Tuesday, 28 July 2026
NEWS

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างเป็นกันเองกับ เจ้าชายมุฮัมหมัด บินซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบีย นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ฟื้นความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. เวลา17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี และผู้แทนประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนิน และเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก หรือ เอเปค (Asia - Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

‘สี จิ้นผิง’ เยือนทำเนียบฯ หารือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - จีน พร้อมพัฒนาความมั่นคง โครงสร้างพื้นฐาน และรถไฟไทย-จีน

วันที่ 19 พ.ย. 65 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และศาสตราจารย์เผิง ลี่หยวน ภริยา ได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กห. ให้การต้อนรับ

โดยการเยือนไทยของประธานสีในรอบนี้ นับว่าเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 11 ปี และเป็นการเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ทั้งสองร่วมกันหารือถึงการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือ โดยนายกฯ ฝ่ายไทย เสนอให้เสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ และหารือยุทธศาสตร์ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงกระชับความร่วมมือในด้านความมั่นคง

‘บิ๊กป้อม’ สั่ง ผบ.ทร. จัดทีมนักประดาน้ำกองทัพเรือ ช่วยค้นหาร่างน้องมาวิน หลังเจ้าหน้าที่ค้นพบร่างจมใต้ท้องน้ำลึกกว่า 70 เมตร แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์พิเศษ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2565 พล.ร.อ. ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นายมาวิน  เนตร์เดชา อายุ 18 ปี ได้พลัดตกน้ำขณะนั่งซ้อนท้ายเจ็ตสกี กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ และจมสูญหายตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. 2565  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายได้ระดมสรรพกำลังในการค้นหาทั้งบนผิวน้ำ และใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 19 พ.ย. โดรนสำรวจใต้น้ำของทีมกู้ภัย ได้พบร่างน้องมาวิน ลอยสูงจากผิวดินประมาณ 1-2 เมตร ที่ระดับความลึกกว่า 70 เมตร  ซึ่งเป็นระดับที่ลึกมาก ยากแก่การกู้ร่างขึ้นมา จำเป็นต้องใช้นักประดาน้ำที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง  

ในการนี้ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ได้ประสานมายัง กองทัพเรือ จัดกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติการ  โดยพล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้จัดกำลังจากหน่วยของกองทัพเรือ ที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานใต้น้ำสนับสนุนการกู้ร่างน้องมาวิน ดังนี้

1. เจ้าหน้าที่ประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์ในการกู้ร่างผู้เสียชีวิต 

2. นายแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำพร้อมอุปกรณ์สนับสนุนนักประดาน้ำที่ปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย

และ3. ชุดต่อต้านทุ่นระเบิดเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ Side Scan Sonar ของกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการสำหรับใช้ในการค้นหาตำแหน่งที่แน่นอนของร่างผู้เสียชีวิต  ซึ่งกำลังของกองทัพเรือชุดแรกจะเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยจะมีการประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกว่าการดำเนินการจะบรรลุภารกิจ

‘สี จิ้นผิง’ ขอบคุณรัฐบาลไทยอย่างสุดซึ้งที่ตั้งใจและใช้ความพยายามจัดประชุม APEC 2022

สุนทรพจน์ของนาย ‘สี จิ้นผิง’ ปธน.จีนในที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ครั้งที่ 29 ในหัวข้อ ‘สามัคคี ร่วมมือ และกล้ารับผิดชอบ เพื่อประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของเอเชียแปซิฟิก’ (ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย วันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022)

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมิตรสหายทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับท่านทั้งหลาย ณ กรุงเทพมหานคร ‘เมืองแห่งสวรรค์’ ที่สวยงาม นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันโดยตรงแบบออฟไลน์ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งไปยังรัฐบาลไทย โดยเฉพาะ ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ที่ตั้งใจและใช้ความพยายามเพื่อเป็นเจ้าภาพการประชุมในครั้งนี้

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้นซ้ำหลายระลอกและจะยืดเยื้อต่อไป การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ลัทธิฝ่ายเดียวและลัทธิคุ้มครองได้ทวีความรุนแรง ห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่อุปทานของโลกได้รับผลกระทบ ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ความปลอดภัยด้านธัญญาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน และปัญหาอื่นๆ มีความซับซ้อนและรุนแรงอย่างหนัก

ภูมิภาค ‘เอเชียแปซิฟิก’ เป็นสถานที่ลงหลักปักฐานของเรา และเป็นแหล่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้พัฒนาและเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้สร้าง ‘ปาฏิหาริย์แห่งเอเชียแปซิฟิก’ ดึงดูดความสนใจของทั่วโลก ความร่วมมือส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้หยั่งรากลึกในใจของผู้คนทั้งหลายช้านานมาแล้ว

ขณะนี้โลกได้ยืนอยู่ที่ทางแยกของประวัติศาสตร์อีกครั้ง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความสำคัญและมีบทบาทโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

คนจีนสมัยโบราณระบุไว้ว่า ‘ผู้รอบรู้จะไม่สับสน ผู้มีคุณธรรมจะไม่กังวล ผู้กล้าหาญจะไม่หวั่นเกรง’ ในสถานการณ์ใหม่เราต้องร่วมมือสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันแห่งเอเชียแปซิฟิก เพื่อสร้างความรุ่งโรจน์ใหม่ของความร่วมมือแห่งเอเชียแปซิฟิก ด้วยประการเหล่านี้ ข้าพเจ้ามีข้อเสนอดังต่อไปนี้

ประการแรก ปกป้องความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมระหว่างประเทศ สร้างสรรค์เอเชียแปซิฟิกให้มีสันติภาพและความมั่นคง

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและมั่นคง ทำให้เราตระหนักว่าต้องให้เกียรติแก่กัน สามัคคีกัน และร่วมมือกัน เมื่อเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ เราต้องปรึกษาหารือกันเพื่อค้นหาปัจจัยร่วมที่ใหญ่ที่สุด

เราควรยึดมั่นแนวคิดด้านความปลอดภัยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ครอบคลุม ให้ความร่วมมือ และยั่งยืน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนแต่ละประเทศ ไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่น เคารพเส้นทางการพัฒนาและระบบสังคมที่ประชาชนของแต่ละประเทศเลือกเอง ให้ความสำคัญต่อความห่วงใยด้านความปลอดภัยที่สมเหตุสมผลของแต่ละประเทศ ขจัดความขัดแย้งและข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยการเจรจาอย่างสันติ  

เราต้องมีส่วนร่วมในการสร้างธรรมาภิบาลโลกอย่างแข็งขัน เพื่อผลักดันให้ระเบียบของประชาคมโลกพัฒนาไปสู่ทิศทางที่ยุติธรรม และสมเหตุสมผล อีกทั้งให้มีหลักประกันทางสันติภาพและความมั่นคงทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก

ประการที่สอง ยึดมั่นในความเปิดกว้าง สร้างสรรค์เอเชียแปซิฟิกให้มีความมั่งคั่งร่วมกัน

ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าการเปิดกว้าง ร่วมมือและได้ชัยชนะร่วมกันถึงเป็นหนทางที่ถูกต้องในโลก เราต้องยืนหยัดลัทธิภูมิภาคแบบเปิดกว้าง เสริมสร้างการประสานนโยบายเศรษฐกิจแบบมหภาค สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ขับเคลื่อนกระบวนการให้เศรษฐกิจเป็นแบบองค์เดียวกันในระดับภูมิภาคอย่างคงเส้นคงวา และสร้างเขตการค้าเสรีระดับสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สำเร็จโดยเร็ว

เราต้องยืนหยัด ‘การพัฒนาเพื่อประชาชน ด้วยประชาชน และผลลัพธ์สู่ประชาชน’ ส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมั่งคั่งร่วมกัน จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับฝ่ายต่างๆ ปฏิบัติตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคให้ครอบคลุมและมีคุณภาพ ขับเคลื่อนต่อไปเพื่อเข้าร่วม ‘ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก’ และ ‘ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจดิจิทัล’ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแบบหลอมรวมระดับภูมิภาค

ในปีหน้าจีนจะพิจารณาการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฟอรัมสุดยอดว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ ( BRI : Belt and Road Initiative) ครั้งที่ 3 เพื่อเพิ่มพลังขับเคลื่อนใหม่แก่การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก

'ลุงตู่' ขอบคุณ 'ลุงสี' ไฟเขียว #พาเด็กไทยกลับจีน แล้วถึง 6 เที่ยวบิน รวมยอด 1,127 คน

เมื่อบ่ายวันที่ 19 พ.ย. 65 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำทีมประเทศไทยประชุมเต็มคณะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และคณะผู้แทนฝ่ายจีน ในโอกาสเยือนไทย ระหว่างการประชุม APEC 2022 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณจีนที่อนุญาตให้นักศึกษาไทยทยอยกลับไปศึกษาต่อในจีนได้ รวมทั้งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง ซึ่งประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า จีนและไทยเป็นเหมือนพี่น้องและญาติมิตร จีนส่งเสริมให้ประชาชนของทั้งสองฝ่ายเดินทางไปมาหาสู่กันได้ หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาโควิด-19 ได้สำเร็จด้วยดี เชื่อว่าหากทุกฝ่ายสามัคคีร่วมมือกัน จะนำไปสู่ผลประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนได้ในระยะยาว

รู้จัก ‘แสงเดือน ชัยเลิศ’ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง จังหวัดเชียงใหม่ และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นอัศวิน จากประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในฐานะผู้อนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อมของโลก 

วันนี้ (20 พ.ย.) เฟซบุ๊ก Emmanuel Macron ของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โพสต์ภาพถ่ายคู่กับนางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม พร้อมข้อความระบุว่า "เล็ก ชัยเลิศ คุณใช้เวลาตลอดชีวิตของคุณเพื่อป้องกันช้าง คุณทราบดีกว่าใครทั้งสิ้นว่าการอยู่รอดของช้างขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ที่ตั้งบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างเล็กที่สุดและใหญ่ที่สุด ขอบคุณสำหรับความมุ่งมั่นพันธะสัญญาของคุณเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ"

ขณะที่เฟซบุ๊ก Saengduean Lek Chailert ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ มีใจความว่า "เรียนท่านประธานาธิบดี ดิฉันรู้สึกปลื้มปีติอย่างมากที่ได้เปิดโลกของฉันออกสู่ผู้คนในวงกว้าง ดิฉันมีเรื่องมากมายที่จะแบ่งปัน ข้อความของคุณไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน แต่เสียงของคุณยังมีอิทธิพลต่อการคุ้มครองสัตว์และสิ่งแวดล้อมระดับโลกอีกด้วย ขอขอบคุณในนามของเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน"

ภาพดังกล่าวคาดว่าถูกถ่ายขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่วังจักรพงษ์ ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นอัศวิน (THE LEGION OF HONOUR) ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดของสาธารณรัฐฝรั่งเศส แก่นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกย่องในฐานะเป็นผู้อนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อมของโลก ซึ่งนายมาครงให้ความสนใจการทำงานช่วยเหลือช้างและสัตว์มาอย่างยาวนาน และจะกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อชมชีวิตช้างที่ศูนย์อภิบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวเป็นเกียรติในโอกาสงานฉลองครบรอบ 15 ปี สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า พร้อมมอบมอบโล่แรงงานสัมพันธ์ดีเด่น จำนวน 70 สหภาพแรงงาน

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเป็นเกียรติในโอกาสงานฉลองครบรอบ 15 ปี สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า พร้อมมอบมอบโล่แรงงานสัมพันธ์ดีเด่น จำนวน 70 สหภาพแรงงาน ณ ศูนย์ประชุมบางแสนเฮอริเทจ ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เพราะผู้ใช้แรงงานถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อน ให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานดำเนินการส่งเสริม พัฒนาให้แรงงานมีศักยภาพสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้พร้อมรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยผู้ใช้แรงงานมีงานทำ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างทั่วถึง มีความปลอดภัยในการทำงาน มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ตลอดจนการสร้างหลักประกันทางสังคม และยกระดับการประกันสังคมแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด มีรายได้ที่เหมาะสม สามารถดำรงชีพของตนเองและครอบครัวได้อย่างมีความสุข มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงด้านแรงงานในการสร้างผลิตภาพและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศให้พร้อมก้าวเข้าสู่ภูมิทัศน์ใหม่ของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า เป็นองค์กรแรงงานที่จัดตั้งขึ้น โดยการรวมตัวของสหภาพแรงงานในกิจการอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้ร่วมกันบริหารงานจนเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง มีบทบาทในการวางแนวทางให้สหภาพแรงงานในสังกัดยึดหลักการแรงงานสัมพันธ์ เชิงสร้างสรรค์เป็นที่ยอมรับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีปรองดองของสมาชิก ในการร่วมทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีการร่วมปรึกษาหารือกับนายจ้างเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ บนพื้นฐานของหลักการแรงงานสัมพันธ์ที่ดี อันมีความสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงควบคู่กับการมีสภาพการจ้างและคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้าง อีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยดีเสมอมา ถือเป็นแบบอย่างที่ดี จึงขอชื่นชมและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้าจะมุ่งมั่นธำรงรักษาความสามัคคี และยึดมั่นหลักการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีเช่นนี้ต่อไป ตลอดจนให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งด้านแรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถยืนหยัดและก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน อันจะนามาซึ่งประโยชน์สุขร่วมกันทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และเศรษฐกิจของประเทศ

‘มาครง’ แวะเที่ยววัดโพธิ์ - เดินชมพระนอน พร้อมบอก ‘พระนอนวัดโพธิ์สวยงามที่สุด’

ชาวไทยสุดภูมิใจหลัง ‘เอมานูเอล มาครง’ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ่ยชม ‘พระนอนวัดโพธิ์’ ว่าเป็นพระนอนที่สวยงามที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

เฟซบุ๊กเพจ ‘สำนักข่าวไทย’ เผยข้อมูลว่า เมื่อวานนี้ 18 พ.ย.65 เวลา 19.00 น. ประธานาธิบดีเอมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ที่เดินทางมาร่วมประชุมเอเปค 2022 ที่ประเทศไทย พร้อมคณะสื่อมวลชนจากต่างประเทศ ได้เข้าเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

โดย พระเทพวัชราจารย์ (เจ้าคุณเทียบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ได้รับการประสานงานจากสถานทูตฝรั่งเศส ให้เป็นผู้นำชมสถานที่สำคัญภายในวัด และได้เข้าพบ พระเทพวชิรโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ณ พระอุโบสถ ต่อจากนั้น ได้บันทึกภาพ ณ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และเข้าชมพระวิหารพระพุทธไสยาส หรือพระนอน พร้อมตักบาตรสตางค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางกลับ โดยนายมาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ใช้เวลาในการเยี่ยมชมวัดโพธิ์ ร่วม 1 ชั่วโมง 30 นาที

‘สี จิ้นผิง’ กล่าวสุนทรพจน์แนะนำ 4 ประการ สร้างความรุ่งโรจน์ใหม่ของความร่วมมือแห่งเอเชียแปซิฟิก

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 65 นาย ‘สี จิ้นผิง’ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ครั้งที่ 29 ในหัวข้อ ‘สามัคคี ร่วมมือ และกล้ารับผิดชอบ เพื่อประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของเอเชียแปซิฟิก’ 

โดยนายสี จิ้นผิงได้กล่าวขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ที่ตั้งใจและใช้ความพยายามเพื่อเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในครั้งนี้

ทั้งนี้ยังได้กล่าวถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นซ้ำหลายระลอกและจะยืดเยื้อต่อไป การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ลัทธิฝ่ายเดียวและลัทธิคุ้มครองได้ทวีความรุนแรง ห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่อุปทานของโลกได้รับผลกระทบ ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ความปลอดภัยด้านธัญญาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงปัญหาอื่นๆ มีความซับซ้อนและรุนแรงอย่างหนัก

โดยนายสี จิ้นผิงได้กล่าวเสนอแนะ 4 ประการ เพื่อสร้างความรุ่งโรจน์ใหม่ของความร่วมมือแห่งเอเชียแปซิฟิก ดังนี้

ประการแรก ปกป้องความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมระหว่างประเทศ สร้างสรรค์เอเชียแปซิฟิกให้มีสันติภาพและความมั่นคง

ประการที่สอง ยึดมั่นในความเปิดกว้าง สร้างสรรค์เอเชียแปซิฟิกให้มีความมั่งคั่งร่วมกัน

ประการที่สาม ยึดมั่นในการพัฒนาสีเขียวและคาร์บอนต่ำ สร้างสรรค์เอเชียแปซิฟิกให้สะอาดและสวยงาม

ประการที่สี่ เราต้องยึดมั่นในการร่วมทุกข์ร่วมสุข สร้างสรรค์เอเชียแปซิฟิกให้สนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

'อรรถวิชช์' เตือน!! สายไฟฟ้าโลคัลโรดถูกตัด หวั่นไฟดูด หลังคนก่อเหตุตัดสายทองแดงเปลือยไว้

(19 พ.ย.65) ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ลงพื้นที่ถนนโลคัลโรด หน้าโรงเรียนอนุบาลวณลักษณ์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร หลังได้รับการร้องเรียนว่าเสาไฟส่องถนนช่วงนั้นดับ โดยพบว่ามีการตัดสายไฟหลายเสา คาดว่าตัดนำไปขาย แล้วยังทิ้งสายทองแดงเปลือยไว้ ถ้าฝนตกหรือใครเผลอจับเสาไฟ อาจอันตรายถึงชีวิต ชาวบ้านร้องไปหลายหน่วยงานแต่ก็ซ่อมไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้โยงกัน 3 หน่วยงาน คือ กทม., การรถไฟ, การไฟฟ้านครหลวง ก็น่าจะบูรณาการร่วมกัน รีบแก้ไขก่อนมีคนโดนไฟดูด

ถอดรหัสสุนทรพจน์ 'สี จิ้นผิง' ที่ APEC 2022 แย้ม!! จีนอาจเปิดประเทศกลางปี 2023

ในสุนทรพจน์ที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ครั้งที่ 29 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ในหัวข้อ ‘สามัคคี ร่วมมือ และกล้ารับผิดชอบ เพื่อประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของเอเชียแปซิฟิก’ 

มีข้อความท่อนหนึ่งที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวไว้ว่า... 

“ในปีหน้าจีนจะพิจารณาการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฟอรัมสุดยอดว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ (Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF) ครั้งที่ 3 เพื่อเพิ่มพลังขับเคลื่อนใหม่แก่การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก”

'วิน วศิน' แซะ!! 'บิ๊กตู่' หลังขึ้นแสดงงานเลี้ยง APEC 2022 เจอชาวเน็ตแคปฯ ทัน แม้เจ้าตัวจะรีบลบจากไอจี

ชาวเน็ตวิจารณ์ไอจีสตอรีของ ‘วิน วศิน พรพงศา’ แชมป์รายการ The Golden Song หลังขึ้นแสดงงานเลี้ยงเอเปก โพสต์เหน็บนายกฯ พูดต้อนรับแขกต่างชาติทั้งหมดเป็นภาษาไทย โต้กลับ หลายชาติก็มีล่ามแปล

วันนี้ (19 พ.ย.65) ในโลกโซเชียลฯ มีการวิจารณ์กรณีที่นายวศิน พรพงศา หรือวิน แชมป์รายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ยกกำลัง 3 ที่ขึ้นแสดงในงานเลี้ยงมื้อค่ำสุดหรูกาลาดินเนอร์ของการประชุมเอเปก 2022 หรือ APEC 2022 ปรากฏว่าเจ้าตัวโพสต์ไอจีสตอรี @winwin_neverlose ระบุข้อความว่า “Mission accomplished ได้ฟังนายกฯ พูดต้อนรับแขกต่างชาติทั้งหมดเป็นภาษาไทยแบบสดๆ!!!!!!” ซึ่งเป็นการกล่าวพาดพิงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ในทวิตเตอร์ได้มีการแชร์ภาพแคปฯ หน้าจอจากไอจีสตอรีนายวศิน พร้อมวิจารณ์ว่า “คราวหน้าเวลาคัดคนเข้าร่วมงาน น่าจะเช็กประวัติให้ดีๆ ก่อนนะคะ” ซึ่งปรากฏว่ามีชาวเน็ตเข้ามาวิจารณ์มากมาย เช่น

“คงเป็นครั้งนี้และครั้งเดียวในชีวิตละค่ะที่จะได้โอกาสดีๆ แบบนี้อีก”

“คนมีความสามารถมากกว่านี้ก็มี คัดคนไม่ดูปูมเล้ย”

“เป็นคนไทย อยู่ในไทย ไม่พูดไทยซิแปลก ไม่เห็นต้องกระแดะพูดอังกฤษเลยในเมื่อก็มีล่าม ทีเกาหลีญี่ปุ่นเขาก็ไม่เห็นพูดภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติเลย ว่าแต่ไม่รู้จักนะนักร้องกิตติมศักดิ์คนนี้”

“ทำไมต้องไม่พูดภาษาไทยอะ? พูดไทยน่ะถูกแล้ว หลายๆ ชาติก็ไม่พูดอังกฤษนะ จัดที่ไทยก็พูดไทย ไม่เห็นจะแปลก”

“ไม่รู้เหรอเขามีล่ามแปลหลายคนหลายภาษา เนี่ยล่ะเขาถึงบอก เติมเน็ตแล้วหาความรู้บ้างไม่ใช่แซะอย่างเดียว”

“ปธน.สีจิ้นผิงพูดกับนายกฯ แคนาดายังพูดจีนใส่เลย ล่ามก็แปลทันที”

"โอ้โห ไม่เหมาะสมอย่างรุนแรงเลยนะ เขาให้เกียรติเชิญไปแสดงในงาน แต่มาแซะแบบโง่ๆ ดีจริงที่ไม่เคยชอบคนนี้เลย"

"การประชุมระดับชาติ ผู้นำประเทศต่างๆ ก็จะพูดด้วยภาษาประเทศตนเองทั้งนั้น โดยมีล่ามแปล ทำตัวไม่สมกับที่ได้รับเกียรติเลย"

ในหลวง-พระราชินี เสด็จออกทรงรับผู้นำเอเปค - คู่สมรส - แขกพิเศษ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อวานนี้ (18 พ.ย. 65) เวลา 17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี ผู้นำเขตเศรษฐกิจสมาชิกหรือผู้แทน และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนิน และเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

เอเปค หรือ ‘ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก’ เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน การรวมตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งความร่วมมือด้านวิชาการ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสมาชิกภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 มีสมาชิกผู้ร่วมก่อนตั้ง 12 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ในเขตเศรษฐกิจผู้ร่วมก่อตั้งด้วย ต่อมามีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 9 เขตเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ มีประชากรรวมกว่า 2.9 พันล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกินครึ่งของ GDP โลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าโลก

การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งนี้ เป็นการประชุมแบบพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เพื่อร่วมขับเคลื่อนการประชุมเอเปค 2022 ภายใต้หัวข้อหลัก ‘Open. Connect. Balance หรือ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล’ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

โดยประเด็นที่ขับเคลื่อนแบ่งเป็นการเปิดกว้างสู่ทุกโอกาสด้านการค้าและการลงทุน การส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านมุมมองใหม่ที่ได้เรียนรู้จากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคมส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติเพื่อฟื้นฟูการเดินทางระหว่างกันที่สะดวกและปลอดภัย

รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมโยงทางดิจิทัลและส่งเสริมการเจริญเติบโตที่เน้นสร้างสมดุลในทุกด้านมากกว่าสร้างกำไร ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

ทั้งนี้ ไทยได้นำโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่จะผลักดันการเป็นเจ้าภาพเอเปค

'บิ๊กตู่' เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันรับ ‘สี จิ้นผิง’ พร้อมหารือข้อราชการต่อ หลังประชุมเอเปค

ประชุมเสร็จแล้ว แต่ยังต้องคุยงานต่อ!!

เสร็จสิ้นไปแล้ว กับการประชุม APEC 2022 ในวันที่ 19 พ.ย. 65 โดยลำดับถัดไป ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมหารือข้อราชการกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และร่วมเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันซึ่งนายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยา รวมถึงคณะฝ่ายจีน

สำหรับประเด็นที่ผู้นำจีนได้นำเสนอไว้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ทั้งการปลุกประชาคมเอเชียแปซิฟิกให้จับมือร่วมกันต่อต้าน 'สงครามเย็นใหม่' ที่ถูกผลักดันโดยมหาอำนาจใหญ่, การกล่าวว่า “ภูมิภาคนี้ไม่ใช่สวนดอกไม้ของใคร อย่าใช้เป็นพื้นที่ถ่วงดุลอำนาจ”, การสร้าง 'ปาฏิหาริย์แห่งเอเชียแปซิฟิก' และการย้ำกับสมาชิกเอเปค ให้จับมือฝ่าฟันอุปสรรค-ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ให้ร่วมมือกันอย่างสมัครสมานสามัคคี

ความสัมพันธ์ 'ไทย-ฝรั่งเศส' จากอดีตถึงปัจจุบัน สู่การยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในปี 2024

จากภาพปรากฏตั้งแต่ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ก้าวเท้าเข้าสู่ทำเนียบและเข้าทักทายนายกรัฐมนตรีของไทย ด้วยความจริงใจและดูนอบน้อม ในฐานะแขกรับเชิญคนสำคัญจากประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุม APEC 2022 หนนี้

ยิ่งทำให้รู้สึกถึงแนวโน้มอันดีงามในการหารือแบบทวิภาคีของ ‘ไทย-ฝรั่งเศส’ โดยเฉพาะในแง่ของความคืบหน้าการยกระดับสถานะความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ระหว่างกันภายในปี ค.ศ. 2024 

โดยเชื่อว่า ‘ไทย-ฝรั่งเศส’ จะได้มีการเผยแพร่ถ้อยแถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือเร่งด่วนที่ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการก่อนตามแผนการ (Roadmap) สำหรับการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส (2022-2024) ที่ได้ลงนามเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ กรุงปารีส ภายใต้ 5 เสาหลัก ได้แก่... การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ ประชาชน และประเด็นระดับโลก 

ภาพความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่าง ‘ไทย-ฝรั่งเศส’ จะเป็นเช่นไร อาจจะยังตอบแบบชัดๆ ได้ยาก แต่ถ้าย้อนไปตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต้องขอบอกว่า ไทยและฝรั่งเศส มีการเจริญสัมพันธไมตรีอันดีต่อกันในหลายด้านแล้วด้วย

>> ด้านการทูต : พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีในปี 2228 ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 2 ประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยการลงนามในสนธิสัญญาทางไมตรีทางการค้าและการเดินเรือ (Treaty - of Friendship, Commerece and Navigation) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2399 

>> ด้านการเมือง : ดำเนินไปด้วยความราบรื่น ไม่มีปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสได้รับการยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยมีแผนปฎิบัติการร่วมไทย - ฝรั่งเศส ความร่วมมือทั้ง 2 ฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน และสามารถปฎิบัติได้จริงในช่วง 5 ปี ครอบคลุมทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และความร่วมมือระหว่างประเทศ ฯลฯ

>> ด้านเศรษฐกิจ : มีการส่งออกของไทย และสินค้าที่นำเข้าจากฝรั่งเศสหลายประการ ได้แก่...
- สินค้าส่งออกของไทย ได้แก่ เลนส์แว่นตา เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี เครื่องประดับ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว
- สินค้านำเข้าจากฝรั่งเศส ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ เครื่องสำอาง

>> ด้านการร่วมมือด้านการค้า : ในภาครัฐ มีคณะทำงานร่วมด้านการค้าไทย-ฝรั่งเศส และมีการจัดทำข้อตกลงการหารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (The High Level Economic Dialogue between Thailand and France) ปี 2553-2557 ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศส ฉบับที่ 2 เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือและส่งเสริมผลประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศทั้งในกรอบทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบ

>> ด้านการทหารและความมั่นคง : ไทยและฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดผ่านกิจกรรมและโครงการที่สำคัญ เช่น ความร่วมมือด้านการฝึกปฎิบัติการร่วมทางเรือ การแลกเปลี่ยนการเยือนของนายทหารในระดับผู้นำเหล่าทัพและผู้บังคับบัญชาระดับสูง และการลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ การวิจัยและการพัฒนา การทหาร การส่งกำลังบำรุง และความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์

จากอดีต มาสู่ปัจจุบัน ซึ่งหากลองพิจารณาถึงการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศส (2022 - 2024) ที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ภายใต้ 5 เสาหลัก ได้แก่ ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านประชาชน และประเด็นประดับโลกนั้น จะมีความน่าสนใจใดให้ติดตามต่อบ้าง...

>> ด้านการเมืองและความมั่นคง : ทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมจัดตั้งกลไกการเจรจา 2+2 (กระทรวงการต่างประเทศ + กระทรวงกลาโหม) การสนับสนุนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงการจัดทำความตกลงการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการระหว่างไทยกับฝรั่งเศสโดยเร็ว เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง สำหรับด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรียินดีกับความร่วมมือทางการทหารที่ใกล้ชิด บนพื้นฐานของความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ตลอดจนยินดีที่ฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด -แปซิฟิกรวมถึงไทย โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมเร่งรัดการจัดตั้งกลไกการหารือ 2+2 dialogue ไทย - ฝรั่งเศส เพื่อหารือในประเด็นท้าทายด้านความมั่นคง ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศสเห็นว่า ไทยกับฝรั่งเศสมีศักยภาพที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการส่งเสริมความเชื่อใจและความใกล้ชิดระหว่างทหารของทั้งสองฝ่าย การสร้างฐานอุตสาหกรรมในประเทศไทยการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการวิจัยทางทะเล เป็นต้น

>> ด้านเศรษฐกิจ : ทั้ง 2 ฝ่ายยินดีกับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โดยเห็นพ้องกันว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันได้อีกมาก ซึ่งรัฐบาลไทยได้ปรับนโยบายที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิรูปสีเขียวของ EU จึงเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนการส่งออกสินค้าสิ่งแวดล้อมและการลงทุนในธุรกิจสีเขียว ไทยร่วมกับสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปกลดอัตราภาษีนำเข้าทั่วไปสำหรับรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมจำนวน 54 รายการ นายกรัฐมนตรีจึงเชิญชวนให้ฝรั่งเศสใช้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศสพร้อมมีความร่วมมือกับไทยในด้านการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรกรรม ตลอดจนพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนา EEC

>> ด้านประชาชน : ทั้ง 2 ฝ่ายย้ำความสำคัญของการเดินทางที่ปลอดภัยโดยส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในภูมิภาค การเพิ่มพูนการฝึกอบรมวิชาชีพและการศึกษาให้บุคลากรไทยเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจของฝรั่งเศส และยินดีที่ปีหน้ากำหนดให้เป็นปีแห่งนวัตกรรมไทย - ฝรั่งเศส ค.ศ. 2023 (พ.ศ. 2566)

>> ด้านการศึกษาและวิชาการ : ไทยกับฝรั่งเศสมีความร่วมมือในด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสพร้อมสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษา นักวิชาการ และนักวิจัยระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งในปีหน้าคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถลงนามในความตกลงด้านการศึกษาระหว่างกันได้ ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

>> สำหรับประเด็นเร่งด่วนระดับโลก : เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ การรับมือกับโรคระบาดรวมถึงย้ำความเป็นหุ้นส่วนที่จะร่วมมือกับประชาคมโลกในการแสวงหาทางออกที่สันติผ่านการหารือต่อความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงสถานการณ์ในยูเครนและในเมียนมา เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของโลกรวมถึงการเร่งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืนของสหประชาชาติภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top