Thursday, 16 July 2026
NEWS

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอให้ตำรวจยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ

(17 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ในวันนี้ ขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจนถึงผู้ ปฏิบัติงาน พวกเราได้ทุ่มเทแรงกายแรง ใจ เสียสละเวลาที่จะต้องอยู่กับครอบครัว หรือมีความสุขส่วนตัว แต่ท่านใช้เวลาดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนจนประสบความสำเร็จในหลายมิติ หลายด้าน 

พร้อมกันนี้ขอฝากถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจทุกคน ว่า เราเป็นข้าราชการตำรวจ เรามีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตามบทบาทและหน้าที่ของเรา เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสบายใจ สุขใจ มีความสงบสุขเกิดขึ้นในสังคม อยากให้พวกเราร่วมมือร่วมใจ และก้าวไปด้วยกันด้วยการที่เราใช้ mindset ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องเกิดขึ้นจากส่วนลึกภายในใจ ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกคนยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ในขณะเดียวกันอยากจะฝากให้ทุกท่านได้มีการพัฒนาตัวเอง ในหน้าที่ของท่านเอง ทั้งเรื่องของวิชาชีพการสอบสวน สืบสวน การป้องกันปราบปราม ตลอดจนชุดปฏิบัติการพิเศษ เพราะอาชญากรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ ให้มีมาตรการที่ดี ที่เข้มข้น ซึ่งหากจะเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้ท่านได้ทำหน้าที่ในบทบาทผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ดีที่สุด 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวฝากถึงพี่น้องประชาชนเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ว่า สำหรับพี่น้องประชาชน ตนจะนำพาข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาจากพี่น้องประชาชน ในตลอดระยะเวลาที่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง “วันตำรวจ” ไม่ใช่วันหยุดสำหรับตำรวจ แต่ถือว่าเป็นวันที่เราต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้โปรดเชื่อมั่น และสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารมายังหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ โอกาสนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข และหวังว่าในอนาคตจะมีความสงบสุขเกิดขึ้นในประเทศของเรา และทุกท่านอยู่ดีมีสุขตลอดไป 

เชียงใหม่-เทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมจัด 'งานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 2568' อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ 

เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดแถลงข่าวงาน ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 2568 “มรดกแห่งนพบุรี สืบสานวิถีแห่งภูมิปัญญา วัฒนธรรมงามล้ำค่า ยี่เป็งล้านนาสู่สากล” ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองเชียงใหม่ด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรม

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ร่วมจัดพิธีแถลงข่าวงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่
นายวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ และ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าวบนเวที 
ณ โถงอาคาร 5 ชั้น 1 สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยถึงรายละเอียดของการจัดกิจกรรมประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ว่า ในปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “มรดกแห่งนพบุรี สืบสานวิถีแห่งภูมิปัญญา วัฒนธรรมงามล้ำค่า ยี่เป็งล้านนาสู่สากล” โดย เทศบาลนครเชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2568 อย่างเต็มรูปแบบและยิ่งใหญ่

โดยกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือ การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทานพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 25 ขบวน ที่จัดให้มีการแสดงประกอบริ้วขบวนแห่อย่างอลังการ การประดับตกแต่งเมืองให้สว่างไสวสวยงาม โดยเฉพาะรอบคูเมืองเชียงใหม่ และ ริมลำน้ำปิงตั้งแต่ท่าน้ำวัดศรีโขงจนถึงเชิงสะพานนครพิงค์ การแสดงประกอบแสงสีเสียงและสื่อผสมด้วยเทคนิคพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ การประกวดเทพี - เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดกระทงฝีมือใบตองดอกไม้สด 


การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา (โคมแขวนใหญ่) การปล่อยกระทงสายล้านนา การประกวดประดิษฐ์สะเปา 
ณ บริเวณท่าน้ำศรีโขง การจัดซุ้มประตูป่า พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ - เจดีย์ขาว และขอขมาแม่น้ำปิง ประเพณี
ตั้งธรรมหลวง การตกแต่งถนนตั้งแต่ถนนท่าแพจนถึงสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย เพื่อให้เข้ากับเทศกาลการท่องเที่ยวและเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ยังเพิ่มจุด Landmark ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไทยและทั่วโลก ได้มาถ่ายรูปเช็คอินและแชร์งานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นเทศกาลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาวที่ใกล้จะมาเยือนนี้

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา ในงานประเพณีเดือน
ยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองวัฒนธรรม
ระดับโลก และร่วมส่งเสริมให้เชียงใหม่มุ่งสู่เมืองมรดกโลกต่อไป

หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยือนประเทศไทย

เมื่อวานนี้ (16 ต.ค.68) กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ออกเรือพร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 (s-76B) แสดงกำลังต้อนรับหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ CNS QI JIGUANG(83) และเรือ CNS YIMENG SHAN (988) ในโอกาสที่เข้ามาเยือนประเทศไทย 

การนี้ กองเรือยุทธการ  จัดเรือหลวงช้าง ซึ่งเป็นเรือที่ ทร. จัดหาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมการฝึก PASSEX กับหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือดังกล่าว บริเวณตอนใต้ของเกาะจวง
จังหวัดชลบุรี

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับมือ 17 ประเทศ 30 เครือข่ายปราบปรามระดับโลก 'อาชยน' ลุยเชิงรุกอัปเกรดข้อมูล 

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ( ผบช.ปส. ) จัดงาน The 1st NSB - International Agencies Coordination Meeting ประชุมหารือเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านยาเสพติดและหน่วยงานต่างประเทศที่มีความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดกับประเทศไทย โดยมีสมาชิกจาก 17 ประเทศ ประกอบด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน อิตาลี ไอร์แลนด์ สเปน แคนาดา ออสเตรีย อิสราเอล มาเลเซีย สิงคโปร์ ซาอุดิอาระเบียอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติด อาทิ Australian Federal Police (AFP), U.S. Drug Enforcement Administration (DEA), German Federal Criminal Police Office (BKA), Embassy of Japan, Royal Canadian Mounted Police (RCMP), Austrian Ministry of Interior เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ห้องพรหมนอกกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รวมภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านยาเสพติดในไทยและภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจปราบปรามยาเสพติดกับเจ้าหน้าที่ประสานงานของต่างประเทศ และหน่วยงานด้านความมั่นคงจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียและยุโรป 

ผบช.ปส.กล่าวด้วยว่าการพบกันของ 17 ประเทศ และ 30 เครือข่ายครั้งนี้ เป็นการผสานความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศ สนับสนุนกันทางการข้อมูล และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติอย่างยั่งยืน

สมุทรปราการ-รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หนุนไทยก้าวสู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก

เมื่อวานนี้ (16 ต.ค. 68) ที่ผ่านมา นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ณ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จํากัด จังหวัดสมุทรปราการ

โดย นายธนกร กล่าวว่า “การติดตามความคืบหน้าการพัฒนา อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นหนึ่งในพันธกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

นายธนกร กล่าวต่ออีกว่า “อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย ที่ได้รับการกําหนดให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 

โดยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความชาญฉลาดและสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ การแพทย์อัจฉริยะ และเกษตรกรรมแม่นยํา

โดยที่ผ่านมา บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จํากัด มีบทบาทสําคัญ ต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยในหลายด้าน ทั้งการยกระดับเทคโนโลยี Smart Electronics การพัฒนาทักษะแรงงานให้พร้อมรับยุคดิจิทัล ตลอดจนการส่งเสริมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่สําคัญ บริษัทฯ ยังเป็นแหล่งสร้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ กว่า 4,000 คน 

ซึ่งมีส่วนสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยอย่างยั่งยืน” นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ผ่าน แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566–2570) โดยส่งเสริมการพัฒนาตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ําถึงปลายน้ํา ทั้งการสนับสนุนการ ลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นต้น การยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐาน การพัฒนาโครงสร้าง

พื้นฐานด้านเทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างตลาดภายในประเทศสําหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” ผมเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของไทยมีศักยภาพสูง และคนไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติ ใดในโลก หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็น ฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของโลกได้อย่างมั่นคง” 

นครปฐม-ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 4.1 ล้านเม็ด และคดีอาชญากรรมที่สำคัญ

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย และ พล.ต.ต.ประสพชัย  มัตสยะวนิชกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7, พล.ต.ต.กานต์  ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7, นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้ทำการจับกุมนายประภากร หรือยุ่ง (นามสมมุติ)อายุ 42 ปี ชาวตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ที่บริเวณสี่แยกปากท่อ ถนนเพชรเกษม ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 03.00 น. พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้า 4,100,000 เม็ด มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เคตามีน 3.15 กรัม รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมจากการสืบข้อมูลทางว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดราชบุรี และได้มีการติดตามความคืบหน้ากว่าสี่เดือน 

จึงทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้าสู่จังหวัดราชบุรีโดยใช้ยานพาหนะสี่คัน ซึ่งเมื่อเป้าหมายไปถึงจึงได้มีการปิดล้อมและสามารถจับกุมพร้อมของกลางได้เป็นจำนวนมาก

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวถึงการดำเนินการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ทหาร และอีกหลายภาคส่วน อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างชัดเจนและได้มีการใช้เทคโนโลยีด้วยการติดตามผู้ต้องหาและขบวนการผู้ค้ายาเสพติดจากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่มีอยู่รอบเมืองจึงทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจังหวัดนครปฐมยืนยันว่าจะมีการประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อทำให้เกิดความผาสุกกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ได้มีการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอาชญากรรมหลายคดี ได้แก่ คดีก่อเหตุแทงกันทำร้ายร่างกายจนจนถึงชีวิต คดีเกี่ยวกับการรับจ้างยิงเพื่อหักยอดหนี้มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท และคดีที่มีมีการยิงกันระหว่างพ่อตาและลูกเขย ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สนธิระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จังหวัดนครปฐม กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ทำให้มีผลการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและเป็นการเริ่มปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุและติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาหลังก่อเหตุ ซึ่งในครั้งนี้ยังได้มีการใช้เทคโนโลยีและนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาดำเนินการในกระบวนการดังกล่าว อีกด้วย

ร้อยเอ็ด…มณฑลทหารบกที่ 27 จัดพิธีวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 42 ปี 

(16 ต.ค. 68) มณฑลทหารบกที่ 27 จัดพิธีเนื่องในวันสถาปนาหน่วย ครบรอบปีที่ 42 ณ สโมสรนายทหาร ค่ายประเสริฐสงคราม จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี พลตรี วิชิต มักการุณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 เป็นประธานในพิธี

ภายในงานมีอดีตผู้บังคับบัญชาของมณฑลทหารบกที่ 27 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของหน่วย

กิจกรรมสำคัญในพิธีประกอบด้วย พิธีสักการะ ศาลเจ้าพ่อธรรมโหราประเสริฐศักดิ์ พิธีสักการะ อนุสาวรีย์พลตรี พระยาประเสริฐสงคราม พิธีถวายราชสักการะ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียสละชีวิตในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ทั้งนี้พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังคับบัญชา และกำลังพลในอดีต ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัว

มณฑลทหารบกที่ 27 เดิมคือ จังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับอนุมัติให้จัดตั้งตามคำสั่งกองทัพบก ที่ 275/2526 เรื่อง “การจัดตั้งจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด” ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2526 โดยมีที่ตั้งถาวรอยู่ที่ บ้านหนองตากล้า หมู่ที่ 11 ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

ก่อนได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามค่ายว่า “ค่ายประเสริฐสงคราม” เพื่อเป็นเกียรติแด่ พลตรี พระยาประเสริฐสงคราม ผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดิน

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 กองทัพบกมีคำสั่งให้ แปรสภาพหน่วยจากจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เป็นมณฑลทหารบกที่ 27 และกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย และปัจจุบันทางรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นนวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทางหน่วยจึงได้เลื่อนการประกอบพิธีออกมาเป็นวันดังกล่าว

สารวันตำรวจ 2568 ผบ.ตร.ย้ำ ต้องมีสำนึกในหน้าที่ของตำรวจอยู่ทุกขณะ ทุกข์ร้อนประชาชนรอไม่ได้ต้องพร้อมช่วยเหลือ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีสารถึงข้าราชการตำรวจกว่า 2 แสนนาย ทั่วประเทศ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ดังนี้

พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่าน วันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ” 

ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ

ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น

ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์

หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ”แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป 

ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว  มีความสุข  ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป

‘แมรี่ เลาลอว์’ ผู้แทนยูเอ็น ห่วงสวัสดิภาพ ‘อังคณา’ ถูกขู่ฆ่า ผบ.ตร. เผยยังไม่มีรายงาน วอนสังคมเห็นต่างได้แต่อย่าใช้ความรุนแรง

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่นางแมรี่ เลาลอว์ (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ แสดงความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา หลังมีรายงานว่าถูกขู่ฆ่า ว่าขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการในเรื่องดังกล่าว แต่ได้รับทราบจากสื่อมวลชนเท่านั้น

ผบ.ตร.ระบุว่า หากนางอังคณาถูกคุกคามจริง ขอให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าตำรวจพร้อมให้ความคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้ตำรวจสันติบาลและตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีการโพสต์ข่มขู่จริงหรือไม่ รวมถึงจะพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองเป็นสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือความรุนแรง พร้อมย้ำว่า “เราทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน” และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยสติและความรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยว 5 ชาติ แห่เข้าไทยมากสุด ‘มาเลย์-จีน’ นำโด่ง!! ยอดรวมพุ่งแตะ 25 ล้านคน

(16 ต.ค. 68) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผยตัวเลขล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้วกว่า 25.09 ล้านคน ลดลง 7.54% จากปีก่อน แต่ยังสร้างรายได้รวมกว่า 1.15 ล้านล้านบาท โดย 5 ชาติที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย (3.6 ล้านคน), จีน (3.58 ล้านคน), อินเดีย (1.85 ล้านคน), รัสเซีย (1.31 ล้านคน) และ เกาหลีใต้ (1.20 ล้านคน)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6–12 ต.ค. 68) พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวของหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 522,169 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 74,600 คน

แม้ยอดนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลง 13.63% แต่ตลาดมาเลเซียยังเติบโตขึ้น 7.31% ขณะที่จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซียลดลงในสัดส่วนต่างกัน โดยจีนลดลงมากที่สุดเกือบ 47% สะท้อนแนวโน้มการเดินทางที่เข้าสู่ช่วงพักตัวระยะสั้นหลังวันหยุดยาว

กระทรวงฯ คาดว่าในสัปดาห์ถัดไปจำนวนนักท่องเที่ยวจะทรงตัว โดยยังมีปัจจัยบวกจากเทศกาล “ดิวาลี” ของอินเดีย และฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกของรัฐบาล ทั้งการยกเลิกบัตร ตม.6 และการเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยหนุนให้การท่องเที่ยวไทยคึกคักต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้

อว. ปิดอบรม 'นบม. รุ่น 32' มอบวุฒิบัตร 46 ผู้บริหารมหา‘ลัย ทั่วประเทศ “วราภรณ์” รองปลัด อว. ชี้ เครือข่ายผู้บริหารคือทัพหลักที่สำคัญ ดันมหาวิทยาลัยไทย สู่เวทีโลก

(16 ต.ค. 68) นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมและมอบประกาศนียบัตร พร้อมเข็มเชิดชูเกียรติแก่ ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตร “การพัฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง” (นบม.) รุ่นที่ 32 ซึ่งจัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย โดยมี นายสุทน เฉื่อยพุก ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาทุนทางปัญญา สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เข้าร่วมในพิธี พร้อมด้วยรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ และผู้บริหารจากสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน รวม 46 คน จาก 37 แห่ง และบุคลากรจาก สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ

นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า สถาบันอุดมศึกษาเป็นแหล่งรวมทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าและเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิปัญญา วิชาการ และการผลิตกำลังคนของประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก การบริหารสถาบันอุดมศึกษา จึงต้องอาศัยผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพและเป็นสากล เพื่อสามารถตอบสนองต่อความท้าทายของโลกยุค Disruptive World ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การสร้างเครือข่ายระหว่างผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กร การจัดหลักสูตร นบม. จึงมุ่งส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในเชิงวิชาการและประสบการณ์การบริหาร ผ่านการอบรม การอภิปราย และการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและพัฒนาระบบอุดมศึกษาไทยอย่างยั่งยืน” รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว

ด้าน นายสุทน กล่าวว่า หลักสูตร นบม. รุ่นที่ 32 จัดขึ้นเพื่อ พัฒนาผู้บริหารสายวิชาการให้มีวิสัยทัศน์ ความรู้ ความสามารถ และขีดสมรรถนะในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในระดับบุคคลและระดับสถาบัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

หลักสูตรการพัฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (นบม.) รุ่นที่ 32 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 16 ตุลาคม 2568 โดยมีการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ณ สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ–เอกชน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สมาพันธรัฐสวิส และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

เนื้อหาสาระการอบรมครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น แนวโน้มอุดมศึกษาไทยยุคใหม่ ยุทธศาสตร์การบริหารสถาบันอุดมศึกษา การพัฒนาและขับเคลื่อนภาวะผู้นำ การจัดการเชิงนวัตกรรม การสัมมนาเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งการศึกษาด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาผู้บริหารให้มีความพร้อมในการยกระดับคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาไทย สู่มาตรฐานสากล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568

(16 ต.ค. 68) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานในพิธีต่าง ๆ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., ข้าราชการตำรวจ และคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมพิธี

ในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีเนื่องในวันตำรวจขึ้นในวันที่ 16-17 ตุลาคม 2568 โดยวันนี้มีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พิธีถวายสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9, พิธีวางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4, พิธีสักการะรูปปั้นจำลอง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานและเจริญพระพุทธมนต์ 

จากนั้น ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลืองานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม, ข้าราชการตำรวจและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้ผ่านการคัดเลือกดีเด่นในด้านต่างๆ และพลเมืองดีที่ช่วยเหลืองานตำรวจ รวมจำนวน 128 ราย ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 ก่อนเดินทางพร้อมด้วยนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ไปเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นขวัญกำลังใจ

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ 17 ตุลาคม 2568 วันตำรวจ ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา และคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ จะร่วมพิธีเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ประกอบด้วย พิธีวางพานพุ่มดอกไม้พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5, พิธีถวายราชสักการะและถวายมาลัยสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 9, พิธีสดุดีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ, พิธีวางพวงมาลาและพิธีตรึงหมุดแผ่นจารึกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของข้าราชการตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจ

ผบ.ตร.เสียใจ ตชด.EOD เสียชีวิตในหน้าที่ กำชับดูแลสวัสดิการเต็มที่โดยด่วน พิธีศพสมเกียรติยศ “ตำรวจกล้า”  สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอเลื่อนยศ พล.ต.อ. มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 3.6 ล้านบาท  

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี "ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน" ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 444 เสียชีวิตจากการถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืน ขณะปฏิบัติภารกิจปิดล้อมเป้าหมายผู้ก่อความไม่สงบ บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 ตุลาคม 2568) ว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อชุด EOD เข้าพื้นที่ หลังรับแจ้งว่าเคลียร์พื้นที่ได้แล้ว แต่กลับเกิดเหตุการณ์สูญเสียโดนยิงที่ศีรษะจนเสียชีวิต

ผบ.ตร. กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมเสียใจ ผมได้บอก พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.ว่าสำหรับผู้ที่เสียชีวิตจาการปฏิบัติหน้าที่ ให้ดูแลสิทธิประโยชน์โดยเร็ว มากที่สุดเท่าที่มากได้ ผู้บังคับบัญชาต้องดูแล ลงไปจัดการงานพิธีการงานศพ การพระราชทานเพลิงศพให้สมเกียรติยศ การเพิ่มขั้นเงินเดือนต้องทำให้เร็ว” และย้ำว่า "สำหรับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วได้รับบาดเจ็บ บางคนป่วยติดเตียง คนกลุ่มนี้หนักกว่า ต้องไปดูแลอย่ามองข้าม คนกลุ่มนี้ต้องทนทุกข์กับร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม สูญเสียอวัยวะ ต้องไปดูแล การเพิ่มขั้นเงินเดือน ยศ ว่าเพิ่มได้อย่างไร ไม่ใช่ปล่อยไป ต้องไปดูแลปรับแก้ระเบียบคำสั่งเพื่อสร้างความภาคภูมิใจ”

ด้าย พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ ด.ต.สมศักดิ์ฯ โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวในเบื้องต้นประมาณ 3,600,000 บาท พร้อมเสนอเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษไม่เกิน 7 ขั้น เลื่อนยศสูงขึ้นเป็น พล.ต.อ. และได้รับสิทธิบรรจุทายาทเข้ารับราชการตำรวจ โดย ผบ.ตร. กำชับการจัดพิธีศพ ด.ต.สมศักดิ์ ฯ อย่างสมเกียรติ พร้อมให้กำลังใจครอบครัว กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่ และรวดเร็ว

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ด.ต.สมศักดิ์ ฯ เป็นตำรวจที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอสดุดีในความกล้าหาญ มุ่งมั่น เสียสละของ ด.ต.สมศักดิ์ ฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ พิทักษ์สันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง เป็นตำรวจ EOD ที่มีความเชี่ยวชาญปฏิบัติภารกิจมากมายท่ามกลางความเสี่ยงเพื่อรักษาความสงบปลอดภัยในพื้นที่ และทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่เกรงกลัวภัยอันตรายจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต นับเป็นการสละชีพในหน้าที่ตำรวจที่น่ายกย่อง ซึ่งในวันนี้จะมีพิธีรดน้ำศพ ด.ต.สมศักดิ์ฯ ที่ฌาปนสถานเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมพิธี

นอกจากนี้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.ห่วงใยและให้กำลังใจกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญในการรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง ดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นต่อไป โดยชื่นชมตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ ตั้งใจ ขอให้รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลเรื่องความปลอดภัยและขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานด้วย โดยล่าสุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดพื้นที่ อ.ยี่งอ จว.นราธิวาส เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ผบ.ตร.สั่งการให้ดูแลสิทธิสวัสดิการผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่เช่นกัน

หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือจีน 2 ลำ พร้อมกำลังพลกว่า 1,200 นาย เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ไม่ได้เสริมกำลังกัมพูชา ตามที่มีการกล่าวอ้าง

(16 ต.ค. 68) ที่ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ร่วมด้วย พลเรือตรี สุรศักดิ์ เฉิดผาด ผู้อำนวยการกองการท่าเรือฐานทัพเรือสัตหีบ และนายจาง เจี้ยนฮุ่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมกำลังพลกองทัพเรือไทย ร่วมให้การต้อนรับ กองเรือที่ 83 (ปาซาน) ของกองทัพเรือจีน เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือจีน 2 ลำ พร้อมกำลังพลกว่า 1,200 นาย เพื่อฝึกปฏิบัติในทะเลต่างประเทศและเสริมสร้างความร่วมมือทางทหาร เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน

กองเรือที่ 83 (ปาซาน) ประกอบด้วย เรือฝึกหัด “ฉีจี้กวง” หมายเลขเรือ 83 และเรือยกพลขึ้นบก “อี้เหมิงซาน” หมายเลขเรือ 988 ในโอกาสนี้ ผู้แทนฝ่ายไทย ได้มอบพวงมาลัยต้อนรับแก่ นาวาเอกพิเศษ ซวี เจี้ยนกั๋ว (Xu Jianguo) รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือดาลี่เอิน และผู้บัญชาการหมู่ฝึกนักเรียนนายเรือจีน, นาวาเอกพิเศษ ฝู เซียนเหว่ย (Fu Xianwei) รองกรรมาธิการทหารฝ่ายการเมือง โรงเรียนเรือดำน้ำชิงเต่า, นาวาเอกเฝิง เหลียง (Feng Liang) ผู้บังคับการเรือฉีจี้กวง และนาวาเอกคัง จุนเว่ย (Kang Junwei) กรรมาธิการทหารฝ่ายการเมืองประจำเรือฉีจี้กวง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ท่ามกลางประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก ที่เดินทางมาร่วมให้การต้อนรับกองเรือที่ 83 ในครั้งนี้

สำหรับการเยือนครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจฝึกภาคทะเลของนักเรียนนายเรือจีน พร้อมกำลังพล กว่า 1,200 นาย เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการเดินเรือระหว่างประเทศ และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือจีน 

โดยในช่วงที่หมู่เรือจีนเทียบท่าประเทศไทย กองทัพเรือจีน จะจัดกิจกรรม “เปิดเรือให้ประชาชนเข้าชม” เพื่อให้ชาวไทยได้เยี่ยมชมเรือรบสมัยใหม่ พร้อมร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและมิตรภาพระหว่างทหารเรือทั้งสองประเทศ

เรือฝึก “ฉีจี้กวง” (Qi Jiguang) หมายเลข 83 เป็นเรือฝึกขนาดใหญ่ ระวางขับน้ำ 9,000 ตัน ความยาว 165.3 เมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 22 น็อต โดยมี พลเรือตรี เฝิง เหลียง เป็นผู้บัญชาการเรือ ส่วนเรือยกพลขึ้นบก “อี้เหมิงซาน” (Yimeng Shan) หมายเลข 988 มีระวางขับน้ำ 25,000 ตัน ความยาว 210 เมตร ความเร็วสูงสุด 25 น็อต มี พลเรือตรี นิว จื้อหยง (Niu Zhiyong) เป็นผู้บัญชาการเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ กองเรือที่ 83 ได้เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และมีกระแสข่าวเท็จจากบางสื่อในกัมพูชา ว่าเป็นเรือรบที่จีนส่งกำลังเสริมทางทหาร ซึ่งข้อเท็จจริงคือภารกิจดังกล่าว เป็นเพียงการฝึกภาคทะเลและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่มีเจตนาทางการทหารหรือเกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนแต่อย่างใด ทั้งนี้ กองเรือที่ 83 มีกำหนดเยือนหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือด้านกองทัพเรือ อย่างต่อเนื่อง

‘ดี้ นิติพงษ์’ ซัดแรง!! นักสิทธิมนุษยชน เห็นใจคนทั้งโลกแต่ลืมคนในชาติตัวเอง

(16 ต.ค. 68) ‘ดี้’ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nitipong Honark กรณี เห็นกรณีนักสิทธิมนุษยชน..ที่มักพูดจาสวยงามในเวลาที่คนทั่วไปไม่รู้สึกสวยงามด้วย…เอื้อเฟื้อคนเดือดร้อนทั่วโลกยกเว้นคนในประเทศตัวเอง เอื้อเฟื้อคนร้ายมากกว่าเหยื่อที่ถูกกระทำ….

บางทีฉันก็นึกไม่ออกว่า…คนเหล่านี้กินอาหารอะไร เติบโตมาอย่างไร มีอายุมาจนป่านนี้ได้อย่างไร ถึงได้มีต่อมอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนทั่วไป…

แล้วเป็นแบบสม่ำเสมอด้วยนะ…แบบว่ากูนึกแล้ว เดี๋ยวยัยนี่ หมอนี่ ต้องโผล่มาแสดงท่ารำเดิม ๆ ในจังหวะแบบนี้….

การอยู่ในสังคมโลก….ฉันว่าการเหลือบมองเพื่อนร่วมโลก ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก ว่าเขาจะคิดยังไงกับการดำเนินชีวิตของเรากับเพื่อนร่วมโลก….นั่นเป็นเรื่องที่ดีงามของผู้เจริญแล้ว….

แต่การเหลือบมองสายตาเค้าว่า…เค้าจะคิดยังไงกะเราหนอ ถ้าเราทำยังงี้ยังงั้น ตลอดเวลา อายเค้า กลัวเค้ามองไม่ดี จนไม่กล้าทำอะไรที่เรารู้สึก ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง โดยที่ไม่เห็นว่าจริง ๆ แล้ว มันไม่เห็นมีอะไรผิดสักหน่อย……การคิดแบบนั้น มันเป็นวิธีคิดของเด็กขี้แพ้ ใครถุยน้ำลายใส่ ก็ไม่กล้า…จะต่อว่า หรือด่ากลับก็กลัวเพื่อน ๆ หาว่านิสัยไม่ดี….

แถมไอ้เพื่อนเหล่านั้น…ที่จริงมันก็ไม่ได้สนใจไยดีอะไรนักหรอก… มันก็ยุ่งกับชีวิตของมันเองในโลกฝั่งโน้น แต่แค่ชอบเสือกบ้านโน้นบ้านนี้…ด่านั่นวิจารณ์นี่ ถ้าบ้านไหนหงอก็หงอไปตลอดชีวิต บ้านไหนไม่หงอ ถึงจะเป็นบ้านเล็ก ๆ มันก็ไม่ได้จ้ำจี้จ้ำไชอะไร…

ยกเว้น….มันเห็นว่า เป็นประโยชน์ของมัน….นั่นแหละ มันถึงจะมาเสือกจริงจัง…ทั้งฝรั่งอเมริกา ฝรั่งยุโรป และจีนด้วยแหละ ก็เท่านั้น…

พวกคนไทยที่เอาแต่มาเตือนว่า ให้คอยมองดูสายตาฝรั่ง….อย่าทำอะไรตามใจ…ต้องเหลือบดูสายตาฝรั่ง ให้มันคอยชี้นำชีวิต…ว่าเราควรจะทำอะไร ถึงจะดูเป็นเด็กดี แม่งน่าเบื่อชะมัดเลยจ้ะ…

แค่ปฏิบัติการยุทธศาสตร์เชิงจิตวิทยา….เปิดเสียงรบกวนเพื่อไล่ให้ออกจากพื้นที่ ก็แลดูจะเกรงใจสายตาฝรั่ง…อ่านสัญญาประชาคมห่านหอยอะไร…ว่าระวังเราจะผิดนะ เดี๋ยวเพื่อนไม่คบ…

เคยได้ยินว่า ทหารอเมริกาก็เคยเอาลำโพง ไปเปิดเพลงร็อคหนัก ๆ ใส่ประเทศอาหรับที่ไหนสักแห่งก็จำไม่ได้…ไม่ยืนยันนะ

แต่ที่เห็นชัดคือ เกาหลีใต้ก็ทำแบบนี้ รบด้วยเสียงเพลงดัง เอาลำโพงหันไปหาเกาหลีเหนือ….เกาหลีเหนือก็เอาลูกโป่งใส่ขยะ ให้ลอยมาตกฝั่งเกาหลีใต้…

รบแบบหน่อมแน้มนี่แหละ…ไม่มีใครตาย แต่มันเป็น ปจว. (ปฏิบัติการจิตวิทยา) ของการรบ…..ถ้าไม่รู้จักคำนี้ ก็จงรู้จักเสีย…

เรื่องแค่นี้….พวกมึงนั่นแหละ สะดุ้งกลัวฝรั่งอะไร ด้วยผลประโยชน์ หรือด้วยนิสัยเห่อฝรั่ง….
ประเทศเล็ก ๆ ในแอฟริกา ในเอเชียกลาง หรือแม้กระทั่งล่าสุด เกาหลี….มันจะทำอะไร มันไม่เห็นต้องเหลือบตาคอยดูพี่ฝรั่งขนาดนี้…..

มันแค่มองแบบ เห็นเป็นเพื่อนรุ่นพี่….เกรงใจพอสมควร….ไม่ใช่มองเป็นญาติผู้ใหญ่ว่าจะดุเราไหม…
เมื่อไหร่จะเลิกเกรงใจฝรั่งจีนจามจนตัวซี้ตัวสั่นขนาดนี้….ทั้ง ๆ ที่อยู่ในยุทธภูมิที่มีเสน่ห์ และมีอำนาจต่อรองมาก….ถ้าเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง….สาวไทยชี้นิ้วให้พวกมันเอาใจได้เลยนะ….หายใจลึก ๆ หน่อย….

ไทยนี้รักสงบ…แต่ถึงรบไม่ขลาด ตบเขมรแม่งสักฉาดสองฉาด หรือมากกว่านั้นก็ได้ ถ้ามันตอแยขนาดนี้

โดยไม่ต้องเหลือบตาดูใครอีกแล้ว…. เมื่อไหร่ที่ได้เปรียบ….เดี๋ยวพวกแม่งก็มาเอาใจเองแหละ….. ความเข้มแข็งเด็ดขาดที่มีเหตุผลและสามัญสำนึก….ย่อมสมควร..

ความสุภาพ อ่อนโยน อ่อนแอ เกรงใจไปหมด ในเวลาอันควรจะเข้มแข็ง….เป็นอันตรายกับตนเองที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top