแห่งต้นๆของโลกที่สามารถเข้าชมเนิร์สเซอรี่ที่เก็บรวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆมากกว่า 18,000 ชนิด ที่มีครบทั้งสวนสวยและแหล่งเรียนรู้โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. -18.00 น. ส่วนเด็กที่มากับครอบครัวความสูงไม่เกิน140 ซม.เข้าฟรี สำหรับผู้สูงอายุเข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์  สำหรับรอบการแสดงเวลา 10.30 น.และ 13.30 น.   

สวนนงนุชพัทยา ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันมีสวนสวยมากกว่า 50 จนติดอันดับ 1ใน10สวนสวยที่สุดในโลก ซึ่งสามารถนั่งรถชมสวนสวยบนพื้นที่1,700 ไร่ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบในการใช้บริการ เพราะประหยัดเวลา สะดวกสบายไม่เหนื่อย ผู้สูงอายุและคนพิการก็สามารถขึ้นรถชมสวนได้ เพราะเรามีรถชมวิวที่ออกแบบมาไว้สำหรับรับรอง ทั้งผู้พิการและผู้สูงอายุ

รัฐบาล ปลื้ม เอเปค สธ.บรรลุ12 ข้อมติ ผสานมือสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมระดับสูงเอเปกว่าด้วยสาธารณสุขและเศรษฐกิจ (The 12th APEC High-Level Meeting on Health and Economy : HLM12) ครั้งที่ 12 ที่กรุงเทพฯ หัวข้อ“เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์กับภาคี เชื่อมโยงกันกับโลก สู่สมดุลระหว่างสาธารณสุขและเศรษฐกิจ”  ได้เสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งมีผลลัพธ์ที่สำคัญจากการประชุมครั้งนี้คือ ข้อมติ 12 ข้อ โดยไทยยังได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศถึงการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างดีเยี่ยม โดยข้อมติ 12 ข้อ ถือเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญจากการประชุม ที่มุ่งสร้างสมดุลทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกของไทยในโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) 

นายอนุชา กล่าวว่า โดยสาระสำคัญของ 12 ข้อมติ ครอบคลุมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระดับนานาชาติ และระดับภูมิภาค และความเป็นหุ้นส่วนเพื่อพัฒนาสุขภาพและความมั่งคั่งของผู้คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การเปิดพรมแดนเพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย การแบ่งปันและถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีนโควิด-19 โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภาพดิจิทัล การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบุคลากรด้านสาธารณสุข การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การเข้าถึงวัคซีน การส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 และการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีน การรักษา และการวินิจฉัยโควิด-19 ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และราคาไม่แพง ความเท่าเทียมด้านสุขภาพและจัดการกับอุปสรรคด้านสุขภาพโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงในภาคแรงงาน ธุรกิจ และผู้ประกอบการ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมจากโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มต้นของกิจกรรมทางสังคม การเรียน และธุรกิจในเขตเศรษฐกิจเอเปกการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่ครั้งต่อไปผ่านการลงทุนเรื่องระบบสุขภาพ การร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากยิ่งขึ้น และการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และครอบคลุม

'วราวุธ' เชื่อมั่น ไทยจะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ผ่านการดูแลรักษาป่า

วันนี้ (29 สิงหาคม 2565) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "ความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ต่อยุทธศาสตร์ชาติด้านการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสืบสานพระราชดำริพระพันปี" และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ระหว่าง กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ โดยมี หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวถึงความสำคัญของการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ และมีคณะผู้บริหารฯ ผู้แทนภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายป่าชุมชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

นายวราวุธ กล่าวว่า การสืบสานโครงการพระราชดำริต่างๆ เป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่งของกระทรวงฯ และถือเป็นโชคดีของพสกนิกรชาวไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้และทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ โดยทรงยึดถือแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการพัฒนาด้วยแนวทางผสมผสาน ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน ทั้งนี้ ภาคป่าไม้ มีบทบาทสำคัญต่อการมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมคาร์บอนขนาดใหญ่ของโลก การอนุรักษ์และปลูกป่าจึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกักเก็บคาร์บอน บรรเทาความรุนแรงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งสามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ในทุกปีจากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

'อ.กิตติธัช' ทวนความจำบทเรียนครั้งสำคัญของคนไทย เมื่อดราม่าโควิด ถูก 'สื่อ-คนดัง-นักการเมือง' หลอกลวง

กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 'Kittitouch Chaiprasith' ระบุว่า...

บทเรียนครั้งสำคัญของคนไทย
ที่ถูกสื่อ คนดัง นักการเมืองหลอกลวง
กับดราม่าเรื่องวัคซีนโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว

วันนี้ผมจะกลับมาทบทวนความจำให้สังคมไทยกันอีกครั้ง เพื่อให้ตกผลึกและทบทวนความจำกันนะครับ

1. วัคซีนโควิด-19 (ในเวลานั้น) เป็นวัคซีน 'ใช้กรณีฉุกเฉิน' (Emergency Usage Authorization) บริษัทผู้ผลิตจะไม่ขายให้เอกชนรายใดทั้งสิ้น เขาจะขายให้แต่กับรัฐบาลโดยตรงเท่านั้น เพราะมันต้องใช้ข้อกฎหมายยกเว้น เพราะหากมีผลข้างเคียง ก็จะได้ฟ้องร้องไม่ได้

2. วัคซีนทุกชนิดมี 'ตัวแทนจำหน่าย' วัคซีนของไฟเซอร์ ก็มีบริษัทไฟเซอร์ประเทศไทย, โมเดอน่าก็มีบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา, ซิโฟาร์ม ก็มีไบโอจีนีเทค เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการจำหน่ายหรือดีลกับรัฐ

ดังนั้นที่คุณเห็นนักการเมืองฝ่ายค้าน Influencer สื่อ สถาปนิกชื่อดัง และเครือข่ายทั้งหลาย ออกมาโพนทะนานว่า "เพื่อนคนนั้นคนนี้มีเส้นสายบริษัท ติดต่อเอาเข้าวัคซีนมาได้" "ผมมีติดต่อรุ่นพี่ในบริษัทวัคซีนให้ช่วย" บลาๆๆ

ทั้งหมดคือ 'การโกหก' ในรูปแบบ 18 มงกุฎที่ตั้งใจหลอกลวงประชาชน เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจหรือประโยชน์ทางการเมืองทั้งสิ้น

หมายเหตุ : ตอนนั้นบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย ออกหนังสือแถลงการณ์มา 3 รอบ (แบบเดียวกับที่ผมพูดข้างบน) แต่สื่อ นักการเมือง และ Influencer ดังสายการเมืองก็ยังคงหน้าด้าน ไม่สนใจ และโกหกประชาชนอยู่ต่อไป

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thai-hospital-tycoon-sticks-guns-vaccine-claims-2021-07-16/

ขอให้สังคมไทยจำชื่อของคนเหล่านั้นไว้ให้ดี ทั้ง สื่อและ Influencer ทุกคนที่พยายามปั่นกระแสเรื่องวัคซีน ให้คนเข้าใจว่า 'รัฐบาลกีดกันไม่ยอมให้นำเข้าวัคซีน' และปั่นเพื่อเชิดชูคนที่โกหกหลอกลวงประชาชนให้เป็นฮีโร่

ขอให้ทุกคนรู้ไว้ว่าทั้งหมดที่คนเหล่านั้นทำ เขาทำไปเพราะเขามองพวกคุณเป็นแค่ 'หมากทางการเมือง' ที่จะปั่นหัว จะเอากะลา (สื่อ) มาครอบอย่างไรก็ได้ จะหลอกจะชี้นำอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง

ขอเพียงแค่ให้ได้โจมตีรัฐบาลที่ไม่ใช่ฝั่งพวกเขา และมาเชิดชูนักการเมืองที่พวกเขาหนุนเท่านั้นเอง

วันนี้ผมคิดว่าคนไทยจำนวนมาก น่าจะเริ่มตาสว่างกันมากขึ้นแล้ว ว่าคุณเผชิญอยู่ในยุคที่คนทำสื่อและ Influencer ดัง พร้อมจะหลอกปั่นหัวพวกคุณ ด้วยเรื่องโกหก บิดเบือนได้ทุกอย่าง

ทั้งที่ปากพวกเขาอ้างว่า "เขารักเทิดทูน เป็นฝ่ายประชาธิปไตย" แต่คุณจะเห็นได้ว่าการกระทำของพวกเขาล้วนตรงข้ามกับคำว่าประชาธิปไตยทั้งสิ้น 

ประชาธิปไตยที่ดีตามหลักการปกครอง คือการให้ข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนเป็นจริง เพื่อประชาชนจะได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

แต่สิ่งที่คนเหล่านั้นทำ ล้วนแต่เป็นการโกหกหลอกลวง บิดเบือนข้อมูลหรือเลือกนำเสนอครึ่งหนึ่งเสี้ยวเดียว เพื่อให้คุณเข้าใจผิดๆ ดังนั้นการกระทำของพวกเขา จึงตรงข้ามกับหลักการประชาธิปไตย (ที่ดี) อย่างสิ้นเชิง

ก็หวังว่าบทเรียนครั้งนี้ จะสอนสังคมไทยให้ได้โตขึ้นไปอีกขั้นและมีภูมิคุ้มกันที่ดีกับเรื่องโกหก บิดเบือนเหล่านี้มากขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ

เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น เราคงได้แต่รอวันที่สังคมไทยพังพินาศ เพราะถูกนักสร้างภาพหลอกลวงพวกนี้ กลับขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว ดังเช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเรื่องวัคซีนโควิด-19

'ผศ.ดร.ธรณ์' แจง!! เมฆดำทะมึน เปลี่ยนเช้าให้เหมือนกลางคืน ผลพวงลมฟ้าอากาศสุดโต่งจากมนุษย์ ที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จากเฟซบุ๊ก 'Thon Thamrongnawasawat' โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้ไขข้อกระจ่างเมฆดำทะมึนบนท้องฟ้ากรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ (29 ส.ค. 65) ไว้ว่า...

ภาพเมฆดำทะมึน เปลี่ยนกรุงเทพตอนเช้าให้เป็นเหมือนตอนกลางคืน คงเป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนธรณ์ตกใจ

นั่นคือเมฆโลกร้อน เกิดจากทะเลร้อน น้ำระเหยเยอะ อากาศร้อน จุไอน้ำได้มากขึ้น กลายเป็นเมฆจุน้ำมหาศาล พร้อมจะเททะลักลงมากลายเป็นฝนห่าใหญ่

เคราะห์ดีที่หนนี้ลมพัดผ่านไป ฝนตกไม่มาก แต่ยังมีหนหน้าและหนต่อไป เพราะนี่คือการเริ่มต้นของยุค Extreme Weather (ลมฟ้าอากาศสุดโต่ง)

สภาพภูมิอากาศสุดขั้วเกิดจากความแปรปรวนของโลก หลังจากที่มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสะสมกันมานาน และยังคงปล่อยต่อไป

กลายเป็นภัยพิบัติที่จะสร้างผลกระทบสาหัส โดยเฉพาะประเทศที่กำลังเปราะบางทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่างเห็นชัด ปากีสถาน เจอมหาอุทกภัย จากสภาพอากาศเช่นนี้

ไม่ใช่เพียงฝนตกหนัก 8 สัปดาห์รวด ปริมาณน้ำจากฟ้ามากกว่าค่าเฉลี่ยเป็นเท่าๆ ยังรวมถึงธารน้ำแข็งบนหิมาลัยที่ละลายแบบไม่เคยเกิดมาก่อน

ปากีสถานเป็นประเทศที่มีธารน้ำแข็งมากที่สุดในโลก (ไม่นับแถบขั้วโลก) น้ำจากยอดเขาไหลทะลักมารวมน้ำฝน เกิดเป็นอุทกภัยทำให้ผู้เสียชีวิตนับพัน คน 33 ล้านคนเดือดร้อน แหล่งเกษตรเสียหายยับเยิน 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นนับว่าเกินความสามารถประเทศที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินไม่ดี จะรับมือได้ 

เมืองไทยเองก็กำลังเกิดน้ำท่วมใหญ่หลายแห่ง น้ำทางเหนือกำลังมา

ในขณะที่ลำธารและน้ำตกใกล้ภูเขา บางแห่งเจอน้ำป่าฉับพลัน ต้องปิดการท่องเที่ยวบางจุด

รวมไปถึงเมฆสีดำทะมึน ฝนตกรุนแรงในพื้นที่เล็กๆ เกิดน้ำท่วมรวดเร็ว 

คนเมืองเหนื่อยเหลือเกินกับการไปทำงาน/กลับบ้าน รถติด/น้ำเข้าบ้าน

นั่นคือบางตัวอย่างของ Extreme Weather ที่เราเจอและจะเจอต่อไป

ครั้งแรกในรอบ 94 ปี เวทีประกวดมิสผู้ดี เมื่อสาวอังกฤษใช้หน้าสดร่วมชิงมงกุฎ

ผู้เข้ารอบสุดท้ายเวทีมิสอังกฤษ กลายเป็นสาวสายคนแรกที่เข้าประกวดโดยไม่แต่งหน้า ในประวัติศาสตร์เวทีประชันความงามที่มีนานเกือบ 1 ศตวรรษ

เมลิสซา ราอูฟ สาวงามวัย 20 จากกรุงลอนดอน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ผ่านรอบรอบรองชนะเลิศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากเลือกเข้าชิงชัยด้วยหน้าสด และเวลานี้เธอจะเข้าประกวดรอบสุดท้าย ลุ้นชิงมงกุฎมาครอบครองในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ราอูฟ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อินดิเพนเดนท์ของสหราชอาณาจักร หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 94 ปี เป็นสาวงามคนแรกที่เข้าประกวดโดยไม่แต่งหน้า ใช้หน้าสดร่วมชิงมงกุฎกับสาวงามผู้ร่วมประกวดคนอื่น ๆ อีก 40 คนที่ล้วนแต่งหน้าตามปกติ

“เรื่องนี้สำคัญต่อฉันมาก ฉันรู้สึกว่ามีผู้หญิงมากมายทุกช่วงวัยแต่งหน้าเพราะรู้สึกถูกกดดันให้ต้องทำ" เธอกล่าว “ถ้าใครสักคนรู้สึกดีกับผิวพรรณของตัวเอง เราก็ไม่ควรต้องปกปิดใบหน้าของเราด้วยเครื่องสำอาง ข้อบกพร่องต่าง ๆ ทำให้เราเป็นสิ่งที่เราเป็น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนเราทุกคนมีเอกลักษณ์"

เธอบอกต่อว่า แม้เธอเริ่มแต่งหน้าตั้งแต่เป็นสาวรุ่น แต่เธอตัดสินใจใช้หน้าสดสำหรับเข้าประกวด "ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าตาตรงตามมาตรฐานความสวยงาม ฉันเพิ่งยอมรับว่าฉันสวยตามแบบของฉันเมื่อไม่นานนี้ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงเข้าประกวดโดยไม่แต่งหน้า"

ชาวเน็ตชม!! หนุ่มทำของขวัญรับปริญญาให้แฟน ค่อย ๆ บรรจงเรียงแบงก์ร้อยบนร่มอย่างตั้งใจ

(29 ส.ค. 65) สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลอย่างมาก เมื่อผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งได้เผยแพร่คลิปตัวเองกำลังทำของขวัญวันรับปริญญาให้แฟนสาว โดยการนำแบงก์ร้อยใส่ซองจำนวน 119 ใบ มาวางทับบนร่ม สร้างความประทับใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก

โดยหนุ่มรายนี้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “เมื่อแฟนผมจะรับปริญญา กลัวแฟนจะร้อนเลยทำร่มให้กางวันรับปริญญาซักหน่อย ไม่สวยเท่าไหร่แต่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ #รักแฟน #รับปริญญา”

หลังจากโพสต์ไป ขณะนี้มีคนเข้าชมกว่า 4.4 ล้านครั้ง และมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น เช่น 

“ไม่ได้โฟกัสที่เงิน โฟกัสความตั้งใจทำ น่ารักกกก” 

'กรมการท่องเที่ยว' เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ เปิดอบรม ยกระดับการให้บริการ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 สิงหาคม 2565 นางพัฒนศิริ  ศัลยสิริ อิ้วตกส้าน ผู้อำนวยการกองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โดย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ บางนา โดยได้รับเกียรติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ นายกสมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ และรองปลัดเมืองพัทยา เข้าร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้

โดยมี ดร.วริยา ภัทรภิญโญพงศ์ ดร.นุชนาฎ ยูฮันเงาะ ดร.กฤตวรรณ สาหร่าย ดร.มรกต กำแพงเพชร และ ดร.พันธุ์รวี ณ ลำพูน เป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรม และมีผู้เข้าร่วมการเสวนา จำนวน 6 ท่าน ได้แก่ นางศิริพร พูลสุข วิสาหกิจชุมชน หัตถศาสตร์เพื่อสุขภาพ นายชัย อรุณานนท์ชัย นายกสมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ นายสมปอง รัศมิทัต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางนำ้ผึ้ง รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐนียา โตรักษา ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นางสาวสุมาลี ว่องเจริญกุล เลขาธิการ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว

'นิพนธ์' ยัน 3 ปีกว่าที่เป็นรัฐบาล ทำตามสัญญากับประชาชน ชู ประกันรายได้-เปลี่ยนความขัดแย้งสู่ความมั่นคงทางอาหารพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมขอโทษสิ่งผิดพลาดในอดีต เดินหน้าสร้างอนาคต

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 ที่ห้องประชุมสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางเตรียมการเลือกตั้งกับ แกนนำพรรค สมาชิกพรรคปชป. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเกาะแต้ว โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานนายชวน หลีกภัย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สงขลา นายนราเดช คำทัปน์ สมาขิกสภา อบจ.สงขลา นายศิริชัย เอกพันธุ์ รองประธานสภา อบจ.สงขลา นายถนอมศักดิ์ แป๊ะเส้ง ประธานสาขาพรรค ปชป.เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา และกรรมการสาขาพรรคร่วมในการประชุมหารือแนวทางการเตรียมการเลือกตั้ง

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญ การเตรียมความพร้อมของสาขาพรรคจึงเป็นสิ่งจำเป็น พรรคปชป.จะทำทุกกลุ่มทุกรุ่น สร้างคนรุ่นต่อรุ่น เพราะผลพวงของการสร้างคนรุ่นใหม่จำเป็นสำหรับพรรคการเมืองประชาธิปัตย์ตั้งมาแล้วถึง 76 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 77 ดังนั้นคนของพรรคปชป.จึงมีรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบต่อกันมา พรรคปชป.เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของให้โอกาสกับคนทุกคน จึงให้คว่มมั่นใจได้ว่าพรรคนี้จะอยู่บ้านคู่เมืองแน่นอน ผมเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นเร็วๆนี้ ดังนั้นการหาสมาชิกพรรคจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเราจะดูแลทุกระดับ และพวกเราจะทำงานใกล้ชิดกับท้องถิ่น และจะทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน อะไรที่ท้องถิ่นดูแล พี่น้องได้ผู้แทน ก็อยากจะขอโอกาสพี่น้อง รอบนี้ประชาธิปัตย์หวังว่า คราวที่แล้วถือเป็นบทเรียน ให้ประชาธิปัตย์ 22 คนจาก 50 คน ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคต้องยอมพร้อมรับที่พี่น้องได้สั่งสอนพรรคปชป.ไปแล้ว และมีอะไรที่ผิดพลาดผมก็ขอถือโอกาสนี้ขอโทษ ซึ่งก็คงไม่มีใครที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลย พรรคการเมืองก็มีโอกาสผิด ปชป.ทำอะไรไม่ถูกในพี่น้องก็ต้องขอโทษ และพร้อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อเดินหน้าสู่อนาคต

‘ชัยวุฒิ’ เปิดการประชุมสหภาพไปรษณีย์เอเชียฯ ระดมความเห็นยกระดับบริการขนส่งยุคดิจิทัล

ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 13 (13th APPU Congress)  

วันนี้ (29 สิงหาคม 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานพิธีเปิด การประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 13 (13th APPU Congress) ณ โรงแรมแชงกรี-ล่า กรุงเทพฯ

ประเทศไทย โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับความไว้วางใจ จากสหภาพไปรษณีย์ฯ เป็นประธานสภาบริหาร(Executive Council – EC) ต่อเนื่องเป็นเวลา 4  ปี ทำหน้าที่ กำหนดหลักเกณฑ์การให้บริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ รวมถึงวางระเบียบการบริหารงานของสหภาพฯ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทในการแสดงความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค สามารถผลักดันแผนงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนากิจการไปรษณีย์ของไทยและของประเทศสมาชิก รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพฯ มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 32 ประเทศ


 

รัฐบาล โชว์ 5 ปี ติดตามวัตถุโบราณไทย 611 รายการ คืนไทย เตรียมรับจากสหรัฐฯ 3 รายการ

เมื่อวันที่ (29 ส.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามวัตถุโบราณของไทย กลับประเทศว่า จากความมุ่งมั่นของรัฐบาล และคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ได้บูรณาการประสานกับส่วนราชการประเทศต่าง ๆ โดยกระทรวงวัฒนธรรมรายงานว่า สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations: HSI) ได้เจรจาให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเดนเวอร์ (The Denver Art Museum) เตรียมการส่งคืนโบราณวัตถุกลับไทยโดยเร็ว จำนวน 3 รายการ ได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะเขมร สมัยก่อนเมืองพระนคร และพระพุทธรูปยืน ศิลปะทวารวดี 2 องค์  

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับทับหลังปราสาทหนองหงส์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น ที่ได้รับคืนจากพิพิธภัณฑ์ Asean Art ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2564 ขณะนี้ทับหลังปราสาทหนองหงส์ ได้จัดแสดง ณ ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จัดแสดงที่ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ทั้งสองแห่ง ส่วนการติดตามโบราณวัตถุคืนไทยในลำดับถัดไป ทางคณะกรรมการฯ แจ้งว่ามีจำนวน 2 รายการ คือ 

1.) พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี สมัยทวารวดี จากเมืองโบราณซับจำปา จังหวัดลพบุรี อยู่ในความครอบครองของสถาบันเอเชียโซไซตี้ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 
และ 2.) ใบเสมาหินสลักภาพพุทธประวัติสมัยทวารวดี จากเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ปรากฏข้อมูลใน Collection online ของ The British Museum

‘บิ๊กป้อม’ ลุยแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ ย้ำ รบ.ดูแลสิทธิ – ยกระดับคุณภาพชีวิตเต็มที่

‘นายกฯป้อม’ นั่งหัวโต๊ะ ถกบอร์ดแรงงานนอกระบบ ไฟเขียวเคาะแผนฯความร่วมมือ ม.ธรรมศาสตร์ - ก.แรงงาน ปี 66-70 เน้นใช้เทคโนโลยี เสริมการจ้างงาน/เพิ่มรายได้ ควบคู่สิทธิพึงได้อย่างเต็มที่ พร้อมเร่งรัด กม.คุ้มครองฯ บังคับใช้โดยเร็ว

เมื่อ (29 ส.ค. 65) เวลา 10.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบแห่งชาติ (คนช.) ครั้งที่1/2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ ประจำปี 64 ซึ่งมีการส่งเสริมคุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ จำนวน 67 โครงการ/กิจกรรม มีแรงงานนอกระบบที่ได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิต รวม 16,876,660 คน (5,736 ล้านบาท) มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6,853 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้ในปี 63 เฉลี่ย 6586 บาทต่อเดือน และรับทราบผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการตลาดสินค้ากลุ่มผู้ทำการผลิตที่บ้านหลังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet) ซึ่งมีแรงงานนอกระบบได้รับประโยชน์ 1,160 คน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 4,500 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ของรายได้ ก่อนการระบาดของ โควิด-19 (เฉลี่ยต่อเดือน 2,500 บาท) รวมทั้งรับทราบความคืบหน้า(ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ...ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน ต.ค. 65 

BEAUTY รีเฟรชแบรนด์ GINO McCRAY ปล่อยแคมเปญ ‘LOOKS at ME ลุคไหนก็ใช่เรา’ เอาใจสาวทุกสไตล์

BEAUTY เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์ GINO McCRAY บุกตลาดสาวทุกเจเนอเรชัน จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ EVEANDBOY ขยายช่องทางจำหน่ายแบบ Shop in Shop พร้อมลุยตลาดต่างประเทศ อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ในรูปแบบ Product Distribution ภายในปีนี้ เปิดตัว Brand Ambassador นักแสดงสาวชื่อดัง ‘บัว - นลินทิพย์’ ส่งแคมเปญ ‘LOOKS at ME’ สร้างปรากฎการณ์ความสวยหลากสไตล์กับกลุ่มลูกค้า

ดร.พีระพงษ์  กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a Beautiful Life เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ‘GINO McCRAY’ (จีโน่ แม็คเครย์) กลุ่มผลิตภัณฑ์เมคอัพภายใต้การบริหารของ BEAUTY ให้มีความหรูหรา เรียบง่าย แต่คงความเป็นมืออาชีพด้านความงาม วาง Brand Positioning ให้เป็นเมคอัพชิ้นพิเศษ ที่ราคาจับต้องได้ หาซื้อง่าย โดดเด่นด้วยคุณภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของ GINO McCRAY เป็นทั้งผู้บริโภคทั่วไป และผู้บริโภคที่มีความเป็นมืออาชีพด้านความงามและการแต่งหน้า สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อครีเอทลุคของตนเองได้ทุกวัน หลากหลายสไตล์  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันยังได้ปรับรูปแบบช่องทางการจำหน่ายของ GINO McCRAY ใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรบิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ชั้นนำ EVEANDBOY เปิดร้านในรูปแบบ Shop in Shop แห่งแรก ที่สาขา เมกาบางนา วางกลยุทธ์การตลาดในรูปแบบ Business Partner สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และขยายช่องทางการขายสู่ตลาดแมส ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าขยายสาขารูปแบบ Shop in Shop ร่วมกับร้านอีฟแอนด์บอย จำนวน 18 สาขา และร้านบิวตี้ บุฟเฟต์ ทั้ง 50 สาขา ทั่วประเทศภายในปีนี้ และมีแผนขยายตลาดสู่ต่างประเทศ อาทิ  จีน ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ในรูปแบบ Product Distribution เพื่อมุ่งเน้นกระจายผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ราคาจับต้องได้ เข้าสู่พื้นที่ต่างๆ ของแต่ละประเทศ

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 'ไทย-เวียดนาม' จับมือดันราคาข้าวเพื่อชาวนา!!

'อลงกรณ์' เผยเจรจาเวียดนามสำเร็จตกลงจับมือไทยยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก เตรียมเสนอรัฐมนตรีเกษตร "เฉลิมชัย-เล มิน ฮวาน" ตั้งกลไกขับเคลื่อนพร้อมขยายการค้าสินค้าเกษตร2ชาติ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (29 ส.ค)ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายว่า ในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จในการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าระหว่าง 2 ประเทศโดยเฉพาะผลการประชุมหารือความร่วมมือด้านข้าวกับ นายเจิ่น แทงห์ นาม (H.E. Mr. Tran Thanh Nam) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทและคณะผู้บริหารระดับสูง ณ นครเกิ่นเทอ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ.เวียดนามยืนยันอย่างแข็งขันและมุ่งมั่นในการร่วมมือกับไทยยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก

“การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจารอบที่2ต่อจากการประชุมหารือที่ฝ่ายไทยเสนอข้อริเริ่มให้มีความร่วมมือร่วมกันยกระดับราคาข้าวที่กรุงเทพเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรทั้ง2ฝ่ายคือดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายเล มิน ฮวาน (Mr. Le Minh Hoan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาได้ทราบและเห็นด้วยในหลักการจนนำมาสู่การเจรจาล่าสุดนับเป็นความสำเร็จและเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยและเวียดนามซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับที่2และ3ของโลกตกลงร่วมมือกันเพื่อยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก เป็นงานที่ยากและยังมีภารกิจที่ท้าทายรออยู่เบื้องหน้าจะสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ยังตอบไม่ได้แต่วันนี้เราได้เริ่มเดินก้าวแรกร่วมกันแล้วในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร”

นายอลงกรณ์กล่าวว่า “เราเห็นตรงกันว่าราคาข้าวในตลาดโลกไม่เป็นธรรมกับประเทศผู้ผลิตและชาวนาของ2ประเทศมาเป็นเวลายาวนานนำมาซึ่งหนี้สินและความยากจนจึงถึงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อชาวนา ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือราคาข้าวในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันจากผลกระทบของวิกฤตการณ์โควิด19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนหากปล่อยสถานการณ์ราคาข้าวเป็นอยู่เช่นนี้ชาวนาจะอยู่ไม่ได้เพราะขาดทุนหันไปทำเกษตรอื่นที่มีรายได้มากกว่าจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตข้าวลดลงในระยะยาวกระทบต่ออุปทานข้าวของโลกสวนทางกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นและปัญหาความมั่นคงด้านอาหารจะรุนแรงมากขึ้น”

นายอลงกรณ์เปิดเผยด้วยว่า ทั้ง2ฝ่ายจะนำเสนอผลสรุปของการประชุมเสนอต่อรัฐมนตรีเกษตรของ2ประเทศเพื่อตั้งกลไกขับเคลื่อนร่วมกันในรูปของคณะทำงานเฉพาะกิจ และให้แจ้งสมาคมชาวนา สมาคมผู้ค้าข้าว สถาบันอาหารและสมาคมผู้ส่งออกข้าวของไทยและเวียดนามได้ทราบถึงแนวทางความร่วมมือดังกล่าว รวมทั้งจะเจรจาความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่น ๆ ต่อไป

โดยระหว่างนี้จะกระชับความร่วมมือด้านข้าวระหว่างไทยกับเวียดนามในระดับองค์กรชาวนาและหน่วยงานด้านการเกษตรให้มากขึ้นซึ่งนายฟาน จี๊ ทัญ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยมีส่วนสำคัญต่อการประสานความร่วมมือระหว่าง2ประเทศในครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top