Wednesday, 29 July 2026
NEWS

'ก้าวไกล' จัดเต็ม!! เปิดนโยบายสวัสดิการชุดใหญ่ ครอบคลุมทุกวัย ตั้งแต่เกิดจนตาย มีเงินจ่าย ทำได้จริง

(5 พ.ย. 65) บริเวณศูนย์เด็กเล็กในวัดลาดพร้าว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเปิดงานแถลงนโยบายชุดที่สอง ‘สวัสดิการไทยก้าวหน้า’ ความตอนหนึ่งว่า ชุดนโยบาย ‘สวัสดิการไทยก้าวหน้า’ เป็นหนึ่งใน 9 ชุดนโยบายของพรรคก้าวไกล เสมือนจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ต้องนำมาต่อกับชิ้นอื่นๆ จึงจะกลายเป็นภาพประเทศไทยก้าวหน้าที่สมบูรณ์ จะขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไม่ได้ โดยเหตุผลที่เลือกบริเวณศูนย์เด็กเล็กและวัดลาดพร้าวเป็นสถานที่เปิดนโยบายสวัสดิการ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของวงจรชีวิตที่คนไทยจำนวนมากมาเริ่มที่นี่และจบที่นี่ เสมือนจุดที่สวัสดิการเริ่มต้นและจุดที่สวัสดิการสิ้นสุด

ชุดนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้านั้น เกี่ยวข้องกับปากท้องโดยตรง แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกับนโยบายด้านอื่นๆ เช่น การเมือง เพราะการทำสวัสดิการต้องใช้งบประมาณมาก ต้องอาศัยการจัดสรรงบประมาณใหม่ เอางบความมั่นคงมาเป็นงบสวัสดิการ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นได้ ประเทศก็ต้องเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ อำนาจต้องเป็นของประชาชน หรือ เช่น เศรษฐกิจ เพราะการทำให้ประชาชนมีความมั่นคง จะทำให้เขากล้าเดินตามความฝันในสายอาชีพที่อาจมีความเสี่ยง แต่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

พิธา ยกตัวอย่างสถิติในปี 2564 ที่เป็นปีแรกที่มีจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าคนเสียชีวิต โดยส่วนหนึ่งสังคมที่สูงวัยขึ้นก็มาจากการที่คนอายุยืนเพราะระบบสาธารณสุขไทยเข้มแข็ง สะท้อนถึงความสำเร็จของประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งเป็นสวัสดิการ แต่จำนวนเด็กที่เกิดน้อยลงส่วนหนึ่งก็มาจากความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและความมั่นคงของชีวิตในอนาคต ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ด้วยสวัสดิการเช่นกัน 

บุคคลหนึ่งที่พูดถึงสวัสดิการมานาน ที่เรียกว่า ‘ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน’ คือ ศ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ แต่ผ่านมาหลายสิบปี สังคมไทยวันนี้ยังมีสวัสดิการที่ไม่ครอบคลุม ในวันที่ประชาชนมีความตื่นตัวสูงขึ้นเรื่องสวัสดิการ พรรคก้าวไกลจึงขอใช้โอกาสนี้เพื่อทำให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย 

นโยบายสวัสดิการของเรา เชื่อในการที่คนไทยพร้อมช่วยเหลือกันในยามลำบาก การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เพียงแต่ที่ผ่านมายังขาดการออกแบบอย่างเป็นระบบ

นโยบายสวัสดิการของพรรคก้าวไกลจะสร้างประเทศที่ ‘เป็นธรรม’ โดยการลดความเหลื่อมล้ำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สร้างประเทศที่ ‘ปลอดภัย’ สำหรับทุกคนโดยการวางตาข่ายรองรับคุณภาพชีวิตและโอกาสที่เท่าเทียมกันของประชาชน และสร้างประเทศที่ ‘ปลดปล่อย’ ศักยภาพของคนไทยเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไปข้างหน้า คนรุ่นใหม่จะกล้าเสี่ยงสร้างธุรกิจหรือไล่ตามความฝันของตัวเองมากขึ้น เพราะรู้ว่าถ้าพลาดไป ล้มแล้วยังลุกได้

“เรามาเสนอรัฐสวัสดิการที่ทำได้จริง ไม่ได้ขายฝัน สามารถหาเงินมาจ่ายรัฐสวัสดิการได้ทุกบาททุกสตางค์ เป็นนโยบายสวัสดิการก้าวหน้า ตั้งแต่เกิดจนตาย” พิธากล่าว

‘นิชคุณ’ ฟาด!! ชาวเน็ตขุดคลิปว่ายน้ำโจมตี ‘โตโน่’ ย้ำ!! “ไม่มีอะไรดีๆ จะพูด ก็ไม่ต้องพูดดีกว่า”

ทำเอาหนุ่ม ‘นิชคุณ’ ไม่สบายใจอย่างแรง หลังชาวทวิตเตอร์เอาภาพที่ ‘นิชคุณ หรเวชกุล’ ไอดอลเกาหลีวง 2PM เคยไปออกรายการนึง แล้วว่ายน้ำข้ามแม่น้ำฮัน ตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว ไปเชื่อมโยงเปรียบเทียบกับการว่ายน้ำข้ามโขง ของ ‘โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์’ ในโครงการ ‘ONE MAN AND THE RIVER หนึ่งคนว่าย หลายคนให้’ เพื่อหาเงินซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ 

โดยหนุ่มนิชคุณ ยอมรับตรงๆ ว่ารู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า “จริงๆ ผมก็ไม่ได้รู้ข่าวลึกขนาดนั้น แต่ในใจผมก็คือเป็นแฟนคลับพี่โตโน่อยู่แล้ว เพราะว่าพี่เขาก็ทำงานช่วยสังคมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วเขาก็มาว่ายน้ำครั้งนี้ คือผมเช็กทวิตเตอร์อยู่ดีๆ ก็มีคลิปที่ผมว่ายน้ำขึ้นมา แล้วก็มีคนโจมตีกันไปโจมตีกันมา ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแบบ 100% ผมก็เลยอยู่ห่างๆ ดีกว่า แต่ผมก็คิดว่าพี่โตโน่เขาก็พยายามทำดีเพื่อสังคมของเขา ไม่ได้ตกใจที่มีการโยงแต่ก็แบบ…ทำไมอีกแล้ว คือผมก็ชื่นชมที่พี่เขาพยายามทำดีเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ แล้วพอเอามาโยงกับผมแล้วกลายเป็นว่าทั้งสองฝั่งปะทะกันแล้วแบบมันไม่เกิดอะไรที่มันดีขึ้น ผมก็เลยอยู่เงียบๆ ของผมดีกว่า เดี๋ยวมันก็ซาลงไปเอง คือถ้ามีฝั่งไหนออกมาพูดอะไรด้วยตัวเองมันจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง”

‘บิ๊กตู่’ จัดให้!! วิ่งเทรลภูเขาชิงแชมป์โลก นักวิ่งทีมชาติ 52 ประเทศเข้าร่วมคึกคัก

‘บิ๊กตู่’ จัดให้อีกแล้ว!! กับกิจกรรมการ 'วิ่งเทรล​' / ‘วิ่งภูเขา’ ชิงแชมป์​โลก​ ครั้งแรกของไทย ในรายการ AMAZING THAILAND WORLD MOUNTAIN & TRAIL RUNNING CHAMPIONSHIPS ต้อนรับนักกีฬาทีมชาติจาก 52 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันระหว่าง 4-6 พ.ย. 65 เส้นทางดอยสุเทพ

โดยผู้เข้าแข่งขันจะได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมสองข้างทาง ตั้งแต่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ ผ่านบ้านขุนช่างเคี่ยน, บ้านม้งดอยปุย, บ้านผานกกก, ตำบลโป่งแยง และสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย

อบจ.จัดใหญ่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแน่นทุกคืน งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

งานประเพณีงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟจ.สุโขทัย สู่คืนที่ 6 จุดเด่นที่ได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมากคือการแสดงแสง เสียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายในงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ยังคงมีประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลั่งไหลเข้าเที่ยวชมภายในงาน เพื่อซึมซับบรรยากาศย้อนยุคกว่า 700 ปี สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีอย่างต่อเนื่อง ภายในงานนอกจากมีกิจกรรมการประกวดพนมหมาก-พนมดอกไม้, กระทงเล็ก-กระทงใหญ่, โคมชัก-โคมแขวน, การแสดงหมู่บ้านวิถีไทย, ลานเทศน์-ลานธรรม, การแสดงโขน-ดนตรีไทย, การจำหน่ายสินค้าโอทอป เนื่องจากงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย เป็นงานใหญ่ระดับโลก จึงทำให้มีการแสดงต่างๆมากมาย และอีกหนึ่งการแสดงถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจังหวัดสุโขทัย คือการแสดงแสง เสียง (Light&Sound) เรื่อง"ความรุ่งเรืองของนครสุโขทัย" บริเวณวัดมหาธาตุ ที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญเพราะจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงแน่นขนัดทุกรอบ 

จุดเด่นของงานการเเสดงเเสงเสียง Light&Sound 2022 สุโขทัย โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยจัดให้เข้าชมฟรีเพื่อนักท่องเที่ยวและการกระตุ้นเศรษฐกิจให้พื้นที่ มีผู้เข้าชมเต็มทุกรอบทุกคืน และการเเสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง สนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยเช่นเดียวกัน กิจกรรมตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมจนถึงสู่คืนที่ 6 ของงานมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานหลายแสนคนจากสำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย หลั่งไหลมาชมความงดงามเก็บภาพประทับใจ เลือกซื้อและชิมอาหารสินค้าในตลาดแลกเบี้ย จำนวนมาก ณ บริเวณสระยายเพิ้ง ยังมีตลาดถุงเงิน ณ วัดตระพังทอง ตลาดปสาน ณ บริเวณด้านหลังวัดชนะสงคราม ตลาดบ้าน บ้าน ณ บริเวณด้านหลังวัดชนะสงคราม  อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 

ผู้ว่าเมืองช้าง!!! แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ตามยุทธการ 'คชสาร ขจัดสิ้นยาเสพติด'

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.30 น.  ที่ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การอำนวยการของนายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พลตำรวจตรีชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พลตรีวีรยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พันเอกกิตติพงษ์ พุทธิมณี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ฝ่ายทหาร) พันตำรวจเอกธรรมนูญ ฉิมวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์(ปส) และพันตำรวจเอกชัยณรงค์ บุญด้วง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและระดมสรรพกำลังร่วมกัน สืบสวนจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ ห้วงตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา และในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เวลา 04:00 น จังหวัดสุรินทร์ได้เปิดยุทธการ 'คชสารขจัดสิ้นยาเสพติด'

โดยสนธิกำลังทุกหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เน้นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด แหล่งพักยาเสพติดและอาวุธปืน พร้อมกันทุกพื้นที่รวมทั้งสิ้น 55 เป้าหมายโดยผลการดำเนินการมีดังนี้ จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 242 คดี ผู้ต้องหาร่วมรวมกันทั้งสิ้น 270 คน แบ่งเป็น ผู้ค้าจำนวน 105 ราย ผู้เสพครอบครองเพื่อเสพ จำนวน 137 ราย ผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัด จำนวน 110 ราย ตรวจยึดของกลางยาเสพติด แบ่งออกเป็น ยาบ้า(เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 27,630 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 6.16 กรัม ของกลางอาวุธปืน 80 กระบอก แบ่งออกเป็นอาวุธปืนยาว จำนวน 25 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 23 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปากกา) จำนวน 31 กระบอก วัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 207 ลูก โดยผู้ค้าผู้สมคบผู้สนับสนุนได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด โดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับผู้เสพได้ส่งเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายตามกระบวนการบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป  เพื่อให้จังหวัดสุรินทร์ของเราเป็นสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด 

สกัดขาหนุ่มแดนภารตะ ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ผงะ Overstay กว่า 1000 วัน

กก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกับ ตม.จว.สุรินทร์ ได้จับกุมนาย KAMALESH (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สัญชาติอินเดีย ข้อหาอยู่ในราชอาณจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต 1,084 วัน เหตุจากได้รับร้องเรียนกรณีมีคนต่างด้าวสัญชาติอินเดียเข้ามาในพื้นที่ และแสดงตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ก่อความเดือดร้อนรำคาญ อันทำให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่ ขยายผลทราบว่า คนต่างด้าวรายดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ จึงวางแผนสนธิกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าจับกุม 

ตม.3 กวาดล้างขยายผลจับกุมขบวนการขนคนเข้าเมือง

กก.สส.บก.ตม.3 ได้จับกุมคนต่างด้าว สัญชาติเมียนมา 6 ราย ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ขยายผลทราบว่า กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวเดินทางเข้ามาทางจว.กาญจนบุรี และ จว.ประจวบคีรีขันธ์ ทางช่องทางธรรมชาติ โดยนัดหมายกันทางโซเชียลมีเดีย จากการสืบสวนทราบว่า มีกลุ่มคนต่างด้าวอีกประมาณ 200 – 300 คน รอขบวนการเครือข่ายขนคนส่งรถมารับเพื่อเข้ามาทำงานในพื้นที่กรุงเทพ และเขตปริมณฑลกก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ประสานกับตม.จว.กาญจนบุรี และ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อวางแผนดำเนินการสกัดกั้นจับกุมไม่ให้มีการขนคนลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยจับกุมขบวนการขนคนได้ 3 ราย ดังนี้

PCT ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และ บช.สอท. เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งเว็บพนันจีน ลักลอบใช้เมืองไทยเป็นฐานการพนัน จับกุมพนักงานเว็บจีนกว่า 56 คน

ด้วยเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.ร่วมกับ สตม., บช.ทท.และ บช.สอท.สืบทราบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติชาวจีนได้ลักลอบใช้เมืองไทยเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ เห่อชิง (HengXin) และ คายยุน (Kaiyun) มีพนักงานกว่า 50 คน อยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ สวนหลวง และหัวหมาก กทม.จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทำการขออนุมัติหมายค้นหอพักดังกล่าว และศาลอาญาพระโขนงอนุมัติหมายค้นให้เข้าทำการตรวจค้นในวันที่ 28 ต.ค. 2565

ต่อมาวันที่ 28 ต.ค.2565 เวลา 12.00 น.เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ร่วมกับ สตม., บช.ทท.,บช.สอท.
ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารเป้าหมายตามหมายค้น ปรากฏว่าพบคนจีนและคนมาเลเซียจำนวนหนึ่งกำลังทำงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยและดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ ต่อมาได้ขยายผลและพบว่ากลุ่มคนร้ายอีกจำนวนหนึ่งไปทำงานที่หอพักอีกแห่งหนึ่งบริเวณ แขวง หัวหมาก เขต บางกะปิ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาบางส่วนเข้าขยายผล ซึ่งจากการเข้าตรวจค้นพบกลุ่มคนจีนอีกกว่า 56 คน ทำงานเป็นแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ทำหน้าที่ชักชวนลูกค้าชาวต่างชาติให้เข้าเล่นผ่านแอพพลิเคชั่นโซเชียล Let’s Talk และ Telegram

รอง โฆษก ตร. เผย กองทะเบียนประวัติอาชญากร ขยายเวลา เปิด - ปิด ตรวจสอบประวัติบุคคล เริ่ม 7 พ.ย. นี้

วันนี้ (4 พ.ย.65) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า กองทะเบียนประวัติอาชญากร ตร.ได้ขยายเวลา เปิด-ปิด ศูนย์บริการตรวจสอบประวัติบุคคล จากเวลาเดิมตั้งแต่ 08.30 – 15.30 น.เป็นเวลา 07.30 – 16.30 น. 

รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ศูนย์บริการตรวจสอบประวัติบุคคล กองทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นสถานที่ให้บริการประชาชน หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มาติดต่อขอตรวจสอบประวัติบุคคลและขอดูข้อมูลข่าวสารราชการท่านสามารถ ตรวจสอบประวัติด้วยชื่อ-ชื่อสกุลโดยทำการยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติผ่านทางเว็บไชต์ www.crd-check.com หรือตรวจสอบประวัติด้วยการพิมพ์ลายนิ้วมือ กรณีในเขต กทม. สามารถมาใช้บริการได้ที่ศูนย์บริการฯ กองทะเบียนประวัติอาชญากร โดยจองคิวผ่าน www.crdqonline.com  ก่อนเข้ามาใช้บริการ กรณีพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถใช้บริการได้ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1-10 หรือ พิสูจน์หลักฐานจังหวัดได้ทั่วประเทศ

รวบผู้ต้องหาออสเตรียก่อคดีหนีซุกไทย

ตามที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรณี สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรีย ประจำประเทศไทย ขอความอนุเคราะห์ ในการติดตามตัว นายมาร์โก้ (นามสมมติ) อายุ 50 ปี สัญชาติออสเตรีย ซึ่งเป็นบุคคลที่สาธารณรัฐออสเตรียต้องการตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับสหภาพยุโรป ภายใต้หมายเลขคดี 6St 211/20f สำนักงานอัยการประจำเมืองซาลซ์บูร์ก ในความผิดฐาน ยักยอกเงินสมทบประกันสังคมของพนักงาน ความผิดฐานละเมิดผลประโยชน์ของเจ้าหนี้อย่างร้ายแรง ความผิดฐานฉ้อฉลล้มละลาย และความผิดฐานฉ้อโกงประกันสังคม รวมความผิดทั้งสิ้น 7 กระทง กก.1 บก.สส.สตม.

จับผู้ต้องหาชาวเกาหลี OVERSTAY หนีคดีฉ้อโกงเพื่อนร่วมชาติ ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ประจำปี พ.ศ.2565 (APEC 2022 Thailand) ในห้วงระหว่างวันที่ 14 - 19 พ.ย.2565 ประกอบกับนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่กำชับให้ สตม. ดำเนินการระดมกวาดล้าง สืบสวนจับกุม ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยเน้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่กำลังจะมีขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ 

อีกทั้งทำให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปราม สืบสวนจับกุม เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณรอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สิทธิ์ ศิริกังวานกุล รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.4 , พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส. สตม., พ.ต.อ.อุกฤต กัลยาณมิตร ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.พิษณุ สิทธิฑูรย์ ผกก.สส.บก.ตม.4 และ พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.จว.สุรินทร์ จึงดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในห้วงระหว่างวันที่ 5 - 31 ต.ค.65 โดยมีเป้าหมายหลัก เป็นคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่น ๆ ได้แก่ หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, การอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay), การนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร ช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม และการให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อสนับสนุนให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542เป็นต้น และเมื่อมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว ให้ขยายผลการจับกุมทุกรายเพื่อให้ทราบถึงผู้ร่วมกระทำความผิด เครือข่ายของผู้กระทำความผิด และให้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิด/เครือข่ายของผู้กระทำความผิด ต่อไป

ผลการดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงระหว่างวันที่ 5 – 31 ต.ค.65 สตม. สามารถ จับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ได้ทั้งสิ้น 719 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 779 คน เมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนอนุญาต (Overstay) ห้วงเดือนตุลาคม ปี 2564 กับเดือนตุลาคมปี 2565 ผลปรากฏว่ามีสถิติเพิ่มขึ้น 584 คดี คิดเป็น ร้อยละ 432.59 และเมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ห้วงเดือนกันยายน 2565 กับเดือนตุลาคม 2565 ปรากฏว่ามีสถิติเพิ่มขึ้น 563 คดี คิดเป็น ร้อยละ 360.90

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ จึงสั่งการให้ สตม. มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยมีเป้าหมายหลักเป็นคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยเฉพาะข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และกฎหมายอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและคณะบุคคลสำคัญที่เข้าร่วมภารกิจการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคตลอดระยะเวลาการประชุมในครั้งนี้ 

‘กรุงเทพมหานคร’ ยังยืนหนึ่ง เมืองน่าพักผ่อนมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองน่าพักผ่อนมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (Best Leisure time city in Asia-Pacific) 6 ปีซ้อน

อีกหนึ่งข่าวน่ายินดี! นิตยสารธุรกิจและท่องเที่ยว Business traveller จัดอันดับให้ 'กรุงเทพมหานคร' เป็นอันดับ 1 เมืองที่น่าพักผ่อนหย่อนใจมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (Best Leisure time city in Asia-Pacific) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากการสำรวจของ Business Traveller Asia-Pacific Awards 2022 ซึ่งสะท้อนว่าไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบ

นอกจากนี้ ไทยยังคว้ารางวัลอันดับ 3 ในประเภทเมืองสำหรับธุรกิจที่ดีที่สุด (Best Business Cities in Asia) ขณะที่สายการบินประจำชาติอย่างการบินไทย (Thai Airways) ติด Top 3 ประเภทสายการบินที่ดีที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก (Best Airline of Asia-Pacific) อีกด้วย

พลิกบทบาทใหม่ 'พีเค' พัสกร (The Face Men Thailand) สู่นักชวนคุยใน 'TIME TO TALK' by THE STATES TIMES

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหนุ่มเท่เสน่ห์เหลือร้ายกับ 'พัสกร วรรณศิริกุล' หรือ 'พีเค' จากเวทีการประกวด The Face Men Thailand ปี 2017 

แต่หลังจากนั้น บทบาทของพีเค ก็ไม่ได้หยุดแค่เวทีประกวด เขามุ่งมั่นและเสาะแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ ให้กับชีวิตแบบไม่หยุดนิ่ง จนมีโอกาสได้โลดแล่นในฐานะศิลปินเต็มตัว ได้เป็นทั้งนักแสดง และนายแบบงานที่ถนัด อีกทั้งยังขยายโอกาสให้ชีวิตด้วยเปิดกิจการของตัวเอง ในรูปแบบของรับงานที่ปรึกษา และเปิดแกลเลอรี่ 2 แห่ง

'ดร.สมคิด' กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอุบลก่อนพบประชาชน 5 พ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 พ.ย.) ช่วงเช้าดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมผู้บริหารพรรคฯ ได้เดินทางไปกราบนมัสการพระเจ้าใหญ่อินแปลง วัดมหาวนารามวรวิหาร หรือวัดป่าใหญ่หลวงมณีโชติศรีสวัสดิ์ (วัดป่าใหญ่) ซึ่งเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับร่วมพิธีเสริมสิริมงคลโดยหลวงพ่อเจ้าคุณพระวชิรกิจโกศล เจ้าอาวาสทำพิธี

หลังจากนั้นคณะผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย ได้เดินทางไปยังวัดหนองป่าพง เพื่อกราบสักการะพระอัฐิธาตุ พระโพธิญาณเถรหรือหลวงปู่ชา พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อันเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน รุดเริ่มโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการภาคอีสาน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 'สร้างชีวิต' พร้อมมอบจักรยาน ในโครงการ 'จักรยานเพื่อน้องสัญจร' ครั้งที่ 3 นำหน่วยแพทย์ ออกบริการประชาชนฟรี..ที่จ.สุรินทร์

วานนี้ (3 พ.ย.65) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์  กรรมการ ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และ นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วยคณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ ร่วมในพิธี  ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วยคณะมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์  อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมมูลนิธิฯ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนทั้งสิ้น 2 จังหวัด 31 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 456,140 บาท (สี่แสนห้าหมื่นหกพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาทถ้วน) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ "บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ" ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยมี ทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวาทิต โสภา (วิน-วาทิต) อาสาสมัครศิลปิน ร่วมในพิธี

นอกจากนี้  ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบรถจักรยาน ในโครงการจักรยานเพื่อน้องสัญจร ครั้งที่ 3 จำนวน 100 คัน หน้ากากอนามัย 2,500 ชิ้น แอลกอฮอล์ 5 แกลอน และค่าพาหนะเดินทางแก่โรงเรียนๆละ 1,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 174,867.50 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสี่พันแปดร้อยหกสิบเจ็ดบาทห้าสิบสตางค์) ให้กับโรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 5 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมถึง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำโดย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น คัดกรองเบาหวาน และบริการตัดผม โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top